รีวิว 2018 Honda Forza 300 ใหม่ 1st Impression Scooter คลาส 300 สุดหรู กับทริปทดสอบครั้งแรกในประเทศ กว่า 100 กม.

0

เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ที่ผ่านมาทาง A.P.Honda ได้จัดทริปทดสอบรถ All New 2018 Forza 300 ใหม่ ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยทีมงาน MotoRival เราไม่พลาดทริปทดสอบสุด Exclusive ในครั้งนี้ ด้วย ซึ่งทางเราจะขอมารีวิว 2018 Honda Forza 300 ใหม่ คันนี้กันแบบ 1st Impression ก่อนเลยดีกว่าครับ

Review-2018-Honda-Forza_02สำหรับการทดสอบในครั้งนี้นั้น เราเดินทางกันไปที่หัวหิน โดยเริ่มต้นจุดหมายการเดินทางนี้ที่ Baba Beach Club Huahin มุ่งหน้าไปยัง บริเวณชายหาดปราณบุรี เป็นระยะทางร่วม 50-60 กม. เพื่อไปถ่ายทำคลิปการทดสอบสุด Exclusive ในครั้งนี้ ก่อนมุ่งหน้า Route เส้นทางเดิมกลับมายัง Baba Beach Club Huahin อีกครั้ง ซึ่งเป็นระยะทางกว่า 100 กม. เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เสียเวลา เราจะขอมาเข้าเรื่องกันเลย

Review-2018-Honda-Forza_05
เริ่มต้นที่ หน้าตา ดีไซน์เปลี่ยนไปแบบหลังมือเป็นหน้ามือ ลบความโค้งมนเดิมๆไปทั้งหมด แทนที่ด้วยเส้นสายแหลมคมรอบคันตั้งแต่หัวจรดท้าย (คล้ายสไตล์ Forza 125)

Review-2018-Honda-Forza_28ขณะที่ช่วงด้านหน้าตัวรถ ดีไซน์ถอดแบบมาจากพี่ใหญ่ อย่าง X-ADV

Review-2018-Honda-Forza_24
ไฟหน้า LED โคมเดียวขนาดใหญ่กรอบตัดขอบอย่างชัดเจน พร้อมเพิ่มแถบไฟ DRL ด้านบนตามสมัยนิยม

Review-2018-Honda-Forza_25
ขยับขึ้นมาอีกนิดทางด้านซ้าย/ขวาก็จะพบกับกระจกมองข้างแบบใหม่ สไตล์ Superbike ตัวพัน (พับกระจกมุดรถติดง่าย เพียงแค่หักแกนกระจกก็เก็บพับได้ทันที) ถูกฝังไฟเลี้ยว LED ไว้ในตัว สะท้อนภาพความหรูหราออกมาได้ดี

Review-2018-Honda-Forza_21
ด้านไฟท้ายรถเองก็เป็นแบบ Full LED เช่นกันซึ่งเมื่อลองพิจารณาลายเส้นของแถบไฟด้านในแล้วก็พบว่ามันมีความคล้ายกับรุ่นน้อง PCX 150 ไม่น้อยเลยทีเดียว

Review-2018-Honda-Forza_01ต่อมาคือ วินชิลด์ ปรับไฟฟ้าสุดแสนสะดวก ต่อในการใช้งาน เพียงแค่ปลายนิ้วก็ปรับได้ทันที ซึ่งทาง Honda เคลมว่า ชิ้นนี้ Made in Italy มีระยะปรับขึ้น-ลง ได้ถึง 110 มม.

Review-2018-Honda-Forza_17
ข้ามมาหลังวินชิลด์ไฟฟ้าก็จะเป็นชุดมาตรวัดที่แสดงข้อมูลครบครันทั้ง เข็มอนาล็อก 2 วงที่ใช้วัดรอบเครื่องยนต์กับความเร็ว และมีจอดิจิตอล ขนาดเล็กตรงกลาง สำหรับบอกรายละเอียดต่างๆ ได้แก่ระยะทางรวม, ปริมาณน้ำมันคงเหลือ, ระยะทางที่สามารถขับต่อได้ (เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำมันในถัง), เซ็ททริป, อัตราบริโภคน้ำมันเฉลี่ย, เวลา, ระดับความร้อนเครื่องยนต์, อุณหภูมิภายนอก, แรงดันไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ และแจ้งเตือนการ Service โดยปรับได้จากปุ่ม Info A และ Info B ที่สวิทช์ไฟซ้าย

Review-2018-Honda-Forza_16
ประกับแฮนด์ด้านขวา ยกของเดิมมาใส่ มีสวิทช์สตาร์ท, สวิทช์ Off-Run, และสวิทช์ไฟผ่าหมาก

Review-2018-Honda-Forza_15
ประกับแฮนด์ด้านซ้ายเปลี่ยนใหม่หมดจด มีปุ่มแตร, สวิทช์ไฟสูง/ต่ำ ซึ่งเราสามารถกดกระพริบไฟสูงเพื่อขอทางรถคันข้างหน้าได้ด้วยการกดปุ่มไฟต่ำย้ำลงไปเท่านั้น, นอกจากนี้จะเพิ่มปุ่ม Info A, Info B เข้ามาใช้ดูข้อมูลบนแดชบอร์ด, ปุ่ม T ที่ปลายนิ้วชี้ ใช้ปิด ระบบ TCS, ตามด้วยปุ่มลูกศรขึ้น-ลง คือ ปรับวินชิลด์ไฟฟ้า ตามที่ได้บอกไป

Review-2018-Honda-Forza_27
ตัวแฮนด์บาร์ ปรับใหม่ มาเป็นแฮนด์แบบเชื่อมติดกับชุดแผงคอ

Review-2018-Honda-Forza_13
ขณะที่เมื่อมองข้ามแฮนบาร์ลงมาก็จะเห็นแผงตัวบิดสตาร์ทรถแบบ Keyless ซึ่งอยู่คู่กันกับปุ่มกดเปิดเบาะนั่ง

Review-2018-Honda-Forza_06ลิ้นชักด้านหน้าทางซ้าย มีช่อง AC ไว้จ่ายไฟได้ เสียดายน่าจะให้ Port USB มาเลย นอกจากนี้ยังมีที่วางแก้วน้ำ ขนาดใหญ่ ลึก สามารถวางแก้ว และ Smartphone ได้สบาย หรือ ของจุกจิกอีกเล็กน้อย

Review-2018-Honda-Forza_09
ถัดไปก็จะเป็นเบาะนั่งตอนเดียวขนาดใหญ่ที่ถูกแบ่งชั้นระหว่างผู้ขี่และผู้ซ้อนอย่างชัดเจนซึ่งตัวแบ่งชั้นที่ว่านั้นสามารถทำหน้าที่เป็นพนักพิงให้กับผู้ขี่ได้ แต่หากเทียบกับรุ่นเดิม จะพบว่าตัวเก่า จะหนุนกระชับกับหลังผู้ขี่มากกว่า

Review-2018-Honda-Forza_14
และถ้าหากเปิดเบาะนั่งขึ้นมาเราก็จะพบกับช่อง U-Box ที่ใหญ่สะใจจนสามารถจุหมวกกันน็อคเต็มใบ (เปิดหน้า) ได้ทีเดียวถึง 2 ใบด้วยกัน

Review-2018-Honda-Forza_07
ชุดล้อลายใหม่ ล้อหน้ารัดด้วยยางขนาด 120/70-15 ด้านหลังขอบ 14 รัดด้วยยางขนาด 140/70-14 จาก Pirelli Scooter

Review-2018-Honda-Forza_20ท่อไอเสียดีไซน์ใหม่ ปลายท่อยกเฉียงขึ้น มอบความสปอร์ตกว่าเดิม

Review-2018-Honda-Forza_04
ด้านมิติรถ 
กว้าง x ยาว x สูง = 754 x 2,142 x 1,471 มม.
ความสูงเบาะ 780 มม.
นน.สุทธิ 183 กก.
ถังน้ำมันจุ 11.5 ลิตร

Review-2018-Honda-Forza_08ท่านั่งขี่ 
โดยรวมแล้ว น้ำหนักตัวที่เบากว่าเดิมร่วม 10 กก. สั้นลงกว่าเดิมอีก 20 มม. แต่สูงกว่าเดิม จากวินชิลด์ที่ปรับได้สูง

Review-2018-Honda-Forza_03ระยะฐานล้อ สั้นลงอีก 36 มม. สรุปได้ว่า การขี่นั้นคล่องตัวกว่าเดิมอย่างชัดเจน นอกจากนี้การพับกระจกมองข้างทางด้านหน้าได้ ช่วยให้รูดช่องการจราจรรถติดได้สะดวกขึ้น

เบาะสูงขึ้นกว่าเดิม พอสมควร และเบาะที่กว้างทำให้ผู้ขี่สูง 174 ซม. เหยียบได้พอดีเท้า แต่ถ้าผู้ที่ส่วนสูงต่ำกว่า 170 ซม. น่าจะต้องเขย่งปลายเท้ากันบ้าง

Review-2018-Honda-Forza_12ขณะที่เบาะนั่งนั้น ตัว Support หลัง อาจจะไม่ได้กระชับกับแผ่นหลังมากนัก เหมือนตัวเก่า เนื่องจากมัน Slope ตัดเฉียงไปด้านหลังแตกต่างจาก โมเดลเดิมที่มี ชิ้น Support หลังผู้ขี่ออกมาซึ่งแยกเบาะออกเป็น 3 ชิ้น

อย่างไรก็ดีเรายังไม่ได้มีโอกาสลองซ้อน แต่จากทรงตัวเบาะ ผู้ซ้อนน่าจะซ้อนสบายกว่าโมเดลเดิม

Review-2018-Honda-Forza_10
เครื่องยนต์บล็อกเดิม ความจุเท่าเดิม 279cc พละกำลังสูงสุดที่ 24.8 แรงม้า ที่ 7,000 รอบต่อนาที แต่แรงบิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 27.2 นิวตันเมตร ที่ 6,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ แบบสายพาน V-Matic

แม้ความแรงจากสเป็กจะสู้คู่แข่งไม่ได้ จากความจุที่น้อยกว่า แต่ การใช้งานโดยรวมอัตราเร่งของ 2018 Forza 300 นี้ ดูดีขึ้น จากน้ำหนักตัวที่เบาลง ทำให้มันบิดได้ติดมือมากขึ้น คันเร่งตามสไตล์ ขึ้นเรื่อยๆ ลื่นๆ ในทริปนี้ เราอาจจะไม่ได้เค้น สมรรถนะของกำลังเครื่องนัก หรือ อาจจะไม่ได้ลองช่วงกำลังตอนปลาย

Review-2018-Honda-Forza_30เพราะขี่รูปแบบขบวน ส่วนใหญ่วิ่งในช่วง 80-90 กม./ชม. รอบเครื่องยืนในช่วง 5,000rpm
มีใช้ความเร็ว ขึ้นไปที่ ระดับ 100-110 กม./ชม. บ้าง อัตราเร่งในการแซงรถยนต์ ช่วงระดับไม่เกิน 100 กม./ชม. ย่านนี้ ยังถือว่าทำได้ดี ไปได้เรื่อยๆ

สำหรับ Top Speed คาดว่าน่าจะทำได้ในช่วง 140-150 กม./ชม. (ซึ่งถ้ามีโอกาส ไว้เราจะมาอัพเดทอีกทีครับ)

ด้านอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย จากการวิ่งในรูปแบบขบวนทริปนี้ของเรานั้นทำได้ราว 32 กม./ลิตร ตามหน้าแดชบอร์ด

Review-2018-Honda-Forza_06
ระบบช่วงล่าง
ด้านหน้าแบบโช้กหัวตั้ง เทเลสโคปิค

Review-2018-Honda-Forza_11
ด้านหน้าหลังก็มีทั้งชุดล้ออัลลอยทำงานคู่กับระบบกันสะเทือนโช้กคอยล์โอเวอร์คู่และดิสเบรกจานเดียวขนาด 240 มิลลิเมตรพร้อมคาลิปเปอร์เบรกแบบ 1 พอร์ท เสริมความปลอดภัยด้วยระบบป้องกันล้อล็อค ABS และ Combine Brake เช่นเดียวกับล้อหน้า

โดยรวมการขี่ใช้งานเดินทางยังให้ความสบาย แน่นเฟิร์ม พอประมาณ ขี่คนเดียวกำลังกระชับ โดยรวมเน้นการเดินทางแบบ Comfort นิ่มสบาย

Review-2018-Honda-Forza_26
ระบบเบรก ดิสก์หน้า-หลัง มาพร้อม Combine Brake ABS จานหน้าขนาด 256 มม. และหลังขนาด 240 มม. ปั๊มเบรก Nissin ด้านหน้า 2 สูบ และหลัง 1 สูบ (เปลี่ยนตัวปั๊มเบรกหน้าใหม่ และกลับด้านปั๊มจากขวา มาอยู่ซ้าย)

การใช้งานโดยรวมก็ไม่ต่างจากเดิม เบรกใหม่ บนรถใหม่ ยังทำงานได้ดี เบรกชะลอความเร็ว ได้มั่นใจ เบรกยังดูดติดมือ ทำได้มั่นใจไม่แพ้คู่แข่งที่ใช้ขนาดจานเบรกใหญ่กว่า

Review-2018-Honda-Forza_32
สรุป รีวิว 2018 Honda Forza 300 ใหม่ แบบ 1st Impression เบื้องต้นนี้ ก็พอจะทราบได้ว่า การแก้เกมของ Honda ในการปรับโฉม Forza ใหม่ ถือได้ว่า แก้เกมกลับมาได้ดี มันเป็นรถ Scooter ในคลาส 300 ที่มากับเทคโนโลยีหรูที่น่าสนใจที่สุดก็ว่าได้ ขนาดตัวที่เป็นอุปสรรค ก็ได้ปรับใหม่ ให้มันเหมาะแก่การขี่เดินทางในเมืองมากขึ้นด้วย

อย่างไรก็ดีขุมพลัง แม้จะไม่ได้ปรับเปลี่ยน เนื่องจากใช้บล็อกเดิม แต่ด้วยน้ำหนักตัวที่เบาลง ทำให้การขี่ภาพรวมอัตราเร่งดีขึ้นกว่าเดิมอีกหน่อย
เอาเป็นว่า Forza ใหม่ เพิ่มเติมออปชั่น ด้านความสะดวก ปรับให้ขี่ในเมืองได้คล่องแคล่วขึ้น แต่ยังคงขี่ออกทริปใช้งานได้เช่นเคย

สำหรับ 2018 Forza 300 ใหม่ มีด้วยกัน 3 สี ได้แก่ ขาว-น้ำเงิน, เทา และ ดำ-เทา มากับราคาแนะนำที่ 1.69 แสนบาท

สเป็ก All New 2018 Honda Forza 300 มีดังนี้
Review-2018-Honda-Forza_Spec

 

ภณ เพียรทนงกิจ Tester + Photo
ขอขอบคุณ A.P.Honda สำหรับทริปทดสอบ All New Forza 300 ใหม่ ในครั้งนี้

อ่านรีวิว อื่นๆเพิ่มเติมได้ที่นี่
อ่านข่าวสาร Honda เพิ่มเติมได้ที่นี่

เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ

Share.

About Author