“รีวิว 2018 Honda Forza 300 สกู๊ตเตอร์อเนกประสงค์ สะดวกสบาย อัดแน่นฟังก์ชั่นหรู”

0

ก่อนหน้านี้ทางทีมงาน MotoRival เราได้มีโอกาสไปร่วมทริปทดสอบ All New Honda Forza 300 ใหม่ เป็นครั้งแรกในประเทศไทยกันไปแล้ว (คลิกอ่านได้ที่นี่) ล่าสุดเราได้มีโอกาสนำมันกลับมาทดสอบอีกครั้ง เพื่อทำ ฟูลรีวิว 2018 Forza 300 กันอีกที เก็บตกกันแบบเต็มที่กันอีกครั้ง ไม่รอช้าเราขอพาทุกท่านมารับชมกันเลยครับ

Review-2018-Honda-Forza300_F-R
เริ่มต้นที่ หน้าตา ดีไซน์เปลี่ยนจากโค้งในเป็นเหลี่ยมคม ดูดุดันขึ้นกว่าเดิม และดีไซน์ทันสมัย โดดเด่นรอบคันตั้งแต่หัวจรดท้าย (จะพบว่ามันมีดีไซน์คล้าย Forza 125) นอกจากนี้ขี่ไปไหน หรือ จอดที่ไหน มักจะมีแต่คนหันมามอง ชี้และพูดคุย รวมถึงมีผู้เข้ามาสอบถาม ทั้งราคา และรายละเอียดรถกับทางทีมงานเราระหว่างที่กำลังถ่ายทำรีวิว Forza 300 คันนี้ด้วย

Review-2018-Honda-Forza300_01
ขณะที่ช่วงกาบข้างด้านหน้าตัวรถ ดีไซน์ถอดแบบมาจากพี่ใหญ่ อย่าง X-ADV ดูดีมีระดับ

Review-2018-Honda-Forza_24
ไฟหน้า LED โคมติดกันเป็นชิ้นเดียวขนาดใหญ่กรอบตัดขอบอย่างชัดเจน พร้อมเพิ่มแถบไฟ DRL ด้านบนตามสมัยนิยม

Review-2018-Honda-Forza300_06
กระจกมองข้างแบบใหม่ สไตล์ Superbike ตัวพัน สามารถพับกระจกได้อย่างสะดวก แค่หักก้านกระจกเพียงเท่านั้น นอกจากนี้ยังถูกฝังไฟเลี้ยว LED ไว้ในตัว สะท้อนภาพความหรูหราออกมาได้ดี *ซึ่งเจ้าไฟเลี้ยวตรงนี้จะเปิดติดตลอดเวลาที่ขับขี่ และจะกระพริบตอนที่เราเลือกเปิดไฟเลี้ยว

Review-2018-Honda-Forza300_07
ไฟท้ายรถเป็นแบบ Full LED เช่นกัน ดีไซน์รูปตัว X เส้นแถบไฟมีความคล้ายคลึงกับรุ่นน้อง PCX 150

2018-Honda-Forza300-Windscreen
ต่อมาคือ ไฮไลท์ กับ วินด์ชิลด์ ที่สามารถปรับสูงต่ำได้ถึง 110 มม. ด้วยระบบไฟฟ้า ผ่านการสั่งการด้วยปุ่มปรับบนสวิตช์แฮนด์ซ้าย ซึ่งทาง Honda เคลมว่า ตัวแผ่นวินด์ชิลด์ที่ว่านี้ Made in Italy เลยทีเดียว

Review-2018-Honda-Forza_17
ข้ามมาหลังวินด์ชิลด์ไฟฟ้าก็จะเป็นชุดมาตรวัดที่แสดงข้อมูลครบครันทั้ง เข็มอนาล็อก 2 วงที่ใช้วัดรอบเครื่องยนต์กับความเร็ว และมีจอดิจิตอล ขนาดเล็กตรงกลาง สำหรับบอกรายละเอียดต่างๆ ได้แก่ระยะทางรวม, ปริมาณน้ำมันคงเหลือ, ระยะทางที่สามารถขับต่อได้ (เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำมันในถัง), เซ็ททริป, อัตราบริโภคน้ำมันเฉลี่ย, เวลา, ระดับความร้อนเครื่องยนต์, อุณหภูมิภายนอก, แรงดันไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ และแจ้งเตือนการ Service โดยปรับได้จากปุ่ม Info A และ Info B ที่สวิตช์ไฟซ้าย

Review-2018-Honda-Forza_16
สวิตช์แฮนด์ด้านขวา ยกของเดิมมาใส่ มีสวิตช์สตาร์ท, สวิตช์ Off-Run, และสวิตช์ไฟฉุกเฉิน

Review-2018-Honda-Forza_15
สวิตช์แฮนด์ด้านซ้ายเปลี่ยนใหม่หมดจด มีปุ่มแตร, สวิตช์ไฟสูง/ต่ำ ซึ่งเราสามารถกดกระพริบไฟสูงเพื่อขอทางรถคันข้างหน้าได้ด้วยการกดปุ่มไฟต่ำย้ำลงไปเท่านั้น, นอกจากนี้จะเพิ่มปุ่ม Info A, Info B เข้ามาใช้ดูข้อมูลบนแดชบอร์ด, ปุ่ม T ที่ปลายนิ้วชี้ ใช้ปิด ระบบ TCS, ตามด้วยปุ่มลูกศรขึ้น-ลง คือ ปรับวินด์ชิลด์ไฟฟ้า ตามที่ได้บอกไป

Review-2018-Honda-Forza300_08
ตัวแฮนด์บาร์ ในโฉมเก่า ถูกปรับมาเป็นแฮนด์แบบเชื่อมติดกับชุดแผงคอ

Review-2018-Honda-Forza_13
มองข้ามแฮนด์บาร์ลงมาก็จะเห็นแผงตัวบิดสตาร์ทรถแบบ Keyless ซึ่งอยู่คู่กันกับปุ่มกดเปิดเบาะนั่ง และเปิดฝาถังน้ำมันที่วางตำแหน่งอยู่ตรงกลางลำตัวรถ

Review-2018-Honda-Forza300_12ลิ้นชักด้านหน้าทางซ้าย มีช่อง AC ไว้จ่ายไฟให้ด้วย แต่เสียดายน่าจะให้ Port USB มาเลย จะได้ไม่ต้องซื้อหัวแปลงมาเสียบใช้อีกที นอกจากนี้ช่องเก็บของนี้ ลึกพอ สามารถวางแก้ว Smartphone หรือ กระเป๋าสตางค์ ถุงมือ ของจุกจิกต่างๆ ได้สบายๆ

Review-2018-Honda-Forza300_14
ถัดไปก็จะเป็นเบาะนั่งตอนเดียวขนาดใหญ่ที่ถูกแบ่งชั้นระหว่างผู้ขี่และผู้ซ้อนอย่างชัดเจน ซึ่งตัวแบ่งชั้นที่ว่านั้นสามารถทำหน้าที่เป็นพนักพิงให้กับผู้ขี่ได้ แต่หากเทียบกับรุ่นเดิม จะพบว่าตัวเก่าจะหนุนกระชับกับหลังผู้ขี่มากกว่า

Review-2018-Honda-Forza300_04
เมื่อเปิดเบาะนั่งขึ้นมาเราจะพบกับช่อง U-Box ที่ใหญ่สะใจจนสามารถจุหมวกกันน็อคเต็มใบ (Full Face) ได้ทีเดียวถึง 2 ใบด้วยกัน (ในภาพหมวก Full Face 1 และ Open Face อีก 1 และยังใส่กระเป๋ากล้อง Mirrorless ได้อีกด้วย)

Review-2018-Honda-Forza300_05นอกจากนี้เราลองทดสอบนำขาตั้งกล้องพร้อมกระเป๋าซึ่งค่อนข้างยาวใส่ลงไป พบว่าวางเก็บได้สบายๆ และยังมีช่องเหลือพอจะเก็บถุงมือ หรือ ของอื่นๆ ได้อีกเล็กน้อยด้วย

P1050666_resize
ชุดล้อลายใหม่ ล้อหน้ารัดด้วยยางขนาด 120/70-15 ด้านหลังขอบ 14 รัดด้วยยางขนาด 140/70-14 จาก Pirelli Scooter

Review-2018-Honda-Forza_20ท่อไอเสียดีไซน์ใหม่ ปลายท่อยกเฉียงขึ้น และมีการออกแบบชุดการ์ดกันความร้อนใหม่ให้ดูสปอร์ตมากกว่าเดิม

Review-2018-Honda-Forza300_11
มิติรถ 2018 Forza 300
กว้าง x ยาว x สูง = 754 x 2,142 x 1,471 มม.
ความสูงเบาะ 780 มม.
นน. สุทธิ 183 กก.
ถังน้ำมันจุ 11.5 ลิตร

Review-2018-Honda-Forza300_Ride-Position_1ท่านั่งขี่ 
โดยรวมแล้ว น้ำหนักตัวที่เบากว่าเดิมร่วม 10 กก. สั้นลงกว่าเดิมอีก 20 มม. แต่สูงกว่าเดิม จากวินด์ชิลด์ที่ปรับได้สูง

ระยะฐานล้อ สั้นลงอีก 36 มม. สรุปได้ว่า การขี่คล่องตัวกว่าเดิมอย่างชัดเจน นอกจากนี้การพับกระจกมองข้างทางด้านหน้าสามารถทำได้โดยสะดวก ช่วยให้รูดผ่านช่องการจราจรรถติดได้สะดวกขึ้น (ระดับเดียวกับที่สกู๊ตเตอร์พิกัด 150cc ไปได้ Forza 300 นี้ก็มุดตามไปได้เช่นกัน)

เบาะสูงขึ้นกว่าเดิมพอสมควร และเบาะที่ค่อนข้างกว้างทำให้ผู้ขี่สูง 174 ซม. เหยียบได้พอดีเท้า แต่ถ้าผู้ที่ส่วนสูงต่ำกว่า 170 ซม. อาจจะต้องเขย่งปลายเท้า

ขณะที่เบาะนั่งนั้น ตัว Support หลัง อาจจะไม่ได้กระชับกับแผ่นหลังมากเหมือนตัวเก่า เนื่องจากมัน Slope ตัดเฉียงและมีความสูงในระนาบเดียวกับช่วงเบาะผู้ซ้อนพอสมควรแตกต่างจากโมเดลเดิมที่มีชิ้น Support (พนักพิง) หลังผู้ขี่ออกมาซึ่งแยกเบาะออกเป็น 3 ชิ้น

Review-2018-Honda-Forza300_Ride-Position_2สำหรับเบาะซ้อนท้ายขนาดใหญ่นั่งสบาย แต่ก็พบว่าตัวเบาะที่กว้าง และชุดแฟริ่งท้ายที่มีมุมเหลี่ยมคม ทำให้ช่วงขาของผู้ซ้อนจะสัมผัสกับแฟริ่งที่มีมุมเหลี่ยมตรงนี้ หากนั่งหนีบเอวผู้ขี่ จึงต้องนั่งแบะขาออกหน่อย และมือจับกันตกเอา (ทีมงาน MotoRival เราที่ได้มีโอกาสซ้อนท้าย ให้ความเห็นว่า ดีไซน์เหลี่ยมตรงชุดแฟริ่ง ควรสิ้นสุดก่อนถึงช่วงท่อนขาของผู้ซ้อนท้าย)

Review-2018-Honda-Forza_10
เครื่องยนต์บล็อกเดิม ความจุเท่าเดิม 279cc พละกำลังสูงสุดที่ 24.8 แรงม้า @7,000 รอบต่อนาที แต่แรงบิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 27.2 นิวตันเมตร @6,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ แบบสายพาน V-Matic

การใช้งานโดยรวมอัตราเร่งของ 2018 Forza 300 นี้ ดูดีขึ้น จากน้ำหนักตัวที่เบาลง ทำให้บิดติดมือขึ้นคันเร่งตามสไตล์ ขึ้นเรื่อยๆ ลื่นๆ จากความรู้สึกเราพบว่าช่วงความเร็ว 100-130 กม./ชม. เป็นช่วงที่มีอัตราเร่งติดมือดีที่สุด โดยรอบเครื่องยนต์ที่ใช้ขณะนั้นอยู่ที่ประมาณ 6,000-7,500 รอบ/นาที

Review-2018-Honda-Forza300_3สำหรับ Top Speed ในช่วงความเร็วสูงเกินกว่า 130 กม./ชม. ขึ้นไป จะเริ่มหน่วง และตัวเลขที่เราไปได้สูงสุด เกือบแตะ 150 กม./ชม. ซึ่งรอบเครื่องยนต์ที่ใช้อยู่ขณะนั้นราวๆ 8,000 รอบ/นาที (แต่เรดไลน์จริงๆ ตามมาตรวัดจะอยู่ที่ 9,000 รอบ/นาที ซึ่งจะเห็นได้ว่าเอาจริงๆ แล้วรอบยังเหลือให้ไปต่อได้อีก 1,000 รอบ อาจจะด้วยแรงต้านอากาศและการเซ็ทของ Honda ที่ต้องการจะเซฟเครื่องยนต์ไว้ตัวรถจึงไม่สามารถไปต่อได้มากกว่านี้)

ส่วนความรู้สึกในเรื่องการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ที่ส่งมาตามจุดต่างๆเช่นแฮนด์บาร์ และเบาะนั่ง ไปจนถึงช่วงพักเท้าแทบไม่มีการสั่นสะเทือนใดๆ ส่งมาถึงตัวผู้ทดสอบเลย ซึ่งเราต้องขอชมจากใจจริงๆ ว่าในจุดนี้ทาง Honda ทำมาได้ดีมากๆ

สำหรับอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย จากการวิ่งใช้งานจริงในเมือง กทม. ขี่แบบไม่ได้เน้นประหยัดอะไร ออกไปทางรีดเค้นสมรรถนะด้วยซ้ำ อยู่ที่ 29.2 กม./ลิตร ตามหน้าแดชบอร์ด ถ้าขี่แบบทั่วๆ ไป เรื่อย น่าจะเห็นตัวเลขทะลุ 30 กม./ชม. ได้อย่างสบาย

Review-2018-Honda-Forza300_4
ระบบช่วงล่าง ด้านหน้าแบบโช้กหัวตั้ง เทเลสโคปิค

Review-2018-Honda-Forza_11
ด้านหลังโช้กคอยล์โอเวอร์คู่ โดยรวมการขี่ใช้งานเดินทางยังให้ความสบาย แบบแน่นเฟิร์ม พอประมาณ ขี่คนเดียวกำลังกระชับ มีอาการสะท้านจากหลุมระนาดที่กระแทกแรงๆ ให้รู้สึกบ้างเป็นพักๆ แต่ถ้าเป็นแค่ลอนคลื่นถนนธรรมดาที่ไม่ได้กระแทกรุนแรงมาก ในภาพรวมจัดว่านิ่ม นุ่มนวล ซับแรงได้ดีพอตัวเลย

Review-2018-Honda-Forza_26
ระบบเบรก ดิสก์หน้า-หลัง มาพร้อม Combine Brake ABS จานหน้าขนาด 256 มม. และหลังขนาด 240 มม. ปั๊มเบรก Nissin ด้านหน้า 2 สูบ และหลัง 1 สูบ (เปลี่ยนตัวปั๊มเบรกหน้าใหม่ และกลับด้านปั๊มจากขวามาอยู่ซ้าย)

Review-2018-Honda-Forza300-ABSการใช้งานโดยรวมก็ไม่ต่างจากเดิม เบรกใหม่ บนรถใหม่ ยังทำงานได้ดี เบรกชะลอความเร็ว ได้มั่นใจ คืออาจจะไม่ได้กำแล้วจับจิกขนาด Sport Bike แต่เมื่อลองกำเต็มๆ แล้วก็สามารถหยุดรถได้กระชั้นกว่าระยะทางที่คิดไว้ ขณะที่ระบบ ABS ทำงานตอบสนองทันท่วงที ช่วยให้มั่นใจดี ว่าจะไม่สูญเสียการควบคุม เรียกได้ว่าประสิทธิภาพเบรกไม่แพ้คู่แข่งที่ใช้ขนาดจานเบรกใหญ่กว่า

Review-2018-Honda-Forza300_1สรุป รีวิว 2018 Forza 300 ใหม่ ถือได้ว่า ปรับดีไซน์มาได้โดนใจทีเดียว นอกจากนี้ ความสะดวกสบาย ด้านความอเนกประสงค์ ถือว่ายอดเยี่ยม ทั้ง กระจกพับได้ช่วยให้มุดรถติดได้คล่อง, วินด์ชิลด์ไฟฟ้าปรับได้ด้วยนิ้วโป้ง, U-Box ใหญ่โต, ลิ้นชักหน้า เก็บของได้ลึก

Review-2018-Honda-Forza300_02_1ทำให้คล่องตัวขึ้นกับการขี่ในเมือง และสะดวกสบายกับการเดินทางไกล

Review-2018-Honda-Forza300_03อย่างไรก็ดีขุมพลังบล็อกเดิม ที่หลายคนอาจบ่นว่า ไม่เต็ม cc แต่ด้วยน้ำหนักตัวที่เบาลง ทำให้การขี่ภาพรวมอัตราเร่งดีขึ้นกว่าเดิมอีกหน่อย ใช้งานในเมืองอัตราเร่งถือว่า ok และบิดทางไกล ยืนพื้นได้ระดับ 120-130 กม./ชม.

เอาเป็นว่า 2018 Forza 300 ใหม่ เพิ่มเติมออฟชัน ด้านความสะดวก ปรับให้ขี่ในเมืองได้คล่องแคล่วขึ้น แต่ยังคงขี่ออกทริปใช้งานได้ดีเช่นเคย จนทีมงานเราอยากได้มาใช้เป็นรถ Service ในการทำงาน

2018 Forza 300 ใหม่ มี 3 สี ได้แก่ ขาว-น้ำเงิน, เทา และ ดำ-เทา มีราคาแนะนำที่ 1.69 แสนบาท

สเป็ก All New 2018 Honda Forza 300 มีดังนี้
Review-2018-Honda-Forza_Spec

Review-2018-Honda-Forza300_10ภณ เพียรทนงกิจ Tester + Photo
ขอขอบคุณ A.P.Honda สำหรับทริปทดสอบ All New Forza 300 ใหม่ ในครั้งนี้

อ่านรีวิว อื่นๆเพิ่มเติมได้ที่นี่
อ่านข่าวสาร Honda เพิ่มเติมได้ที่นี่

เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ

Share.

About Author

Background EXP in Automotive journalists more than 6 Years Writer & Test Driver @9carthai 2015- Present @Torque & VIPStyle Magazine 2015 @Autospinn 2012-2015 @GTmania.tv 2009-2010