รีวิว Ducati Panigale V4 S สัมผัสแรก ซุปเปอร์ไบค์ตัวขายจากโรงงานที่แรงสุด (ณ ขณะนี้) ณ สนามเซปังฯ

0

รีวิว Ducati Panigale V4 S
หากพูดถึงรถจากค่ายอิตาเลียนอย่าง Ducati เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงต้องนึกถึงเอกลักษณ์จากขุมพลัง 2 สูบ แบบ L-Twin ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นบล็อกเครื่องยนต์ของ ดูคาติ เกือบทุกรุ่น ยันรถ Superbike ตระกูล Panigale และแล้ว เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทางดูคาติ ก็ได้แนะนำเครื่องยนต์บล็อกใหม่

Desmosedici Stradale and Desmosedici GP
Desmosedici Stradale เครื่องยนต์ V4 ถ่ายทอด DNA จากตัวแข่งดีกรีแชมป์ MotoGP หลายสนามลงสู่ Superbike Production ในรุ่น Panigale V4 ให้ คนทั่วไปสามารถจับต้องได้จริง (ก่อนหน้านี้ เคยมีรถ Desmosedici RR ที่เป็นการถอดแบบมาจากตัวแข่ง Replica มาสู้ Production สำหรับวิ่งได้อย่างถูกต้องบนถนนแล้ว แต่เจ้า Desmosedici RR นั้น เป็นรถที่ผลิตมาอย่างจำกัด และมีราคาแพงมาก ซึ่งทั่วๆไป ไม่สามารถเอื้อมถึง รวมไปถึงการที่มันเป็นรถที่ไม่ได้ขี่ควบคุมได้โดยง่ายอีกด้วย)

Review-Ducati-Panigale-V4-S_12
สำหรับในประเทศไทยเอง Ducati Panigale V4 ได้ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปในช่วงงาน Motor Show 2018
และสร้างกระแสตอบรับได้อย่างดีเยี่ยม เนื่องจากการโมเดลใหม่ Panigale V4 ได้ม่ีราคาเริ่มต้นไม่ถึง 1 ล้านบาท เนื่องจากเป็นรถที่ประกอบในประเทศ ซึ่งถูกกว่า 1299 Panigale ก่อนหน้าอยู่พอสมควรเลยทีเดียว

Review-Ducati-Panigale-V4-S_14
จนในวันที่ 25-26 มิ.ย. ที่ผ่านมาทาง MotoRival เราได้รับเกียรติจากทาง Ducati Thailand เชิญไปร่วมทดสอบ Ducati Panigale V4 S กันถึง สนามเซปังฯ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งในวันนี้เราขอพาทุกท่านที่สนใจมารับชม รีวิว Ducati Panigale V4 S สัมผัสแรก ในสนามกันดีกว่าครับ

Review-Ducati-Panigale-V4-S_18Ducati Panigale V4 มากับดีไซน์ที่ต่อยอด 959 Panigale ให้สวยงามยิ่งขึ้น ทั้งจากไฟหน้าแบบ Projector พร้อมไฟ DRL แบบ LED

Review-Ducati-Panigale-V4-S_17
บั้นท้าย รูปทรงไฟท้ายแบบใหม่ เป็นเส้นแบบ LED วิ่งตามขอบแฟริ่งท้าย รวมไปถึงช่องอากาศที่เบาะท้าย ซึ่งจะช่วยเรื่อง Aerodynamic

Review-Ducati-Panigale-V4-S_03
สำหรับ Ducati Panigale V4 S ที่เราได้ทดสอบนั้น จะแตกต่างจากตัว Standard หลักๆ คือ ในเรื่องของการใช้ช่วงล่างหน้า-หลัง จาก Ohlins แบบ ปรับไฟฟ้า
แบตเตอรี่ Li-ion

Review-Ducati-Panigale-V4-S_10
ล้อฟอร์จจาก Machesini (Global Model)
*หมายเหตุ สำหรับที่จำหน่ายในประเทศไทย ล้อจะเป็นล้ออัลลอยปกติ เช่นเดียวกับรุ่น Standard

Review-Ducati-Panigale-V4-S_08
มาต่อกันที่ หน้าจอแสดงผลแบบสี TFT 5″ ปรับสีแบบ Auto Contrast (เมื่อแสงจ้า หน้าจอจะเป็น Background สีขาว เมื่ออยู่ในที่มืด Background จะเป็นสีดำ)
มาพร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือก ปรับ Setting ค่าต่างๆ ได้ สำหรับการแสดงผลความเร็วเป็นตัวเลขอยู่ด้านใน ส่วนวัดรอบเป็นวงกลมด้านนอก ให้อารมณ์แบบอนาล็อก

panigale-V4_11
สวิทช์ไฟซ้าย มีปุ่ม Mode และ ปุ่ม Select รวมถึง ไฟแบบ DRL ด้วย

สวิทช์ไฟขวา มีปุ่ม Run-Off, Start และ DPL (Ducati Power Launch หรือ Launch Control ปรับ 3 ระดับ)

Review-Ducati-Panigale-V4-S_23
ด้านมิติรถ
ระยะฐานล้อที่ 1,464 มม.
ความสูงเบาะ 830 มม.
นน. 174 กก. (Dry Weight)
ถังน้ำมัน 16 ลิตร

สำหรับท่านั่งขึ่ ผู้เขียนสูง 174 ซม. สวม Racing Boot ขึ้นคร่อมรถ เหยียบได้ไม่เต็มเท้าดีนัก ส้นลอยเล็กน้อย

Review-Ducati-Panigale-V4-S_13
การปรับถังน้ำมันใหม่ นั้นทำให้สัมผัสได้ถึงความกระชับกับท่อนแขนยิ่งขึ้น มีกริปที่ดี ให้ฟีลลิ่งในการโหนเข้าโค้งที่ดูมั่นคงกว่าเดิม หรือ เวลาหนีบท่อนแขนเวลาหมอบก็ดูกระชับยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดีแอบมีจุดที่ทำให้ขัดใจอยู่นิด เมื่อเวลาเรากลับเข้ามาจอดรถใน Pit และจะเตะขาตั้งรถลงก่อน การจะใช้ส้น Racing Boot เกี่ยวขาตั้งลงมานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ในหลายครั้งต้องให้คนช่วยเตะขาตั้งลงให้ ซึ่งถ้าสวมผ้าใบก็น่าจะเกี่ยวขาลงได้ง่ายกว่านี้

Review-Ducati-Panigale-V4-S_09
ขุมพลัง Desmosedici Stradale ถือเป็น เครื่องยนต์ที่ได้รับ DNA ถ่ายทอดมาจาก รถแข่ง MotoGP ที่ใช้ขุมพลัง V4 เช่นกัน มีองศาที่ 90 ความจุ 1,103cc กำลัง 214 hp @13,000rpm แรงบิด 124.0 Nm @10,000rpm (หากยังแรงไม่พอ ติดตั้งท่อ Akrapovic เข้าไปจะได้กำลัง + 12hp และ +11 Nm)

V4-Ducati-Desmosedici-Stradale-Engine
เมื่อเทียบในส่วนของพละกำลัง/นน. แล้ว V4 S อยู่ที่ 1.1 hp/kg ซึ่งถือได้ว่าเป็น Superbike ที่มีสัดส่วนพละกำลังที่สูงสุดคันหนึ่ง และถือได้ว่าเป็น Superbike Production ที่มีกำลังแรงที่สุดจากโรงงานเลยก็ว่าได้ (V4 Speciale จะแรงกว่านี้ และเบากว่านี้อ สัดส่วนอยู่ที่ 1.2 hp/kg)

Review-Ducati-Panigale-V4-S_16เริ่มต้นออกจาก Pit เรากำคลัทช์ (กำแค่ตอนออกตัวกับจอดเท่านั้น) แม้แผ่นคลัทช์จะมากถึง 11 แผ่น แต่น้ำหนักคลัทช์ ก็ถือว่าเบามือดี เป็นอานิสงค์จากการที่ ใช้มอเตอร์มาช่วยลดแรง ดังนั้น หากจะขี่ Panigale V4 คันนี้ไปในเมืองรถติดๆ น่าไม่ต้องเมื่อยนิ้วมือซ้ายเหมือน Superbike คันอื่นๆ

 

Review-Ducati-Panigale-V4-S_02สำหรับการเข้าเกียร์นั้น ระบบ Ducati Quick Shift (DQS) ถือได้ว่าเป็นจุดที่เราประทับใจมากอย่างหนึ่งใน Panigale V4 มันเข้าง่าย นิ่มนวล ไม่ต้องใช้แรงกด/งัด ก้านเกียร์มาก แค่งัดเท้าขึ้นก็เปลี่ยนเกียร์ได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่อนคันเร่ง ขณะที่การ Shift Down ลงก่อนเข้าโค้ง ก็แค่กดเท้าลงไปง่ายๆ ไม่ต้องใช้แรงเยอะ เหมือน Superbike คันอื่นๆ
นอกจากนี้ การหาเกียร์ N ในขณะที่ขี่รถมาจอด ก็เข้าได้ง่ายเช่นเดียวกัน ซึ่งง่ายกว่า Ducati โมเดลอื่นๆ หลายๆคันที่ผู้เขียนเคยได้สัมผัสมาก่อนหน้านี้

สำหรับ Riding Mode มีให้เลือกปรับได้ 3 รูปแบบ Street, Sport, Race ซึ่งสามารถปรับได้ง่ายๆ ที่สวิทช์ฝั่งซ้าย และสามารถปรับได้ในขณะที่ขี่ด้วย ซึ่งจะไม่เหมือนกับ Ducati รุ่นอื่นๆ ที่จะต้องจอดก่อน เพื่อความ Safety

PON_Ducati-Panigale-V4-S_8
สำหรับการทดสอบใน Track ครั้งนี้เราได้ลองเริ่มทำความคุ้นชินกันที่ Sport Mode เสียก่อน แล้วจึงขยับมาที่ Race Mode

ในช่วงแรกที่เราใช้ Sport Mode การตอบสนองของคันเร่งอยู่ที่ระดับ Medium ซึ่งให้การตอบสนองในระดับปานกลาง คือ บิดสนุกกำลังดีในแบบรถสปอร์ต ช่วงเปิดคันเร่งไม่ถึงกับกระชาก จนคุมคันเร่งลำบาก คือ จะเรียกได้ว่าเป็น Superbike ที่ขี่ได้ง่ายกว่าแต่ก่อนที่เป็น L-Twin ขึ้นพอสมควร เรียบร้อยขึ้น ไม่ฮึดฮัด เอะอะก็จะพากระชากลูกเดียว

PON_Ducati-Panigale-V4-S_7สำหรับการหมุนของข้อเหวี่ยงจะหมุนในทิศทางตรงกันข้ามกับรถทั่วไป ซึ่งจะเป็นทิศเดียวกับรถแข่ง MotoGP ซึ่งจะมีข้อดีในเรื่องของแรงเฉื่อยที่เกิดขึ้น ทำให้ ล้อหน้าไม่ยกง่ายๆ เหมือน L-Twin ขณะที่รถกำลังเร่งออกตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้อัตราเร่งมาได้ดีอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับจังหวะที่เราเบรก ล้อหลังก็จะไม่ยกขึ้นง่ายๆ ทำให้เราบาลานซ์รถได้ดียิ่งขึ้น

มาต่อกันที่ Mode Race การตอบสนองของคันเร่ง เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด มันบิดเป็นมาแบบทันท่วงที การเดินคันเร่งในโค้งจะต้องมีความละเอียดมากยิ่งขึ้น อาการดิบๆสไตล์เครื่องยนต์ V4 เริ่มมีอาการออกมาให้เห็นมากขึ้น การกระชากคันเร่งจากช่วงรอบ 7,000 – 12,000rpm รอบเครื่องกวาดมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับแรงดึงแบบสูบฉีดอะดรีนาลีน ดังนั้น ก้มคอ เก็บศอกหนีบถังให้ดี

PON_Ducati-Panigale-V4-S_6
สำหรับ Top Speed ที่ผู้เขียนได้มีโอกาสยัดคันเร่ง สุดทางตรงก่อนเข้าโค้ง T1 และเบรกที่ป้ายแจ้งเตือนระยะ 200 ม. อยู่ที่ราว 260 กม./ชม.+ – @13,000rpm (เกียร์ 5) ซึ่งหากใครบ้าพลังพอ เบรกลึกกว่านี้ และเดินคันเร่งในโค้งออกหนักกว่านี้ ก็น่าจะไปได้แตะๆ 280 กม./ชม. เลยทีเดียว

Review-Ducati-Panigale-V4-S_15สำหรับความร้อนนั้น แน่นอนว่า เครื่องยนต์จาก Ducati ยังคงมีความร้อนอยู่ แต่การออกแบบการระบายความร้อนจากชิ่้นแฟริ่งใหม่ ทำให้มันไม่ร้อนหน้าขาด้านขวามากเหมือน Panigale ก่อนหน้า เวลาที่เราขี่ในเซปังฯ แทบไม่รู้สึกถึงความร้อนเลย แต่ถ้าจอดติดเครื่องก็จะสัมผัสได้ความร้อนได้ทางช่วงบริเวณแถวข้อเท้าขวาบ้างเล็กน้อย

Review-Ducati-Panigale-V4-S_05
ระบบกันสะเทือน ใน Panigale V4 S ใช้ของ Ohilins ปรับไฟฟ้า ทั้งหมด โช้กหน้า-หลัง และกันสะบัด เฟรมหน้าอลูมีนัมอัลลอย นน.เบา เพียง 4.2 กก.

Review-Ducati-Panigale-V4-S_07
การใช้ระบบช่วงล่างไฟฟ้า เมื่อเลือกปรับให้เป็นแบบ Dynamic ทุกอย่างดูสะดวกสบายขึ้นมาก จะเบรกหนักช่วงยุบเยอะ หรือ จังหวะ Bumping ต่างๆ แค่ปล่อยให้ระบบอิเล็กโทรนิกจัดการเอาเอง ส่วน Handling ช่วงออกตัวการเลี้ยวความเร็วต่ำ ทำได้ดี น้ำหนักเบา ทำให้ Turn รถได้ง่าย ขณะที่ความเร็วสูงน้ำหนักความหนืดของแฮนด์จากชุดกันสะบัดไฟฟ้าก็ หนักหนืดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

PON_Ducati-Panigale-V4-S_4
ขณะที่การควบคุมรถ การพลิกรถในโค้ง S T1 ต่อ T2 ที่ค่อนข้างแคบนั้น สามารถพลิกดึงรถลงมาได้ไม่ยาก ซึ่งการใช้ซับเฟรมแบบรถแข่ง MotoGP และการหมุนของข้อเหวี่ยงแบบสวนทาง มันทำให้การคอนโทรลรถ ทำได้ง่ายและคล่องแคล่วดีทีเดียว

Review-Ducati-Panigale-V4-S_06
ระบบเบรก จาก Brembo จานเบรกหน้าคู่ขนาด 330 มม. ปั๊มเบรกหน้า Monobloc Stylema คาลิปเปอร์ 4 ลูกสูบ ด้านหลัง จานเดี่ยวขนาด 245 มม. คาลิปเปอร์ 2 ลูกสูบ
ขณะที่ระบบเบรก ABS มาพร้อม Cornering ABS แน่นอนครับว่า พละกำลังจากปั๊มเบรก Stylema ที่พัฒนามาใหม่นี้ มันมี DNA จากปัํม M50 เดิม แต่พัฒนาขึ้นในเรื่องของ นน. นั้น เบรกได้อย่างหนักหน่วงชะลอความเร็วได้แบบอยู่หมัด แบบไร้ข้อกังขา

PON_Ducati-Panigale-V4-S_5
ระบบเทคโนโลยีความปลอดภัย Panigale V4 S ประกอบไปด้วย
ABS ปรับได้ 3 ระดับ และสามารถปิดได้ (1=Race 2=Sport 3=Street)
DWC (Wheelie Control) ปรับได้ 3 ระดับ
DPC (Launch Control) ปรับได้ 3 ระดับ
DTC (Traction Control) ปรับได้ 8 ระดับ และสามารถปิดได้
DSC (Ducati Slide Control) ปรับได้ 2 ระดับ
EBC (Engine Brake Control) เปิด-ปิด

Review-Ducati-Panigale-V4-S_Cover_3
สรุป รีวิว Ducati Panigale V4 S แบบ 1st Impression ในสนามเซปังฯ ครั้งนี้ ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรกับรถที่ถือได้ว่าเป็น Superbike Production ที่แรงที่สุด และเร็วที่สุด ที่เราได้เคยทดสอบมาเลย

Review-Ducati-Panigale-V4-S_19หากเทียบกับ Panigale L-Twin แม้จะแรงขึ้นแต่มันเป็น Superbike ที่ขี่ง่ายขึ้น เครื่องบล็อก V4 การตอบสนองดูเป็นมิตรกว่าเดิม (Sport Mode ลงมา) ถ้าจะดิบดุ ก็ยังโหดได้ด้วย Mode Race
ระบบอิเล็กโทรนิกมีให้แบบจัดเต็ม ใช้แทบไม่หมด
ขณะที่สมรรถนะทั้งระบบเบรก และกันสะเทือน ดีเยี่ยมแบบไม่ต้องสงสัย
ส่วนเครื่องยนต์ และซับเฟรมหน้า ถ่ายทอด DNA จาก MotoGP ทำให้มันขี่ได้อย่างสนุก เร็วและแรงได้ตามสั่ง โดยยังคงการคอนโทรลที่ดีเยี่ยม

Review-Ducati-Panigale-V4-S_04เอาเป็นว่า จะขี่ใช้งานบนถนนก็สะดวกสบายขึ้น (เป็นมิตรมากขึ้น) ขณะที่จะไป Track Day ก็สามารถหวดได้มันส์สนุก แรงสะใจกว่าเดิม

Review-Ducati-Panigale-V4-S_01
สำหรับ ราคา Ducati Panigale V4 S อยู่ที่ 1.149 ล้านบาท และรุ่นเริ่มต้น Panigale V4 9.49 แสนบาท จะตัดสเป็กโช้กไฟฟ้าจาก Ohlins ออกไป กับ แบต Li-ion ที่จะเซฟเงินคุณอีก 2 แสนบาท

Review-Ducati-Panigale-V4-S_27
ภณ เพียรทนงกิจ Test Driver
ขอขอบคุณ Ducati Thailand สำหรับการทดสอบ Ducati Panigale V4 Asia Press Test ในครั้งนี้ครับ

อ่านรีวิว อื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
อ่านข่าว Ducati เพิ่มเติมได้ที่นี่

เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ

Share.

About Author

Background EXP in Automotive journalists more than 6 Years Writer & Test Driver @9carthai 2015- Present @Torque & VIPStyle Magazine 2015 @Autospinn 2012-2015 @GTmania.tv 2009-2010