รีวิว MICHELIN PILOT STREET RADIAL ยางรถ Sport และ Naked พิกัด 150-400cc ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง On Road

0

สวัสดีครับ วันนี้ทางทีมงาน MotoRival เราได้รับยางคู่ใหม่จาก MICHELIN ซึ่งผมจะขอมา รีวิว MICHELIN PILOT STREET RADIAL ให้เพื่อนๆที่สนใจได้รับชมกันครับ

Review-BMW-G310R_05MICHELIN PILOT STREET RADIAL ถือเป็นยางที่น่าสนใจสำหรับรถ Sport และ Naked ในพิกัด 150-400cc

Review-Michelin-Pilot-Street-Radial_Front_4
โดยไซส์ยางที่ผมได้รับมารีวิวในครั้งนี้นั้น ด้านหน้าขนาด 110/70 ขอบ 17”

Review-Michelin-Pilot-Street-Radial_Rear_1
และด้านหลัง 140/70 ขอบ 17” ซึ่งยางคู่นี้ มีราคาอยู่ประมาณ 5,800 บาท

Review-Michelin-Pilot-Street-Radial_Front_2สำหรับ MICHELIN PILOT STREET RADIAL ถือเป็นยางที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานในทุกสภาพการเดินทาง วิ่งได้ทั้งทางแห้งและทางเปียก ดังนั้นมันเหมาะที่สุดกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ในขณะเดียวกันการจะนำเจ้ายางรุ่นนี้ไปขี่เล่นออกทริป ที่จะต้องพบกับโค้งต่างๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

Review-Michelin-Pilot-Street-Radial_Rear_4
Design
สำหรับรูปลักษณ์ ลายดอกยางนั้น MICHELIN PILOT STREET RADIAL ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานทุกสภาพถนน ทั้งแห้งและเปียก จะเห็นได้ว่าตรงจุดกึ่งกลางของตัวยางจะแทบไม่มีร่องดอกยางแทรกเข้ามาเลยเพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัสระหว่างหน้ายางกับถนน แต่ก็ใช่ว่าประสิทธิภาพบนถนนเปียกช่วงทางตรงจะลดลงเพราะความกว้างและความลึกของร่องดอกยางที่ทาง MICHELIN ได้ออกแบบนั้นถือว่ากว้างและลึกพอที่จะสามารถรีดน้ำออกไปได้

Review-Michelin-Pilot-Street-Radial_Front_6
ในขณะที่ระยะช่องไฟของดอกยางนั้นถูกแบ่งไว้อย่างสมมาตร เรื่องการยึดเกาะจึงทำได้ดีอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ช่วงขอบยาง จะมีดอกยางเป็นร่องเล็กๆ ไว้เพิ่มเพื่อความสามารถในการรีดน้ำออกจากหน้ายางอีกด้วย

Review-Michelin-Pilot-Street-Radial_Rear_3Technology
สำหรับเทคโนโลยีที่ทาง MICHELIN นำมาใช้กับ MICHELIN PILOT STREET RADIAL จะมีสาร Silica ที่ช่วยลดการบิดตัวและเสียรูปของหน้ายางได้ดีกว่าผงคาร์บอนที่ใช้ในตัว Pilot Street ธรรมดา ส่งผลให้แรงต้านทานการหมุนลดลง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเนื้อยางโดยเฉพาะกับช่วงถนนเปียกให้สามารถยึดเกาะได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับยางรุ่นอื่นๆที่ไม่ได้ใช้ แถมอัตราการสึกของหน้ายางยังสม่ำเสมอกว่าตลอดอายุการใช้งานอีกด้วย

pilot-street-bias-radial
ก่อนที่จะพูดถึงความรู้สึกในการขี่ เราจะมาอธิบายถึงสิ่งต่างๆที่ทาง MICHELIN ได้นำมาใช้กับเจ้ายาง MICHELIN PILOT STREET RADIAL รุ่นนี้กันก่อน ซึ่งเราขออธิบายก่อนว่าจริงๆแล้วยางรุ่นนี้มีฝาแฝดอยู่อีก 1 รุ่นนั่นก็คือ MICHELIN PILOT STREET ตัวธรรมดา (โครงสร้างแบบ BIAS) ที่ออกแบบไว้สำหรับรถมอเตอร์ขนาดเล็ก ดังนั้น สองรุ่นนี้ จะแตกต่างกันที่โครงสร้าง และเนื้อยาง เนื่องจาก MICHELIN PILOT STREET RADIAL รุ่นนี้ ออกแบบมาเพื่อใช้กับรถที่มีสมรรถนะ และพิกัดที่สูงกว่าตัวธรรมดา

pilot-street-bias-radial-engineer
ตัว MICHELIN PILOT STREET RADIAL จะมีโครงสร้างเป็นแผงเส้นลวดหลายๆเส้นพาดผ่านหน้ายางจากขอบยางด้านหนึ่งไปสู่ด้านหนึ่ง แล้วเสริมความแข็งแรงด้วยชั้นผ้าใบพาดยาวตามแนวหน้ายางทำหน้าที่เหมือนเข็มขัด จากจุดนี้ทำให้แนวการขยายตัวของยางจะแผ่ออกตามแนวด้านข้าง (ซ้าย/ขวา) ช่วยเพิ่มการยึดเกาะในทางโค้ง และในช่วงความเร็วสูงตัวยางก็จะไม่เสียรูปตามแรงเหวี่ยงเพราะตัวผ้าใบที่ถูกนำมาพาดตามแนวหน้ายาง ในขณะที่ตัวแก้มยางก็สามารถซับแรงสะเทือนได้ดีเพราะมีความยืดหยุ่นสูง

pilot-street-bias-radial-more-grip
ซึ่งแตกต่างจากตัว MICHELIN PILOT STREET ธรรมดา ที่มีโครงสร้างยางแบบ Bias หรือผ้าใบสานตลอดทั้งเส้นไขว้กันหลายชั้นไปมาจากขอบยางด้านหนึ่งไปสู่ด้านหนึ่ง ส่งผลให้โครงสร้างยางมีความแข็งแรงอย่างมากจึงเหมาะกับการบรรทุกหนัก แถมแนวการแผ่ของยางตอนบรรทุกก็แผ่ออกตามแนวหน้าหลัง ซึ่งอาจจะดีในเรื่องของการยึดเกาะทางตรง แต่ในทางโค้งก็จะตรงกันข้ามกับยางเรเดียลไปโดยปริยาย และในขณะเดียวกันนั้นด้วยความที่ชั้นผ้าใบถูกวางในแนวไขว้กันไปมา ทำให้ในช่วงความเร็วสูงมากๆตัวยางจะเสียรูปตามแรงเหวี่ยงเพราะไม่มีผ้าใบมาทำหน้าที่เป็นเข็มขัดรัดตามแนวหน้ายาง ก็จะส่งผลให้การยึดเกาะยิ่งลดลงไปกว่าเดิมเมื่อเทียบกับยางเรเดียล

Michelin-Pilot-Street-Radial-F-R
นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งจุดสังเกตที่น่าสนใจ คือ การออกแบบ ยางหน้า และยางหลัง มีแนวการหมุนของดอกยางสวนทางกัน ซึ่งโดยปกติลายดอกยางมักจะมีทิศทางไปในทางเดียวกัน ทั้งหน้า และหลัง
การที่ MICHELIN ออกแบบเช่นนี้ เพื่อให้ยางสามารถสร้างการยึดเกาะได้อย่างเหมาะสมตามลักษณะการใช้งาน

Review-Michelin-Pilot-Street-Radial_Rear_2
ยางหลังออกแบบมาเพื่อเน้นการยึดเกาะ สำหรับการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า

Review-Michelin-Pilot-Street-Radial_Front_1
ส่วนยางหน้าออกแบบเพื่อเน้นประสิทธิภาพของการเบรก ที่มีแนวแรงสวนทางกับล้อหลัง

Review-Michelin-Pilot-Street-Radial_Rear_5
ผลทดสอบ
จากการที่ได้ทดสอบใช้งานจริง ยาง MICHELIN PILOT STREET RADIAL นี้ถือได้ว่ามีความหนืดกว่าที่คิดไว้พอสมควร สัมผัสได้ทันทีตั้งแต่เปลี่ยนยาง การขี่หักเลี้ยวตามช่องจราจร หรือเปลี่ยนช่องเลน ตัวล้อจะมีความหนืด สามารถพาไปในทิศทางที่ต้องการได้โดยง่าย

รีวิว 2018 KTM Duke 390ขณะที่การขี่ไปตามทางโค้งที่ใช้ความเร็ว ให้ความรู้สึกมั่นใจได้ดี สามารถพารถเลี้ยวไต่เข้าโค้งตามทางไปได้อย่างไม่ขืน และ ล้อหน้าก็พร้อมที่จะกลับมาตั้งตรงได้ทันทีที่เปิดคันเร่ง

Review-BMW-G310R_38อย่างไรก็ดี สำหรับผู้ที่เพิ่งสัมผัสกับยางตัวนี้ เป็นครั้งแรก (หากท่านใช้ยางเดิมติดรถมาตลอด) จะพบว่าการขี่ในช่วงทางโค้ง หลังจากที่หลุดช่วงอาการหน่วงขณะหักแฮนด์ไปแล้ว ตัวยางจะเริ่มมีอาการเกาะไต่ไปตามโค้ง จากรูปทรงของยางที่ได้ออกแบบมาให้หน้ายางแบนลง ขณะที่ช่วงไหล่ยางทำมุมสูงขึ้น จึงเกิดความรู้สึกว่ากการยึดเกาะของยางถูกแบ่งออกเป็นสองจังหวะ หลายคนที่ยังไม่ชิน อาจรู้สึกแปลกๆไปบ้าง แต่เมื่อขี่ไปสักระยะจะเริ่มปรับตัวได้และมั่นใจยิ่งขึ้น จนรู้สึกสนุกกับการเข้าโค้ง เพราะรถจะสามารถเอียงได้ไปตามที่เราอยากจะไป โดยไม่ขืนแต่อย่างใด

Review-Michelin-Pilot-Street-Radial_Front_3
สรุป
รีวิว MICHELIN PILOT STREET RADIAL ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับรถ Sport และ Naked ในพิกัดไม่เกิน 400cc ที่ต้องการยางคุณภาพซึ่งสามารถวิ่งได้ในทุกสภาพการณ์ มีราคาในช่วง 5,000 บาท ถึง 8,000 บาท ต่อคู่

Review-BMW-G310R_Cover
นอกจากนี้ยางรุ่นนี้ ยังได้รับความไว้วางใจจาก 2 แบรนด์รถชั้นนำจากฝั่งยุโรป อย่าง BMW G310R

2018-KTM-Duke-390-Press-Ride_1
รวมไปถึงตัว KTM Duke 390 ใหม่ ก็ยังเลือกใช้เป็นยางติดรถออกจากโรงงานอีกด้วย

Review-Michelin-Pilot-Street-Radial_Front_5สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจยาง MICHELIN PILOT STREET RADIAL สามารถติดต่อกับทางตัวแทนจำหน่ายยาง MICHELIN ทั่วประเทศ หรือสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
“WWW.MOTO.MICHELIN.CO.TH หรือ Hotline เบอร์ 02 700 3993 (จันทร์ – ศุกร์ 08.00 – 17.00)”

อ่านข่าว รีวิว เพิ่มเติมได้ที่นี่

เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ

Share.

About Author

Background EXP in Automotive journalists more than 6 Years Writer & Test Driver @9carthai 2015- Present @Torque & VIPStyle Magazine 2015 @Autospinn 2012-2015 @GTmania.tv 2009-2010