รู้หรือไม่ “คลัทช์เปียก” และ “คลัทช์แห้ง” ต่างกันอย่างไร? แบบไหนดีกว่ากัน?

0

มีใครเคยติดไฟแดงแล้วจู่ๆ ได้ยินเสียงกรุ๊งกริ๊งๆ เหมือนเสียงเหล็กกระทบกัน ราวกับมันจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ดังมาจากข้างหลังมั้ยครับ? และเมื่อคุณหันกลับไปมองคุณก็พบว่ามันมาจาก “รถมอเตอร์ไซค์เฟรมแดง” รุ่นหนึ่งที่ผลิตโดยแบรนด์ชื่อดังของอิตาลี นั่นก็คือ Ducati

yamaha-yzr-m1-clutch

ครับ เสียงที่ว่านั่นก็คือ “คลัชท์แห้ง” Dry Clutch ระบบตัดต่อกำลังชนิดหนึ่งที่นิยมใช้กันในรถมอเตอร์ไซค์ของทาง Ducati เช่น Monster 900 หรือกลุ่มรถสปอร์ตอย่าง 998, 1098, 1198 ยุคปี 2000 จนเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้วัยรุ่นหลายคนต่างรู้สึกหลงไหล แต่ก็ชวนให้รำคาญหูไปในเวลาเดียวกัน จนกระทั่งสุดท้ายมันก็ถูกยกเลิกการใช้งานไปในทศวรรษถัดมาด้วยเหตุผลบางอย่าง ซึ่งเราจะมาพูดถึงให้ได้เข้าใจกันในบทความนี้กันครับ

wet-clutch-01
ก่อนอื่นขอพูดถึง “คลัทช์เปียก” (Wet Clutch) ซึ่งเป็นระบบตัดต่อกำลังที่มีใช้กันมาเนิ่นนานแล้ว และนิยมใช้มาตลอด โดยสาเหตุที่มันถูกเรียกว่า “เปียก” นั่นก็เพราะตัวเรือนคลัทช์ทั้งหมด ถูกแช่อยู่ในน้ำมันเครื่องตลอดเวลา

ข้อดีของมัน คือ การระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ การใช้งานนุ่มนวลเนื่องจากมีน้ำมันเครื่องเป็นตัวซับแรงแทนผ้าคลัชท์ในช่วงแรกของการทำงาน ซุ่มเสียงที่เบากว่าคลัทช์แห้งเป็นใหนๆ อายุการใช้งานก็นานกว่า เพราะน้ำมันเครื่องจะคอยล้างเศษคลัทช์ออกตลอดเวลา

ducati-dry-clutch-01
ในขณะที่ “คลัทช์แห้ง” (Dry Clutch) ให้ผลตรงข้ามกับ “คลัทช์เปียก” ทั้งหมด นั่นก็คือ เสียงดังสะท้านหู ความร้อนจากการในตัวเรื่องคลัทช์สูง สกปรกง่ายเพราะไม่มีน้ำมันเครื่องคอยชะล้างผ้าคลัทช์ แถมการใช้งานส่วนใหญ่ยังเป็นระบบเปิด ซึ่งมีโอกาศที่เศษฝุ่นดินจะเข้าไปรบกวนการทำงานได้ง่ายมาก

แต่ข้อดีของระบบนี้ก็คือ ความสามารถในการส่งกำลังจากเครื่องยนต์สู่ระบบเกียร์ที่กระชับ และดุดัน เนื่องจากว่าไม่มีน้ำมันเครื่องมาเคลือบผ้าคลัชท์ให้เสียแรงเสียดทาน ซึ่งแน่นอนว่ามันแลกกับอัตราการเสื่อมของผ้าคลัทช์ที่หนักหนามากเช่นกันจากจุดนี้

นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไม ผู้ใช้รถ Ducati ยุคปี 2000-2010 ถึงคอยพูดกันอยู่เสมอว่ารถของค่ายนี้ดุดันอย่างมาก ส่วนนึงก็เพราะระบบคลัทช์แห้งที่ติดตั้งมาให้นั่นเอง จนในยุคหลังๆทางค่ายจึงต้องหันกลับไปใช้คลัทช์เปียก เพื่อเอาใจลูกค้าหน้าใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้งานมากขึ้น

2016-Honda-RC213V-Marc-Marquez-14_resize
แต่ก็ใช่ว่าระบบนี้จะหายไปจากโลกเลยซะทีเดียว เพราะในการแข่งขัน MotoGP ที่ไม่ได้แคร์เรื่องอายุการใช้งานเท่าไหร่ ก็ยังมีให้เห็นกันอยู่ในตอนนี้ เนื่องจากการส่งกำลังระดับ 250 แรงม้าขึ้นไปในรถแข่งพวกนี้ให้ลงพื้นทั้งหมดนั้นเป็นอะไรที่สำคัญมากๆ ส่วนในรถตลาดก็ยังมีให้เห็นอยู่เช่นกัน นั่นก็คือรถมอเตอร์ไซค์ของค่าย MotoGuzzi ที่มีเป้าหมายคือการอนุรักษ์นิยมในความดั้งเดิมของตัวรถอยู่

ขอบคุณที่มา Motorcyclistonline.com

อ่าน Tips Trick อื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ

Comments

comments

Share.

About Author