Tips Trick: 6 ท่า คลายเมื่อยเบื้องต้นเมื่อต้องขี่มอไซค์เดินทางไกล

0

ย้อนไปเมื่อสัปดาห์ก่อนเราได้นำเสนอวิธีการเตรียมพร้อมตัวรถและตัวเราสำหรับการขับขี่ทางไกลก่อนออกเดินทางกลับบ้านเกิดในช่วงวันหยุดยาวไปแล้ว ในวันนี้ถึงเวลาขับรถกลับมาสู่โลกของการทำงาน เราก็จะมาพูดถึงการเตรียมตัวกับอีกสิ่งหนึ่งที่มักเกิดขึ้นเสมอตอนเราขับขี่เป็นระยะเวลานานๆนั่นก็คือ ความเมื่อยเหนื่อยล้า ซึ่งเราก็จะขอแนะนำวิธีแก้ตามจุดต่างๆที่เกิดขึ้นบนร่างกายไล่ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า เผื่อว่าเพื่อนๆจะต้องใช้กันขึ้นมาขณะขับขี่ครับ

6-way-to-reduce-muscle-pain-when-riding-04
– อาการปวดต้นคอ
โดยส่วนมากอาการนี้จะมีสาเหตุหลักๆอยู่ที่ลมปะทะบนหมวกกันน็อค หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะน้ำหนักของตัวหมวกเองที่มากเกินไปจนทำให้เราต้องเกร็งช่วงคอตลอดเวลาที่กำลังขับขี่อยู่ ซึ่งวิธีแก้โดยพื้นฐานนั้นส่วนมากเราก็เลือกที่จะบิดคอไปมาซ้ายทีขวาที แต่ในคราวนี้เราอยากให้เพื่อนๆลองเปลี่ยนการโยกใหม่เป็นแบบโยกวนไปมาช้าๆตามแนวไหล่พร้อมๆกับการหายใจเข้าออกช้าๆตามความเร็วการหมุนเพื่อเพิ่มความผ่อนคลาย

6-way-to-reduce-muscle-pain-when-riding-05
– อาการเส้นยึดหัวไหล่จนไม่สามารถยกแขนขึ้นเหนือยเกินระดับไหล่ได้
อาการนี้เกิดจากการเกร็งช่วงแขนเป็นเวลานานอาจจะด้วยความที่ยังไม่ชินกับตัวรถ หรือด้วยการจัดตำแหน่งท่านั่งของเรากับตัวรถที่ไม่เหมาะสมจนทำให้เราต้องเกร็งแขนเกือบตลอดการขับขี่ ดังนั้นในส่วนของการแก้ปัญหาในเบื้องต้นก็คือการหาอะไรเย็นๆมาประคบช่วงหัวไหล่หรือต้นแขนเพื่อคลายปวดก่อน หลังจากนั้นให้ควงแขนไปด้านหลังโดยใช้แขนอีกข้างที่ไม่ปวดเป็นตัวประคองเพื่อยืดช่วงหัวไหล่ (ถ้าปวดทั้งคู่ก็คงต้องฝืนหน่อยล่ะครับ) ทำซ้ำๆอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะดีขึ้น

6-way-to-reduce-muscle-pain-when-riding-01
– อาการปวดเอวหรือหลังช่วงเหนือก้นกบ
สำหรับอาการนี้ถ้าจะบอกว่าเกิดจากตัวเราทั้งหมดก็ไม่ใช่ซะทีเดียว เพราะส่วนใหญ่แล้วอาจจะเป็นเพราะเราเซ็ทช่วงล่างรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจของเราแข็งเกินไป จนทำให้แรงกระเทือนทั้งหมดส่งมาที่ก้นเราโดยตรง แต่อย่างว่าแหล่ะครับ การปรับตั้งบางทีอาจจะต้องใช้เวลากันซะหน่อย ดังนั้นโดยวิธีแก้เบื้องต้นก็คงหนีไม่พ้นการบิดยืดตัวไปมา ซึ่งในคราวนี้เราอยากให้เพื่อนๆใช้มือข้างใดข้างหนึ่งกำแฮนด์บาร์ไว้ส่วนอีกข้างหนึ่งก็หันไปจับช่วงท้ายตัวรถโดยใช้การบิดตัวช่วย ทำค้างไว้ราวๆ 3-5 วินาทีแล้วสลับทิศการบิด ท่านี้จะช่วยได้เยอะพอสมควรครับ สำหรับอาการปวดหลังช่วงเหนือก้นกบ

6-way-to-reduce-muscle-pain-when-riding-06
– อาการปวดปีกหลังหรือสะบักหลัง
สาเหตุของอาการนี้มีหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งการแบกสัมภาระติดตัวมากเกินไป, การขับด้วยท่าทางเดิมๆตำแหน่งแขนเดิมๆเป็นระยะเวลานานๆ, หรือขับไปในเส้นทางที่ต้องหักเลี้ยวบ่อยๆเช่น ทางเขา เป็นต้น ซึ่งวิธีแก้ในจุดนี้ก็คือการหาอะไรเย็นๆมาประคบเช่นเดิม เพื่อคลายปวด แต่หลังจากนั้นเราอยากให้เพื่อนๆใช้น้ำมันมวยหรือครีมนวดสูตรร้อนมาคลายกล้ามเนื้อในภายหลัง ส่วนท่าทางในการคล้ายหรือยืดกล้ามเนื้อเบื้องต้นก็คือการเอามือไพล่หลังหัวแล้วพยายามผายศอกไปด้านหลัง

6-way-to-reduce-muscle-pain-when-riding-03
– อาการปวดต้นขา
โดยปกติแล้วในการขับขี่แต่ละครั้งช่วงขาจะเป็นอะไรที่เราปวดน้อยที่สุด เนื่องด้วยปกติแล้วเราคงไม่ยืนขับกันตลอดทางแน่ๆ แต่ถ้าหากอาการปวดเกิดขึ้นมาแล้วท่ายืดช่วงต้นขาที่เหมาะที่สุดก็คือการยืนขาเดียวแล้วพับขาอีกข้างไปด้านหลังแล้วใช้มือข้างเดียวกันนั้นดึงช่วยอีกแรง

6-way-to-reduce-muscle-pain-when-riding-02
– อาการปวดตามนิ้วมือและข้อมือ
ในส่วนของอาการปวดเมื่อยตามนิ้วนี้สาเหตุหลักๆจะอยุู่ที่การเกร็งข้อมือมากเกินไป รวมถึงการเกร็งช่วงนิ้วเพราะระแวงจนต้องคอยที่กำก้านเบรกและก้านคลัชท์ตลอดเวลา ดังนั้นวิธียืดในส่วนนี้ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรนัก มีเพียงแค่การประสานนิ้วของทั้งสองมือเข้าหากันแล้วพลิกดันไปด้านหน้าเท่านั้น ส่วนวิธีการหลีกเลี่ยงในเบื้อต้งก็คือพยามผ่อนคลายช่วงท่อนแขนไม่ให้ตึงจนน้ำหนักตัวกดลงมาที่ข้อมือมากเกินไป และพยายามจับแฮนด์บาร์ใหม่ให้ถูกต้องนั่นก็คือการจับแบบ V-Grip (ถ้านึกไม่ออก มันก็คือการทำมือเหมือนกับการจับไม้แบตหรือไม้เทนนิสนั่นแหล่ะครับ)

ขอบคุณข้อมูลจาก British Motorcyclist Federation

อ่าน Tips Trick เพิ่มเติมได้ที่นี่

เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ

Share.

About Author

Background EXP in Automotive journalists more than 6 Years Writer & Test Driver @9carthai 2015- Present @Torque & VIPStyle Magazine 2015 @Autospinn 2012-2015 @GTmania.tv 2009-2010