Toprak Razgatlioglu หรือบังโต ดีกรีแชมป์ WSBK 3สมัย ให้สัมภาษณ์ในงานเปิดตัวรถทีม Pramac Racing ปี 2026 เราจะมาเจาะลึกกันว่า บังโต รู้สึกยังไงกับการที่ได้มาอยู่ในคลาสสูงสุดของวงการ Motorcycle Racing
คำถาม 1: Toprak ในที่สุดก็ได้เห็นคุณใน MotoGP สักที คุณเห็นแล้วใช่ไหมว่ารถเป็นยังไง ดีใจไหมครับ?
Toprak: มีความสุขมากครับ และเป็นโมเมนต์ที่พิเศษสุดๆเลย ผมมีความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่จะได้ขับ MotoGP และสุดท้ายผมก็ได้มาตรงนี้จริงๆ ทุกคนต้อนรับผมอย่างอบอุ่นมากและรู้สึกว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี
เราพร้อมกับฤดูกาล 2026 แล้ว สำหรับผมคงเป็นปีที่กดดันมาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกของผมใน MotoGP ฟิลลิ่งมันต่างกับรถ Superbike ค่อนข้างมาก อาจจะไม่ได้ผลการแข่งขันตามที่ทุกคนคาดหวัง แต่ผมก็จะทำให้ดีที่สุด

คำถาม 2: คุณบอกว่าคุณสามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้ง่ายแล้ว แน่นอนว่ามี Jack Miller อยู่ใน pit box เดียวกัน ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเขาพัฒนาไปอย่างไรบ้าง เขาได้มาเป็นพี่เลี้ยงคอยแนะนำให้บ้างไหม และเราแอบเห็นคุณพูดคุยหัวเราะกันหลังเวที(งานเปิดตัว) ดูแล้วเป็นไปในทิศทางที่ดีมากนะ
Toprak: เรื่องผมกับ Jack หรอ? เขาเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ดีมาก แถมยังตลกด้วย และเราเข้าใจกันและกันได้เร็วมากๆ และเราทำงานร่วมกันได้ดีมากๆ แล้วก็ในส่วนเรื่องการพัฒนารถด้วยกันในทีม ทุกๆคนตั้งใจฟังผมมาก ทั้งที่ผมไม่มีประสบการณ์ใน MotoGP เลย ผมให้ฟีดแบคอะไรไป ทุกคนก็จะพยายามหาทางช่วยผม นี่มันดีสุดๆเลยครับ
ส่วน Malaysia Test (พูดทีเดียวเลย เดี๋ยวก็ถามอีกแน่ๆ นักข่าวก็งง) ผมว่าเราจะพัฒนาได้ดีมากๆ เพราะมีเวลาทดสอบเยอะ และ Yamaha ก็จะได้ข้อมูลใหม่ๆของรถไปพัฒนาต่อด้วย ปีแรกของผมใน MotoGP และเราต้องลองอะไรหลายๆอย่าง เพราะตอนที่ขับ Superbike ทุกอย่างมันง่ายไปหมด แต่ตอนนี้มันแตกต่างกันมากๆ เดี๋ยวเราจะได้เห็นกันครับ
ทุกคนถามผมว่า Superbike กับ MotoGP ต่างกันยังไง ผมว่ามันคนละโลกเลย ทั้งเรื่องของยางที่ต้องปรับตัวอีก ยังไงก็แล้วแต่ เวลาจะบอกเราเองครับ ผมจะลองทุกอย่างที่ทำได้เพื่อให้ขับให้ได้เร็วที่สุด

คำถาม 3: ประสบการณ์บนรถ YZR-M1 คุณคิดว่าคุณจะเอาสไตล์การขับขี่ที่ WSBK มาใช้กับ MotoGP ได้ไหม
Toprak: อันนี้สำคัญมากครับ ผมอยากขับสไตล์เดิมนะ(เบรกหนักมากๆ ล้อหลังยก) แต่ในปีนี้อาจจะยังก่อน ปีหน้าผมอาจจะเอามาใช้สัก 90% เพราะตอนนั้นผมคงจะเข้าใจสไตล์ของรถแล้ว ถ้าผมจะขับแต่สไตล์ของตัวเอง 100% บางสนามอาจจะไม่เวิร์ค มันต้องเปลี่ยนสไตล์นิดหน่อยหรือผสมกัน แต่ผมพูดอะไรมากไม่ได้ตอนนี้ เราต้องรอดูกันครับ
แต่ๆๆ ปี 2027 ผมน่าจะขับตามสไตล์ของผมได้แล้ว

MotoGP ฤดูกาล 2026 กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว เราจะได้รู้กันว่าบังโต จะสามารถเค้นฟอร์มเทพและปรับตัวกับรถระดับ MotoGP ได้สุดความสามารถไหม ในวันที่ 3–5 กุมภาพันธ์ 2026 ที่ Malaysia Sepang test 2026

