
รีวิว 2026 Yamaha R7 มันคือสปอร์ตมิดไซส์ ขิงสุด จนเราเรียกมันว่าลูกเมียหลวง ออกชั่นเทคโนโลยี สนามแข่งจากรุ่นพี่อย่าง R9 และ R1 ซึ่งมีดีกรีเป็นถึงรถแข่งในรายการระดับโลกด้วย
หลังจากที่รถ 2026 Yamaha R7 เปิดตัวออกมาแล้ว เมื่อวานก่อน ล่าสุดเราได้มีโอกาสทดสอบมัน ในสนามช้างฯ แล้ว ซึ่งเราจะขอมารีวิว กันในคอนเทนต์นี้ แบบสัมผัสการทดสอบในสนามกันเลย
ดีไซน์ 2026 R7

จากตัวเก่าที่ผมเรียก เจ้าไซคลอป เพราะ มีไฟโปรเจคเตอร์ตรงกลาง ตัวใหม่ ปรับเป็น ไฟ LED Reflector มองหน้าเฉียงเผินๆ แอบคล้าย R6 อยู่
ไฟเลี้ยวย้ายไปไว้ที่กระจก แบบเดียวกับ R9 ดู พรีเมี่ยม แบบ Superbike

ไฟท้าย ดีไซน์ใกล้เดิม บั้นท้ายรีเชป นิดหน่อย แต่ยังคงกลิ่นอาย DNA YZF-R Series

จอสี TFT ยกมาจาก R9 พร้อมฟีเจอร์ ครบครัน ทั้งระบบเชื่อมต่อและเทคโนโลยีมากมายที่ IMU 6 แกนมีให้

รวมถึงสวิทช์แฮนด์ ทั้ง 2 ฝั่ง ก็ยกมาจาก R9 เพราะมีทั้ง Cruise Control และ ปรับ Mode ขับขี่
ท่านั่ง
เบาะสูง 830mm (-5mm จากตัวเก่า) และ ถังน้ำมัน จุเท่าเดิม 13 ลิตร แต่ ออกแบบใหม่ แคบกว่าเดิม จึงทำให้เรานั่งลงได้เต็มเท้ามากขึ้น รวมถึง ออกแบบให้สไลด์ก้น หน้า-หลัง ได้ง่ายขึ้น กล่าว คือ ไม่ว่าจะสรีระตัวยังไง ก็สามารถขี่คันนี้ได้ โดยสะดวก เพราะ รองรับหลากส่วนสูง

ตำแหน่งแฮนด์สูงขึ้น ขยับเข้าหาผู้ขี่ ทำให้ ขี่ On Road ได้สะดวกกว่าเดิม ไม่ต้องก้มเยอะ และ ไม่ต้องเอื้อมตัวไปข้างหน้ามาก
แต่อย่างไรก็ดี มันยังไมไ่ด้ นั่งหลังตรงแบบ สปอร์ตทัวริ่ง ขนาดนั้น
นน. 190kg (+2kg จากตัวเก่า) เพราะ เทคโนโลยีที่เพิ่มเข้ามา แต่โดยรวมผมถือว่ามันก็เบาคล่องตัวกว่าคู่แข่งในคลาส

ขุมกำลัง เครื่องยนต์ บล็อกเดิม CP2 689cc 73ps 67Nm สิ่งสำคัญ คือ เทคโนโลยีที่เพิ่มเข้ามา คันเร่งไฟฟ้า มาแล้ว ทำให้ เทคโนโลยีเกือบทั้งหมดแบบ Superbike ยกมาหมดเลย ว่าง่ายๆ ยกเทคโนโลยี R9 มา
Cruise Control, TC, Riding Mode, QS, IMU 6 แกน และ เมื่อ มี IMU ระบบ เลยยกมาหมดทั้ง Slide Control (SCS), Lift Control (LIF), Launch Control (LCS), Brake Control / Cornering ABS

ภาพรวม คันเร่งบอกเลยว่า คันเร่งเนียนยิ่งขึ้น ความเร็วแรงไม่ต่างจากเดิม เพราะ CP2 เน้นตีนต้น แรงบิด จัดจ้าน แต่กลาง กับ ปลาย อาจจะไม่ได้ หวือหวา และอัตราทดมันค่อนข้างชิดในเกียร์ต้นๆ เน้น On Road จุดที่ดีขึ้นคือ มี QS มาให้ ทำให้ เตะเกียร์ ขึ้นลงได้เลย แต่ก็ ต้องทำใจนิดว่ามันอาจไม่ได้มี Shifter เนียนเท่า R9 ยังสัมผัสได้ถึงจังหวะรอยต่อเกียร์

TopSpeed สุดทางตรงก่อน T3 หน้าไมล์ผมได้สูงสุด 221kmph ซึ่ง ก็ขึ้นกับจังหวะลมดูดด้วย ซึ่งถ้าถามว่า ระดับนี้ ก็ถือว่า แรงเหลือเฟือ กับการใช้งานเป็นรถ Sport On Road แล้ว เพราะถ้ามีทางยาวๆ ให้วิ่งโล่งๆ น่าจะทำได้ระดับแถวๆ 230
ชมคลิป POV ที่ทดสอบในสนาม และ ทำความเร็ว TopSpeed สุดทางได้ที่นี่

ระบบกันสะเทือน โช้กหน้า USD ปรับได้เต็มระบบ จาก KYB ขนาด 41mm โช้กหลังเดี่ยว ปรับพรีโหลด+รีบาวด์
ต้องบอกว่า ภาพรวมการใช้งานผมไม่มีติดขัดอะไร ทั้งด้านหน้า-หลัง แต่ แอบมีรู้สึกว่า ทางด้านหน้า จังหวะช่วงเข้า T4 เป็นโค้ง Hi Speed ซึ่งจังหวะยกพลิกรถเข้า ผมยังพบอาการหน้าส่ายนิดๆ ซึ่ง ก็เข้าใจได้ เพราะรถไม่มี กันสะบัด จุดนี้ ถ้าจะลงสนามบ่อยจริงจัง แนะนำว่าติดกันสะบัดเพิ่ม ผมว่าจบๆ เลยเกี่ยวกับภาพรวมการคอนโทรลรถ

ระบบเบรก ปั๊มหน้า Radial Mount 4 pots เหมือนเดิม บนจาานดิสก์คู่ขนาด 298mm แต่ อัพเกรดปั๊มบนเป็น Brembo Radial มาพร้อม Cornering ABS เพราะ ให้ IMU 6 แกน มา
ภาพรวมยังจับเบรกได้จิก เช่นเคย กับปั๊มตราดาว แต่การอัพเกรด ปั๊มบนจากของเดิม Nissin มาเป็น Brembo บอกเลยว่า มันจับเบรกได้มั่นใจกว่าเดิม คือ ผมสามารถเบรกลึกได้กว่า ที่ Instructor วาง Pylon มาร์คจุดไว้ เพราะ ประสิทธิภาพเบรกที่ให้มา มีมาเกินกว่าพละกำลังเครื่อง CP2 ถือว่า เบรกได้ลึก เอารถได้อยู่

สรุป รีวิว 2026 Yamaha R7 บอกเลยว่ามันดีกว่าเดิมเยอะมากๆ แค่เห็นสเป็ก เทคโนโลยีก็ ขิงสุดใน Segment แล้ว ราคา เพิ่มจากเดิมแค่ 6 พัน ลูกค้าเก่าก็ควรอัพ หรือ ลูกค้าใหม่ ที่อยากมองหารถสปอร์ต เทคโนโลยีเต็มๆ สักคัน ในงบไม่เกิน 3.5 แสน คันนี้ ผมให้มันสุดแล้ว ขี่ดีกว่าเดิม และ ออกแบบมาให้ขี่บนถนน ได้เหมาะสมสบายยิ่งขึ้น งบเบาๆ แค่นี้ ได้เทคโนโลยีระดับรถแข่งรายการโลก ทั้ง WorldWCR และ ว่าที่เครื่องรถ Moto3 จัดไปครับ!

2026 Yamaha R7 ราคา 3.45 แสน ในสีน้ำเงิน, ดำ ส่วน สีแดง/ขาว ราคา 3.48 แสน
อ่านรีวิว เพิ่มเติมได้ที่นี่
อ่านข่าว R7 เพิ่มเติมได้ที่นี่

