คลาสสิกสูบเดียวจากอังกฤษและญี่ปุ่น ใครให้ความสปอร์ต ใครเน้นความคลาสสิก?
รถมอเตอร์ไซค์สไตล์คลาสสิกยุคใหม่ไม่ได้มีเพียงเรื่องรูปลักษณ์อีกต่อไป เพราะรถที่ดูย้อนยุคสามารถใส่เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาได้มากขึ้นเรื่อย ๆ และคู่เปรียบเทียบอย่าง Triumph Bonneville T40 กับ Honda GB350C ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน
ทั้งสองรุ่นใช้เครื่องยนต์สูบเดียวและมีดีไซน์ที่เน้นความคลาสสิก แต่แนวทางต่างกันอย่างชัดเจน
แม้ทั้งคู่จะเป็นรถคลาสสิกสูบเดียวเหมือนกัน แต่ถ้ามองลงไปถึงเครื่องยนต์ ช่วงล่าง เทคโนโลยี และแนวทางการขับขี่ จะพบว่า T40 เน้นสมรรถนะและเทคโนโลยีมากกว่า ส่วน GB350C เน้นเสน่ห์ของเครื่องยนต์สูบเดียวและประสบการณ์แบบคลาสสิกมากกว่า ซึ่งเราจะพาไปดูกันว่าแตกต่างกันอย่างไร
1. ดีไซน์

Triumph Bonneville T40
T40 ยังคงเอกลักษณ์ของรถสไตล์ Bonneville ด้วยรูปทรงที่เรียบ คลาสสิก และไม่พยายามทำให้ตัวรถดูเป็นสปอร์ตไบค์เต็มตัว
จุดเด่นคือองค์ประกอบของรถที่ดูร่วมสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายของรถอังกฤษยุคคลาสสิก ทั้งถังน้ำมัน เบาะ และชุดไฟทรงคลาสสิก ขณะเดียวกันรายละเอียดทางวิศวกรรมกลับเป็นรถยุคใหม่อย่างชัดเจน
โดยเฉพาะ จอ TFT ทรงกลมขนาด 4 นิ้ว ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้รถคันนี้แตกต่างจากรถคลาสสิกทั่วไป เพราะสามารถแสดงข้อมูลการขับขี่และระบบนำทางได้ ขณะที่ดีไซน์ภายนอกยังคงรักษาความเรียบง่ายเอาไว้
ล้อเป็นล้อซี่ลวดขอบอะลูมิเนียม ใช้ล้อหน้า 18 นิ้ว และหลัง 17 นิ้ว โดยใช้ยาง 100/90-18 ด้านหน้า และ 150/70 R17 ด้านหลัง
จุดหนึ่งที่น่าสนใจคือยางหลังมีขนาดถึง 150 มม. ทำให้ T40 มีภาพลักษณ์ค่อนข้างเต็มและให้บุคลิกที่ออกไปทาง Modern Classic ที่มีความสปอร์ตมากกว่า GB350C

Honda GB350C
GB350C เดินไปอีกทางหนึ่งอย่างชัดเจน
Honda เน้นสร้างรถที่มีกลิ่นอายของรถจักรญี่ปุ่นคลาสสิกอย่างเต็มที่ ตั้งแต่ไฟหน้าทรงกลมแบบ LED กรอบโครเมียม ไฟท้ายและไฟเลี้ยวทรงกลม ไปจนถึงรายละเอียดต่าง ๆ ที่เน้นความย้อนยุค
ตัวรถมีสัดส่วนค่อนข้างยาว โดยมีความยาว 2,205 มม. และฐานล้อ 1,440 มม. ทำให้ภาพรวมดูเป็นรถคลาสสิกเต็มตัวมากกว่าแนว Modern Classic ที่เน้นความกระชับ
นอกจากนี้ยังมีล้อหน้า 19 นิ้วและล้อหลัง 18 นิ้ว ซึ่งช่วยเสริมภาพลักษณ์แบบรถคลาสสิก และทำให้ GB350C ดูแตกต่างจาก T40 อย่างชัดเจน
หาก T40 ให้ความรู้สึกเหมือน รถคลาสสิกที่ถูกนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใส่
GB350C จะใกล้เคียงกับ รถคลาสสิกที่นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาซ่อนไว้ภายใต้รูปลักษณ์ย้อนยุค
2. เครื่องยนต์และสมรรถนะ

Triumph Bonneville T40
หัวใจของ T40 คือเครื่องยนต์สูบเดียว 398 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์ว
ขนาดกระบอกสูบ 89 มม. และช่วงชัก 64 มม. พร้อมอัตราส่วนกำลังอัด 12:1
ตัวเลขกำลังสูงสุดอยู่ที่ 32 PS หรือ 30 bhp (22.8 kW) ที่ 7,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 36 นิวตันเมตรที่ 5,000 รอบ/นาที
ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ T40 มีบุคลิกที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การขี่แบบเรื่อย ๆ ในเมือง แต่มีศักยภาพสำหรับการเดินทางและการใช้รอบเครื่องที่สูงขึ้น
อีกจุดสำคัญคือระบบจ่ายน้ำมัน Bosch พร้อม Electronic Throttle Control หรือคันเร่งไฟฟ้า ทำให้ Triumph สามารถนำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาควบคุมการตอบสนองของเครื่องยนต์ได้ละเอียดขึ้น
กำลังส่งผ่านเกียร์ 6 สปีด และใช้คลัตช์แบบ Wet Multi-plate พร้อมระบบ Slip & Assist
ดังนั้นในด้านเครื่องยนต์ T40 มีแนวทางที่ค่อนข้างชัดเจน คือ เครื่องยนต์สมัยใหม่ที่ห่อหุ้มด้วยภาพลักษณ์คลาสสิก

Honda GB350C
GB350C ใช้เครื่องยนต์สูบเดียว 348 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ พร้อมระบบวาล์ว OHC
ขนาดกระบอกสูบ 70.0 มม. และช่วงชักยาวถึง 90.5 มม. พร้อมอัตราส่วนกำลังอัด 9.5:1
กำลังสูงสุดอยู่ที่ 15 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 20 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที ขณะที่แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 29 นิวตันเมตรที่ 3,000 รอบ/นาที
จุดสำคัญของเครื่องยนต์นี้ไม่ได้อยู่ที่การสร้างกำลังสูงสุด แต่เป็นการออกแบบให้มี แรงบิดในรอบต่ำและกลาง เหมาะกับการขี่แบบผ่อนคลาย
ช่วงชักที่ยาวยังสะท้อนแนวทางของเครื่องยนต์ที่เน้นแรงบิดมากกว่าการลากรอบสูง
GB350C ใช้เกียร์ 5 สปีด ขณะที่ระบบส่งกำลังเป็นโซ่ และมีระบบ Assist & Slipper Clutch ช่วยให้การใช้งานคลัตช์ง่ายขึ้นและช่วยลดแรงกระชากจากการลดเกียร์
ถ้ามองเฉพาะสมรรถนะ
T40 เหนือกว่าอย่างชัดเจนในตัวเลขกำลังและแรงบิด
แต่ GB350C ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อแข่งขันด้านตัวเลขอยู่แล้ว
T40 = เครื่องยนต์ที่มีความสปอร์ตและมีช่วงการใช้งานกว้างกว่า
GB350C = เครื่องยนต์ที่เน้นแรงบิดรอบต่ำและความรู้สึกแบบรถคลาสสิก

3. ช่วงล่างและการควบคุม
Triumph Bonneville T40
T40 ใช้โช้คหน้าหัวตั้ง พร้อมยางหุ้มโช้ค ขนาดแกน 43 มม. มีระยะยุบ 130 มม.
ด้านหลังเป็นโช้คคู่ สามารถปรับ Preload ได้ และมีระยะยุบ 130 มม. เช่นเดียวกัน
ตัวรถมี Rake 25.4 องศา และ Trail 100.4 มม. ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนบุคลิกที่ค่อนข้างคล่องตัวเมื่อเทียบกับรถคลาสสิกที่มีมิติยาว
ฐานล้อ 1,418 มม. และน้ำหนักพร้อมใช้งาน 191 กก.
จุดเด่นของ T40 จึงไม่ได้อยู่แค่เครื่องยนต์ แต่รวมถึงระบบช่วงล่างและเรขาคณิตตัวรถที่พยายามรักษาความสมดุลระหว่างความคลาสสิกกับการควบคุมแบบรถยุคใหม่

Honda GB350C
GB350C ใช้โช้คหน้าหัวตั้งขนาด 41 มม. และโช้คคู่ด้านหลังที่สามารถปรับ Preload ได้
ล้อหน้ามีขนาด 19 นิ้ว ส่วนล้อหลัง 18 นิ้ว
ตัวรถมี Rake 27.5 องศา และ Trail 120 มม. พร้อมฐานล้อ 1,440 มม.
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนบุคลิกที่เน้นความนิ่งและความมั่นคงมากกว่าความคล่องตัวแบบรถสปอร์ต
เมื่อนำมารวมกับเครื่องยนต์ที่เน้นแรงบิดรอบต่ำ GB350C จึงเหมาะกับการขี่แบบเรื่อย ๆ เดินทางท่องเที่ยว หรือใช้ในเมืองมากกว่าการขี่แบบเน้นความเร็วและการเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว
4. ระบบเบรกและความปลอดภัย
Triumph Bonneville T40
T40 ใช้ดิสก์เบรกหน้า 310 มม. พร้อมคาลิเปอร์ Axial 2 พอร์ต ไม่ระบุแบรนด์ และดิสก์เบรกหลัง 255 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 1 พอร์ต
แต่จุดที่น่าสนใจกว่าขนาดจานเบรกคือระบบอิเล็กทรอนิกส์
T40 มี IMU และระบบ Optimised Cornering ABS ซึ่งสามารถปรับการทำงานให้สัมพันธ์กับองศาการเอียงของรถ
นอกจากนี้ยังมี Optimised Cornering Traction Control ซึ่งช่วยจัดการแรงบิดของเครื่องยนต์ตามสถานการณ์การขับขี่
ระบบเหล่านี้ทำงานร่วมกับโหมดการขับขี่ ทำให้รถสามารถเปลี่ยนบุคลิกได้ตามสถานการณ์
Honda GB350C
GB350C ใช้ดิสก์เบรกหน้า 310 มม. พร้อมคาลิเปอร์ Axial 2 พอร์ต จาก Nissin และด้านหลัง 240 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 1 พอร์ต
ที่สำคัญคือมี ABS Dual-Channel ทำงานทั้งล้อหน้าและล้อหลัง
นอกจากนี้ยังมี HSTC หรือ Honda Selectable Torque Control สำหรับควบคุมแรงบิดและช่วยลดการหมุนฟรีของล้อหลังบนพื้นผิวที่มีโอกาสลื่น
ระบบนี้สามารถเปิดหรือปิดได้จากสวิตช์บริเวณแฮนด์
GB350C ยังมี ESS (Emergency Stop Signal) ซึ่งจะใช้ไฟฉุกเฉินเพื่อเตือนรถด้านหลังเมื่อมีการเบรกอย่างรุนแรง
ดังนั้นแม้ GB350C จะมีภาพลักษณ์ย้อนยุค แต่ระบบความปลอดภัยถือว่าทันสมัยกว่ารูปลักษณ์ของมันมาก
5. เทคโนโลยีและฟีเจอร์

Triumph Bonneville T40
นี่คือพื้นที่ที่ T40 ทิ้งระยะจาก GB350C ค่อนข้างชัดเจน
T40 มาพร้อมโหมดการขับขี่มาตรฐาน Road, Rain และ Eco รวมถึงอีก 2 โหมดที่สามารถปรับตั้งค่าเองได้
แต่ละโหมดสามารถปรับการตอบสนองของคันเร่ง รวมถึงการทำงานของ Traction Control และ ABS ให้เหมาะกับรูปแบบการขับขี่
ระบบคันเร่งเป็น Ride-by-Wire และทำงานร่วมกับ IMU
ด้านหน้าคือจอ Full Colour TFT ขนาด 4 นิ้วทรงกลม ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเรือนไมล์ แต่รองรับ Triumph Navigation App สามารถแสดงแผนที่และข้อมูลจำกัดความเร็วได้
นอกจากนี้ยังมี
- Cruise Control
- Optimised Cornering ABS
- Optimised Cornering Traction Control
- ระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน
- รับสายโทรศัพท์
- ควบคุมเพลงผ่านปุ่มบนแฮนด์
- USB-C
- ไฟ LED เต็มระบบ
- DRL
- ระบบปรับไฟอัตโนมัติ เข้าที่มืดไฟหน้าติด ออกที่สว่างไฟหน้าหรี่
- ไฟเลี้ยวปิดเองอัตโนมัติ
- Emergency Deceleration Warning
- ปรับ Widgets บนจอได้ 5 รูปแบบ
พูดได้ว่า T40 เป็นรถที่ ภายนอกคลาสสิก แต่ระบบควบคุมภายในเป็นรถยุคดิจิทัลเต็มตัว

Honda GB350C
GB350C ไม่ได้พยายามยัดเทคโนโลยีเข้ามามากเท่า T40 แต่เลือกใส่เฉพาะระบบที่มีประโยชน์ต่อการขับขี่
ระบบสำคัญประกอบด้วย
HSTC ช่วยควบคุมแรงบิดและลดการหมุนฟรีของล้อหลัง
ABS 2 ช่องทาง ช่วยป้องกันล้อล็อกทั้งหน้าและหลัง
Assist & Slipper Clutch ช่วยลดแรงที่ต้องใช้กับก้านคลัตช์ และช่วยจัดการอาการล้อหลังเมื่อมีการลดเกียร์อย่างรวดเร็ว
ESS ช่วยเตือนรถด้านหลังเมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน
ระบบไฟเป็น Full LED ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว และไฟทะเบียน โดยไฟหน้ายังคงใช้ดีไซน์ทรงกลมพร้อมกรอบโครเมียมเพื่อรักษาภาพลักษณ์คลาสสิก
จุดนี้ทำให้ GB350C เป็นรถที่ค่อนข้างน่าสนใจ เพราะ Honda ไม่ได้ละทิ้งเทคโนโลยี แต่เลือกซ่อนเทคโนโลยีเหล่านั้นไว้โดยไม่ทำให้รูปลักษณ์ของรถเสียความคลาสสิก
6. ความสบายและการเดินทาง
Triumph Bonneville T40
T40 มีถังน้ำมันขนาด 14.5 ลิตร ซึ่งถือว่าเหมาะกับการเดินทางระยะไกล
เมื่อรวมกับ Cruise Control และระบบนำทางบนหน้าจอ TFT ทำให้ตัวรถมีอุปกรณ์ที่ช่วยลดความเหนื่อยล้าในการเดินทางไกลค่อนข้างครบ
เบาะสูง 790 มม. ซึ่งไม่ได้สูงมาก และตัวรถกว้าง 818 มม.
อย่างไรก็ตาม น้ำหนักพร้อมใช้งาน 191 กก. ก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อต้องเข็นรถหรือเคลื่อนรถด้วยความเร็วต่ำ
Honda GB350C
GB350C มีถังน้ำมันใหญ่กว่าเล็กน้อยที่ 15 ลิตร และจากข้อมูลที่ให้มา มีอัตราสิ้นเปลือง WMTC อยู่ที่ 38.6 กม./ลิตร
ด้วยเครื่องยนต์ที่เน้นแรงบิดต่ำและบุคลิกการขี่ที่ผ่อนคลาย GB350C จึงเหมาะกับการเดินทางท่องเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ
เบาะสูง 800 มม. สูงกว่า T40 อยู่เล็กน้อย แต่ตัวรถมีน้ำหนัก 186 กก. ซึ่งเบากว่า T40 5 กก.
ดังนั้นในเรื่องการใช้งานจริง ทั้งสองคันมีแนวทางที่สามารถเดินทางไกลได้ แต่ T40 ใช้เทคโนโลยีอย่าง Cruise Control และ Navigation เข้ามาช่วย ส่วน GB350C ใช้ความเรียบง่ายและเครื่องยนต์แรงบิดต่ำเป็นจุดขาย
7. จุดเด่นและจุดสังเกตของแต่ละรุ่น
Triumph Bonneville T40
จุดเด่น
- เครื่องยนต์ 398 ซีซี
- DOHC 4 วาล์ว
- 32 PS / 36 Nm
- เกียร์ 6 สปีด
- Ride-by-Wire
- IMU
- Cornering ABS
- Cornering Traction Control
- Cruise Control
- โหมด Road / Rain / Eco และโหมดปรับเอง
- จอ TFT สี 4 นิ้ว
- Triumph Navigation
- เชื่อมต่อสมาร์ทโฟน
- USB-C
- ไฟ LED รอบคัน
- ดิสก์เบรกหน้า-หลัง
- ถังน้ำมัน 14.5 ลิตร
จุดสังเกต
- น้ำหนัก 191 กก.
- ระบบอิเล็กทรอนิกส์มีความซับซ้อนมากกว่า GB350C
- บุคลิกเครื่องยนต์และตัวรถมีความสปอร์ตมากกว่าแนวคลาสสิกดั้งเดิม
Honda GB350C
จุดเด่น
- เครื่องยนต์สูบเดี่ยว 348 ซีซี
- เครื่องยนต์เน้นแรงบิดรอบต่ำ
- ดีไซน์คลาสสิกชัดเจน
- ล้อหน้า 19 นิ้ว / หลัง 18 นิ้ว
- ดิสก์เบรกหน้า-หลัง
- ABS 2 ช่องทาง
- HSTC
- Assist & Slipper Clutch
- ESS
- Full LED
- ถังน้ำมัน 15 ลิตร
- น้ำหนัก 186 กก.
- มีอัตราสิ้นเปลือง WMTC 38.6 กม./ลิตร
- ราคาในไทย 155,900 บาท
จุดสังเกต
- กำลังสูงสุด 20 PS ต่ำกว่า T40 อย่างชัดเจน
- เกียร์ 5 สปีด
- ไม่มี Cruise Control
- ไม่มีจอ TFT Navigation
- ไม่มี IMU และ Cornering ABS/Traction Control แบบ T40
- แนวทางการขับขี่เน้นความผ่อนคลายมากกว่าความสปอร์ต
8. เหมาะกับใคร?
Triumph Bonneville T40 เหมาะกับคนที่…
ต้องการ รถคลาสสิกที่ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่กับเทคโนโลยีแบบรถย้อนยุค
ถ้าต้องการรถที่ใช้เดินทางไกลได้จริง มี Cruise Control มี Navigation มีโหมดขับขี่ และมีระบบ Cornering ABS/Traction Control T40 ตอบโจทย์ได้มากกว่า
รวมถึงคนที่ต้องการเครื่องยนต์สูบเดียวที่มีพละกำลังค่อนข้างสูงและสามารถขี่สนุกบนถนนเปิดได้
Honda GB350C เหมาะกับคนที่…
ต้องการ เสน่ห์ของรถคลาสสิกอย่างแท้จริง
GB350C เหมาะกับคนที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับตัวเลขแรงม้าสูงสุด แต่ชอบจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์สูบเดียว ชอบแรงบิดรอบต่ำ และต้องการรถสำหรับขี่เรื่อย ๆ ในเมืองหรือออกทริปแบบไม่รีบร้อน
อีกจุดสำคัญคือดีไซน์ เพราะ GB350C ให้ภาพลักษณ์คลาสสิกที่ชัดเจนมากตั้งแต่ไฟหน้า ล้อ ไปจนถึงรายละเอียดต่าง ๆ ของตัวรถ
9. ข้อมูลจำเพาะตัวรถ
| รายการ | Triumph Bonneville T40 | Honda GB350C |
|---|---|---|
| เครื่องยนต์ | สูบเดี่ยว 4 วาล์ว DOHC | สูบเดี่ยว OHC |
| ระบบระบายความร้อน | น้ำ | อากาศ |
| ความจุ | 398 ซีซี | 348 ซีซี |
| กระบอกสูบ x ช่วงชัก | 89 x 64 มม. | 70.0 x 90.5 มม. |
| อัตราส่วนกำลังอัด | 12:1 | 9.5:1 |
| ระบบจ่ายน้ำมัน | Bosch EFI + Electronic Throttle | PGM-FI |
| กำลังสูงสุด | 32 PS / 30 bhp @ 7,000 rpm | 20 PS @ 5,500 rpm |
| แรงบิดสูงสุด | 36 Nm @ 5,000 rpm | 29 Nm @ 3,000 rpm |
| เกียร์ | 6 สปีด | 5 สปีด |
| คลัตช์ | Wet Multi-plate Slip & Assist | Assist & Slipper |
| ระบบส่งกำลัง | X-ring Chain | Chain |
| เฟรม | Hybrid Spine/Perimeter Tubular Steel | — |
| โช้คหน้า | Telescopic 43 มม. / ระยะยุบ 130 มม. | Upside Down 41 มม. |
| โช้คหลัง | Twin Shocks ปรับ Preload / 130 มม. | Twin Shocks ปรับ Preload |
| เบรกหน้า | ดิสก์ 310 มม. / 2 ลูกสูบ / Cornering ABS | ดิสก์ 310 มม. / ABS |
| เบรกหลัง | ดิสก์ 255 มม. / ลูกสูบเดี่ยว / Cornering ABS | ดิสก์ 240 มม. / ABS |
| ล้อหน้า | ซี่ลวด 18 นิ้ว | ซี่ลวด 19 นิ้ว |
| ล้อหลัง | ซี่ลวด 17 นิ้ว | ซี่ลวด 18 นิ้ว |
| ยางหน้า | 100/90-18 | 100/90-19 |
| ยางหลัง | 150/70 R17 | 130/70-18 |
| ฐานล้อ | 1,418 มม. | 1,440 มม. |
| Rake | 25.4° | 27°50′ |
| Trail | 100.4 มม. | 120 มม. |
| ความกว้าง | 818 มม. | 790 มม. |
| ความสูง | 1,081 มม. | 1,105 มม. |
| ความสูงเบาะ | 790 มม. | 800 มม. |
| น้ำหนัก | 191 กก. | 186 กก. |
| ความจุถังน้ำมัน | 14.5 ลิตร | 15 ลิตร |
| หน้าจอ | TFT สี 4 นิ้ว | เรือนไมล์สไตล์คลาสสิก |
| โหมดขับขี่ | Road / Rain / Eco + ปรับเอง 2 โหมด | — |
| Traction Control | Optimised Cornering TC | HSTC |
| ABS | Optimised Cornering ABS | ABS 2 ช่องทาง |
| IMU | มี | — |
| Cruise Control | มี | — |
| Navigation | Triumph Navigation | — |
| ระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน | มี | — |
| USB | USB-C | — |
| ระบบไฟ | Full LED + DRL | Full LED |
| ESS / Emergency Warning | Emergency Deceleration Warning | ESS |
| ราคาในไทย | — | 155,900 บาท |
10. บทสรุป
ถ้ามองแค่ชื่อว่าเป็น รถคลาสสิกสูบเดียว ทั้ง Triumph Bonneville T40 และ Honda GB350C อาจดูเหมือนคู่แข่งที่ใกล้เคียงกัน แต่เมื่อพิจารณารายละเอียดแล้ว ทั้งสองรุ่นมีแนวคิดต่างกันมาก
Triumph Bonneville T40 เป็นฝั่งที่เอาเครื่องยนต์และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใส่ไว้ในรถ Modern Classic อย่างเต็มที่ เครื่องยนต์ 398 ซีซี ให้กำลัง 32 PS และแรงบิด 36 Nm มีเกียร์ 6 สปีด พร้อม Ride-by-Wire, IMU, Cornering ABS, Cornering Traction Control, Cruise Control และจอ TFT พร้อม Navigation
พูดง่าย ๆ คือ หน้าตาคลาสสิก แต่เทคโนโลยีและสมรรถนะไปทางรถยุคใหม่
ส่วน Honda GB350C มีแนวทางที่อนุรักษ์นิยมกว่า เครื่องยนต์ 348 ซีซี เน้นแรงบิดรอบต่ำ 29 Nm ที่เพียง 3,000 รอบ/นาที ใช้เกียร์ 5 สปีด และให้ความสำคัญกับความรู้สึกในการขี่มากกว่าตัวเลขสมรรถนะสูงสุด
แต่ไม่ได้หมายความว่า GB350C ล้าสมัย เพราะยังมี HSTC, ABS 2 ช่องทาง, Assist & Slipper Clutch และ ESS รวมถึงระบบไฟ Full LED
จึงสามารถสรุปคาแรกเตอร์ของสองคันได้ค่อนข้างชัดเจนว่า
Triumph Bonneville T40 — คลาสสิกที่ขี่แบบรถสมัยใหม่
Honda GB350C — รถสมัยใหม่ที่รักษาจิตวิญญาณของรถคลาสสิกเอาไว้
ถ้าคนซื้อให้ความสำคัญกับ สมรรถนะ เทคโนโลยี การเดินทางไกล และความสนุกในการขี่ T40 จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่า
แต่ถ้าต้องการ ดีไซน์ย้อนยุค เครื่องยนต์สูบเดี่ยวที่มีแรงบิดต่ำ ขี่เรื่อย ๆ และเสน่ห์แบบรถญี่ปุ่นคลาสสิก GB350C จะตอบโจทย์ได้ตรงกว่า
และที่สำคัญ ทั้งสองคันไม่ได้พยายามเป็นรถแบบเดียวกันตั้งแต่แรก ดังนั้นคำตอบว่า “คันไหนดีกว่า” จึงขึ้นอยู่กับว่า เราต้องการรถคลาสสิกที่ขี่สนุกแบบรถยุคใหม่ หรือรถคลาสสิกที่ให้ประสบการณ์การขี่แบบดั้งเดิมมากกว่ากัน
ดูเปรียบเทียบรุ่นอื่นๆเพิ่มเติม ที่นี่

