Marc Márquez เปิดเผยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขัน MotoGP Sprint ที่ Silverstone หลังจากเจ้าตัวเจออาการยางหลังตกอย่างรุนแรง จนความเร็วหายไปแบบผิดปกติ และต้องประคองรถสุดชีวิตเพื่อเก็บแต้มกลับบ้าน
ช่วงต้นการแข่งขัน Márquez ยังสามารถต่อสู้ในกลุ่มหน้าได้ โดยมีจังหวะลุ้นตำแหน่ง Top 4 แต่หลังผ่านไปเพียงไม่กี่รอบ ความเร็วของรถกลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ปัญหาเริ่มชัดเจนตั้งแต่ประมาณ รอบที่ 4 เมื่อยางหลังเริ่มมีอาการผิดปกติ ทำให้ Márquez ไม่สามารถรักษา pace เดิมเอาไว้ได้ ก่อนจะค่อย ๆ หล่นอันดับลงไป
สุดท้าย Márquez เข้าเส้นชัยในอันดับ 9 และต้องลุ้นอย่างหนักเพื่อรักษาแต้มสุดท้าย โดยเข้าเส้นชัยห่างจากอันดับ 10 เพียง 0.027 วินาที
“เราไม่เคยเจอปัญหาแบบนี้ในการซ้อม”
หลังจบการแข่งขัน Márquez ยอมรับว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาที่ทีมไม่เคยพบมาก่อนในระหว่างการซ้อม
โดยเจ้าตัวอธิบายว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่ Tyre Degradation หรือการที่ยางสึกตามปกติ แต่เป็นอาการ Graining ที่เกิดขึ้นกับยางหลัง
Graining คือภาวะที่ผิวยางเกิดการจับตัวและสึกผิดปกติ ส่งผลให้หน้าสัมผัสของยางไม่สามารถทำงานในช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสม และทำให้ประสิทธิภาพของยางลดลงอย่างรวดเร็ว
Márquez กล่าวว่า ปัญหานี้เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นของการแข่งขัน และรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้เขาต้องลดความเสี่ยงและพยายามประคองรถให้เข้าเส้นชัย
ถึงขั้น Airbag ทำงาน!
ช่วงท้ายของ Sprint Márquez ยังเจอจังหวะหวาดเสียว เมื่อยางหลังเกิดอาการสะบัดอย่างรุนแรง จนแรงกระแทกมากพอที่จะทำให้ Airbag ในชุดแข่งทำงาน
เจ้าตัวเปิดเผยว่าในจังหวะดังกล่าว เขาเกือบจะเสียหลักล้ม แต่ยังสามารถควบคุมรถกลับมาได้ และรักษาอันดับจนจบการแข่งขัน
แล้วเปลี่ยนเป็นยาง Medium จะช่วยได้หรือไม่?
สำหรับการแข่งขัน Main Race ในวันอาทิตย์ Márquez มีตัวเลือกใช้ ยางหลัง Medium ซึ่งหลายคนอาจมองว่าเป็นทางออกสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นกับยาง Soft ใน Sprint
อย่างไรก็ตาม Márquez ยังไม่มั่นใจว่ายาง Medium จะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างสมบูรณ์
เพราะจากข้อมูลที่ทีมมีอยู่ ความแตกต่างระหว่าง Soft และ Medium ไม่ได้มากนัก โดยเฉพาะลักษณะของคอมปาวด์ที่ถูกเลือกใช้ในสนาม Silverstone
ดังนั้น Ducati จึงยังต้องวิเคราะห์ข้อมูลจาก Sprint อย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุว่าทำไมยางหลังถึงเกิด Graining อย่างรุนแรง ทั้งที่ในการซ้อมก่อนหน้านี้กลับไม่พบอาการดังกล่าว
ปัญหาที่น่ากลัวที่สุดคือ “ซ้อมไม่เจอ แต่แข่งจริงเกิดขึ้น”
สิ่งที่ทำให้สถานการณ์นี้น่าสนใจคือ Márquez และทีม ไม่สามารถตรวจพบปัญหานี้ได้จากการซ้อม
นั่นหมายความว่า แม้ทีมจะมีข้อมูลจาก Practice และการซ้อมต่าง ๆ มากมาย แต่ก็ยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าเซ็ตอัพและการเลือกยางที่ดูเหมือนจะทำงานได้ดี จะสามารถรับมือกับการแข่งขันจริงได้
สำหรับ Márquez สิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้คือการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด และพยายามหาวิธีจัดการกับยางหลังให้ดีขึ้นสำหรับการแข่งขันระยะยาว
เพราะหากปัญหา Graining เกิดขึ้นอีกครั้งใน Main Race ความเร็วที่หายไปหลายวินาทีต่อรอบ อาจส่งผลโดยตรงต่อการลุ้นโพเดียม รวมถึงคะแนนสะสมในศึกชิงแชมป์โลก
จากความหวังลุ้น Top 4 สู่การต้องเอาตัวรอดเพื่อแต้มเดียวในเวลาไม่กี่รอบ นี่จึงเป็นอีกหนึ่ง Sprint ที่ Márquez และ Ducati ต้องกลับไปหาคำตอบกันอย่างจริงจัง
อ่านข่าว MotoGP เพิ่มเติมได้ที่นี่

