รีวิว ZXMoto 500RR รถสปอร์ตฟูลแฟริ่ง 4 สูบ รุ่นใหม่จาก ZXMoto กับการพาไปสัมผัสตัวจริงในสนาม Thailand Circuit แม้รถคันที่เราได้ทดสอบครั้งนี้ จะเป็นรถสเป็กก่อน Minor Change ที่ลูกค้าจะไม่มีทางได้เป็นเจ้าของ เพราะรถที่ส่งมอบให้ลูกค้าล็อตแรก จะเป็นสเป็กใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว
ก่อนอื่นต้องขอชี้แจงกันก่อนว่า “รถที่คุณจะไม่มีทางได้เป็นเจ้าของ” ในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่า ZXMoto 500RR เป็นรถที่ซื้อไม่ได้ แต่หมายถึงรถคันที่เราได้ทดสอบในครั้งนี้ เป็น สเป็กก่อน Minor Change ขณะที่ลูกค้าที่จองรถไว้ จะได้รับรถสเป็กปรับปรุงใหม่ ซึ่งมีการอัปเกรดอุปกรณ์และระบบอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเติม
สำหรับรายละเอียดด้านสเป็กต่างๆ ของ ZXMoto 500RR ทาง MotoRival เคยพรีวิวเอาไว้แล้วจากงาน BIG Motor Sale 2026 ใครที่ต้องการดูรายละเอียดแบบเต็มๆ สามารถย้อนกลับไปชมกันได้
แต่บทความนี้จะเน้นไปที่ ประสบการณ์ขี่จริง ZXMoto 500RR ว่า รถสปอร์ต 4 สูบ 84 แรงม้า ราคาในระดับประมาณ 2 แสนบาทคันนี้ ขี่เป็นอย่างไร และมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง
ZXMoto 500RR ขี่ในสนาม Thailand Circuit
การทดสอบครั้งนี้เกิดขึ้นที่ Thailand Circuit สนามที่ผมเองไม่ได้กลับมาขี่นานประมาณ 8 ปีแล้ว
และต้องบอกก่อนว่า สภาพสนามในเซสชั่นแรกที่ได้ลงไปนั้น พื้นผิวยังมีน้ำเปียกอยู่หลายจุด อีกทั้งในเซสชั่นยังมีลูกค้าร่วมขี่กันค่อนข้างเยอะ ดังนั้นการทดสอบครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นการเค้นสมรรถนะของรถออกมาแบบเต็ม 100%
อย่างไรก็ตาม ก็เพียงพอที่จะทำให้เราเห็นบุคลิกของ ZXMoto 500RR ได้พอสมควร
ท่านั่ง ZXMoto 500RR ไม่ได้หมอบจนเกินไป
เริ่มจากเรื่องที่สัมผัสได้ทันทีเมื่อขึ้นคร่อมรถ นั่นคือ ท่านั่ง
ZXMoto 500RR มีความสูงเบาะอยู่ที่ประมาณ 800 มม. ซึ่งถ้ามองในกลุ่มรถสปอร์ตพิกัด 250-500cc ถือว่าอยู่ในช่วงที่พบได้ทั่วไป เพราะรถในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะมีความสูงเบาะประมาณ 785-800 มม.
สำหรับผม ความสูงระดับนี้ไม่ได้ถือว่าสูง สามารถนั่งคร่อมและวางเท้าลงพื้นได้เต็มเท้า
จุดที่น่าสนใจมากกว่าคือ น้ำหนักตัวรถเพียงประมาณ 168 กก.
ตัวเลขนี้ถือว่าเบามาก โดยเมื่อเทียบกับ Kawasaki Ninja ZX-4R แล้ว ZXMoto 500RR มีน้ำหนักเบากว่าประมาณ 16 กก. ซึ่งความแตกต่างระดับนี้สามารถสัมผัสได้ตั้งแต่การเข็นรถ การพลิกรถ ไปจนถึงการเปลี่ยนทิศทาง
ตัวรถเองมีรูปร่างค่อนข้างเพรียวและสลิม ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับรถอย่าง 250RR และ ZX-4R มากกว่า สปอร์ตทัวริ่ง
แต่ในขณะเดียวกัน ZXMoto 500RR มีฐานล้อที่ค่อนข้างยาว จึงช่วยให้ตัวรถมีความมั่นคงในการขี่
ส่วนยางติดรถเดิมที่ให้มา ผมมองว่าอยู่ในระดับที่ดี สามารถรองรับการขี่ในสนามได้พอสมควร
อีกเรื่องที่ผมชอบคือ แฮนด์ไม่ได้ต่ำหรือแคบจนเกินไป
ท่านั่งจึงไม่ได้หมอบมาก ทำให้ถ้านำไปใช้งานบนถนนจริง ก็ยังสามารถขี่ได้โดยไม่ต้องก้มหลังมากจนเมื่อย และเวลาเลี้ยวลัดเลาะในเมือง องศาแฮนด์ก็ยังถือว่าควบคุมได้ง่าย
พูดง่ายๆ คือ ZXMoto 500RR ยังคงความเป็นรถ Supersport แต่ไม่ได้ทำท่านั่งสุดโต่งจนใช้งานบนถนนลำบาก
เครื่องยนต์ 4 สูบ 84 แรงม้า จุดขายสำคัญของ ZXMoto 500RR
มาถึงไฮไลท์สำคัญของรถคันนี้ นั่นก็คือ เครื่องยนต์
ถ้าพูดถึง ZXMoto 500RR แล้ว ผมมองว่ารถคันนี้ควรถูกนำไปเปรียบเทียบกับ Kawasaki Ninja ZX-4R มากกว่า Honda CBR500R
แม้ ZXMoto 500RR จะมีความจุเครื่องยนต์ประมาณ 470cc และสามารถนำไปเปรียบเทียบกับ CBR500R ได้ในแง่ราคาและความจุ แต่ถ้ามองจาก Character และ Category ของตัวรถแล้ว 500RR เป็นรถสปอร์ต 4 สูบที่ควรอยู่ในกลุ่มเดียวกับ 250RR และ ZX-4R มากกว่า
โดยเครื่องยนต์ ZXMoto 500RR ให้กำลังสูงสุดประมาณ
84 แรงม้า
และแรงบิดสูงสุดประมาณ
46 นิวตันเมตร
เมื่อเทียบกับ ZX-4R แล้ว 500RR มีกำลังมากกว่าประมาณ 9 แรงม้า และแรงบิดมากกว่าประมาณ 8 นิวตันเมตร
ตัวเลขถือว่าน่าสนใจมากสำหรับรถสปอร์ตที่มีราคาอยู่ประมาณ 2 แสนบาท
ขี่จริง แรงต้นไม่ได้ยานอย่างที่คิด
จากการลงขี่ในรอบแรก ซึ่งเป็นเซสชั่น Novice-Street-Sport สิ่งที่รู้สึกได้คือแรงบิดในรอบต่ำของ ZXMoto 500RR มีแรงดึงที่ดี
เมื่อเทียบกับ ZX-4R แล้ว 500RR ดูเหมือนจะมีกำลังช่วงรอบต่ำที่พร้อมใช้งานมากกว่า ไม่ได้รู้สึกยานมากนัก
ดังนั้นถ้านำไปใช้งานบนถนน หรือขี่ในเมือง ก็ยังสามารถออกตัวและเร่งแซงได้โดยไม่ต้องรอรอบเครื่องยนต์มากเกินไป
แต่ถ้าถามว่าเทียบกับ CBR500R ได้ไหมในเรื่องแรงต้น ผมยังมองว่า CBR500R ทำได้ดีกว่า
ด้วยความเป็นเครื่องยนต์ 2 สูบและ Character ของเครื่อง ทำให้ CBR500R มีแรงต้นที่จี๊ดจ๊าดและตอบสนองกับการใช้งานบนถนนจริงได้ดี
คันเร่งสาย คือจุดที่รู้สึกว่ายังไม่สุด
รถที่ผมได้ทดสอบในครั้งนี้เป็น สเป็กก่อน Minor Change ดังนั้นจึงมีความแตกต่างจากรถที่จะส่งมอบให้ลูกค้า
หนึ่งในจุดที่ผมรู้สึกได้ชัด คือรถคันนี้ยังใช้ คันเร่งสาย
ทำให้การตอบสนองของคันเร่ง รวมถึงระบบช่วยเหลือบางอย่างยังไม่ได้มาในรูปแบบเดียวกับรถ Minor Change
ส่วนรถสเป็กใหม่จะเปลี่ยนมาเป็น คันเร่งไฟฟ้า และจะรองรับระบบ 2-Way เพิ่มเข้ามา
สำหรับรถที่ผมได้ลอง ความรู้สึกในการเข้าเกียร์ยังมีอาการ “แกร็กๆ” อยู่บ้าง ฟีลโดยรวมผมมองว่าใกล้เคียงกับ 250RR
ขณะที่ ZX-4R ให้ความรู้สึกในการเตะเกียร์ที่เนียนกว่า
ดังนั้น ถ้า ZXMoto 500RR ได้เปลี่ยนเป็นคันเร่งไฟฟ้าตามสเป็ก Minor Change แล้ว ผมมองว่าน่าจะทำให้ Character การขี่มีความสนุกและลื่นไหลขึ้นอีกระดับ
ช่วงล่าง ZXMoto 500RR ปรับได้เต็มระบบ พร้อมกันสะบัด
อีกจุดที่ต้องชมคือ ระบบช่วงล่าง
ZXMoto 500RR ให้ระบบช่วงล่างที่สามารถปรับได้เต็มระบบ พร้อมติดตั้ง กันสะบัด มาให้จากโรงงาน
นี่ถือเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับรถราคา 2 แสนบาท
ในการทดสอบครั้งนี้ สนามมีพื้นผิวที่ค่อนข้างบัมปี้ แต่ช่วงล่างของ 500RR ยังให้ความรู้สึกเฟิร์มและทำงานได้ดี
แน่นอนว่า การที่ช่วงล่างสามารถปรับได้ละเอียด ย่อมเปิดโอกาสให้ผู้ขี่สามารถเซตอัพรถให้เหมาะกับตัวเองและลักษณะการใช้งานได้มากกว่าช่วงล่างที่ปรับไม่ได้
ส่วนกันสะบัด ในการทดสอบครั้งนี้ผมยังไม่ได้มีโอกาสลองใช้งานในความเร็วสูงแบบเต็มที่ เพราะสุดทางตรงทำความเร็วได้ไม่ถึง 160 กม./ชม. และส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกียร์ 4
ดังนั้นจึงยังไม่สามารถบอกได้เต็มปากว่ากันสะบัดทำงานในสถานการณ์ความเร็วสูงเป็นอย่างไร
แต่การให้มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานตั้งแต่โรงงาน ถือว่าเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของรถคันนี้
ระบบเบรก 4 Pot ดิสก์คู่ 300 มม.
ด้านระบบเบรก ZXMoto 500RR ให้ชุดเบรกหน้าแบบ ดิสก์คู่ พร้อมคาลิเปอร์ 4 พอต และจานเบรกขนาดประมาณ 300 มม.
สเป็กโดยรวมถือว่าใกล้เคียงกับ ZX-4R และจานเบรกมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย
จากการใช้งานจริง ประสิทธิภาพการเบรกถือว่าทำได้ดีในระดับหนึ่ง
แต่ถ้าคาดหวังอารมณ์แบบ “เบรกแล้วจิกหมับเดียวอยู่” อาจจะยังไม่ถึงขนาดนั้น
ตัวปั๊มบนยังสามารถไล่น้ำหนักเบรกและเพิ่มแรงกดลงไปได้อีก
ดังนั้น ถ้านำ ZXMoto 500RR ไปใช้ในสนามแบบจริงจัง ผมมองว่ายังสามารถ อัปเกรดระบบเบรก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้อีก
อย่างไรก็ตาม สำหรับการใช้งานทั่วไปและการขี่สนามในระดับหนึ่ง ระบบเบรกเดิมก็ถือว่าเพียงพอ
ZXMoto 500RR Minor Change เพิ่มอะไรบ้าง?
จุดสำคัญที่สุดของการรีวิวครั้งนี้ คืออย่าลืมว่า รถที่เราขี่เป็นรถก่อน Minor Change
ดังนั้น ลูกค้าที่จอง ZXMoto 500RR และได้รับรถล็อตใหม่ จะได้รถที่มีการปรับปรุงเพิ่มเติม
สิ่งที่น่าสนใจคือ
- คันเร่งไฟฟ้า
- ระบบ IMU 6 แกน
- ระบบ Cruise Control
- ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการอัปเกรด
- การตอบสนองของรถที่คาดว่าจะลื่นไหลขึ้นจากระบบคันเร่งไฟฟ้า
ทำให้รถ Minor Change น่าจะมีความน่าสนใจกว่ารถที่เราทดสอบในครั้งนี้อีกพอสมควร
สรุป รีวิว ZXMoto 500RR คุ้มไหมกับงบ 2 แสน?
ถ้ามองจาก ราคา ZXMoto 500RR ประมาณ 2 แสนบาท แล้วนำไปเทียบกับ Kawasaki Ninja ZX-4R SE ที่มีราคาประมาณ 3.2 แสนบาท ต้องบอกว่า 500RR เป็นรถที่น่าสนใจมาก
เพราะเราได้รถสปอร์ต 4 สูบ กำลังประมาณ 84 แรงม้า แรงบิด 46 นิวตันเมตร น้ำหนักเพียง 168 กก. พร้อมช่วงล่างปรับได้เต็มระบบ เบรก 4 Pot ดิสก์คู่ และกันสะบัด
และถ้าเป็น สเป็ก Minor Change ที่เพิ่มคันเร่งไฟฟ้า, IMU 6 แกน และ Cruise Control เข้ามาอีก ก็ยิ่งทำให้ความคุ้มค่าของรถคันนี้น่าสนใจขึ้นไปอีก
ดังนั้น ถ้าถามความรู้สึกของผมจากรถคันที่ได้ลอง ซึ่งเป็น สเป็กก่อน Minor Change ผมมองว่า
ราคา 2 แสนบาท กับสิ่งที่ได้มา ถือว่าโอเคแล้ว
แต่ถ้าเป็นสเป็ก Minor Change ที่ลูกค้าจะได้รับ ผมมองว่า น่าสนใจและคุ้มค่ามากขึ้นกว่าเดิม
สิ่งที่ยังต้องพิสูจน์กันต่อไป ไม่ใช่แค่เรื่องสมรรถนะของรถ แต่คือ การดูแลหลังการขายในระยะยาว
ไม่ว่าจะเป็นการรับประกัน การหาอะไหล่ ระยะเวลารออะไหล่ รวมถึงการทำกิจกรรมกับลูกค้าในอนาคต
เพราะส่วนตัวผมมองว่า ZXMoto 500RR เป็น Supersport แท้ๆ ไม่ใช่ Sport Touring
ดังนั้น ถ้าแบรนด์สามารถจัดกิจกรรม Track Day หรือกิจกรรมขี่ในสนามอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยสร้าง Community และทำให้เจ้าของรถได้ใช้ศักยภาพของรถออกมาอย่างเต็มที่
สุดท้ายนี้ รถที่เราได้ทดสอบในวันนี้ คือ ZXMoto 500RR ก่อน Minor Change ซึ่งเป็นรถที่ลูกค้าแทบจะไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของแล้ว เพราะรถล็อตส่งมอบจะเป็นสเป็กใหม่
หากมีโอกาส ทาง MotoRival หวังว่าจะได้กลับมาทดสอบ ZXMoto 500RR Minor Change กันอีกครั้ง หลังจากเริ่มส่งมอบรถล็อตแรกในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน เพื่อดูว่าการอัปเกรดครั้งนี้ทำให้รถคันนี้ดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน
อ่านรีวิว เพิ่มเติมได้ที่นี่
อ่านข่าว ZXMoto เพิ่มเติมได้ที่นี่

