แม้ว่าในปัจจุบัน เราจะมีของจำพวกน้ำยาเคลือบชิลด์หน้าที่ช่วยลดอัตราการเกิดหยดน้ำเกาะตัวชิลด์ แต่ท้ายที่สุดพอฝนตกหนักจริงๆสิ่งเหล้านั้นก็ใช่ว่าจะช่วยได้มากสักเท่าไหร่นัก นั่นจึงทำให้ Wipey บริษัทน้องใหม่จากประเทศสโลวีเนีย เกิดไอเดียใหม่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งนั่นก็คือการสร้าง “ที่ปัดน้ำฝนขนาดพกพา” ที่ออกแบบไว้สำหรับหมวกกันน็อคมีชิลด์หน้าทุกชนิดขึ้นมา จากข้อมูลในเบื้องต้น ทาง Wipey ได้ระบุไว้ว่า เจ้า “ที่ปัดน้ำฝนขนาดพกพา” นี้นั้น สามารถติดตั้งบนชิลด์หน้าของหมวกกันน็อคแทบทุกชนิด ทั้งแบบ เต็มใบแนวสปอร์ท, ทัวร์ริ่ง, เปิดคาง, หรือแม้แต่ครึ่งใบก็ยังได้ ขณะที่ระยะเวลาในการติดตั้งก็ทำได้รวดเร็วเพียง 1 วินาทีเท่านั้น แถมน้ำหนักตัวของมันยังเบาแค่เพียง 55 กรัม และรองรับความเร็วของตัวรถขณะติดตั้งได้สูงถึง 130 กิโลเมตร/ชั่วโมง อีกด้วย นอกจากนี้ทาง Wipey ยังให้ข้อมูลเพิ่มอีกว่า อุปกรณ์ของพวกเขา สามารถใช้งานได้นาน 3-12 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความเร็วในการปัดน้ำฝน แถมยังรองรับระบบสั่งการผ่านบลูทูธ ซึ่งหากลูกค้าท่านใดต้องการสั่งปุ่มเปิด/ปิดที่ปัดน้ำฝนแยกก็สามารถเลือกออพชันเพิ่มได้ ทว่าน่าเสียดายที่ตอนนี้ทางบริษัทยังไม่ได้มีการแจ้งไว้ว่าพวกเขาจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของตนเองด้วยเรทตัวเลขเท่าไหร่กันแน่ แต่ถ้าหากเพื่อนๆสนใจล่ะก็ ลองติดต่อไปที่เว็บไซค์ของพวกเขาตรงนี้ได้เลยครับผม เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival…
Author: admin
แม้ว่ากระแสความสนใจส่วนใหญ่ของ Suzuki ในช่วงเวลานี้จะตกไปที่ All-New Katana ซะแทบทั้งหมด แต่ในช่วงเวลาไล่เลี่ยนี้เอง พวกเขาก็ได้เปิดตัว 2019 GSX-R1000 / GSX-R1000R ที่มาพร้อมนิยาม “The King of Sportbike” ด้วย โดยสำหรับไฮไลท์ในการเปลี่ยนโฉมครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่การเปลี่ยนสีแบบที่เหล่าผู้ผลิตมักจะทำเป็นปกติเท่านั้น แต่ยังมีการปรับปรุงตัวรถจุกจิกอีกนิดหน่อย เพื่อเสริมสมรรถนะองค์รวมของตัวรถอีกด้วย แต่แน่นอนว่าการอัพเดทที่ว่าว่ายังไงก็ต้องไปค่อนกับรุ่นท็อปสุดอย่าง 2019 Suzuki GSX-R1000R ซึ่งมีทั้ง ชุดเฟรมที่ออกแบบให้สามารถปรับตั้งความสูง-ต่ำของแกนสวิงอาร์ม ที่ปกติแล้วจะมีแต่ตัวแข่งในสนามเท่านั้นที่สามารถปรับตั้งตรงนี้ได้ และมีการเปลี่ยนไปใช่สายเบรกสแตนเลสถักที่ช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพในการเบรก และช่วยให้ผู้ขี่สามารถควบคุมเบรกได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น ส่วนในรุ่น 2019 Suzuki GSX-R1000 เองก็ไม่น้อยหน้า เพราะในที่สุดทาง Suzuki ก็เลือกติดตั้งชุดควิกชิฟท์เตอร์แบบ 2-Way แบบเดียวกับที่เคยติดตั้งให้กับ GSX-R1000R ตอนปรับโฉมเป็นโมเดลปี 2018 มาให้เป็นออฟชั่นพื้นฐานเรียบร้อย และสิ่งสุดท้ายที่ทาง Suzuki ได้ปรับให้กับ 2019 GSX-R1000 และ 2019…
“มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช นักบิดสาวแกร่งของไทย หมายเลข 44 จาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ควบรถฮอนด้า CBR250RR รั้งแถวหน้าของรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซี.ซี. หลังผ่านการซ้อมวันแรก ในศึกเอเชีย โรด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2019 “ สนาม 2 ที่เดอะ เบนด์ มอเตอร์สปอร์ต พาร์ค ประเทศออสเตรเลีย โดยในวันแรกเจ้าตัวทำเวลาได้เร็วสุดในอันดับที่ 2 ที่เวลา 2:08.522 นาที ตามหลังผู้นำอยู่ 0.965 วินาที อ่านข่าวสาร Honda เพิ่มเติมที่ได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
ท้าวความไปเมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา เราได้เคยนำเสนอไปว่าทาง Suzuki กำลังทดสอบรถมอเตอร์ไซค์แนว Adventure-Bike รุ่นใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเป็น V-Strom 1000 โฉมปี 2020 ทว่าเมื่อคืนที่ผ่านมากลับมีสื่อประเทศสวิตเซอร์แลนด์ บอกว่าเจ้ารถมอเตอร์ไซค์โมเดลใหม่ที่ทางค่ายทดสอบอยู่ในขณะนี้ไม่ใช่ V-Strom แต่เป็น DR-Big โดยสาเหตุที่ทางสื่อต้นทางเลือกให้ข้อมูลเช่นนั้นก็เป็นเพราะว่า ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ พวกเขาได้รับข้อมูลมาว่า ทาง Suzuki มีแผนจะปลุกผี DR-Big ขึ้นมาใหม่เพื่อทำตลาดอีกครั้ง โดยอิงพื้นฐานตัวรถจาก V-Strom 1000 แต่จะปรับรูปทรงภายนอกใหม่ให้ตรงตามคอนเซปท์ DR มากขึ้น ซึ่งหากดูจากภาพ Spyshot ตัวรถที่หลุดออกมาล่าสุดแล้ว ก็ถือได้ว่าตัวรถโปรโตไทป์คันดังกล่าวนั้น มีกลิ่นอายที่ใกล้เคียงกับ DR-Big โฉมสุดท้ายก่อนปิดสายการผลิตไปพอสมควร ทั้งชุดไฟหน้ากรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า, จงอยบังโคลนที่ดีไซน์ให้ป้านออกด้านข้าง, วินชิลด์ทรงสูงขนาดใหญ่, และรูระบายอากาศทรงสี่เหลี่ยมคางหมู 2 ชั้นด้านข้างลำตัวรถ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นจุดเด่นดั้งเดิมของ DR ทั้งสิ้น งานนี้ก็คงได้แต่ลุ้นกันล่ะครับ ว่าสุดท้ายแล้ว รถมอเตอร์ไซค์แนว Adventure-Bike…
ย้อนไปเมื่อปลายปีก่อนที่งาน EICMA 2018 ทาง Yamaha ได้ทำการเปิดตัวสกูตเตอร์ 3 ล้อ รุ่นต้นแบบคันใหม่ออกมาในชื่อ “3CT-Prototype” ซึ่งใยตอนนั้นพวกเขายังไม่เปิดเผยข้อมูลของมันมากมายนัก มีเพียงแค่การจัดแสดงตัวรถ กับปล่อยชุดภาพในสตูดิโอไม่กี่ใบเท่านั้น จนกระทั่งเมื่อคืนที่่ผ่านมา เราได้พบกับภาพสิทธิบัตรเวอร์ชันขายจริงของมันเข้าให้ และได้นำภาพที่ว่านั้นมาให้เพื่อนๆได่รับชมกันอยู่ในขณะนี้ โดยจากภาพสิทธิบัตร จะเห็นได้ว่าเจ้า 3CT เวอร์ชันขายจริงนั้น มีจุดเปลี่ยนหลายอย่างด้วยกันเมื่อเทียบกับตัวโปรโตไทป์ที่เปิดตัวไปเมื่อปลายปีก่อน ทั้งวินชิลด์หน้าแบบใหม่ที่เป็นแบบทรงสูงขึ้นกว่าเดิม จากตอนแรกที่เป็นแบบพลาสติกทึบสีดำชิ้นเล็กธรรมดาๆ, ติดตั้งไฟเลี้ยวด้านข้าง, ติดตั้งกระจกมองข้าง, เบาะนั่งชิ้นเดียวทั้งอัน จากตอนแรกที่มีการคาดแถบไฟ LED ใว้, พนักพิงหลังเบาะดีไซน์ใหม่, และติดตั้งบังโคลนท้ายแบบยาว ส่วนรายละเอียดตัวรถอื่นๆ ทางเรายังไม่สามารถจับความเปลี่ยนแปลงได้ แต่ทางสื่อต้นทางที่ปล่อยภาพออกมาก็ได้ให้ข้อมูลว่า นอกจากที่เรากล่าวไว้ข้างต้นก็ไม่มีจุดไหนแล้วที่ต่างออกไปจากโฉมโปรโตไทป์ ขณะที่ตัวเครื่องยนต์เอง แม้ทาง Yamaha จะไม่ได้ระบุสเปคไว้ชัดเจน แต่ทั้งชื่อรุ่น 3CT และแครงก์เครื่อง ต่างก็บ่งบอกชัดเจนว่ามันจะต้องใช้บล็อคเดียวกับ Xmax ที่เป็นแบบสูบเดียว 292cc แต่คาดว่าจะมีการปรับจูน และเซ็ทอัตราทดเกียร์ใหม่ เพื่อให้รับกับน้ำหนักตัวรถที่เพิ่มมากขึ้น ด้านช่วงเวลาเปิดตัว…
เปิดฉากความมันส์ประจำปีได้อย่างยิ่งใหญ่ สำหรับการแข่งขัน Kawasaki Road Racing Championship 2019 สนามแรกของปีที่ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัด บุรีรัมย์ ในวันที่ 20-21 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา ท่ามกลางแสงแดดในเดือนเมษายน ไม่เป็นอุปสรรค กิจกรรมต่างๆได้รับความสนใจมีผู้เข้าร่วมกันอย่างคับคั่ง สร้างบรรยากาศในสนามให้คึกคัก สนุกสนาน ส่วนการแข่งขันอุณหภูมิความมันส์ก็เดือดระอุไม่แพ้อากาศที่ร้อน แต่ละทีมต่างตั้งใจลงแข่งขันเพื่อทำผลงานในสนามให้ดี ชิงความได้เปรียบทำคะแนนสะสมนำคู่แข่งไปก่อน นอกเหนือจากการแข่งขันแล้วทางคาวาซากิได้จัดกิจกรรมเพื่อความสนุกสนานให้กับผู้เข้าร่วมงาน เริ่มต้นกันที่กิจกรรมใหม่ Kawasaki Time Attack การแข่งขันขับขี่ทำเวลาให้ดีที่สุด ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี มีผู้สนใจลงแข่งขันชิงชัยกันอย่างล้นหลาม มาต่อกันที่กิจกรรม Kawasaki Test Ride หากใครได้เข้าร่วมกิจกรรมเชื่อได้เลยว่าก็อยากที่จะทดลองขับขี่รถจักรยานยนต์คาวาซากิ ทั้งนี้ทางคาวาซากิ ก็เลยจัดเต็ม นำรถทดสอบมาให้ลองกันแทบครบถ้วนทุกโมเดล ใครได้ลองก็ต้องสั่งจองทุกรายไป อีกหนึ่งกิจกรรมที่โดดเด่นภายในงานคือการเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้นำรถจักรยานยนต์ของตนเองลงไปสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในการขับขี่ในสนามแข่งขันระดับโลก ในกิจกรรม Circuit Fun Ride ที่ได้รับความสนใจมากขึ้นทุกปี และที่คุณจะพลาดไม่ได้ กับบริเวณลานกิจกรรมที่จัดแสดงสินค้าคุณภาพ…
Vyrus แบรนด์ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์จากอิตาลี ยังคงมีรถโมเดลแปลกๆให้ได้สนใจอยู่เรื่อยๆ ซึ่งในครั้งนี้เราจะพาเพื่อนๆไปรู้จักกับ Exotic Bike หน้าตาแปลกประหลาดจากพวกเขาอีกหนึ่งรุ่น นั่นก็คือเจ้า 987 C3 4V ที่เพื่อนๆกำลังเห็นกันอยู่ในขณะนี้ หากพูดถึงพื้นฐานตัวรถในเบื้องต้น เราคงต้องเริ่มจากเครื่องยนต์ ที่ทาง Vyrus ได้ยกเอาบล็อคดั้งของ Ducati 1198 มาใช้ แต่มีการปรับแต่งชิ้นส่วนเกี่ยวพ่วงใหม่เพื่อให้เข้ากับตัวรถมากยิ่งขึ้น เช่นระบบกล่อง ECU, ระบบจ่ายน้ำมัน (แต่ชุดมาตรวัดยังเป็นของเดิม), เปลี่ยนท่อไอเสียเป็นขง Zart และการจัดตำแหน่งหม้อน้ำใหม่ ให้วางอยู่ด้านล่างเยื้องข้างลำตัวรถ ขณะที่ออยคูลเลอร์ยังอยู่ตำแหน่งคล้ายเดิมคือใต้แผงคอ โดยสำหรับสาเหตุที่พวกเขาต้องย้ายหม้อน้ำมาไว้ด้านล่างเยื้องข้างลำตัวรถก็เป็นเพราะว่า ทาง Vyrus ได้ออกแบบให้เจ้า 987 คันนี้ ใช้ระบบบังคับเลี้ยวแบบ Hub Steering จึงทำให้ระบบกันสะเทือนด้านหน้าของมันต้องเป็นแบบสวิงอาร์มที่ต่อยื่นจากโครงรถออกไป ดังนั้นจึงส่งผลให้ตัวรถไม่สามารถติดตั้งหม้อน้ำแบบธรรมดาได้ ด้านชุดเฟรมเองก็เป็นแบบอลูมิเนียม CNC แกะขึ้นรูปดูสวยงาม และอีกจุดเด่นหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยเด็ดขาดก็คือ ชุดบอดี้พาร์ทคาร์บอนทั้งคัน ที่ไม่ใช่แค่เพิ่มลุคดิบดุดันให้ับตัวรถได้เป็นอย่างดีเท่านั้น แต่ด้วยดีไซน์แบบอวกาศสุดๆของมันจึงทำให้ตัวรถ 987 มีความโดดเด่นมากกว่าใคร…
ขณะที่บ้านเราและประเทศอื่นๆในยุโรปรวมถึงอเมริกาฯ ต่างก็มีรถมอเตอร์ไซค์ตระกูล Neo Sport Cafe เอาไว้ทำตลาดสำหรับผู้ชอบพอรถมอเตอร์ไซค์ไฟกลม ทว่าหากพูดถึง “CB” รุ่นรถที่ทำให้นึกถึงชื่อนี้ที่สุดก็คงหนีไม่พ้น Super Four หรือ CB400SF ไม่ใช่เหล่า CB-R Series เลยสักนิด แต่สุดท้ายทาง Honda Japan ก็ได้เลือกที่จะล็อคการจำหน่ายโมเดลนี้ให้มีอยู่แค่ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าในประเทศสิงคโปร์ จะมีผู้คนที่รอคอยโมเดลนี้กันค่อนข้างมาก ทำให้ทาง ATPM Honda หรือ ฮอนด้าสิงคโปร์ เลือกที่จะนำเจ้าสตรีทแน็คเก็ทไบค์รุ่นตำนานคันนี้จากประเทศญึ่ปุ่นเข้ามาจำหน้ายในประเทศตนเอง แต่ด้วยกำแพงภาษีที่น่าจะโหดเอาเรื่อง จึงทำให้ราคาสุทธิของ CB400SF นั้นพุ่งดีดขึ้นไปสูงถึง 22,350 GSD หรือหากตีเป็นค่าเงินในหน่วยบาทไทยก็คือราวๆ 526,000 บาท แพงกว่าราคาตอนขายอยู่ประเทศบ้านเกิดถึง 2 เท่าเลยทีเดียว ด้านสเปคตัวรถ Honda CB400SF ที่จะถูกนำเข้าไปจำหน่ายในประเทศสิงคโปร์ก็คือเวอร์ชันล่าสุดปี 2019 ที่ได้รับการอัพเกรดครั้งใหญ่หลังร้างการปรับปรุงโมเดลมาหลายปี ทั้งเครื่องยนต์ที่ได้รับการปรับจูนแรงงม้าให้สูงขึ้น,ไฟหน้า/หลัง LED,…
ย้อนไปเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน เราได้นำเสนอข้อมูลไอเดียสุดแหวกแนวของแชแนลยูทูป Nguyen Thanh Nam จากประเทศเวียดนาม ที่ว่าด้วยเร่องของชุดล้อขอบสปริง แก้ปัญหายางแตก ซึ่งดูเหมือนไอเดียนี้จะทำให้คลิปของพวกเขากลายเป็นไวรัลที่ได้รับความสนใจอยู่พอสมควร จนกระทั่งล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา พวกเขาก็ได้ทำคลิปไวรัลที่น่าสนใจขึ้นอีกชิ้น และครั้งนี้ก็ว่าด้วย “ชุดล้อขอบตะปู” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการตะกุยทรายโดยเฉพาะ แนนอนว่าในส่วนการแปลงงานในขั้นต้นของพวกเขานั้น ก็ยังเป็นการเอาเหล็กแผ่นมาเชื่อมรอบขอบล้อ เพื่อทำฐานเอาไว้ยึดกับสิ่งที่จะเอามาเชื่อมเป็นหน้าสัมผัสของล้อ โดยก่อนหน้านี้พวกเขาก็ได้เอาสปริงโช้กมาเชื่อมจนกลายเป็นล้อขอบสปริง แต่สำหรับโปรเจ็กท์ใหม่นี้พวกเขาได้เปลี่ยนมันใหม่ให้เป็นแท่งตะปูขนาดใหญ่ ที่ถูกเชื่อมเรียงกันเป็นแถวๆจนเต็มขอบล้อเพื่อให้มันเป็นตัวตะกุยพื้นทรายริมชายหาด ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะไปได้ดีพอสมควรสำหรับช่วงเริ่ม ทว่าพอทดสอบไปได้สักพัก ด้วยความที่ตะปูที่พวกเขาใช้นั้นค่อนข้างยาว จึงทำให้มันเอาแต่จะเสียบเศษขยะต่างๆบนผิวหาดติดมาเป็นพักๆ ไม่เพียงเท่านั้น ตะปูยังรับน้ำหนักและแรงกระทำไม่ไหว จึงทำให้สุดท้ายแล้วมันไม่สามารถอยู่ทรงตั้งฉากกับขอบล้อได้ และล้มลงจนกลายเป็นว่าชุดตะปูที่เชื่อมเอาไว้ไม่สามารถเยอะเกาะผิวทรายได้ต่อไป และรูดทรายจนเป็นหลุมลึกแล้วติดอยู่อย่างนั้นในที่สุด เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
จากความจริงที่ว่าในการแข่งขัน MotoGP ปี 2020 นั้นจะมีสนามแข่งทั้งหมด 3 สนามด้วยกัน ที่จะหมดสัญญากับทาง Dorna และมีเพียง 2 สนามเท่านั้นที่จะได้รับโอกาสในการต่อสัญญาใหม่ เนื่องจากโควต้าส่วนหนึ่งได้ถูกชิงไปโดย สนามลอมบ็อค สตรีทเซอร์กิต – อินโดนีเซีย (อ่านคำอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยละเอียดได้ที่นี่) ทำให้ตอนนี้ชาวไทยต่างตุ้มๆต่อมๆอย่างมากว่า ช้างฯ เซอร์กิต บุรีรัมย์ – ประเทศไทย ของเรา จะหลุดจากการอยู่ในตารางการแข่งขัน MotoGP ปี 2021 ไปหรือไม่ เพราะการแย่งชิงสิทธิ์กับอีก 2 สนาม อันได้แก่ เบอร์โน่ – สาธารณรัฐเช็ก, ซิลเวอร์สโตน – อังกฤษ นั้นค่อนข้างยากพอสมควร เนื่องจากทั้งสองสนามนี้ค่อนข้างแข็งในเรื่องของการสนับสนุนโดยภาครัฐ แต่ทว่าการระทึกใจของชาวไทยยังไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น เนื่องจากล่าสุดเราได้รับข้อมูลมาว่า ขณะนี้ทางฝั่งประเทศเมกซิโกเอง ก็กำลังดำเนินแผนงานปรับปรุงสนาม Autódromo Hermanos Rodríguez ของตนเองที่ปัจจุบันใช้แข่ง…
