ด้วยพื้นฐานตัวรถของ BMW R NineT ที่ดูเอื้อต่อการถูกนำมาตกแต่งหรือคัสตอมอยู่แล้ว ทำให้เรามักจะได้ชมผลงานจากสำนักแต่งต่างๆที่สร้างขึ้นมาโดยใช้เจ้า Neo Classic คันนี้เป็นรถตั้งต้นในดารสร้างเสมอๆ ซึ่งในวันนี้เราก็จะพาเพื่อนๆไปพบกับอีกหนึ่งคัสตอมไบค์สุดหน้าสนใจที่มีชื่อว่า “Blechmann” จากนักตกแต่งระดับท็อปของประเทศเยอรมัน Bernhard Naumann คันนี้ สำหรับแนวคิดในการสร้างเบื้องต้นก็คือ “โครงกระดูก” ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า Bernhard ตั้งใจออกแบบเจ้า “Blechmann” R NineT คันนี้ให้ดูเป็น “เค้าโครง” มากที่สุดโดยการถอดชิ้นส่วนโครงเดิมๆทิ้งไป แล้วสร้างขึ้นใหม่เพื่อให้รองรับกับชิ้นส่วนใหม่ที่ทำขึ้นมาตั้งแต่ชุดบอดี้พาร์ทด้านหน้าทรงหัวกะโหลกแล้วติดตั้ง, ถังน้ำมันเหล็กดีไซน์บึกบึนที่นำมาติดตั้งแทนถังทรงกลมของเดิม (มีแค่ตรา BMW เท่านั้นที่ถอดออกมาใส่), เบาะนั่งตอนจิ๋วที่หุ้มหนังทรงรังผึ้งถูกสร้างขึ้นบนซับเฟรมชิ้นใหม่ ด้านระบบกันสะเทือนแม้ว่าจะดูเหมือนใช้ชุดโช้กของเดิม แต่ชุดล้อมีการปรับขอบใหม่ให้ขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับกับชุดยางหน้าหลังใหม่ที่หน้ากวางมากกว่าเดิม และเพื่อให้ท่วงท่าในการควบคุมดูสปอร์ตมากขึ้น Bernhard จึงได้จัดแฮนด์หมอบมาให้ นอกจากนี้แม้เครื่องยนต์จะไม่ได้ปรับปรุงใส้ในอะไรเพิ่มเติม แต่ก็มีการออกแบบหม้อกรองไอดี และชุดท่อระบายไอเสียให่ให้เข้ากับตัวรถมากที่สุดให้สมกับชื่อ BMW R nineT “Blechmann” อ่านข่าวสาร BMW เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ…
Author: admin
ในขณะที่บ้านเรายังรอคอยให้ A.P. Honda เปิดตัวเจ้า All-New PCX Hybrid อยู่นั้น ทางฝั่ง Astra Honda หรือ ฮอนด้าอินโดนีเซีย ก็ได้เตรียมแผนเปิดตัว All-New PCX EV เป็นที่เรียบร้อย หลังเปิดตัวและวางจำหน่ายตัว Hybrid ไปได้เดือนกว่าๆ โดยจากข้อมูลระบุไว้ว่า PCX EV ที่ทาง Astra Honda วางแผนจะเปิดตัวในสิ้นปีนี้นั้น ถูกออกแบบไว้เสร็จสิ้นแล้วเรียบร้อย เหลือแค่รอวันเปิดตัว ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมากว่ารายละเอียดภายนอกตัวรถจะมีความแตกต่างจากตอนเป็นโฉมคอนเซปท์ที่เปิดตัวในงาน Tokyo Motor Show 2017 ที่ประเทศญี่ปุ่นเล็กน้อย เนื่องจากทางบริษัทอยากให้มันมีหน้าตาตรงใจกับลูกค้านประเทศตนเองมากที่สุด ส่วนความเคลื่อนไหวของ Honda PCX EV ในไทยเราเองก็น่าจะเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้เช่นกันตามภาพเงา 10 โมเดลที่ผู้บริหารได้เปิดเอาไว้เมื่อต้นปี แต่อาจจะหลังจากที่ Astra Honda เปิดตัวโฉมนี้ในบ้านเขาอีกเช่นเคย เหมือนกับ PCX…
แม้ว่าในปัจจุบันทาง MV Agusta จะไม่ได้ทำทีมแข่งอย่างเต็มตัวในเวที WSBK อยู่แล้ว แต่มันก็น่าตกใจไม่น้อยเช่นกันถ้าในปี 2019 ที่จะถึงนี้ เราจะไม่ได้เห็นค่ายนี้มาทำการแข่งขันในรายการดังกล่าวอีกต่อไป เนื่องจากผลงานไม่เป็นไปตามที่คาดหวังโดยเฉพาะอย่างยิ่งในคลาส Superbike ส่วนคลาส Supersport ที่ใช้ตัวแข่งเป็น F3 เองก็น่าจะหลุดด้วยเช่นกัน เพราะนอกจากจะมีผลงานที่ตกต่ำไม่แพ้กันแล้ว ตัวรถเองก็เตรียมจะถูกยกเลิกการผลิตในเร็วๆนี้ด้วยเพราะไม่ได้ถูกปรับปรุงเครื่องยนต์ให้ผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro4 และจะสิ้นสุดการวางทำขายในปีนี้ ทำให้ปีหน้า ทาง MV Agusta จะไม่มีรถ F3 สเปคปี 2019 มาสนับสนุนให้กับทีมแข่งนั่นเอง (จริงๆ F4 เองก็ไม่ผ่านเช่นกัน แต่ดูเหมือนว่าจะยังมีโมเดล 2019 ให้ขายอยู่) อย่างไรก็ดีใช่ว่าแบรนด์อิตาลีรายนี้จะหายจากเวทีการแข่งขันไปซะทีเดียว เพราะล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วทาง MV Agusta ได้ประกาศชัดเจนว่า พวกเขาจะลงไปทำทีมแข่งในระดับ Moto2 ของการแข่งขัน MotoGP ปี 2019-2021 จึงหมายความว่าสาวกค่าย MV จะยังเห็นพวกเขาโลดแล่นในวงการมอเตอร์สปอร์ตอยู่…
ท่ามกลางตลาดพรีเมียมสกูตเตอร์พิกัดเครื่องยนต์ 150cc-200cc ที่ตอนนี้มีทั้ง Honda PCX 150, Yamaha Nmax 155, และ Suzuki Burgman 200 ที่กำลังแย่งชิงส่วนแบ่งกันอยู่จากยอดขายที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ไม่น่าแปลกใจนักที่ค่ายยักษ์ใหญ่จากอินเดียอย่าง TVS ต้องการส่งผลิตภัณฑ์ของตนเองลงตีตลาดนี้ด้วย โดยจากข้อมูลระบุไว้ว่าทาง TVS จะสร้างพรีเมียมสกูตเตอร์รุ่นใหม่โดยพัฒนาต่อยอดพื้นฐานจาก Entorq 210 Concept ที่เรากำลังเห็นอยู่ตอนนี้ ซึ่งในส่วนของฟีเจอร์เด่นที่พวกเขาน่าจะจัดมาให้นั้นก็ล้วนแต่เป็นฟีเจอร์ที่น่าสนใจทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์สูบเดียว 150cc ที่ถูกปรับจูนให้มีกำลังสูงสุดมากกว่าใครเพื่อน, ระบบไฟส่องสว่าง LED รอบคัน, ชุดระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบหัวกลับ, มีระบบความปลอดภัย ABS ติดตั้งมาให้เป็นออปชั่นพื้นฐาน, และระบบอินโฟเมนท์ หรือระบบเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธเพื่อใช้งานระบบ GPS สำหรับการเดินทาง และในส่วนของการวางตลาดนั้น TVS ก็มีแผนที่จะจัดจำหน่ายเจ้า Entorq 150 ในฐานะ Global Model หรือวางจำหน่ายทั่วโลก ซึ่งน่าเสียดายเหมือนกันที่ในประเทศไทยเรายังไม่มีศูนย์บริการหรือตัวแทนจำหน่ายรถมเตอร์ไซค์ค่ายนี้แม้แต่เจ้าเดียว ดังนั้นสำหรับเพื่อนๆคนไหนที่สนใจก็คงต้องรอเจ้านี่ไปอย่างไร้กำหนด…
สำหรับการแข่งขัน World Superbike หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ WSBK ในขณะนี้นั้น แม้ว่าจะมีการปรับกติกาการแข่งขันมากมาย หรือเพิ่มคลาส 300cc มาเพื่อเรียกคนดูให้เพิ่มขึ้น แต่สุดท้ายก็ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใดกระแสความนิยมก็ตกลงเรื่อยๆ ผิดกับการแข่งขันที่เกิดทีหลังอย่าง MotoGP ที่ได้รับกระแสความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆจนนาทีนี้แทบไม่มีผู้ชื่นชอบความเร็วในแบบ 2 ล้อคนไหนเลยที่จะพลาดการแข่งขันรายการนี้ไปได้ จากเหตุดังกล่าวทำให้นักบิดแชมป์โลก WSBK 3 สมัยซ้อน ที่กำลังจะได้คว้าแชมป์อีกครั้งต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 4 อย่าง Jonathan Rea ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เชิงแสดงความคิดเห็นว่า “ตนอยากให้มีนักแข่งระดับหัวแถวของเวที MotoGP มาลงรายการที่ตนเองกำลังแข่งอยู่บ้างเพื่อสร้างสีสันและเรียกกระแสให้กลับมาบูมอีกครั้ง” จนถึงขึ้นเคยเสนอกับผู้จัดการทีม Kawasaki ของตนว่าอยากให้พวกเขาดึง Dani Pedrosa หรือไม่ก็ Andrea Iannone มาร่วมทีมเดียวกัน ซึ่งผู้จัดการก็ได้ตอบกลับมาว่า “ก็น่าสนถ้า Honda ดึง Cal Crutchlow ลงมารายการนี้” อย่างไรก็ดีโดยส่วนตัวผู้เขียนเองมองว่าสาเหตุที่ทำให้ WSBK ไม่น่าดูเหมือนเมื่อก่อนนั่นก็เป็นเพราะว่า รายการนี้ขาด “ความสูสี”…
นับว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ยาวนานอย่างมากสำหรับทาง Repsol และ Honda ที่ได้ร่วมงานกันมาตั้งแต่การแข่งขัน Grand Prix เมื่อปี 1995 โดยตอนนี้ก็ได้เข้าสู่ช่วงกลางของปีที่ 24 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของสัญญาที่เซ็นไว้เมื่อปลายปี 2016 แต่ด้วยความที่ผลงานของทีมดูดีขนาดนี้ทำให้ทั้งคู่ตกลงเซ็นสัญญาเพื่อเข้าสู่ช่วงเบญจเพศไปด้วยกันผ่านปี 2019 และ 2020 ในท้ายที่สุด โดยการต่อสัญญาในครั้งนี้ทำให้ทั้งทาง Honda และ Repsol จะเป็นคู่หูผู้ผลิตและผู้สนับสนุนที่ร่วมงานด้วยกันนานที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขัน แถมยังเป็นการทำงานร่วมกันที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในการแข่งขันระดับ GP เพราะที่ผ่านมาพวกเขาสามารถคว้าอันดับหนึ่งในสนามได้ถึง 163 ครั้ง และยังคว้าแชมป์ในตอนจบของฤดูกาลได้อีก 14 ครั้ง จากการทำงานร่วมกันตลอด 23 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้เพื่อนๆคงจะทราบกันดีว่าในปีหน้า Jorge Lorenzo นักบิดดีกรีแชมป์โลก 5 สมัย (GP250 2 สมัย และ MotoGP อีก 3 สมัย) มาร่วมงานกับ Repsol…
ติ๊งโน๊ต-ฐิติพงศ์ วโรกร #100 และ ซีเค ชัยวิชิต นิสสกุล #25 สองขุนพลนักบิดจาก CORE Kawasaki Thailand Racing Team ผู้ควบม้าศึก Ninja ZX-10RR ผนึกกำลังบู๊ล่าโพเดี้ยม R2M Thailand Superbike สนาม 2 ในรุ่น Superbike 1000 (SB1) มาครองได้เป็นผลสำเร็จ หลังสัญญาณปล่อยสตาร์ทการแข่งขัน Superbike 1000 (SB1) ได้เริ่มขึ้น ขณะที่นักแข่งทุกคนพยายามจะช่วงชิงขึ้นนำหัวแถวในโค้งแรก ติ๊งโน๊ต-ผู้ทำเวลาควอลิฟายออกสตาร์ทรั้งอันดับ2 ออกทะยานเบียดแซงขึ้นนำเป็นอันดับ 1 ซึ่งในขณะที่คู่แข่งต่างค่ายพยายามไล่บี้ตามติดอยู่หลายรอบเพื่อแย่งชิงตำแหน่งหัวแถว ด้วยทักษะการขับขี่เฉพาะตัวบวกกับสมรรถนะที่เหนือชั้นของ Ninja ZX- 10RR รถสปอร์ตแทร็คโฟกัสศักยภาพสูง ทำให้ ติ๊งโน๊ต-ผู้รับหน้าที่ขุนพลม้าเขียวนำยาวม้วนเดียวจบ 17 รอบ รับธงหมากรุกมาครองได้เป็นคนแรก ด้วยเวลารวม 22.54.469…
หากเลือกได้ เชื่อว่าอย่างไรนักบิดสองล้อแทบทุกคนคงไม่มีใครชื่นชอบฤดูฝนกันเท่าใดนัก เพราะฝนที่ตกลงมาไม่เพียงจะบดบังทัศนวิสัยในการขับขี่ แต่ยังทำให้สภาพพื้นถนนเปลี่ยนไปส่งผลต่อประสิทธิภาพการขับขี่และความปลอดภัย แต่ในเมื่อเราไม่สามารถคาดเดาสภาพอากาศได้ว่าฝนจะตกลงมาเมื่อไร โดยเฉพาะในช่วงที่ฝนฟ้าไม่เป็นใจแบบนี้ การเตรียมตนเองให้พร้อมที่สุดอยู่เสมอก่อนขับขี่ในหน้าฝน นับเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะเพิกเฉยไม่ได้ วันนี้เราจะมาแนะนำ 8 ทิปส์ดีๆ ในการเตรียมตัวและการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ให้ปลอดภัยและพร้อมลุยฝนอย่างหายห่วง โดยเฉพาะเมื่อต้องไปออกทริปทางไกล จะมีทิปส์อะไรดีๆ บ้างนั้น ไปดูกันเลย 1. เครื่องแต่งกายต้องครบ การขับขี่มอเตอร์ไซค์โดยทั่วไป เราควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันเบื้องต้นให้ครบอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นหมวกกันน็อค ถุงมือ รองเท้า เสื้อแจ็คเก็ต และกางเกงขายาว ซึ่งการขี่รถมอเตอร์ไซค์ในช่วงหน้าฝน เราจำเป็นต้องสวมใส่อุปกรณ์เหล่านี้ให้ครบเช่นเดียวกัน แต่อาจต้องใส่ใจในรายละเอียดอุปกรณ์มากกว่าเดิม ได้แก่ * หมวกกันน็อค จำเป็นต้องเลือกหมวกแบบปิดหน้าที่มีวินด์ชิลด์ (windshield) เพื่อกันฝนสาดเข้าใบหน้าและดวงตาเวลาขับขี่ (สเปรย์ฉีดที่ชิลด์ ให้น้ำฝนไม่เกาะ) * อุปกรณ์การขับขี่ ควรเลือกแบบกันน้ำทั้งเสื้อผ้า รองเท้า และแจ็คเก็ต ซึ่งการขับขี่ของเราสะดวกสบายเวลาฝนตก เสื้อผ้าไม่เปียกน้ำ ตัวเราไม่เปียกชื้น ทั้งนี้ การสวมใส่เสื้อผ้าเปียกน้ำและยังฝืนขับขี่ ทำให้เกิดร่างกายหนาวเย็นและชาด้าน ส่งผลให้ตอบสนองการขับขี่ไม่ทันท่วงที * ชุดกันฝน…
ย้อนไปเมื่อปลายปี 2017 ทางผู้บริหาร Ducati ได้มีการเอ่ยออกมาว่าทางบริษัทมีแผนจะเปิดสวนสนุกในธีมของตัวเองเร็วๆนี้ ซึ่งในที่สุดก็ได้เวลาที่พวกเขาจะต้องลงเสาเข็มโครงการนี้กันซักที โดยจากข้อมูล Claudio Domenicali ผู้บริหารได้ระบุไว้ว่าเครื่องเล่นในสวนสนุกจะมีหลากหลายอย่างด้วยกันหลักๆก็็เป็น รถไฟเหาะที่ถูกตกแต่งให้เหมือนกับเรานั่งอยู่บนซุปเปอร์ไบค์ Panigale ซึ่งเจ้ารถไฟเหาะนี้ผู้เล่นสามารถควบคุมความเร็วหรืออัตราเร่งได้ตามต้องการ, มึเครื่องจำลองการขับขี่ในสนาม หรือที่เรียกกันว่า Ride-Simulator และอื่นๆอีกมากมายที่ยังไม่เปิดเผย ส่วนช่วงเวลาที่จะพร้อมเปิดให้ลูกค้าได้เข้าไปเล่นในสวนสนุกนั้น ยังไม่มีข้อมูลใดๆออกมาในตอนนี้ แต่คาดว่าเราคงไม่ต้องรอกันนานเท่าไหร่นัก เพราะอย่างช้าเราเชื่อว่าคงไม่เกินภายใน 1-2 ปีต่อจากนี้แน่นอน สวนสนุกของ Ducati ที่มีชื่อเต็มๆว่า “Ducati World” จะเปิดให้ชาว Ducatisi ได้เข้าไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆที่นั่น อ่านข่าว Ducati เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
อาจจะด้วยความที่ว่าเจ้า KTM 390 Adventure โฉม Prototype ถูกพบเห็นบนถนนหลวง จนมีภาพ Spyshot หลุดออกมาเรื่อยๆ และทำให้ทางสื่อเจ้าดังสามารถรวบรวมข้อมูลและทำภาพเรนเดอร์ใบนี้ออกมาให้เราดูลักษณะหน้าตาที่น่าจะภูกใช้ตอนทำขายจริงใบนี้ได้ โดยจากรูปไล่ตั้งแต่ส่วนหน้าจะเห็นได้ว่าชุดโช้กของ 390 Adventure มีความสูงเพิ่มขึ้นกว่าตัว Duke 390 พอสมควร ในขณะที่ชุดบังโคลนหน้าก็ออกแบบให้ปิดคลุมแกนโช้กมิดชิด, ชุดไฟหน้ามีขนาดเล็กลงกว่าเดิม และมีการเสริมวินด์ชิลด์สำหรับบังลม, ติดตั้งแฮนด์บาร์ทรงสูง, ถังน้ำมันยังคงดีไซน์เดิมแต่มีการเสริมแฟริ่งปีกข้างให้ใหญ่มากขึ้น รวมถึงการเสริมแครชบาร์ตามฉบับรถมอเตอร์ไซค์ตระกูล Adventure ชุดเฟรมหลักดีไซน์เดิม แต่มีการปรับเปลี่ยนชุดแฟริ่งด้านหลังให้ครอบซับเฟรมเต็มพื้นที่มากขึ้น พร้อมเปลี่ยนรูปทรงเบาะให้เหมาะกับการเดินทางมากกว่าเดิม, ท่อไอเสียวางองศาเฉียงขึ้น และใช้ล้อซี่รวดรัดด้วยยางหน้าหลังสำหรับบุกตะลุยเต็มที่ เสริมอีกนิดด้วยสเตอร์หลังชุดใหม่ที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเพื่อเพิ่มอัตราทดให้สูงขึ้นตามลักษณะการใช้งาน ส่วนช่วงเวลาเปิดตัวทางสื่ออินเดียคาดการณ์ไว้ว่า KTM จะเปิดตัว 390 Adventure ในงาน EICMA Show ปี 2019 ซึ่งสวนทางกับสื่อฝั่งยุโรปที่ให้ข้อมูลว่ามันจะเปิดตัวเร็วกว่านั้น นั่นก็คือในงานเดียวกันแต่เป็นปี 2018 ขอบคุณภาพจาก Indianautosblog อ่านข่าวสาร KTM เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ…
