หลังปล่อยให้นักบิดในสังกัดต้องโดนกระแสวิจารณ์อยู่พักใหญ่ ในที่สุดตัวหัวหน้าใหญ่สุดของ Repsol Honda Team นามว่า Alberto Puig ก็ได้ออกมาพูดถึงสิ่งที่ Marc Marquez นักบิดสายบู๊แหลกลาญได้ทำลงไปในการแข่งขัน ArgentinaGP 2018 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในเชิงว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่มีอะไรนอกเหนือจากอุบัติเหตุ แต่ผมเองก็เข้าใจถึงความรู้สึกเดือดดาลของ Yamaha ดี” “สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นกับ Rossi, คุณสามารถเช็คดูคลิปการแข่งขันย้อนหลังได้เลยว่าจังหวะนั้นมันมีน้ำขังอยู่บนไลน์ (ที่ Marquez ใช้) ล้อหน้าของเค้าเหมือนจะล็อค ดังนั้นเค้าจึงต้องผ่อนเบรคและบานออกไป (เพื่อที่จะไม่ให้ตนเองล้ม)” “เค้ายังมีช่องว่างที่จะหยุด ถ้าคุณมองจากในคลิปคุณจะเห็นว่าเค้าไม่ได้ใส่สุดขนาดนั้น ที่ผมจะบอกก็คือ Rossi ได้บานออกไปแล้วหน่อยนึง ซึ่งมันไม่ได้ดูเหมือน Marc จะจงใจพุ่งเข้าหา แต่เพราะน้ำบนผิวแทร็คทำให้เค้าบานออกไปจนปะทะเข้ากับ Valentino และส่งผลให้ฝ่ายหลังต้องล้มเพราะเหยียบผืนหญ้าข้างแทร็ค” “เราเข้าใจว่ามันคือสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในการแข่งขัน และเราก็รู้สึกขอโทษอย่างมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็นั่นแหล่ะ ด้วยสถานการณ์แบบนี้ต่างคนก็ต่างมีความคิดเป็นของตนเอง ทั้งกรรมการ ทั้งนักบิด และแน่นอนเราเลือกที่จะเชื่อนักบิดของเราถึงสิ่งที่เค้าพูดออกมา” นอกจากนี้เมื่อสื่อถาม Puig ถึงกรณีที่ Rossi…
Author: admin
หลังจากมีภาพสิทธิบัตรหลุดออกมาเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ซึ่งสามารถตีความได้ค่อนข้างชัดเจนว่าเจ้า Haojue HJ300 นี้อาจจะกลายมาเป็นเอนทรีแน็คเก็ทไบค์รุ่นใหม่ของ Suzuki อย่างเจ้า GSX-S300 ได้ในอนาคต และแน่นอนว่าเมื่อใดก็ตามที่มีภาพหลุดแนวๆนี้ออกมา ทางสื่อจอมเรนเดอร์อย่าง MotoBlast ก็ต้องไม่พลาดที่จะทำการตกแต่งตัวรถคันดังกล่าวออกมาให้เราได้รับชมกัน ดังที่เห็นอยู่ตอนนี้ จากภาพถ้าให้พูดถึงดีไซน์ตัวรถก็คงต้องบอกตรงๆว่าทาง MotoBlast ไม่ได้มีการปรับรายละเอียดของตัวรถซักชิ้นเดียว ซึ่งทางสื่อรายดังกล่าวได้ให้คำอธิบายว่าด้วยดีไซน์ดั้งเดิมของเจ้า Haojue HJ300 คันนี้มีความถูกจริตคนอินโดนีเซียบ้านเกิดของทางสื่อ แถมหน้าตาแบบนี้ก็บ่งบอกถึงความเป็นแน็คเก็ทไบค์ตระกูล GSX-S ได้อย่างดีอยู่แล้วดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องไปตกแต่งอะไรเพิ่มเพราะพวกเค้าค่อนข้างมั่นใจว่าทาง Suzuki น่าจะใช้เส้นสายแบบนี้ออกวางจำหน่ายแน่ๆ สำหรับเฉดสีที่ทาง MotoBlast เลือกใช้ในการประกอบภาพเรนเดอร์นั้น แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้นเฉดสี ฟ้า-ขาว ซึ่งเป็นเฉดสีหลักประจำค่ายคนบ้า Suzuki ซึ่งทางสื่อดังกล่าวได้ทำมาทั้งหมดสองแบบด้วยกัน โดยแบ่งออกเป็นชุดสีที่เน้นสีฟ้าเป็นหลับ กับชุดสีที่เฉลี่ยเฉด ฟ้า-ขาวให้พอดีกัน และตบท้ายด้วยชุดสีลายตัวแข่ง MotoGP สีฟ้าแถบเหลืองซึ่งเป็นอีกหนึ่งชุดสีเอกลักษณ์ของค่ายนี้ด้วยเช่นกัน ขอบคุณภาพจาก MotoBlast อ่านข่าวสาร Suzuki เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ…
จากกรณีการปะทะกันระหว่าง Johan Zarco และ Dani Pedrosa ในช่วงต้นเกมการแข่งขัน MotoGP ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้นิกบิดร่างจิ๋วแห่ง Repsol Honda Team ได้รับอาการบาดเจ็บที่ข้อมือขวาเป็นอย่างมากจนต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในกรุงบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน โดยสำหรับเรื่องนี้ทาง Dani Pedrosa ได้ให้ข้อมูลกับทางสื่อเอาไว้ว่า “ผมมีอะไรที่จะพูดเกี่ยวกับการแข่งขันไม่มากนัก, ส่วนตัวผมคิดว่าทีมเราทำได้ดีตลอดสัปดาห์การแข่งขันและผมสามารถขี่ได้ดี แต่สุดท้ายการแข่งขันของผมกลับจบตั้งแต่ยังไม่ทันได้พ้นรอบแรกด้วยซ้ำ” “กรรมการควรจะดูแลในเรื่องความปลอดภัยของนักบิดมากกว่านี้ และตอนนี้ผมรู้สึกเจ็บที่ข้อมือขวาอย่างมาก ซึ่งผมกำลังจะเข้าไปพบกับแพทย์ที่บาร์เซโลน่า ในวันอังคารนี้” ด้าน Johan Zarco นักบิดคู่กรณีก็ได้ออกมาให้คำชี้แจงเกี่ยวกับถึงสาเหตุที่ตนเองบานไปติด DP26 จนนักบิดคนดังกล่าวเกิดการไฮไซด์และล้มลงเพิ่มเติมว่า “ในตอนนั้นผมเลือกที่จะใช้ไลน์ในเพื่อแซงเค้า (DP26) แต่แน่นอนในเมื่อคุณอยู่ไลน์ในอย่างนั้นคุณก็จะต้องบานออก ซึ่งมันแย่ตรงที่เค้าดันบานออกไปตรงที่ผิวแทร็คมันเปียกพอดี” “ผมต้องพยายามที่จะไม่ให้ตัวล้มลง เพราะผมรู้ว่าถ้าผมล้ม Dani ต้องล้มลงด้วยแน่ๆ” (หลังเหตุการณ์นั้น Zarco ไม่ทราบว่า Dani ได้ล้มไปแทบจะทันทีหลังการปะทะ มาทราบอีกทีในช่วงสองสามรอบให้หลัง” ขอบคุณข้อมูลจาก Crash.net อ่านข่าว MotoGP…
ต่อจากกรณีข่าวที่ว่า Valentino Rossi ได้วิจารณ์ถึง Marc Marquez อย่างตรงไปตรงมาว่า “นักบิดแชมปโลก 6 สมัยคนดังกล่าวได้ทำลายกีฬานี้ไปแล้ว และการกระทำที่บวกนักบิดคนอื่นให้บานออกเป็นการกระทำด้วยความตั้งใจ” ล่าสุดในเวลาต่อมาไม่นานนักทางนักบิดหมายเลข 93 ก็ได้ออกมาแย้งว่า “ตัวเองไม่เคยคิดแบบนั้นกับนักบิดร่วมสนามเลยซักครั้ง” โดยก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์ Marquez เข้าไปปะทะกับ Rossi จนนักบิดฝ่ายหลังล้มลงเพราะเหยียบพื้นหญ้านอกผิวแทร็คนั้น ทาง MM93 ได้เริ่มอธิบายถึงเหตุการณ์ที่ตนเองต้องโดนทำโทษ Ride Trough เพราะตัวแข่ง Honda RC213V ของตนดับจนต้องเข็นสตาร์ทแล้ววกกลับไปจอดบนกริดใหม่ ซึ่งผิดกฏการแข่งขัน ว่า “ขณะที่ผมกำลังจะขับเข้ากริดสตาร์ท รถของผมมันดันดับขึ้นมา ซึ่งผมก็ได้ยกมือเพื่อจะแจ้งกรรมการหรือทีมงานแล้วว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น แต่ก็เหมือนไม่มีใครเห็น จนสุดท้ายผมต้องเลือกเข็นรถออกมาเพื่อสตาร์ท และโชคดีที่เครื่องมันติด แต่หลังจากนั้นผมก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อ” “จริงๆผมรู้นะว่าถ้ารถดับ ผมต้องออกจากกริดแล้วไปออกตัวที่พิทเลน แต่รถผมยังสตาร์ทได้อยู่ และเมื่อกรรมการได้วิ่งเข้ามาผมก็ถามกับเขาให้แน่ใจแล้วว่า ‘ผมยังออกตัวบนกริดได้อยู่ หรือต้องไปพิทเลน ?’ ซึ่งกรรมการคนดังกล่าวก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงเหมือนกัน จนผมและเค้าหันไปมองกรรมการอีกคนที่ชูนิ้วโป้งอยู่ข้างสนามเหมือนบอกว่าไม่เป็นไร ผมจึงเข้าใจว่าผมยังสามารถกลับไปยังกริดสตาร์ทของผมแล้วออกตัวจากตรงนั้นได้เหมือนเดิม” “หลังจากนั้นตอนที่ผมขับออกไปได้สักพัก (เริ่มการแข่งขันแล้ว)…
แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่าง Valentino Rossi และ Marc Marquez สองนักบิดระดับหัวแถวของการแข่งขัน MotoGP จะพึ่งกลับมาดีขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายปีที่แล้วนับตั้งแต่แตกหักไปเมื่อช่วงระหว่างปี 2015-2016 แต่ดูเหมือนว่าเมื่อคืนก่อนหน้านี้เหตุการณ์ดังกล่าวจะกลับมาอีกครั้งในลักษณะที่รุ่นแรงกว่าเดิม หลังนักบิดหมายเลข 93 ได้มีการเข้าไปปะทะกับนักบิดหมายเลข 46 ในโค้งที่ 13 ของสนามจนฝ่ายหลังบานออกไปนอกพื้นแทร็คและล้มลง ซึ่งทางนักบิดวัยดึกคนดังกล่าวก็ออกมาให้สัมภาษณ์เชิงโจมตีว่า “Marc Marquez ได้ทำลายกีฬานี้ไปเรียบร้อยแล้ว” “มันเป็นสถานการณ์ที่แย่มากๆ, Marquez ได้ทำลายกีฬานี้อย่างสิ้นเชิง, เพราะตัวเขาเองไม่ได้มีความเคารพในตัวนักกีฬาคนอื่นๆเลย ไม่เลยซักนิด” “การปะทะกันระหว่างแข่งขันมันเกิดได้กับนักบิดทุกคนอยู่แล้ว แต่มันก็แค่ไม่กี่ครั้งต่อสัปดาห์, คุณสามารถเบรกพลาดแล้วไปปะทะกับนักบิดคนไหนก็ได้ทุกเมื่อซึ่งมันเป็นปกติของกีฬาชนิดนี้” “อย่างไรก็ตาม Marc ได้ทำแบบนี้มาแล้วหลายครั้งตั้งแต่วันศุกร์ (รอบ Free Practice 1) กับทั้ง Marcerick Vinales และ Andrea Dovisiozo ต่อมาในเช้าวันเสาร์ก่อนรอบควอลิฟายผมเองก็โดนไปด้วย จนกระทั่งในการแข่งขันเขาทำแบบนี้กับนักบิดคนอื่นๆถึง 4 คน ซึ่งเป็นการจงใจทำทั้งนั้น” “มันไม่ใช่การพลาดแน่ๆ เพราะทุกครั้งเขาตั้งใจมาสะกิดที่ขาไม่ก็กลางตัวรถ…
ในรอบควอลิฟายเพื่อคัดอันดับออกสตาร์ทการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลก MotoGP ที่ประเทศอาร์เจนติน่า เมื่อวานนั้น แม้ว่าเอาจริงๆแล้ว Marc Marquez จะเป็นนักบิดคนแรกที่เลือกใช้ยางสลิคออกไปทำรอบกดเวลา แบบเดียวกับที่ผู้ถือตำแหน่งโพลโพซิชันในขณะที้อย่าง Jack Miller ทำ แต่ไม่รู้ว่านักบิดแชมป์โลกคนนี้เกิดกลัวในใจขึ้นมาหรือไม่อย่างไรจู่ๆเขาก็ได้วกกลับเข้าพิทเลนในทันทีหลังขับออกไปได้หนึ่งรอบ เพื่อเปลี่ยนมาใช้ยางเปียกออกไปกดเวลาแทน จนผลปรากฏว่าเค้าต้องออกสตาร์ทบนกริดที่ 6 โดยล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมาหลังจบรอบควอลิฟาย MM93 ก็ได้ออกมากล่าวคำสัมภาษณ์เพื่อชี้แจ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “ในตอนแรกผมรู้สึกได้ว่ามันถึงเวลาแล้วที่ต้องใช้ยางสลิก แต่หลังจากที่ผมออกจากพิทเลนไปได้ไม่นานนักจนกระทั่งเจอช่วงที่ผิวแทร็กยังเปียกอยู่ ผมก็รู้ตัวแล้วว่ามันชักจะเสี่ยงเกินไปแล้วที่จะล้ม และยิ่งเมื่อผ่านโค้ง 7-8 ที่ยังคงเต็มไปด้วยแอ่งน้ำ ผมก็ได้เกิดประโยคขึ้นมาในหัวแล้วว่า พรุ่งนี้วันแข่งนะ(โว้ย)” “จริงอยู่ว่าการได้ตำแหน่งโพลโพซิชั่นนั้นสำคัญ แต่วันพรุ่งนี้คือวันแข่งจริง และในปีนี้ผมต้องการลดความเสี่ยงและหลีกเลี่ยงการพลาดล้มให้มากที่สุด (พยายามจะไม่ให้ซ้ำรอยปีก่อน ที่ตัวเองล้มเยอะจนทำลายสถิติตลอดการแข่งขัน MotoGP)”, “ลึกแล้วผมก็เลือกที่จะเสี่ยง แต่ถ้าพลาดล้มขึ้นมาผมอาจจะเจ็บหนักจนไม่สามารถแข่งต่อในวันพรุ่งนี้ก็ได้” “ผมค่อนข้างแฮปปี้นะ การออกสตาร์ทด้วยลำดับที่ 6 ไม่ได้แย่ซะหน่อย มันก็แค่อยู่ถัดจากหัวแวมาเพียงนิดเดียวเท่านั้นเอง” มารอดูกันครับ ว่าคืนนี้ Marc Marquez หนุ่มนักบิดแชมป์โลกคนล่าสุดจาก Repsol Honda Team จะสามารถทำอะไรได้บ้างกับการออกสตาร์ทบนกริดที่ 6…
เปิดตัวออกมาครั้งแรกเมื่อตอนปี 2014 จนกระทั่งตอนนี้เข้าปี 2018 ทาง BMW ก็ยังไม่ได้ทำการอัพเดทหรือออกโมเดลย่อยใหม่ใดๆทั้งสิ้นให้กับเจ้า R nineT ราวกับว่าพวกเขาจะไม่ทำตลาดเจ้านี่อีกต่อไปแล้ว หลังจากที่ได้ทำการเปิดตัวรุ่นย่อยออกมาทั้งหมด 5 รุ่น ตลอดระยะเวลาการวางจำหน่าย 5 ปีที่ผ่านมา อันได้แก่ R nineT, R nineT PURE, R nineT RACER, R nineT URBAN G/S, และ R nineT SCRAMBLER ใช่ครับการเกริ่นแบบนี้เราไม่ได้ยกขึ้นมาเล่นๆ เพราะจากข้อมูลล่าสุดที่ทางสื่อใหญ่แดนเยอรมัน Motorcycle Magazine ได้มีการระบุไว้มีใจความค่อนข้างชัดเจนว่าในตอนนี้ “ไลน์อัพของ BMW R nineT ได้สิ้นสุดโดยสมบูรณ์แล้ว” ซึ่งเจ้าข้อความที่ว่านี้ทางสื่อดังกล่าวก็ได้อ้างอิงว่านำข้อมูลมาจากรายงานประจำปีของ BMW อีกทอดหนึ่ง อย่างไรก็ตามแม้ว่าทาง BMW จะมีแผนยุติสายการผลิตเจ้า R…
ในขณะที่ทุกๆคนกำลังให้ความสนใจในว่าที่สปอร์ตเอนทรีไบค์พิกัด 250-300cc น้องใหม่ของ Suzuki อย่าง GSX-R250/GSX-R300 อยู่นั้น ในขณะเดียวกันก็ดูเหมือนความเคลื่อนไหวของฝั่งคู่แฝดโฉมแน็คเก็ทไบค์จะมีความคืบหน้ามากกว่าซะแล้ว เพราะเมื่อไม่กี่วันมานี้ได้มีภาพสิทธิบัตรที่มีความความเป็นไปได้ที่จะเป็นหน้าตาของว่าที่ GSX-S250/GSX-S300 ใหม่สูงมากออกมา สำหรับข้อมูลในเบื้องต้นของรถมอเตอร์ไซค์ในรูปภาพนี้นั้น ถูกยื่นจดโดยบริษัท Haojue สัญชาติจีน ซึ่งเอาจริงๆแล้วบริษัทนี้ก็คือผู้ที่ออกแบบ 3 โมเดลพิกัด 250cc ของทาง Suzuki อันได้แก่ V-Strom 250, Inazuma 250 (GW250), และ GSX-250R ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นักถ้าเราจะสามารถสังเกตุได้ว่าเจ้ารถมอเตอร์ไซค์ปริศนาที่มีชื่อหรือโค้ดเนมว่า “HJ300” คันนี้ใช้ชิ้นส่วนพื้นฐานต่างๆร่วมกันกับทั้งสามคันที่เรากล่าวมาด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโครงหลักตัวรถและเครื่องยนต์ (อาจจะมีรายละเอียดแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย แต่ก็ยังสามารถยืนยันได้ว่ามีพื้นฐานเดียวกันแน่นอน) ด้านดีไซน์ภายนอกนั้น ด้วยความที่ว่ายังไงทาง Haojue ก็ต้องวางแผนให้เจ้า HJ300 คันนี้วางจำหน่ายในตลาดบ้านตนเองเป็นหลัก ดังนั้นดีไซน์โดยรวมของตัวรถจึงเน้นไปที่การตัดเส้นสายให้มีความเฉียบคมเป็นหลักตั้งแต่หัวจรดท้าย แน่นอนว่าอุปกรณ์ส่วนพ่วงตัวรถต่างๆก็ต้องจัดเต็มไม่ให้แพ้ชาวบ้าน ส่งผลให้มาตรวัดติดรถต้องเป็นแบบ LCD ฟูลดิจิตอล, หลอดไฟหน้า/หลังต้องเป็นแบบ LED, ชุดระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบตะเกียบคู่หัวกลับ, และชุดเบรกต้องมีระบบ…
แม้ว่าจะการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลปี 2018 จะผ่านมาแล้วหนึ่งสนาม หรือถ้านับเวลาก็ราวๆ 2 สัปดาห์ แต่ดูเหมือนว่าหลายๆคนจะยังคงไม่เข้าใจถึงกฏกติกาต่างๆที่ทางคณะกรรมการได้ตั้งเอาไว้เพื่อควบคุมตัวแข่งในฤดูกาลนี้ ซึ่งทางผู้จัด MotoGP ก็ได้มีการทำคลิปอธิบายถึงกฏกติกาหลักๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาเมื่อวันก่อน ดังนั้นเราจะขอนำมาอธิบายให้เพื่อนๆได้เข้าใจในแบบไทยๆพร้อมๆกัน มาเริ่มกันเลยครับ แน่นอนว่าสิ่งแรกที่ถูกพูดถึงก่อนเลยก็คือ จำนวนตัวแข่งที่นักบิดแต่ละคนใช้ได้ต่อปีนั้น จะมีแค่เพียง 2 คันเท่านั้น โดยเจ้าตัวแข่งที่ว่านี้จะต้องถูกควบคุมน้ำหนักไม่ให้ต่ำกว่า 157 กิโลกรัม (ย้ำนะครับว่าคุมน้ำหนักที่ตัวรถเท่านั้น ไม่ได้คุมน้ำหนักที่ตัวนักแข่ง) สำหรับจำนวนยางสลิกที่นักบิดแต่ละคนสามารถใช้ได้ต่อหนึ่งสัปดาห์การแข่งขัน ตั้งแต่รอบ Free Practice จนถึงตอนแข่งจริง จะถูกจำกัดไว้ที่ 10 เส้นสำหรับล้อหน้า และ 12 เส้น สำหรับล้อหลัง ในขณะเดียวกันจำนวนยางฝนที่สามารถใช้ได้ต่อหนึ่งสัปดาห์การแข่งขันนั้นก็จะมีตัวเลขอยู่ที่ 5 เส้นสำหรับล้อหน้า และ 6 เส้น สำหรับล้อหลัง ส่วนปริมาณน้ำมันที่ตัวแข่งแต่ละคันสามารถจุได้ในรอบแข่งจริงนั้นก็จะอยู่ที่ 22 ลิตร (ใช้ตัวเลขความจุน้ำมันนี้เท่ากันทุกคันทุกทีม ไม่มีแบ่งตามผลงานเหมือนปีก่อนๆ) ด้านจำนวนเครื่องยนต์ที่สามารถใช้ได้ต่อปียังคงใช้หลักแบ่งตามผลงานที่ตัวแข่งของแต่ละโรงงานสามารถทำได้ในฤดูกาลก่อนเหมือนเคย โดยสำหรับทางฝั่งตัวแข่งที่สามารถทำผลงานได้ดีในฤดูกาล…
หนึ่งในจุดเด่นที่เรามักเห็นกันมานานสำหรับซุปเปอร์ไบค์จาก Ducati ก็คือการวางตำแหน่งท่อไอเสียให้ออกใต้เบาะคนซ้อน ซึ่งเอาจริงๆแล้วค่อนข้างน่าเสียดายที่ในปัจจุบันทางค่ายไม่ค่อยได้ออกแบบท่อไอเสียแบบนี้มาให้กับซุปเปอร์ไบค์รุ่นใหม่ๆของทางค่ายอันได้แก่ตระกูล Panigale แต่แน่นอนว่าด้วยความที่เหล่า Ducatisi หรือแฟนบอยด์ทั้งหลายแห่งค่ายแดงแดนมักกะโรนียังคงหวยหาลักษณะการวางตำแหน่งท่อไอเสียไว้ใต้เบาะคนซ้อนอยู่เสมอๆ ทำให้หนึ่งในผู้ผลิตท่อไอเสียคู่บุญของค่าย Ducati อย่าง Termingoni ได้ทำการเปิดตัวท่อไอเสียที่มีดีไซน์ดังกล่าวออกมาให้ผู้ใช้รถซุปเปอร์ไบค์ตระกูล Panigale ได้เลือกซื้อกัน ซึ่งรวมถึงเจ้า Panigale V4 ที่เพื่อนๆกำลังเห็นอยู่ตอนนี้ด้วย โดยสำหรับท่อไอเสียรุ่นใหม่ที่ทาง Termingoni ได้ออกแบบมาเพื่อ Ducati Panigale V4 นั้นมีชื่อว่า “4USCITE” ซึ่งมันมีการแบ่งปลายท่อไอเสียออกเป็นสองชุดด้วยกัน นั่นก็คือชุดล่างที่ออกใต้ท้องรถ กับชุดบนที่ออกใต้เบาะคนซ้อน ซึ่งดูเหมือนว่าเจ้าของรถอาจจะต้องยอมเสียพื้นที่ในการติดป้ายทะเบียนกันซักหน่อยเพราะเมื่อดูจากตำแหน่งแล้วตัวปลายท่อไอเสียแบบใหม่นี้อยู่ที่เดียวกับกับจุดยึดบังโคลนเป้ะๆ ด้านราคาค่าตัวในเบื้องต้นแบบไม่รวมภาษีนั้นคราดว่าจะอยู่ที่ราวๆ 5,000 ดอลล่าร์สหรัฐหรือเกือบๆแตะ 160,000 บาทด้วยกัน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่านี่เป็นราคาที่ค่อนข้างสูงพอสมควรเมื่อเทียบกับท่อไอเสียจากแบรนด์อื่น แต่เราก็บอกได้เลยว่าคุ้ม เพราะด้วยสุ้มเสียงและชื่อชั้นของแบรนด์ประกอบกับดีไซน์ที่แปลกตา เจ้าท่อไอเสีย 4USCITE ถือว่าเป็นอะไรที่เข้ากันกับเจ้า Ducati Panigale V4 ได้สมบูรณ์เลยทีเดียวตามสโลแกนที่ว่า “The Perfect Sound” อ่านข่าว…
