อาจจะด้วยจำนวนจำกัดที่ถูกผลิตมาเพื่อวางจำหน่ายแค่เพียง 100 คันบนโลกเท่านั้นสำหรับ Honda CBR250RR Kabuki Edition ที่เปิดตัวเพื่อฉลองวาระครบรอบ 1 ปีที่ทำตลาดในอินโดนีเซีย ทำให้เจ้าของเจ้า CB150R Streetfire ที่เพื่อนๆกำลังเห็นอยู่ในตอนนี้ อยากนำเอาความเป็นเอกลักษณ์ของมันมาดัดแปลงใส่จนเกือบลืมไปเลยว่าครั้งนึงมันเคยเป็นแน็คเก็ทไบค์ โดยข้อมูลในการตกแต่งนั้น ทางเจ้าของได้ระบุไว้ว่าทุกชิ้นส่วนที่ถูกติดตั้ง เค้าได้สั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษเกือบทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ชุดแฟริ่งด้านหน้า ด้านข้าง และอกไก่ ที่มาพร้อมกับชุดไฟหน้า LED แฟริ่งชิ้นในสำหรับวางครอบแผงหน้าปัทม์ ค่าแรงการดัดแปลงจุดยึด รวมทั้งหมดสนนราคาคร่าวๆที่ประมาณ 8,640 บาท ในขณะที่ตัวครอบพังก็เป็นงานสร้างอีกชิ้นที่มีราคาไม่แพงเช่นกันนั่นก็คือไม่เกิน 1,000 บาท และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ แฟริงด้านท้าย ที่ตั้งราคาไว้แค่เพียง 4,200 บาทเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าราคานี้ก็เป็นราคาที่รวมทั้งการลงสี ชุดไฟท้าย LED และชุดแปลงบังโคลนหลังเช่นกัน เมื่อรวมเบ็ดเสร็จชุดแฟริ่งสร้างที่ใช้เริ่มการแปลงเจ้า CB150R Streetfire ให้เป็น CBR250RR นั้นก็อยุู่ที่ไม่เกิน 14,000 บาทเท่านั้น (ผู้เขียนเองก็ยังแอบอึ้งๆเหมือนกันว่านี้ใช่ราคาจริงมั้ย แต่จากการแปลงค่าด้วยตัวเลขในสื่อต้นทางก็พบว่ามันสามารถแปลงได้เท่านี้จริงๆ…
Author: admin
ไม่กี่วันก่อนหน้านี้เราก็ได้นำเสนอข้อมูลและภาพของ Raptor MX-Slaz ที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับ Yamaha M-Slaz เพื่อจัดจำหน่ายในประเทศเวียดนามกันไปแล้ว วันนี้เราจะพาเพื่อนๆไปชมกับรถมอเตอร์ไซค์แบรนด์จีนอีกหนึ่งรุ่น ที่ห้าวหาญไปใช้แรงบันดาลใจจากครุยเซอร์ยอดนิยมจากอเมริกาอย่าง Indian Scout นั่นก็คือเจ้า Benda BOX 400 ที่เพื่อนๆกำลังเห็นอยู่ในตอนนี้ สำหรับหน้าตาโดยรวมของเจ้า BOX 400 นั้นแม้ว่าเราจะได้กล่าวไปขั้นต้นว่ามันมีแรงบันดาลใจในการออกแบบขั้นต้นมาจาก Indian Scout ก็จริง ทั้งถังน้ำมัน, บังโคลนหน้า, ไฟหน้า, และชุดแฮนด์บาร์ แต่ถ้าหากสังเกตุที่ช่วงท้ายรถก็จะพบว่ามันใช้โช้คคู่แบบธรรมดาวางมุมตั้ชันเหมือนรถมอเตอร์ไซค์ทั่วๆไป ซึ่งไปคล้ายกับ Indian Octane ซะมากกว่า ส่วนเครื่องยนต์ที่แม้ว่าจะไม่ใช่แบบวางทำมุมตัว V เหมือนต้นแบบก็ตาม แต่อย่างน้อยก็ยังให้มาแบบ 2 สูงเรียง ซึ่งก็พอจะแก้ขัดในเรื่องของสุ้มเสียงได้บ้าง ถ้าหากจัดวางองศาการจุดระเบิดดีๆ โดยเรื่องของพละกำลังสูงสุดที่เครื่องยนต์ติดรถของ BOX 400 สามารถทำได้นั้นอยู่ที่ 38 แรงม้า และแรงบิดอีก 33.9 นิวตันเมตร ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้ขี้เหร่อะไรเลยแม้แต่น้อยถ้าให้เทียบกับน้ำหนักตัวที่เบาเพียง…
ในขณะที่เรากำลังสงสัยกันอยู่ว่า เป็นได้หรือไม่ ที่ All New Honda PCX Gen4 หรือ PCX แบบปรับใหม่ยกคันจะปรากฏตัวเร็วๆนี้ หลังจากที่ช่วงหลังๆนี้มีข่าวและข้อมูลออกมามากมายจากสื่ออินโดนีเซียโดยเฉพาะกับทาง Iwanbanran แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าจะไม่ใช่อย่างนั้นซะแล้ว เมื่อได้มีข้อมูลจากสื่อรายเดิมนี้ออกมาว่าทางผู้่บริหารของ Astra Honda (PT AHM อินโดนีเซีย) พูดชัดเจนว่าโฉมถัดไปของพรีเมียมสกูตเตอร์ยอดนิยมคันนี้จะเป็นแค่การปรับเปลี่ยนรายเอียดของ PCX Gen 3 ด้านนอกให้แตกต่างจากเดิม และปรับแรุงส่วนควบภายในเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หรือเรียกง่ายๆว่า Facelift แต่น่าเสียดายที่เราอาจจะไม่ได้เห็นเจ้า PCX Facelift มาจำหน่ายในบ้านเรา เนื่องจากผู้บริหารรายเดิมนี้ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่าการปรับปรุงครั้งนี้ จะทำขึ้นเพื่อใช้ในการผลิตและวางจำหน่ายในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งดูจะขัดกับนโยบายของ AP Honda ที่จะวางจำหน่ายเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์ที่ผลิตในบ้านเราเท่านั้น (ไม่นับรุ่นใหญ่ระดับสูงกว่า 650cc ที่ถูกจำกัดให้ผลิตได้เฉพาะในประเทศญี่ปุ่น) ขอบคุณข้อมูลจาก Iwanbanaran อ่านข่าว Honda เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ…
ก่อนที่เพื่อนๆจะได้รับชมภาพตัวจริงของ Kawasaki Z900RS นีโอ-เรโทรไบค์รุ่นใหม่ในงาน Tokyo Motor Show 2017 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 25 ตุลาคมที่จะถึงนี้ เราอยากจะพาเพื่อนๆรับทราบถึงข้อมูลสเปคพื้นฐานตัวรถคร่าวๆของเจ้านี่กันก่อนดีกว่า ว่ามันจะมีความแตกต่างอย่างไรกับสปอร์ตแน็คเก็ตที่ถูกใช้เป็นพื้นฐานอย่าง Z900 กันบ้าง โดยข้อมูลเกี่ยวกับสเปคพื้นฐานที่เราได้รับมานั้น เป็นข้อมูลจากทางเว็บไซต์ MotorCycle-Magazine.com ซึ่งพวกเค้าได้ระบุไว้ว่า แต่เดิมในเครื่องยนต์ขนาด 948cc ที่ถูกติดตั้งไว้ใน Z900 นั้นจะถูกปรับปรุงชิ้นส่วนภายในใหม่เล็กน้อยเพื่อความเหมาะสมกับการใช้งานของ Z900RS โดยเริ่มจากการจำกัดรอบสูงสุด (เรดไลน์) ให้เหลือเพียง 8,500 รอบ/นาที (จากเดิมที่ 9,500 รอบ/นาที) ส่งผลให้แรงม้าสูงสุดหายไป 3 ตัวเหลือเพียง 120 ตัว (HP) พอดิบพอดี แล้วไปเน้นในเรื่องของแรงบิดช่วงกลางพร้อมปรับอัตราทดเกียร์ใหม่ให้กว้างขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยเพื่อลดความดุดัน โดยที่ความเร็วสูงสุดก็อยู่ในระดบัที่ไม่มากมายอะไรนักด้วยตัวเลขราวๆ 230 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในขณะที่ขนาดโดยรวมตัวรถของ Z900RS นั้น จะมีความกว้างมากกว่าตัวพื้นฐานออกมาเป็น 865 มิลลิเมตร…
ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เรื่องแปลกตากันซักเท่าไหร่ซะแล้ว กับการที่แบรนด์มอเตอร์ไซค์จากจีนทั้งหลาย เลือกลอกแบบรถมอเตอร์ไซค์รุ่นที่กำลังได้รับความนิยม มาปรับนู่นนี่นั่นเล็กน้อยแล้ววางจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ดังที่เรากำลังเห็นอยู่ในตอนนี้กับเจ้า MX-Slaz 125 จาก Raptor ที่วางจำหน่ายในประเทศเวียดนาม ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ทันทีว่าต้นแบบของมันก็คือ M-Slaz ของ Yamaha โดยสาเหตุที่ทาง Raptor กล้าพอที่จะตั้งชื่อ MX-Slaz ซะใกล้เคียงกับรถต้นแบบขนาดนี้ น่าจะเป็นเพราะว่าอันที่จริงแล้วเจ้า Yamaha M-Slaz ที่วางจำหน่ายในเวียดนามนั้นใช้ชื่อทางการตลาดว่า TFX150 ส่วนสเปคพื้นฐานของรถก็อปพี่จีนนั้นยังดีที่ใช้เครื่องยนต์สูบนอนความจุ 125cc และมีแรงม้าสูงสุดราวๆ 10 ตัวเท่านั้น (เหมือนรถแม่บ้านทั่วไปของบ้านเรานี่แหล่ะครับ) ในขณะที่ส่วนควบต่างๆของ MX-Slaz แม้ว่าในทางพื้นฐานจะมีความใกล้เคียงกับ M-Slaz มากแค่ไหน แต่ยังไงด้วยความเป็นพี่จีนออพชั่นต่างๆติดรถที่ให้มาจึงดูดีกว่า(ในทางสายตา)อยู่นิดหน่อย ไม่ว่าจะเป็น แฮนด์ขับโช้ก, ก้านเบรก/ก้านคลัชท์ปรับระดับ, แฟริ่งด้านข้างที่ลากยาวเป็นชิ้นเดียวกับอกไก่ด้านล่าง, และกันดีด อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่ขนาดความจุเครื่องยนต์เท่านั้นที่เล็กลง เพราะถ้าเราสังเกตุจากรถคันด้านหลังซึ่งก็คือ Honda Zoomer-X ก็จะเห็นได้ว่าขนาดตัวของเจ้า Raptor MX-Slaz นั้นมีขนาดไม่ได้หนีจากสกูตเตอร์ยอดนิยมรุ่นดังกล่าวเลย แม้กระทั่งล้อแม็กก็ยังน่าจะเป็นขนาด…
ท่ามกลางกระแสข้อมูลของสปอร์ตไบค์พิกัด 300cc-400cc ที่ถาโถมกันมาอย่างหนัก ทั้งไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งของ Yamaha, Kawasaki, และ Honda จนเราเกือบลืมไปว่ายังมีอีกค่ายที่พวกเค้าเองก็อยากจะเข้าร่วมชิงส่วนแบ่งของตลาดรถมอเตอร์ไซค์ในพิกัดนี้กับเค้าด้วยเช่นกันนั่นก็คือ Suzuki อันที่จริงแล้ว ใช่ว่า Suzuki จะนิ่งเฉยกับการทำสปอร์ตไบค์พิกัดเริ่มต้นนี้ไปซะทีเดียว เพราะนอกจาก GSX-R150 ที่เปิดตัวในไทยเราเมื่อไม่นานมานี้ พวกเค้าก็ยังมี GSX-250R ที่เปิดตัวขึ้นมาเพื่อทำตลาดในกลุ่มประเทศยุโรป แต่ด้วยความที่ว่าสไตล์พื้นฐานของตัวรถนั้นเป็นแบบสปอร์ตกึ่งทัวร์ริ่ง ที่สังเกตุได้จากการจัดวางท่านั่ง และแฮนด์จับโช้กที่ถูกวางตำแหน่งไว้เหนือแผงคอ จนทำให้ได้ใช้ตัวอักษร R หลังตัวเลขนั้น ดูจะไม่สามารถเรียกกระแสที่น่าสนใจจากสาวกคนบ้าได้มากเท่าไหร่นัก จึงดูเหมือนจะเงียบๆไปทั้งๆที่เปิดตัวมาได้เกือบปีแล้ว จนกระทั่งล่าสุดทางสื่ออินโดนีเซียเจ้าเดิมอย่าง Iwanbanaran ได้มีการเปิดเผยภาพแผนการตลาดของ Suzuki ประจำปี 2018 ที่จัดขึ้นในประเทศกรีซมาให้เราได้รับชมกัน ซึ่งผลปรากฏว่า หนึ่งในรายชื่อที่ปรากฏอยู่ในลิสต์เหล่านั้นมีชื่อของ GSX-R250 (สปอร์ตแท้ๆ จับโช้กวางใต้แผงคอ ท่านั่งหมอบเกือบจะเต็มขั้นเหมือนน้องเล็กอย่าง GSX-R150) ระบุไว้ด้วย และไม่ใช่เพียงแค่สปอร์ตอย่าง GSX-R250 จากภาพจะเห็นได้ว่าตัววรถที่ทาง Suzuki ประเทศกรีซจะเปิดตัวในฐานะไลน์อัพใหม่ (ไม่เคยมีมาก่อน) ในปี…
นับตั้งแต่ปรากฏตัวครั้งแรกในฐานะหุ่นต้นแบบที่งาน Tokyo Motor Expo ปี 2015 และมีการปล่อยคลิปการขับขี่ในสนามจริงๆช่วงต้นปี 2016 ก็ดูเหมือนว่าทาง Yamaha น่าจะเริ่มเห็นสมควรแล้วว่า เจ้า MOTOROiD หุ่นยนต์นักบิดตัวนี้สามารถทำกำไรอะไรซักอย่างใหกับบริษัทได้จึงได้ทำการจดทะเบียนการค้าเป็นที่เรียบร้อย โดยในส่วนของข้อมูลในเอกสารที่ทาง Yamaha ใช้ยื่นจดทะเบียนการค้านั้น เราไม่ทราบรายละเอียดมากมายนัก แต่สิ่งหนึ่งที่เราสามารถบอกได้คือคำจำกัดความที่ทางค่ายใช้ระบุความหมายของคำว่า “MOTOROiD” จะใช้เพื่อการค้าในลักษณะที่เกี่ยวข้องกับ สองสิ่งที่น่าสนใจด้วยกันนั่นก็คือ “รถมอเตอร์ไซค์รักษาการทรงตัวด้วยตัวเอง” และ “ระบบรักษาสมดุลสำหรับรถมอเตอร์ไซค์” ซึ่งบ่งบอกได้ชัดเจนเลยทีเดียวว่าเจ้านี่เกิดมาเพื่อทำอะไร (เอาจริงๆคำจำกัดความมีมากกว่านี้นะครับ แต่โดยรวมๆแล้วเป็นคำจัดกัดความที่นำมาประกอบเอกสารเพื่อทำให้ครอบคลุมซะมากกว่า เราจึงขอไม่พูดถึงครับ เพราะถ้าให้นับคงมีไม่ต่ำกว่า 20 คำจำกัดความเลยทีเดียว) นั่นจึงหมายความว่าในอนาคตเราอาจจะได้เห็นรถมอเตอร์ไซค์ที่สามารถรักษาการทรงตัวด้วยตัวเองได้ ซึ่งอาจจะคล้ายกับ NC750 Intrega ของทางฝั่ง Honda ที่พึ่งเปิดตัวไปไม่นานมานี้ไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ตามสำหรับเป้าหมายที่แท้จริงสำหรับปี 2017 ของโปรเจ็กต์ MOTOROiD ที่ทางทีมพัฒนาได้เคยให้ข้อมูลไว้เมื่อต้นปี ระบุไว้ว่าตอนนี้พวกเค้าอยากให้ตัวหุ่นยนต์ดังกล่าวสามารถขับขี่ Yamaha YZF-R1 ในสนามแข่งด้วยความเร็วทะลุ 200 กิโลเมตร/ชั่วโมงให้ได้ซะก่อน…
หลังจากที่ทาง Triumph ได้เคยทำการเปิดตัว T120 และ T100 “Black Edition” ไปก่อนหน้านี้และทำตลาดในฐานะโฉมปี 2017 จนมีผู้จับจองไปแล้วมากมายหลายคัน ในที่สุดก็ถึงเวลาของน้องสุดท้องพื้นฐาน Bonny อย่าง Bobber ที่กำลังจะได้รับการปรับแต่งรูปโฉมใหม่ตามสไตล์ “ดำขลับ” กับเค้าเช่นกันเพื่อทำตลาดในฐานะรุ่นปี 2018 โดยการตกแต่งหลักๆของตัวรถที่เปลี่ยนไปนั้น ด้วยความที่แต่เดิมในเรื่องเฉดสีติดรถที่ใช้ในการวางจำหน่ายในปัจจุบันของ 2017 Bobber นั้นก็มีพื้นที่สีดำมากพออยู่แล้วทั้ง บังโคลน โคมไฟหน้า และฝาครอบแบตฯ แต่เพื่อให้มันมีความดำสนิทที่มากขึ้นเหมือนกับพี่ๆ ทาง Triumph จึงทำการจับชุดแครงก์ซ้ายขวา ฝาครอบวาล์ว ท่อไอเสีย และกรอบไฟหน้ามาทำสีดำด้านทั้งหมด เพื่อให้ตรงตามคอนเซปท์ “Black Edition” สำหรับวันเวลาที่จะเปิดตัวนั้น คาดว่าทาง Triumph จะปล่อยภาพและข้อมูลพื้นฐานตัวรถออกมาพร้อมๆกับ T120 Speedmaster ที่มีข้อมูลออกมาว่าจัปรากฏตัวครั้งแรกสูู่สายตาชาวโลกในวันที่ 3 ตุลาคม หรือสัปดาห์หน้านี้ และพร้อมจะทำตลาดเป็นรุ่นปี 2018 ต่อไป…
ใครจะคิดล่ะครับ ว่าแค่ความรู้สึกที่เริ่มจากการไม่ชอบดีไซน์หมวกเดิมๆ ที่ทั้งหนักและอึดอัดของ Arata Ono CEO และดีไซนเนอร์ของบริษัท Borderless จากญี่ปุ่นจะทำให้นึกสร้างหมวกกันน็อคอันเพรียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่มีชื่อว่า CrossHelmet X1 ใบนี้ โดยในหมวกกันน็อค CrossHelmet X1 ที่เพื่อนๆกำลังเห็นอยู่ในตอนนี้ มีทั้งเทคโนโลยีกล้องด้านหลังที่สามารถถ่ายภาพเคลื่อนไหวองศาเพื่อแสดงผลบนหน้าจอ HUD ได้หน้าแบบเรียลทาม, สามารถแสดงผลข้อมูลการเดินทาง ทั้งเนวิเกเตอร์ สภาพอากาศ สภาพถนน ระยะทางที่เหลือก่อนถึงจุดหมาย, ระบบตัดเสียงหรือควบคุมเสียงจากภายนอก ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกเองได้ว่าต้องการฟังเสียงอะไรบ้างขณะขับขี่ และสามารถเชื่อมต่อกับระบบมือถือเพื่อเปิดเพลงจากเพลย์ลิสต์ที่เพื่อนๆมีอยู่ได้ผ่านระบบบลูทูธ แม้กระทั่งการเชื่อมต่อกับผู้อื่นผ่านระบบโทรคมนาคมกับเพื่อนๆก็ไม่ใช่เรื่องยาก ยังไม่หมดแค่นั้น อย่างที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า Ono ได้มีไอเดียแรกในการออกแบบหมวกใบนี้จากความคิดที่ว่า หมวกกันน็อคเต็มใบเดิมๆที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันนั้นอึดอัด ทำให้เค้าเลือกออกแบบรูปทรงภายในใหม่หมดเพื่อเพิ่มความสบายในการสวมใส่ที่มากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการเพิ่มพื้นที่ด้านหน้าหมวกให้ยาวขึ้นเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการหายใจ นอกจากนี้ยังเพิ่มความกว้างของหน้ากากจากซ้ายไปขวาให้มีมุมกว้างถึง 190 องศา ซึ่งเมื่อรวมทัศนวิสัยกับกล้องที่สามารถถ่ายภาพได้ 170 องศาทางด้านหลัง ก็ทำให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นทุกสิ่งรอบๆตัวได้แบบ 360 องศาเลยทีเดียว แต่ด้วยความที่ว่า Ono ไม่สามารถหาเงินมาสร้างเจ้าหมวก CrossHelmet X1 ใบนี้ได้ในทีแรกทำให้เค้าเลือกที่จะนำเสนอโปรเจ็กต์ดังกล่าวลงบนเว็บไซค์…
อาจจะดูไม่ค่อยคุ้นหูคุ้นตากันมากมายนักสำหรับบ้านเรา แต่สำหรับชื่อ VTX1300CX หรือ Honda Fury นี้ น่าจะเป็นชื่อที่ได้รับความนิยมไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับตลาดชาวครุยเซอร์ในกลุ่มประเทศยุโรปทั้งหลาย ไปจนถึงสหรัฐอเมริกา ซึ่งล่าสุดทางค่ายก็ได้ทำการปล่อยภาพโฉมอัพเดทเพื่อทำตลาดในฐานะรุ่นปี 2017/2018 อันที่จริงแล้วถ้าจะให้บอกว่าเจ้า Honda Fury คันนี้คือรถครุยเซอร์แท้ๆก็คงไม่ใช่ เพราะมันได้ถูกออกแบบดีไซน์ช่วงหน้าตัวรถใหม่ ตั้งแต่ชุดโช้กหน้าปรับองศาใหม่ให้นอนยาวมากกว่าปกติ และถังน้ำมันทรงหยดน้ำขนาดเล็กเรียวที่จุน้ำมันได้เพียง 12.8 ลิตร ซึ่งส่งผลให้เราสามารถเรียกได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า มันคือรถชอปเปอร์อย่างแท้จริง ในส่วนของขุมกำลังหลักนั้นเป็นแบบ V-Twin ขนาดความจุ 1,312cc จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด PGM-FI มีหัวเทียน 2 หัวต่อสูบ ทำงานร่วมกับชุดเกียร์ 5 สปีดส่งกำลังต่อไปยังชุดเพลา ระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบตะเกียบธรรมดาแต่ให้ขนาดแกนมาใหญ่ถึง 45 มิลลิเมตร ส่วนระบบกันสะเทือนหลังเป็นแบบโมโนโช้กปรับความแข็งอ่อน 5 ระดับ และรีบาวน์ได้อีกเล็กน้อย ล้ออัลลอยด์ด้านหน้ามีขนาดวงล้อกว้างถึง 21 นิ้ว แต่ให้หน้ากว้างมาแค่เพียง 90 มิลลิเมตร ส่วนวงล้ออัลลอยหลังมีขนาด 18 นิ้ว…
