fbpx

ผู้บริหาร สนามช้างฯ เปรย “ด้วยกระแสนิยมที่มากกว่า เราคงเหลือไว้เพียง MotoGP เท่านั้น”

0

จากความเคลื่นไหวก่อนหน้านี้ของ “สนามช้าง” ที่ทางผู้บริหาร “คุณโอ๊ต ตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ – กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต (BRIC)” ได้ให้สัมภาษณ์กับเราว่า ขณะนี้ทางสนามและผู้สนับสนุนต้องแบกรับค่าลิขสิทธิต่อปีของการแข่งขัน WSBK และ MotoGP เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งถือว่าเป็นภาระที่หนักเกินไป จึงอยากให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนค่าลิขสิทธิ์รายการใดรายการหนึ่ง เพื่อที่ตนจะได้รับผิดชอบภาระของอีกการแข่งขันได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น

แต่ทว่าจนตอนนี้ ด้วยความที่การเมืองยังไม่นิ่ง และดูเหมือนภาครัฐจะไม่ค่ยมีความสนใจในการผลักดันมอเตอร์สปอร์ตอย่าง MotoGP หรือ WSBK เท่าไหร่นัก ทำให้ตอนนี้ทาง “BRIC” อาจจะต้องมาถึงทางเดินที่ต้องเลือกว่าจะไปทางไหนต่อดี ระหวา่งการต่อสัญญาศึก WSBK ที่พึ่งหมดไปในปีนี้ หรือปล่อยทิ้งไว้เช่นนั้น แล้วจะได้จ่ายค่าลิขสิทธิการแข่งขัน MotoGP ในปีหน้าเพียงอย่างเดียว ซึ่ง “คุณโอ๊ต” ก็ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าทางสนามอาจจะเลือกทางที่สองเอาไว้ว่า

Interview-khun-oat-wsbk-contract
“เรามองว่า เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ และ โมโตจีพี เป็นรายการแข่งขันประเภทเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันแฟนชาวไทยให้ความสนใจ โมโตจีพี อย่างมาก และมากกว่า เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์หลายเท่าตัว นี่คือหนึ่งในการตัดสินใจเรื่องสัญญาของ เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ ซึ่งเราจะคงเหลือไว้เพียง โมโตจีพี เท่านั้น”

โดย ค่าลิขสิทธิ์จัด WSBK มีค่าลิขสิทธิ์ราว WSBK 100 ล้านบาท/ปี ซึ่ง 5 ปีมานี้ทางภาคเอกชน (สนามช้างฯ และ สปอนเซอร์) เป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายตรงนี้มาตลอด แต่เมื่อมีค่าลิขสิทธิ์ของ MotoGP ที่อยู่ราวๆ 370 ล้านบาท/ปี โดยมี ภาครัฐ ช่วยสนับสนุนงบเพียง 100 ล้านบาท/ปี ทำให้ทาง BRIC กับสปอนเซอร์อีกยังต้องรับผิดชอบค่าลิขสิทธิ์ที่เหลืออีกสูงถึง 270 ล้านบาท ซึ่งก็ยังถือว่าหนักหนาเกินไปอยู่ดี ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก ที่ตอนสุดท้ายแล้วพวกเขาจะเลือกไม่ต่อสัญญา WSBK ในปีหน้า และเหลือไว้แค่เพียง MotoGP เท่านั้น

ขอบคุณข้อมูลบทสัมภาษณ์จาก Motorsportlives.com

อ่านข่าว WSBK เพิ่มเติมได้ที่นี่

เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ

Share.

About Author