Fabio Quartararo แชมป์โลก MotoGP ปี 2021 ออกมาเปิดเผยความรู้สึกแบบตรงไปตรงมาและดุเดือดที่สุดอีกครั้ง โดยเขายอมรับว่าสถานการณ์ภายในของ Yamaha ตอนนี้กำลังเข้าสู่ขั้นวิกฤตอีกรอบ เนื่องจากทีมวิศวกรและช่างเครื่องไม่มีเบาะแสหรือแนวทางที่ชัดเจนเลยว่าจะต้องแก้ไขปัญหาเรื้อรังของรถแข่ง YZR-M1 อย่างไร
“แฟ้บ” บอกว่าปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่การขาดความพยายามของทีมงาน แต่เป็นความสับสนและไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าทำไมตัวรถถึงสูญเสียความสามารถในการยึดเกาะถนนที่ล้อหลัง และไม่สามารถทำความเร็วในโค้งซึ่งเคยเป็นจุดแข็งและเอกลักษณ์ของยามาฮ่ามาโดยตลอด
เขาได้อธิบายเพิ่มเติมในรายละเอียดว่า ทุกครั้งที่ทีมงานพยายามปรับเปลี่ยนการเซ็ตอัพ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปยุ่งกับระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อปรับการส่งกำลัง หรือการปรับแต่งโครงสร้างแชสซีและสวิงอาร์ม ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่สะท้อนออกมาเป็นความเร็วบนแทร็กเลย
ซ้ำร้ายในหลายๆ ครั้งการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นกลับทำให้ตัวรถสูญเสียสมดุลและควบคุมได้ยากกว่าเดิมเสียอีก สิ่งนี้ทำให้ “เจ้าแฟ้บ” รู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก เพราะในฐานะนักแข่ง เขาได้พยายามเค้นสมรรถนะและขับขี่รถคันนี้จนทะลุขีดจำกัดที่มันจะทำได้แล้ว แต่ผลการแข่งขันที่ออกมาก็ยังห่างไกลจากการต่อกรกับรถแข่งจากฝั่งยุโรปที่มีแรงม้าสูงกว่าและมีระบบแอโรไดนามิกส์ที่ก้าวล้ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด การที่ทีมงานเดินหลงทางและแก้ปัญหาแบบเดาสุ่มเช่นนี้ยิ่งทำให้ช่องว่างระหว่างยามาฮ่ากับคู่แข่งกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะมองไม่เห็นหนทางในการกลับมาคว้าชัยชนะ
นอกจากเรื่องของตัวรถแล้ว เขายังได้กล่าวสะท้อนไปถึงสภาพจิตใจของตัวเขาเองที่ต้องแบกรับความกดดันและความรู้สึกสิ้นหวังเมื่อต้องลงสนามแข่งขันแต่ละเรซ เขาเปิดเผยว่ามันเป็นเรื่องยากมากที่จะรักษาแรงจูงใจและความดุดันในการขับขี่ให้คงอยู่ เมื่อตระหนักดีว่าตนเองต้องออกสตาร์ทด้วยอาวุธที่เสียเปรียบชาวบ้านตั้งแต่ยังไม่เริ่มแข่ง แม้ทางโรงงานจะมีการนำชิ้นส่วนอัปเกรดใหม่ๆ บินตรงมาให้ทดสอบอยู่บ้าง แต่ชิ้นส่วนเหล่านั้นก็แทบจะไม่เคยมอบผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมเลย
ท้ายที่สุดเขาได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงไปถึงผู้บริหารระดับสูงของยามาฮ่าว่า หากไม่มีการรื้อระบบวิธีการทำงานแบบเดิมๆ ทิ้งไป หรือไม่มีการดึงตัวบุคลากรระดับหัวกะทิที่มีความเชี่ยวชาญจากภายนอกเข้ามาช่วยผ่าตัดแก้ไขปัญหาโดยด่วน ยามาฮ่าก็จะต้องจมปลักอยู่กับความล้มเหลวนี้ต่อไปอีกยาวนาน และแน่นอนว่าสถานการณ์ที่คลุมเครือไร้ทิศทางเช่นนี้ ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจเรื่องอนาคตและเส้นทางอาชีพของตัวเขาเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

