MotoRival ได้มีโอกาสเข้าร่วมการสัมภาษณ์ นักแข่งจากทีม Monster Energy Yamaha MotoGP โดยจะมี Fabio Quartararo และ Alex Rins ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการทดสอบวันสุดท้ายที่สนาม Chang International Circuit จังหวัดบุรีรัมย์
Alex Rins
“Alex Rins” ยอมสละรถสำรองให้ ฟาบิโอ! การทดสอบรถปกติ ระดับทีมโรงงานจะมีรถให้นักแข่งคนละ 2 คัน แต่ปรากฏว่า Rins มีรถวิ่งแค่คันเดียว เพราะเมื่อคืนก่อนเทสต์ ทีมมาขออนุญาตนำรถคันที่ 2 ของเขาไปให้ Fabio ใช้ทดสอบ (น่าจะเพราะมีชิ้นส่วนใหม่จำกัด หรือต้องการให้ฟาบิโอเปรียบเทียบเซ็ตอัพ) และ Rins ก็ใจหล่อมากที่ยอมยกให้ พร้อมทิ้งท้ายประโยคสุดเท่ว่า “โปรเจกต์นี้เราต้องช่วยเหลือกัน”
ทัศนคติที่ Rins ดูชิลกว่า Fabio ทั้งที่รถยามาฮ่ามีปัญหาเหมือนกัน Rins บอกว่าเขาฝึกตัวเองหนักมากที่จะระบายความหงุดหงิดทั้งหมดในรอบ “In-lap” (รอบวิ่งช้าๆ กลับเข้าพิท) เพื่อให้พอก้าวลงจากรถเดินเข้าการาจ เขาจะมีสติและทำงานกับช่างได้ดีที่สุด ประเด็นนี้สะท้อนความเป็นมืออาชีพสุดๆ
Alex Rins ถึงขั้นยอมรับความจริง: “ไม่มีนักแข่งคนไหนเตรียมใจมาเพื่อวิ่งรั้งท้าย” ผู้จัดการทีมยอมรับเองว่าเปิดฤดูกาลนี้ เหนื่อยแน่ และRins เองก็ยอมรับว่าสภาพรถตอนนี้ตามหลังคู่แข่งเยอะมากแม้จะทำเวลาได้ดีขึ้นบ้าง การที่นักแข่งระดับแชมป์ต้องมาขี่ประคองแบบนี้ เป็นเรื่องเจ็บปวดที่สื่อถึงสถานการณ์ที่ยากลำบากของค่ายส้อมเสียงกั้นลม (Yamaha) ได้เป็นอย่างดีครับ
ร่างกายฟิตปั๋ง 100% ลบคำสบประมาทเรื่องอาการบาดเจ็บเรื้อรัง นักข่าวแอบจับผิดว่าเดินเข้า Medical Center บ่อย แต่รินส์รีบสวนกลับว่าแค่ไปทำกายภาพเฉยๆ สภาพร่างกายตอนนี้ฟิตสมบูรณ์ที่สุด วิ่งได้ ปั่นจักรยานได้ ลบภาพจำที่คนชอบมองว่าเขาเจ็บกระดูกขาจนฟอร์มตกไปได้เลยครับ
Fabio Quartararo
ผู้สัมภาษณ์: ถามถึงสถานการณ์ความยากลำบากในการพัฒนารถ
Fabio Quartararo: เอาตรงๆ ผมคิดว่าเราคงต้องเหนื่อยกันแบบนี้ไปตลอดทั้งปีแหละครับ เพราะผมคิดว่าเราคงไม่สามารถหาสิ่งที่เราต้องการเจอได้แบบปุบปับหรอก มันจะเป็นความท้าทายที่หนักหนาแน่นอน เพราะในฐานะนักแข่ง คุณย่อมอยากจะต่อสู้เพื่อชัยชนะ หรืออย่างน้อยก็พยายามทำให้ได้เหมือนปีที่แล้ว ที่เรายังพอคว้าโพลโพสิชั่น (Pole Position) หรือได้ออกสตาร์ทแถวหน้าได้บ้าง แต่เราก็เห็นแล้วว่าตอนนี้เราอยู่ห่างไกลจากจุดนั้นมาก และเราจะพยายามทำงานให้หนักที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ
ผู้สัมภาษณ์: คุณยิ้มตอนที่พูดเรื่องนี้นะ คุณแอบคิดไหมว่าอยากจะมีใครสักคนมาบอกคุณแบบนี้บ้างในตอนนั้น?
Fabio Quartararo: ใช่ครับ ผมหวังว่าจะมีใครมาบอกผมแบบนี้เหมือนกันตอนที่ผมกำลังดิ้นรนอย่างหนักในปีแรกของผม ตอนเทสต์ครั้งแรกที่มาเลเซีย ดังนั้นผมก็เป็นคนดีคนนึงแหละ (ยิ้ม) ผมอยากให้เขาได้เจอสิ่งที่ดีที่สุด และผมคิดว่าคำพูดเล็กๆ น้อยๆ มันอาจจะช่วยได้ และผมคิดว่ามันเป็นเรื่องบวกสำหรับตัวเขาครับ
ผู้สัมภาษณ์: ถามถึงเรื่องการปรับเซ็ตติ้งรถในช่วงบ่ายว่ามีการเปลี่ยนอะไรไปบ้าง
Fabio Quartararo: ท้ายที่สุดแล้ว ทีมงานมักจะมีไอเดียใหม่ๆ มานำเสนอเสมอครับ เราก็เลยมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอด เมื่อวานเราปรับเปลี่ยนอะไรไปเยอะมาก แต่วันนี้เราเปลี่ยนแค่นิดหน่อย ไม่ได้เยอะเท่าไหร่ แต่ก็นั่นแหละครับ เรากำลังดิ้นรนอย่างหนักเพื่อหาทิศทางที่ถูกต้องให้เจอ และเราจะเดินหน้าลุยกันต่อสำหรับการแข่งขันสนามต่อๆ ไป
ผู้สัมภาษณ์: ถามถึงระดับความหงุดหงิดหรือความเครียดเทียบกับปีที่แล้ว
Fabio Quartararo: เมื่อวานนี้ผมไปถึงจุดที่… มากเกินไปหน่อยครับ ผมไปถึงระดับของความหงุดหงิดขั้นสุด เพราะผมอยากจะขี่ให้เร็ว ผมอยากจะเห็นตัวเองมีความสามารถในการแข่งขัน แต่ผมก็เห็นความจริงว่าเราอยู่ห่างจากจุดนั้นมากๆ ดังนั้นผมเลยไม่อยากจะเบิร์นเอาท์ หรือทำให้สภาพจิตใจตัวเองพังทลายไปซะก่อน ผมแค่อยากจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี มีความใจเย็นให้มากขึ้น และพยายามจัดการกับสิ่งที่เราพอจะทำได้ เพราะการที่คุณจะพยายามผลักดันตัวเองให้เกิน 100% ตลอดเวลาเนี่ย ในแง่ของสภาพจิตใจแล้วมันยากมากครับ
ผู้สัมภาษณ์: ปีที่แล้วคุณยังสามารถทำเวลาคว้าโพลโพสิชั่นได้ คุณคิดว่าปีนี้มันยังพอมีโอกาสแบบนั้นไหม?
Fabio Quartararo: ไม่ครับ ปีนี้จะไม่มีโอกาสที่เราจะทำเวลาต่อรอบได้แบบนั้นเลย เพราะมันเห็นได้ชัดเจนว่านั่นคือจุดที่เราสูญเสียไปเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และผมไม่คิดว่าภายในเวลาแค่ครึ่งปีเราจะหาทางแก้จุดนั้นเจอได้หรอกครับ ดังนั้นก็… มารอดูกันครับว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง

