fbpx

รีวิว 2019 Harley-Davidson FXDR114 ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก เพาเวอร์ครุยเซอร์ สาย Dragster

0

ย้อนไปเมื่อวันที่ 17-18 ธันวาคม ปี พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา ทางทีมงาน MotoRival เราได้รับเกียรติจากทาง Harley-Davidson Thailand ให้เข้าร่วมกิจกรรม “Freedom Ride” กิจกรรมทดสอบขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson ล็อตประกอบในไทยทั้ง 14 รุ่น ครั้งแรกของประเทศ ดังนั้นเราจึงไม่รอช้าเลือกที่จะทำ รีวิว 2019 Harley-Davidson FXDR114 น้องใหม่ล่าสุดของตระกูล Softail เนื่องจากมันพึ่งเปิดตัวไปสดๆร้อนๆในงาน Motor Expo 2018

Review-Harley-Davidson-FXDR-114-Freedom-Ride-Trip-02
โดยการทดสอบ FXDR114 ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดให้ทดสอบเป็นครั้งแรกของเอเซียแปซิฟิก ซึ่งแม้ระยะทางโดยรวมตลอดทริปทดสอบ รวมทั้ง 2 วัน จะกินระยะทางเกือบ 400 กิโลเมตร แต่แค่นั้นทีมงาน MotoRival รู้สึกวายังไม่พอเท่าไหร่นัก เพราะระหว่างทริปต้องมีการสลับตัวรถกับพี่ๆสื่อรายอื่นด้วย ดังนั้นเราจึงขอยืมรถต่อหลังจบทริปเพื่อเก็บรายละเอียดตัวรถให้มากที่สุด ซึ่งความรู้สึกและสัมผัสหลังจากที่ได้ทดสอบมันจะเป็นอย่างไรนั้น เรามาเข้าเรื่องกันเลยครับ

Review-Harley-Davidson-FXDR-114-F-R
สำหรับดีไซน์ในภาพรวมของ FXDR 114 คันนี้แม้จะยังตั้งอยู่พื้นฐานของครุยเซอร์ตระกูล Softail อย่างที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้น แต่รูปลักษณ์ภายนอกมีการปรับใหม่หมด ตั้งแต่หัวจรดท้าย เพื่อให้มันกลายเป็นรถมอเตอร์ไซค์แนว เพาเวอร์-ครุยเซอร์ สไตล์ดุดันที่เกิดมาพร้อมภาพลักษณ์และจิตวิญญาณแห่งตัวแข่งแบบ Dragster

Review-Harley-Davidson-FXDR-114_08
ไฟหน้าโคมวงรีมีหลอดไฟ LED-Projector 3 ดวงตั้งแถวแนวดิ่งตรงกลางเป็นไฟต่ำ มีลูกเล่นเล็กน้อยเป็นตราสัญลักษณ์ของ Harley-Davidson อยู่หลอดตรงกลาง ส่วนไฟสูงถ้าเปิดใช้งานขึ้นมาจะสว่างออกทางจานฉายด้านข้าง และเสริมความสปอร์ตอีกเล็กน้อยด้วยชิลด์ครอบด้านบนเหมือนมีหมวกสวมไว้เหนือโคมไฟ ตามด้วยก้านไฟเลี้ยว LED ขนาดใหญ่ที่ยื่นออกมาข้างโคมช่วยเพิ่มจุดเด่นของตัวรถต่อเพื่อนร่วมทางได้เป็นอย่างดี

Review-Harley-Davidson-FXDR-114_09
ขยับมาด้านหลังโคมไฟจะเห็นว่าตัวแฮนด์บาร์ซ้าย/ขวาเป็นแบบจับกระบอกโช้กด้านบน และมีประกับแฮนด์ขนาดใหญ่ซึ่งแน่นอนว่าเป็นที่ตั้งของชุดสวิตช์ควบคุมระบบไฟต่างๆของตัวรถติดตั้งไว้

Review-Harley-Davidson-FXDR-114-Switch
โดยตัวประกับฝั่งซ้ายไล่จากซ้ายบนไปขวาแล้วลงมาด้านล่างจะมี สวิตช์ปรับการแสดงผลบนหน้าจออยู่คู่กับสวิตช์แตร, สวิตช์ไฟสูงอยู่คู่กับสวิตช์ไฟต่ำ/ไฟพาส, และสุดท้ายคือสวิตช์ไฟเลี้ยวซ้าย ขณะที่ตัวประกับขวา ถ้าไล่จากขวาบนไปซ้ายแล้วลงมาด้านล่างจะมี สวิตช์ดับเครื่องอยู่คู่กับสวิตช์เปิดระบบไฟ, สวิตช์ไฟผ่าหมากอยู่คู่กับสวิตช์สตาร์ท, และสุดท้ายคือสวิตช์ไฟเลี้ยวขวา ซึ่งการทำงานของระบบไฟเลี้ยวตรงนี้จะดับเองอัตโนมัติเมื่อตัวรถมีการเลี้ยวและกลับมาตั้งตรงอีกรอบ แต่หากผู้ขี่ต้องการดับไฟเลี้ยวเองก็ให้กดย้ำสวิตช์อีกรอบเพียงเท่านั้น (เผื่อไว้ในกรณีที่เราต้องการขอทางแล้วเปลี่ยนเลนเฉยๆ)

Review-Harley-Davidson-FXDR-114_10
ขยับเข้าไปอีกนิดมาที่ชุดคอนโซลก็จะเห็นชุดหน้าจอ LCD Full-Digital ขนาดเล็กเพียง 2.14 นิ้ว ดูเรียบง่ายแต่อัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นที่จำเป็น ทั้งการแสดงผลในส่วนของ ระดับน้ำมัน, ความเร็ว, ตำแหน่งเกียร์, ระยะทางรวม, ระยะทางทริป (A/B), ระยะทางที่ไปต่อได้จากน้ำมันคงเหลือ, รอบเครื่องยนต์, และเวลา ซึ่งตัวหน้าจอ LCD ตรงนี้จะมีฟังก์ชันปรับลดแสง/เพิ่มแสงของตัวเองตามแสงแวดล้อม (กลางวันสว่าง กลางคืน หรือลดอุโมงค์จะลดแสงตัวเองลง) ส่วนตัวไฟแสดงสถานะอื่นๆเช่น ไฟเลี้ยว, ระดับน้ำมันในถังเหลือน้อย, ไฟสูง, เกียร์ว่าง, แรงดันน้ำมันเครื่อง, ABS, ระบบกันขโมย, และอื่นๆ จะอยู่ด้านล่างหน้าจอ LCD อีกที

Review-Harley-Davidson-FXDR-114_11
ด้านชุดกุญแจเป็นระบบคีย์เลส ไม่ต้องใช้ดอกขันให้เสียเวลา เพียงแค่พกใส่กระเป๋ากางเกงไว้ก็สามารถนั่งคร่อมแล้วเปิดสวิตช์ระบบไฟและต่อด้วยการกดสวิตช์สตาร์ทเครื่องยนต์ขี่ตัวรถออกไปได้เลย ส่วนตัวดอกเล็กๆที่ให้มาคู่กันเอาไว้ขันล็อคคอรถซึ่งจะมีเบ้าอยู่บริเวณหลังแกนคอ

Review-Harley-Davidson-FXDR-114_21
ถังน้ำมันทรงหยดน้ำแต่ขึ้นเหลี่ยมสันดูสวยงามเข้ากับดีไซน์ตัวรถ มีขนาดความจุ 4.4 แกลลอน หรือ 16.7 ลิตร ใหญ่สะใจจนสามารถรองรับระยะทางในการใช้งานได้ไม่ต่ำกว่า 300 กิโลเมตร เพราะอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่เคลมเอาไว้อยู่ที่ราวๆ 19 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือว่าประหยัดมากๆถ้ามองจากขนาดความจุเครื่องยนต์ และฝาถังเป็นแบบหมุนเกลียวไม่มีตัวล็อคใดๆเพื่อความสะดวกในการจอดเติมน้ำมัน แต่ก็ต้องระวังคนมือบอนมาเล่นกันเป็นพิเศษหน่อยล่ะครับงานนี้ เพราะเราเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าถ้าเราไม่ได้อยู่กับรถแล้ว ตัวรถได้มีการออกแบบกลไกล็อคฝาไว้หรือไม่

Review-Harley-Davidson-FXDR-114_04
และจุดเด่นที่ไม่พูดถึงก็ไม่ได้ของมันก็คือ ตัวชุดกรองอากาศแบบเปลือย(แทบจะเรียกว่าดูดสด) ออกแบบให้ยื่นหัวออกมาข้างถังน้ำมันด้านขวาและชี้ไปข้างหน้าลำตัวหวังดักอากาศเต็มที่อย่างชัดเจน ซึ่งการออกแบบตรงนี้ทางฮาร์เล่ย์ฯได้ให้ข้อมูลเอาไว้ว่าพวกเขาได้แรงบันดาลใจจากตัวแข่งทางตรงชิงแชมป์โลกระยะ 1/4 ไมล์ที่มีชื่อว่า “Screamin’ Eagle” ของสำนัก Vance & Hines ซึ่งอันที่จริงแล้ว จะให้เราบอกว่าเจ้าตัวแข่งที่ว่านี้คือแรงบันดาลใจในการออกแบบเจ้า FXDR114 ทั้งคันเลยก็ยังได้

Review-Harley-Davidson-FXDR-114_20
เบาะนั่งตอนเดียวสำหรับผู้ขี่เพียงคนเดียว บุซับในนุ่มกำลังดี ไม่หนา ไม่กระด้างจนเกินไป ขณะที่ตัวหนังหุ้มเบาะเป็นแบบหนังกลับให้สัมผัสสากเกาะกับกางเกงได้ดีแบบไม่ต้องกลัวไหล และตัวเบาะช่วงติดถังมีการบีบทรงให้แคบเพื่อรับกับต้นขา ส่วนเบาะช่วงหลังกว้างและสูงรับกับช่วงก้นกบและสะโพกสามารถใช้พิงตอนเปิดคันเร่งหนักๆได้เป็นอย่างดี ขณะที่ชุดท้ายหรือช่วงหางมีการตัดให้สั้นกุดตามสไตล์ตัวแข่ง Dragster ซึ่งถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าชิ้นพลาสติกด้านบนมีลักษณะเหมือนฝาครอบ คาดว่าทางฮาร์เลย์อาจจะออกแบบเผื่อไว้สำหรับลูกค้าที่อยากเสริมเบาะคนซ้อนสำหรับคนรู้ใจ

Review-Harley-Davidson-FXDR-114_06
ขยับมาด้านล่างตัวรถจะเห็นได้ว่าทาง ฮาร์เล่ย์ฯ ได้ออกแบบปลายท่อไอเสียเป็นทรงสามเหลี่ยม ซึ่งออกแบบไว้เพื่อหลบมุมเผื่อจังหวะที่ต้องเอียงเข้าโค้ง ส่งผลให้ให้สามารถเอียงได้ข้างละเกือบ 33 องศา (ด้านซ้าย 32.6 ด้านขวา 32.8) ซึ่งถือว่ามากที่สุดในเหล่ารถมอเตอร์ไซค์ตระกูล Softail ที่วางจำหน่ายอยู่ในขณะนี้

Review-Harley-Davidson-FXDR-114_07
ปิดท้ายในส่วนของรูปลักษณ์โดยรวมด้วยชุดบังโคลนขนาดใหญ่ครอบล้อลงมาเกินครึ่ง ที่กลายเป็นจุดติดตั้งชุดไฟท้ายขนาดใหญ่ กับก้านไฟเลี้ยว พร้อมรองรับการยึดแผ่นป้ายทะเบียนไปในตัว ช่วยเสริมลุคความดุดันกับตัวรถได้อีกโข

Review-Harley-Davidson-FXDR-114_22
ระบบช่วงล่าง

ด้านหน้าเป็นแบบโช้กหัวกลับขนาดแกน 43 มิลลิเมตร ปรับเช็ตค่าไม่ได้ แต่ออกแบบแผงคอให้เอียงทำมุม 34 องศา และมีระยะเทรลยาวถึง 120 มิลลิเมตร ส่วนโช้กด้านหลังเป็นแบบโมโนช็อคซ่อนไว้ใต้เฟรม อันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของรถมอเตอร์ไซค์ฮาร์เล่ย์ฯ ตระกูล Softail มาพร้อมกับฟังก์ชันปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับผ่านรีโมทที่ยื่นออกมาใต้เบาะนั่งผู้ขี่ด้านขวา

Review-Harley-Davidson-FXDR-114_16
ระบบเบรก

ด้านหน้าเป็นแบบจานคู่ขนาด 300 มิลลิเมตร ทำงานร่วมกับปั๊มเบรกแอกเซียลเมาท์ 4 ลูกสูบ ด้านหลังจานเดี่ยวขนาด 292 มิลลิเมตรทำงานร่วมกับปั๊ม 2 ลูกสูบ และมีระบบ ABS มาให้ครบครัน

Review-Harley-Davidson-FXDR-114_15
ชุดล้อ

ด้านหน้าแบบอัลลอยด์ผสม 5 ก้านคู่ เล่นกราฟฟิคเล็กน้อยด้วยการแกะชื่อแบรนด์ “Harley-Davidson” สีส้มไว้ที่ขอบล้อ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 19 นิ้ว รัดด้วยยางไซส์กำลังดีรหัส 120/70ZR19 ส่วนด้านหลังเป็นแบบอัลลอยด์ผสมและมีการแกะชื่อแบรนด์ไว้ที่ขอบเช่นกัน แต่มีดีไซน์แบบเรียบปิดทั้งวง ขนาดเส้นรอบวง 18 นิ้ว รัดด้วยยางไซส์ยักษ์รหัส 240/40R18

Review-Harley-Davidson-FXDR-114-Tyres
โดยยางติดรถที่ว่านี้เป็นยางที่ทาง Harley-Davidson ได้ว่าจ้างให้ทาง Michelin ผลิตขึ้นมาเพื่อตนเองโดยเฉพาะสังเกตได้จากการที่มันมีตราสัญลักษณ์แบรนด์ฮาร์เลย์ประทับไว้บริเวณขอบยางเป็นระยะๆ ซึ่งจากที่เราได้ลองสอบถามทีมช่างเทคนิคมา ก็ได้ข้อมูลว่า ยางรุ่นนี้จะหาซื้อที่ไหนไม่ได้นอกจากที่ศูนย์บริการของ Harley-Davidson เท่านั้น

Review-Harley-Davidson-FXDR-114_17
เครื่องยนต์

ยังคงเป็นแบบ V-Twin ที่คุ้นเคยกันมาเนิ่นนานตามฉบับ Harley-Davidson ซึ่งแน่นอนว่าบล็อคที่ติดตั้งอยู่ใน FXDR114 คันนี้คือตระกูลใหม่ล่าสุดที่มีชื่อว่า “Milwaukee-Eight” โดยจะเป็นรุ่นความจุ 114 ลูกบาศก์เมตร หรือ 1,868 ซีซี ควบคุมการเปิดปิดวาล์วด้วยชุดแคมชาฟท์และก้านกระทุ้ง และเสริมระบบระบายความร้อนแบบออยคูลเลอร์เข้าไป สามารถทำแรงบิดได้สูงสุด 158 นิวตันเมตรที่ 3,500 รอบ/นาที ส่วนแรงม้าสูงสุดไม่ได้มีการเคลมไว้ แต่คาดว่าอย่างน้อยๆจะต้องมีราวๆ 90 ตัวให้เห็น ขณะที่เรดไลน์สูงสุดอยู่ที่ราวๆ 5,700 รอบ/นาที และใช้ชุดเกียร์ 6 สปีดส่งกำลังไปยังล้อหลังด้วยระบบสายพานขับ (ไม่ใช่โซ่)

Review-Harley-Davidson-FXDR-114_23
ท่านั่ง

เริ่มจากความสูงเบาะอยู่ที่ 720 มิลลิเมตร ทำให้ไม่แทบต้องกังวลในจังหวะเตรียมขึ้นคร่อมเลย เว้นเสียแต่ว่าด้วยความกว้างของตัวรถช่วงล่างที่ทำให้ผู้ขี่ต้องถ่างขาออกพอสมควรตอนนั่งคร่อม ดังนั้นสำหรับผู้ใช้ไซส์เล็ก (เตี้ยกว่า 170 เซนติเมตรลงมา) จึงอาจจะมีปัญหาในเรื่องของการวางเท้าเล็กน้อยในจังหวะจอดนิ่งอยู่กับที่ (อ้าเยอะก็ขาไม่ถึง อ้าน้อยก็ติดท่อไม่ก็เสื้อสูบซึ่งก็ร้อนอีก)

Review-Harley-Davidson-FXDR-114_03ส่วนชุดแฮนด์บาร์ที่เป็นแบบจับกระบอกโช้ก ถูกวางตำแหน่งไว้ระดับต่ำกว่าศอกเล็กน้อย แต่ค่อนข้างไกลและกว้างจากตัวผู้ขี่ ทำให้ต้องโน้มตัวไปข้างหน้าพอสมควร ขณะที่ตำแหน่งพักเท้าก็ยื่นไปข้างหน้าเช่นกัน (หน้าแครงก์เครื่องยนต์อีกที) ส่งผลให้แม้ตัวผู้ขี่จะร่นตัวไปจนติดถังน้ำมันแล้ว ก็ยังรู้สึกเหมือนขาเอื้อมไม่ค่อยถึงอยู่บ้างในช่วงแรก แต่ก็เข้าใจว่ายังไงเจ้า FXDR114 คันนี้ต้องออกแบบมาตามคอนเซปท์ของรถมอเตอร์ไซค์แนว “แดร็กไบค์” และเน้นรองรับกับผู้ใช้ตัวสูงใหญ่แบบอเมริกันชนมากกว่าอยู่แล้ว ดังนั้นสำหรับผู้ใช้ไซส์มาตรฐานชายไทย (170 เซนติเมตร) จึงต้องปรับตัวเข้าหารถเล็กน้อยหลังจากนั้นจะเคยชินไปเอง

นอกจากนี้ตัวแฮนด์บาร์ ก้านเบรก/ก้านคลัชท์ ต่างก็ออกแบบมาให้มีขนาดที่ใหญ่มาก ซึ่งเมื่อประกอบกับการใส่ถุงมือหนังหนาๆที่ผู้ทดสอบใช้อยู่จึงทำให้รู้สึกเก้ๆกังๆในการกำคลัทช์ หรือกำเบรกช่วงแรกพอสมควร

Review-Harley-Davidson-FXDR-114-Freedom-Ride-Trip-01
ความรู้สึกที่ได้จากการใช้งานจริง !

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่านี่เป็นครั้งแรกที่ผู้เขียนได้มีโอกาสสัมผัสรถมอเตอร์ไซค์ของ Harley-Davidson แบบจริงๆจังๆซึ่งช่างประจวบเหมาะเหลือเกินกับเจ้า FXDR114 คันนี้ที่พึ่งมีการเปิดให้ทางสื่อมวลชนได้ทดสอบเป็นครั้งแรกของประเทศไทย (รวมถึงเป็นครั้งแรกของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก) โดยสำหรับฟีลลิ่งแรกที่สัมผัสได้ตั้งแต่นั่งคร่อม ต้องบอกตามตรงว่าตัวรถถือว่าใหญ่เอาเรื่อง และมีน้ำหนักที่ค่อนข้างเยอะ แต่โชคยังดีที่เบาะไม่ได้สูงมากนักจึงทำให้สามารถใช้ขายันตัวรถให้ตั้งตรงเพื่อเก็บขาตั้งเตรียมสตาร์ทออกตัวได้อย่างไม่ยากลำบากอะไร (ตามที่ฮาร์เลย์ได้ระบุไว้บอกว่าถ้าเติมน้ำมันเต็มถังมันจะหนักถึง 303 กิโลกรัม อย่างไรก็ดีด้วยน้ำหนักเท่านี้ก็ถือว่าเบาที่สุดแล้วถ้าเทียบกับรถมอเตอร์ไซค์ตระกูล Softail ด้วยกัน)

Review-Harley-Davidson-FXDR-114_05ต่อมาเป็นจังหวะเตรียมสตาร์ทเครื่องยนต์ซึ่งค่อนข้างงงเล็กน้อยเพราะทาง Harley-Davidson ได้มีการทำสวิตท์เปิดระบบไฟแยกออกมา เพื่อทำหน้าที่แทนการขันกุญแจที่คุ้นชิน ดังนั้นจึงต้องกดสวิตท์ตรงนี้ก่อนแล้วถึงจะกดสวิตท์สตาร์ทได้ ซึ่งสุ้มเสียงของตัวรถและการสั่นของเครื่องยนต์ในช่วงรอบเดินเบานั้นค่อนข้างนิ่มนวล ออกแนวสุขุมนุ่มลึกไม่ได้สั่นสะท้านเหมือนรถฮาร์เลย์ยุคเก่า แต่ถ้าเบิ้ลเครื่องซักนิดก็จะได้ยินทั้งเสียงท่อที่กระหึ่มมากขึ้น แถมยังมีเสียงดูดอากาศตรงกรองเปลือยที่ยื่นออกมาข้างถังน้ำมันลอดใต้หมวกกันน็อคเข้ามาให้ได้ยินเบาๆ กระตุ้นต่อมอยากบิดคันเร่งให้สูงขึ้นไปอีก

Review-Harley-Davidson-FXDR-114_18และทันทีที่เริ่มกำคลัทช์ที่รู้สึกว่าหนักนิดๆ เพื่อเข้าเกียร์หนึ่งซึ่งไม่ได้รู้สึกว่าแข็งอะไรเลยตอนเตะคันเกียร์ แล้วปล่อยก้านคลัทช์ออกช้าๆ ตัวรถก็สามารถเคลื่อนตัวไปข้างหน้าได้เองแบบเนิบๆโดยแทบไม่ต้องเร่งส่งแต่อย่างใด (คือจะไม่เร่งไม่คลอคลัทช์ก็ไม่ได้เพราะรถกระตุกค่อนข้างแรง) และเมื่อเริ่มเปิดคันเร่งเพื่อทำความเร็วต่อไป ตัวเครื่องยนต์ Milwaukee-Eight 114 ก็จะเริ่มแสดงสมรรถนะออกมา กล่าวคือแม้ไม่ได้กระแทกคันเร่งอะไรมากมายนัก แต่ตัวรถก็สามารถพุ่งทะยานออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วไปพร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ที่เริ่มคำรามดังขึ้นเรื่อยๆ

Review-Harley-Davidson-FXDR-114_19โดยหากผู้เขียนได้ลองขี่โดยใช้อารมณ์แบบท่องเที่ยวล่องไปกับตัวรถด้วยความเร็วแบบสุภาพชนราวๆ 110 – 130 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่เกียร์สูงสุด (เกียร์ 6) พบว่าตัวรถมีความนุ่มนวลค่อนข้างมาก เพราะรอบเครื่องยนต์วิ่งอยู่ที่ราวๆ 2,500 – 3,000 รอบ/นาที เท่านั้น แถมช่วงล่างยังเซ็ทมาให้รับแรงกระแทกจากลอนคลื่นเบาๆกำลังดี ไม่อ่อน และไม่กระด้างจนเกินไป แต่เมื่อเปลี่ยนอารมณ์ลองลากรอบจนเกินระดับนี้ขึ้นไป ตัวแฮนด์บาร์ก็จะเริ่มสั่นหนักขึ้นเรื่อยๆจนรู้สึกไม่ค่อยสบายเท่าไหร่นัก

และถ้าหากเปิดคันเร่งหนักๆหวังรีดสมรรถนะในเรื่องของอัตราเร่ง ตัวผู้เขียนก็พบว่าเจ้า FXDR114 คันนี้สามารถพุ่งทะยานไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีการรอรอบใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่ว่าจะลองทดสอบอัตราเร่งด้วยการ์เชนจ์เกียร์ลง หรือเปิดคันเร่งทั้งๆที่ใช้เกียร์สูงยังไง แรงบิดอันหนักหน่วงที่มีตั้งแต่รอบเดินเบาจนถึงรอบเรดไลน์ของมันที่ล็อคเอาไว้ราวๆ 5,700 รอบ/นาที ก็ช่วยผลักดันตัวรถได้อย่างต่อเนื่องไม่มีคำว่าแรงตก หรือปลายห้อยให้รู้สึกเลยสักนิด

Review-Harley-Davidson-FXDR-114-Freedom-Ride-Trip-04
ส่วนเรื่องความเร็วสูงสุดที่ผู้เขียนสามารถรีดได้จาก FXDR114 คันนี้นั้น อยู่ที่ประมาณ 190+ กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งถือว่ามากเกินพอสำหรับรถมอเตอร์ไซค์แนวนี้ เพราะเอาจริงๆแล้ว นับตั้งแต่ช่วงความเร็วระดับ 150 กิโลเมตร/ชั่วโมงขึ้นไป ลมปะทะจะมีมากจนผู้ขี่ต้องเกร็งขาเพื่อให้มันยังวางอยู่บนพักเท้า เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ถ้าเกิดตกหลุม(ตามสไตล์ถนนไทย)แรงๆขึ้นมา ขาก็พร้อมจะตกแล้วกางออกจากพักเท้าทันที ดังนั้นความเร็วที่กำลังเหมาะสมในการใช้งานแบบท่องเที่ยวจริงๆของเจ้านี่จึงไม่ควรเกิน 140 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพื่อความสบายตัวของผู้ขี่

Review-Harley-Davidson-FXDR-114-Freedom-Ride-Trip-08ในเรื่องของความนิ่งตัวรถทั้งตอนความเร็วต่ำไปจนถึงความเร็วสูงๆขณะขับขี่ช่วงทางตรง ต้องขอบคุณระยะฐานล้อที่ยาวถึง 1,735 มิลลิเมตร กับระยะเทรลและองศาแผงคอที่ค่อนข้างเยอะในแบบฉบับของรถครุยเซอร์ รวมถึงไซส์ยางด้านหลังขนาด 240 มิลลิเมตร ที่ช่วยทำให้ตัวรถมีความเสถียรสูงมาก

Review-Harley-Davidson-FXDR-114_01แต่ในทางกลับกันเนื่องจากช่วงหน้าของตัวรถจะพยายามกลับมาตั้งตรงตลอดเวลาทุกครั้งที่เปิดคันเร่ง ทำให้พอถึงจังหวะที่ต้องเข้าโค้งผู้เขียนพบว่า FXDR114 คันนี้มีอาการหน้าดื้อพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโค้งแคบๆ ซึ่งถ้าอยู่กลางโค้งแล้วเปิดคันเร่งโดยไม่เล็งไลน์เผื่อไว้แต่แรก ตัวรถจะมีอาการบานออกทีละนิดๆอย่างเห็นได้ชัดจนน่าหวาดเสียวว่าจะหลุดโค้งมั้ยถ้าหากจะบานออกไปขนาดนี้

Review-Harley-Davidson-FXDR-114_02ดังนั้นหากอยากขี่ FXDR114 คันนี้ให้สนุกมากยิ่งขึ้น และอยากได้อรรถรสของมันแบบเต็มๆ การแก้อาการตรงนี้จึงมีแนวหลักๆอยู่สองอย่างด้วยกันคือ ใช้วิธีเอียงตัวผู้ขี่ลงไปเพื่อช่วยกดศูนย์ถ่วงตัวรถให้เอียงได้มากขึ้น ซึ่งต้องบอกว่าเมื่อประกอบกับช่วงล่างที่เซ็ทมาไว้หนืดกำลังดี ไม่มีโยกหรือย้วย ส่งผลให้ผู้เขียนสามารถเลี้ยวรถในโค้งได้อย่างมั่นใจขึ้นมาก หรือถ้าโหนไม่ไหว อย่างน้อยๆก็ต้องมีการเปิดไลน์เผื่อเอาไว้ก่อนเข้าโค้ง แล้วหาจุดหักหัวต่อด้วยการเปิดคันเร่งเพื่อแทงออกในคราวเดียว โดยหลังจากที่ได้ลองปรับมาใช้ทั้งสองวิธีนี้ร่วมกันแล้ว ตัวผู้เขียนก็เริ่มสนุกกับเจ้านี่ขึ้นมาอีกเยอะเลยทีเดียว

นอกจากนี้ทางช่างเทคนิคของ Harley-Davidson ยังให้ทริกเพิ่มเติมอีกว่า ไม่ควรเบรกกลางโค้ง เพราะตัวรถจะบานออกหนักยิ่งกว่าเดิม หรือไม่ก็ขวางลำไปเลย ดังนั้นหากต้องการจะเบรกชะลอความเร็วควรเบรกซะตั้งแต่ก่อนหักเข้าโค้ง ไม่เช่นนั้นจะแก้อาการรถยาก ซึ่งประสิทธิภาพของเบรกติดรถที่ให้มาก็ต้องยอมรับว่าทำงานได้ดีจริงๆ คืออาจจะไม่ได้จับจึ๊กอะไรแบบพวกซุปเปอร์ไบค์ แต่ก็ให้ความรู้สึกที่จับนุ่มๆแล้วอยู่แม้ว่ามันจะมีน้ำหนักตัวถึง 303 กิโลกรัมก็ตาม (และถ้าคิดรวมน้ำหนักผู้เขียนด้วยก็เหลืออีกสิบกว่ากิโลกรัมนิดๆจะแตะเลข 400 แล้วด้วยซ้ำ)

Review-Harley-Davidson-FXDR-114_13แถมท้ายอีกนิดสำหรับมุมการใช้งานในเมือง ด้วยความที่แฮนด์บาร์ของตัวมันค่อนข้างกว้างอย่างที่เราได้บอกไปก่อนหน้า จึงทำให้การมุดช่องจราจรไม่สามารถทำได้สะดวกเท่าไหร่นัก กล่าวคือถ้าหากรถมอเตอร์ไซค์คันข้างหน้าเป็นรถมอเตอร์ไซค์รุ่นเล็กไม่เกิน 125cc แล้วพวกเขายังต้องคลานไปช้าๆเพราะระยะห่างซ้าย/ขวาห่างกันไม่ถึง 2 เซนติเมตร เราก็จบในทันที

Review-Harley-Davidson-FXDR-114_14
และด้วยความที่ช่วงรถค่อนข้างยาว ดังนั้นหากเจอรถยนต์เบี่ยงมาปิดเลนไว้ไม่สามารถมุดตรงๆต่อไปได้ เราจะไม่สามารถหักรถเพื่อเบี่ยงไปวิ่งมุดช่องจราจรด้านข้างได้เลย และสุดท้ายก็ต้องดับเครื่องแล้วจอดมองนักบิดท่านอื่นๆที่ใช้รถคันเล็กขี่มุดผ่านไปอยู่อย่างนั้นอย่างทำใจ (คือถ้าทนกับความร้อนที่เกิดขึ้นบริวเณฝาสูบซึ่งอยู่ห่างจากโคนขาด้านในไปเพียงไม่กี่เซนติเมตรไหว จะไม่ดับก็ได้นะครับ ฮ่าๆ)

ส่วนตัวบังโคลนด้านท้าย ที่แม้จะดูเหมือนว่ามันครอบล้อเกินครึ่ง แต่อันที่จริงแล้ว ทางฮาร์เลย์ได้มีการเว้นช่องขนาดใหญ่ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลใด ไว้บริเวณหลังไฟเบรก ทำให้หน้ายางที่ใหญ่ถึง 240 มิลลิเมตรของมันโกยน้ำที่อยู่บนผิวถนนดีดข้ามท้ายรถขึ้นมาถึงหลังหัวผู้ขี่เต็มๆ ซึ่งนี่ก็เป็นอีกจุดที่อยากจะให้ทำใจไว้ก่อนครับ

Review-Harley-Davidson-FXDR-114-Freedom-Ride-Trip-10
สรุป

รีวิว 2019 Harley-Davidson FXDR114 ถือเป็นเพาเวอร์-ครุยเซอร์อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเพื่อนๆที่หลงไหลในความเร็วแต่ก็ยังรักในความเป็นฮาร์เลย์ โดยแม้ในเบื้องต้นเราอจจะต้องปรับตัวเข้าหารถบ้าง เพราะมันมีนิสัยที่ต่างจากพี่น้องอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อเริ่มจับทางได้แล้วเราจะพบความสนุกกับมันแบบที่หาไม่ได้จากรถคันไหน

อย่างไรก็ดีด้วยขนาดตัวและเหตุผลอื่นๆ(ในเรื่องความอเนกประสงค์)ทำให้มันเหมาะที่จะเป็นรถมอเตอร์ไซค์คันที่ 3-4 ของบ้านมากกว่า (คันที่ 1 ใช้ชีวิตประจำวัน, คันที่ 2 ใช้เที่ยวกับแฟน, และคันที่ 3 ถึงเป็นเจ้านี่ อะไรแบบนี้) ส่วนราคาค่าตัวของ FXDR114 ก็อยู่ที่ 1,199,000 บาท เท่านั้น ซึ่งนี่เป็นราคาที่ถูกลงมากว่าที่ควรจะเป็นแล้วถึง 30% เนื่องจากมันคือ 1 ใน 14 โมเดลที่ถูกประกอบในไทยนั่นเอง

Review-Harley-Davidson-FXDR-114_12ขอบคุณ Harley-Davidson Thailand กับทริป Harley-Davidson Freedom Ride

รณกฤต ลิมปิชาติ – Tester & Writer
ภณ เพียรทนงกิจ Editor + Photo
สุภิญญา ชำนาญกุล VDO

ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจากทีมงาน Harley-Davidson Thailand

อ่านข่าว Harley-Davidson เพิ่มเติมได้ที่นี่
อ่านรีวิว เพิ่มเติมได้ที่นี่

เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ

Share.

About Author