รีวิว 2020 Triumph Street Triple RS “ตั๊กแตนพิโรธ ราชา3สูบ” ต้นแบบขุมพลัง Moto2

0

จะดีแค่ไหน ถ้าคุณสามรถครอบครองรถที่ใช้ขุมพลังแบบเดียวกับรถแข่งในรายการ WorldGP เชื่อว่าเพื่อนๆ คงทราบกันแล้วว่า ไทรอัมพ์ ได้เข้ามาเป็น Supplier ของเครื่องยนต์ Moto2 ตั้งแต่ ปี 2019 เป็นต้นมา เป็นระยะเวลา 3 ปี แล้วแน่นอน ผมได้อยู่กับรถคันนี้ที่เป็นต้นแบบขุมพลัง และพร้อมจะ รีวิว 2020 Triumph Street Triple RS รถสไตล์ Naked Roadster ที่ผมขอตั้งฉายาให้มันว่า “ตั๊กแตนพิโรธ ราชา3สูบ มิดไซส์” คันนี้

2017-Triumph-Street-Triple-RS-765-Review_56
ก่อนอื่นเลย ผมต้องขอพูดย้อนไปกันก่อน เนื่องจากเจ้ารถคันนี้ มันเป็นตัวปรับโฉมจาก โฉม 2017 ซึ่งทางทีมงานเราได้เคยทดสอบกันไปแล้ว ณ สนามช้างฯ เมื่อ 3 ปีก่อน ดังนั้น หากใครอยากหาข้อมูลตัวเก่า สามารถอ่านรีวิว 2017 Triumph Street Triple RS ได้ที่นี่

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_Flyscreen
กลับมาที่ 2020 Street Triple RS เริ่มกันที่ไฟหน้าปรับมาเป็นแบบ Full LED ดีไซน์โฉบเฉี่ยวขึ้น โดยโคมบน DRL เป็นเหมือนคิ้วขมวด นี่คือ สาเหตุที่ผมเรียกมัน ตั๊กแตนพิโรธ ข้างขวาไฟต่ำ ซ้ายไฟสูง
(ของเดิม หลอดจะเป็นหลอดไส้ปกติ แต่จะมีไฟ DRL ที่เป็นแบบ LED ตรงๆ ออกมาแอบดูคล้ายขี้ตาติดอยู่)
มีชุด Fly Screen (บังลมเรือนไมล์ ติดตั้งมาให้เช่นเดิม)

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_Faring_2
ชุดไฟท้าย เหมือนเดิม แต่มีการดีไซน์ แฟริ่งบั้นท้ายใหม่ ให้มีช่องรีดอากาศ

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_Seat
ในรุ่น RS ที่จริงเขาจะให้เบาะตูดมด มาด้วย แต่พอดีคันที่เรารับมาทดสอบทาง Triumph ติดตั้งเป็นเบาะนั่งซ้อนให้ปกติ ดูแล้วตูดแบนไปหน่อยไม่โด่งสวย แต่ก็เน้นใช้งานซ้อนได้สะดวกดี

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_Faring_1
แฟริ่งปีกข้างบริเวณการ์ดหม้อน้ำ ปรับดีไซน์ใหม่ ให้โฉบเฉี่ยวกว่าเดิม

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_Mirror
กระจกมองข้างปลายแฮนด์ ทรงใหม่ ดูเหลี่ยมขึ้น ตัวเก่าจะดูโค้งมน

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_Muffler
ท่อไอเสียด๊ไซน์ใหม่ พร้อมครอบปลายคาร์บอน และโลโก้ Triumph
มาพร้อมแคท คู่ เพื่อให้ผ่านเรื่องของมาตรฐานไอเสียที่เข้มงวด
นอกจากนี้ตัวคอท่อก็ปรับเปลี่ยนทางเดินใหม่ด้วย

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_L-Switch
สวิทช์แฮนด์ฝั่งซ้าย มีปุ่มเปิด-ปิดไฟ สูง-ต่ำ, ไฟ Pass, ไฟเลี้ยว, แตร, ปุ่ม Riding Mode, Joy Stick 5 ทิศทาง
โดยจะมาพร้อมระบบยกเลิกไฟเลี้ยวอัตโนมัติ

ข้อสังเกต ที่พบ ก็คือ เมื่อเซ็ท Indicator เป็น Auto Advance ไฟเลี้ยวจะยกเลิกเร็วเกินไป ในจังหวะ ที่เราต้องการจะเตรียมเลี้ยว และค่อยๆ ขยับไปทีละเลน ไฟเลี้ยวก็ยกเลิกแล้ว ต้องมากดไฟเลี้ยวอีกครั้ง

ส่วนปุ่มไฟเลี้ยวกับ Joystick ดูใกล้เคียงกันไปหน่อย จนช่วงแรกๆ ผมจะเปิดไฟเลี้ยวดันไปเผลอกดเป็น Joy Stick ก็มี

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_R-Switch
สวิทช์แฮนด์ขวา มีปุ่มไฟฉุกเฉิน, Run-Off, ปุ่ม Home

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_Dashboard1หน้าจอสี TFT 5″ ปรับมุมก้มเงยได้ ปรับ Interface ได้ 4 Style และปรับพื้นหลังดำ-ขาว หรือ แบบ Auto รวมไปถึงความสว่างของจอ ในแต่ละสีพื้นหลังได้ เพื่อให้เหมาะกับกลางวัน กลางคืน

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_Dashboardในส่วน Riding Mode มีให้เลือกถึง 5 รูปแบบ Rain (ตอนม้าเหลือ 100), Road, Sport, Track, Rider
ภายใน Riding Mode จะสามารถเซ็ทการตั้งค่าได้อีก (ในแต่ละ Riding Mode แม้จะเซ็ทได้ แต่ก็มีข้อจำกัดไม่สามารถ เซ็ทได้อิสระแบบโหมด Rider)
ABS ได้ 2 แบบ คือ Road และ Track
Map ได้ 4 แบบ คือ Rain, Road, Sport, Track
TC ได้ 5 แบบ Off (ปิด), Rain, Road, Sport, Track

ลูกเล่นของจอ ค่อนข้างครบครัน ทั้งจับเวลา Lap Time, ดูรายละเอียดต่างๆ ในทริป, อัตราสิ้นเปลือง, Shift Indicator ฯลฯ

อย่างไรก็ดี ระบบการเชื่อมต่อ My Triumph Connectivity System ที่เชื่อมต่อกับมือถือ และ GoPro ได้ จะต้องซื้อ Module เป็นแพคเกจเสริม ราคา 13,210 บาท

ContiSport-Attack4-2020-Triumph-Street-Triple-RSชุดล้ออัลลอยแบบ 5 ก้าน เหมือนเดิม สวมยางไซส์เดิม 120/70ZR17 และ 180/55ZR17

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS-F-R
มิติรถ
ความสูงเบาะ 825 มม. (สูงเท่าเดิม)
นน.ตัว 166 กก. Dry Weight (หนักเท่าเดิม) นับได้ว่าเป็น Naked Bike ที่เบาสุดในคลาสนี้

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_Tank
ถังน้ำมัน 17.4 ลิตร (จุเท่าเดิม)
ระยะฐานล้อ 1,405 มม (สั้นลง 5 มม.)
ความกว้างแฮนด์เพิ่มขึ้นมาเป็น 775 มม. หรือกว้างขึ้นอีก 40 มม.

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_Ride-Position_1
ท่านั่ง
เริ่มที่ความสูงเบาะ 825 มม. ก็ต้องถือว่า ค่อนข้างสูง เรีบกว่า เทียบเท่ากับพวกรถ Supersport ได้เลย
ซึ่งผมเองสูง 175 ซม. สวมรองเท้าผ้าใบ ก็ยังพอเหยียบวางลงได้เต็ม 2 เท้า ก็ต้องขอบคุณตัวเบาะที่แบนและแคบตรงนี้ แถมเจลก็นุ่มนั่งได้สบาย

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_21
ด้านตำแหน่งของแฮนด์นั้น ออกไปทางเตี้ยนิดๆ ระยะแฮนด์โดยรวมถือว่าถ้าขี่เร็วๆ หรือ ขี่ในแทร็กแบบชอบโหนศอก หรือ ขี่เดินทางยาวๆ ผมว่าระยะกำลังดี แต่ถ้าขี่ในเมืองที่แบบรถติดๆ ต้องบอกว่าดูจะยาวเกินไป ไม่ค่อยสะดวกในการลัดเลาะ ยิ่งกระจกที่ให้มาแบบปลายแฮนด์ ดูเท่ แต่เจอรถติดหนักๆ ก็ไปลำบากเหมือนกัน

นอกจากนี้ วงเลี้ยวค่อนข้างกว้าง เวลากลับรถ หรือ ต้องใช้วงเลี้ยว อย่างการลัดเลาะ ตัดเลนในเมือง ก็อาจจะไม่สะดวกคล่องตัวมากนัก
แต่เนื่องจากตัวรถมันเบา 166 กก. (Dry) ถ้า Wet น่าจะราวๆ 190 ซึ่งก็ถือว่าเบาทีเดียวกับรถพิกัดขนาดนี้
ดังนั้น การพลิกรถ หรือ โยกรถ ยังคอนโทรลได้ดี

ส่วนท่านั่งตำแหน่งวางเท้านั้นเป็น Naked Roadster ชัดเจน พักเท้าสูงกว่า Naked ทั่วๆไป และดูจะค่อนข้างร่นตำแหน่งไปด้านหลังสักหน่อย ซึ่งผมได้ลองขี่เดินทาง ยาวๆ ประมาณ ชม. กว่าๆ ในระยะทางร่วม 100 กม. ต้องบอกว่า เมื่อยขาอยู่เหมือนกัน

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_Ride-Position_2
ท่านั่งผู้ซ้อน โดยรวมตัวเบาะทรงแบนเช่นเดียวกับเบาะผู้ขี่ แต่เวลานั่งจริงค่อนข้างสบายเมื่อเทียบกับการเป็นรถท้ายยกสูงแบบรถสปอร์ตเช่นนี้ แต่มันไม่มีมือจับหลังมาให้ ก็ต้องอาศัยเกาะเอวผู้ขี่เอาแทนครับ

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_Engine2
ขุมพลังเครื่องยนต์ 3 สูบเรียง 2020 Triumph Street Triple 765 RS 
บล็อกเดิม แต่ปรับปรุงไส้ใน, ระบบไอดี ไอเสียใหม่ ให้ผ่านมาตรฐาน EU5 รวมไปถึงการปรับลดกำลังอัดให้ลดลงจาก 12.65 : 1 เป็น 12.54 : 1
ยังมอบพละกำลังเท่าเดิม 123 แรงม้า@11,750rpm
แรงบิด 79Nm@9,350rpm (จากเดิม 77Nm)
โดย Triumph เคลมว่ากำลังรอบเครื่องยนต์ จะมาในช่วงกลางเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกถึง 9%

โดยส่งกำลังผ่านเกียร์ 6 Speed โซ่เปลี่ยนมาจาก O-Ring ให้มาเป็น X-Ring เพื่อความทนทาน
และยังมาพร้อมเทคโนโลยี Triumph Shift Assist (2 Way Quick Shifter) จากเดิมเป็น 1 Way
รวมไปถึงเทคโนโลยี Slip & Assist Clutch

จากตัวเลขตรงนี้ นอกจากที่ได้บอกไปว่ามันเป็น Naked Bike ที่ นน.เบาสุดในคลาสแล้ว มันยังเป็นรถที่มีสัดส่วนแรงม้า/นน. ดีที่สุดด้วย

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_Engine
ข้อดีของเครื่องยนต์ 3 สูบ คือ ซุ่มเสียงที่หวานละมุนหู แต่ทว่าในตัวใหม่ นี้ ผมต้องบอกเลยว่า มันกลับฟังแล้วดูเกรี้ยวกราดกว่าเดิม ไม่ค่อยจะนุ่มลื่นละมุมหูเหมือนตัวก่อนแล้ว

ผมลองเริ่มที่ Rain Mode เพื่อปรับความคุ้นชินตัวรถก่อน มันดร็อปกำลังลงเหลือ 100 แรงม้า เพื่อให้ขี่ได้ปลอดภัย และ RbW ก็จะหน่วงตอบสนองช้าสักหน่อย
ถัดมา Road ก็เริ่มดีขึ้น เหมาะกับการใช้งานในเมือง
แต่พอชินมาก็ใส่ Sport ได้เลยมันบิดสนุกติดมือดีมาก ตอบสนองได้รวดเร็ว และส่งพละกำลังทั้งหมดที่มีออกมาเท่ากับ Track (เพียงแต่ Track ระบบช่วยเหลือจะเข้ามาทำงานน้อยกว่า)

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_Shift-Assist
ส่วนการใช้งาน Quick Shift จังหวะขึ้นจาก 1->2 ผมพบว่า บางครั้ง ก็พบอาการเกียร์ว่าวบ้าง ในจังหวะที่ขี่ออกตัวรอบเครื่องไม่สูงมาก
ส่วนเกียร์อื่นๆ ยังไม่พบปัญหานี้ แต่สิ่งที่ผมรู้สึกคือ มันยังสัมผัสได้ถึงจังหวะต่อเกียร์อยู่ ให้พูดตามตรงผมว่ามันยังไม่ลื่นไม่ต่อเนื่องเท่าที่ควร รู้สึกได้ถึงรอยต่อเกียร์คล้ายๆ กับเรากำคลัทช์เตะเกียร์ ซึ่งจุดนี้ผมอาจจะแอบคาดหวังมันมากกว่านี้ ให้ลื่นเหมือนพวก Supersport และ Superbike

ส่วน Shift Down อันนี้ ไม่ค่อยเจอปัญหา และแอบรู้สึกว่ามันมีการทำ Rev Matching ให้เบาๆ ไม่จำเป็นต้องเบิลคันเร่งทิ้ง เพราะมันมีระบบ Slip & Assist Clutch ช่วยไม่ให้ล้อล็อกอยู่แล้ว

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_Header
มาพูดถึงภาพรวมการใช้งาน ด้วยขุมพลัง 3 สูบ ข้อดี คือ มีกำลังมาให้ใช้ในทุกย่าน ตั้งแต่ ต้น-กลาง-ปลาย เหมือน ผสานข้อดีของเครื่อง 2 สูบ ที่ได้ต้น และ 4 สูบที่ได้ปลาย มาไว้ด้วยกัน
ขี่ในเมืองเรื่อยๆ ค่อยเป็นค่อยไป รอบไม่เกิน 4,000 ก็พอเหลือๆ แต่อยากได้จิตวิญญาณสนาม และเสียงเร้าโสตประสาท กระแทกให้เลยช่วง 7,000rpm ผมบอกเลยว่าดึงเสียวสันหลัง มันขี่สนุก ผมว่าแรงไม่แพ้รถ Naked 4 สูบ พิกัดพันเลย (ต้องไม่นับพวก Supernaked ระดับ 200 ม้านะ) ซึ่งช่วงกลางนี้ผมแอบรู้สึกว่ามันมาโหดกว่าเดิม ต้น ปลายดูจะใกล้ๆ กับตัวเดิม

จากการทดสอบ TopSpeed ของทีม MotoRival เราจะได้อยู่ช่วง 235 กม./ชม.@ 12100rpm (GPS วัดได้ 230 ถือว่าหน้าไมล์เพี้ยนน้อย เพียง 2.1%เท่านั้น) ซึ่งรอบ จะเหลือให้ใช้อีกประมาณ 400rpm ก่อนที่จะตัด ผมคาดว่า TopSpeed น่าจะได้ราวๆ 240 +-

ชมคลิปทดสอบ TopSpeed 2020 Street Triple RS ได้ที่นี่

อัตราสิ้นเปลืองตามเคลมอยู่ที่ 19.23 กม./ลิตร ใช้งานจริง บอกเลยว่าเราขี่ไม่ได้ประหยัดนัก อยู่ราวๆ 15.8 กม.ลิตร ถ้ากดยับ นี่ ร่วงลงมาแถวๆ สิบต้นๆ เลยครับ

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_Showa
ระบบกันสะเทือน 2020 Street Triple RS เหมือนกับโฉมเดิม 2017 Street Triple RS
โช้คอัพหน้า USD จาก Showa BPF ขนาด 41 มม. ปรับได้เต็มรูปแบบโดยการขันที่แกนโช้กด้านบน มีระยะยุบ 115 มม.

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_Ohlins-STX40
โช้คหลังเดี่ยว Öhlins STX40 พร้อมกระปุกซับแท้งค์แยก ปรับได้เต็มรูปแบบเช่นกัน มีระยะยุบ 131 มม.

การใช้งานบนท้องถนนบ้านเราต้องบอกว่า มันออกไปทางแข็ง กระด้างสักหน่อย กับการใช้บนท้องถนนในเมือง
ดูแล้วการเซ็ทแบบเดิมๆ จากโรงงานนี้ เหมาะกับการขี่ด้วยความเร็ว เน้นสมรรถนะ ซึ่งข้อดี คือ เวลาเราขี่เร็ว ยังคงให้ความเฟิร์มมั่นใจได้ดี หรือ จะเทโค้งเข้าไป ก็ไม่มีอาการย้วยออกมาให้เห็น

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_SideBackอย่างไรก็ดี ด้วยความที่มันเป็นรถ Naked และ ไม่มีการติดตั้งกันสะบัดมาให้ เวลาเราขี่ด้วยความเร็วสูงๆ เจอลมแรงๆ หรือ พื้นผิวที่ไม่ค่อยเรียบก็อาจจะต้องระมัดระวังกันเสียหน่อยครับ

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_F-Brake
ระบบเบรก 2020 Street Triple 765 RS เหมือนกับโฉมเดิม 2017 Street Triple 765 RS
ด้านหน้าเป็น ทวินดิสก์ จานแบบ Floating Disc ขนาด 310 มม. ทำงานกับปั๊ม Monobloc Brembo M50 4 Pot

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_R-Brake
ด้านหลังจานเดี่ยวขนาด 220 มม. ทำงานร่วมกับปั๊ม Brembo สูบเดี่ยว

มาพร้อมระบบ ABS ที่สามารถปรับได้ 3 ระดับ Off (ปิด), Road, Track

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_MCS
ส่วนปั๊มบนเป็นของ Brembo MCS ปรับระดับได้ 19>>21 นอกเหนือจากการปรับระยะก้านเบรก
ซึ่งข้อดี คือ สามารถปรับการตอบสนองเบรกได้ ตั้งแต่ เบอร์ 19-21 มม. (21 ตอบสนองเร็วสุด)

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_Brake-Hose
นอกจากนี้ตัวสายเบรก เขาก็ให้มาเป็นแบบสายถักเลย ของ J.Juan (แบรนด์สเปน) เรียกได้ว่าจบครบกับระบบเบรก ไม่ต้องไปทำอะไรเพิ่มแล้ว

การใช้งาน ฟีลลิ่งการกำเบรกนี่ไม่ต้องพูดถึง น้ำหนักแรงเบรกไม่ต้องออกแรงมากนัก ปั๊มบน MCS แบบปั๊มลอยนี้ เบรกได้หนึบแน่น แต่ไม่ถึงกับจิกจนหน้าทิ่มหัวตำ
ภาพรวม ไว้ใจได้เรื่องเบรกชะลอความเร็ว

และถ้าใครชอบเบรกลึกๆ (ซึ่งไม่ค่อยแนะนำ บนท้องถนน) ก็สามารถปรับ ABS โหมด Track จะพบว่า ABS เข้ามาช่วยน้อยมาก ไม่เข้ามากวนใจว่าเบรกไวเกินไป ทำให้เบรกได้ลึกขึ้น กะระยะเบรกได้สั้นลงไปอีก

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_FrontSide
สรุป รีวิว 2020 Triumph Street Triple RS คันนี้
นับได้ว่าเป็น King of Middle Weight (<800cc) หรือ ราชารถ 3 สูบ มิดไซส์ ด้วยความเป็นต้นแบบในการถ่ายทอด DNA จากสนามแข่งระดับโลกอย่าง Moto2 ลงสู่ท้องถนน
สำหรับผมเองแค่ 765cc คันนี้ ก็นับว่าเหลือๆ ไม่จำเป็นต้องไปมองหารถตัวพันแล้ว เพราะสมรรถนะระดับนี้ก็พร้อมท้าชน Naked พันได้เลย (ที่ไม่นับพวก Supernaked บ้าพลังระดับ 200 ม้านะ) อีกทั้งถนนบ้านเราก็ไม่ได้มีที่ทางให้เอื้อต่อการวิ่งเร็วขนาดนั้นอีกด้วย

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_Sideค่าตัว 4.9 แสน (ซึ่งตอนแรกที่เปิดในงาน TIME2019 4.8 แสน ล่าสุดปรับขึ้นมา 1 หมื่นบาท ช่วงก่อนเข้างาน BIMS2020) หากเทียบกับโฉมก่อนหน้า ที่ราคา 5.3 แสน ถือว่า Triumph ใจกล้า ปรับราคาลงสวนทางชาวบ้าน ที่ส่วนใหญ่ ปรับราคารถขึ้นจากภาษีสรรพสามิต ซึ่งนับได้ว่ากับออปชั่นที่ได้ ในราคาไม่เกิน 5 แสน ได้ออปชั่น และขุมพลังแบบนี้ ผมว่าคุ้มค่าแล้วล่ะ

ถ้าคุณมองหารถทีเอาไว้เป็นรถขี่เล่น สนุกๆ ไม่ว่าจะ Track Day หรือ ออกทริป ขี่ทำความเร็ว ออกทริปชนลมสไตล์ Naked มันตอบโจทย์ แต่ถ้าขี่ในเมือง ก็ตามที่ผมบอกไปแม้ นน.จะเบา แต่วงเลี้ยวกว้าง ก็อาจจะไม่คล่องเท่า Naked มิดไซส์ญี่ปุ่น ที่ช่วงแฮนด์ และวงเลี้ยวแคบกว่านะ เพราะอย่าลืมว่ามัน Based จาก Supersport

Review-2020-Triumph-Street-Triple-RS_
2020 Triumph Street Triple RS ราคา 4.9 แสนบาท มีสีให้เลือกด้วยกัน 2 สี คือ Silver Ice และ Matt Jet Black
นอกจากนี้ หากเพื่อนๆ อยากประหยัดงบลงมาอีกหน่อยก็สามารถมองหา 2020 Triumph Street Triple R ราคา 4.2 แสนบาท ซึ่งสเป็กออปชั่น และความแรงก็จะลดลงมาอีกเล็กน้อยครับ

อ่านรีวิว อื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
อ่านข่าว Triumph เพิ่มเติมได้ที่นี่

เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ

Share.

About Author

Background EXP in Automotive journalists more than 10 Years Writer & Test Driver @Pantip Garage 2018-Present @9carthai 2015- 2017 @Torque & VIPStyle Magazine 2015 @Autospinn 2012-2015 @GTmania.tv 2009-2010

Comments are closed.

error: Content is protected !!