fbpx

รีวิว GPX Legend 250 Twin คลาสสิค 2 สูบ สัญชาติไทย หล่อแบบ สุขุมนุ่มลึก

0

หลังจากที่ ค่ายรถสัญชาติไทยอย่าง GPX ได้เปิดตัวรถ 2 สูบ คันแรกของค่ายไปเป็นที่เรียบร้อย ช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา กับรถที่มีดีไซน์คลาสสิค ที่ให้ภาพย้อนยุคสู่ช่วง 80′ ตามคอนเซ็ปต์ The Iconic Reborn แต่ก็แฝงกลิ่นอายความเป็นสมัยใหม่ร่วมกันไปด้วยอย่างลงตัว ซึ่งในครั้งนี้ ทางแบรนด์ได้มีกา Rebranding Logo ใหม่ พร้อมปรับปรุง ภาพลักษณ์ของแบรนด์ในหลายๆ ทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการส่งมอบรถให้ลูกค้า จากเดิมที่ลูกค้าต้องรอกันนาน ราวครึ่งปี มาครั้งนี้ รวดเร็ว ทันใจยิ่งขึ้น
โดยทางทีมงาน MotoRival เราได้มีโอกาสรับรถ มารีวิว ก่อนใครเป็นแห่งแรกๆ ในประเทศไทย และรถที่เราได้รับมาเลขไมล์ 0 กม. !
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา มาดู รีวิว GPX Legend 250 Twin กันเลยดีกว่าครับ

Review-GPX-Legend-250-Twin-FrontLeft_1All-New GPX Legend 250 Twin นั้นด้วยความที่เป็นชื่อตระกูลว่า Legend ดังนั้น มันจึงมีรูปลักษณ์ในสไตล์คลาสสิค ตามแบบรุ่นพี่ แต่ได้รับการปรับปรุงพัฒนา ให้ดูดียิ่งกว่าเดิม

GPX-Legend-250-Twin-Review-20
เริ่มที่โคมไฟหน้าทรงกลมเอกลักษณ์ประจำตัวของ Legend โดยเป็นโคม LED มาพร้อมแถบ DRL ดูสวยงามทันสมัย
บริเวณบาลานซ์โช้ก จะมีป้าย GPX ติดตั้ง ซึ่งมาพร้อมกับ โลโก้รูปแบบใหม่

GPX-Legend-250-Twin-Review-24
ส่วนไฟท้ายจะเป็นแบบโคม LED ไฟกลมเช่นกัน ซึ่งดูรับกันดีกับไฟหน้า และไฟเลี้ยว

GPX-Legend-250-Twin-Review-37
มาตรวัดทรงถ้วยกลม แบบ Full Digital

GPX-Legend-250-Twin-Review-31
ถังน้ำมัน ความจุ 14.5 ลิตร ได้รับการออกแบบใหม่ พร้อมโลโก้ “Legend” สะท้อนภาพพรีเมี่ยม
นอกจากนี้ มีการติด Tank Pad เพื่อให้เวลาขี่แล้ว ต้นขาหนีบกระชับกับตัวถังได้ดียิ่งขึ้น

GPX-Legend-250-Twin-Review-80
ฝาครอบแบตพลาสติก ดีไซน์สวยงามไม่แพ้รถยุโรป พร้อมคำว่า 250 Twin

GPX-Legend-250-Twin-Review-25
เบาะตอนเดียว แยก 2 ชั้น ผู้ขี่และผู้ซ้อน วัสดุหุ้มจะแตกต่างกัน นอกจากนี้เบาะผู้ซ้อนช่วงจะสั้นไปนิด

ทางด้านใต้ จะมีเหล็กแท่งชุมโครเมียม เป็นมือจับกันตก

Review-GPX-Legend-250-Twin_Helmet-Hook
ทางซับเฟรมด้านท้ายของตัวรถ GPX เก็บรายละเอียดมาได้ดี คือ ติดตั้งตัวล็อกหมวกมาให้เลย

GPX-Legend-250-Twin-Review-44
ขึ้นมาช่วงแผงคอบน จะพบว่าแฮนด์เป็นแบบจับโช้ก

GPX-Legend-250-Twin-Review-36
กระจกทรงกลมติดตั้งปลายแฮนด์ตามสไตล์ของ Legend 200

GPX-Legend-250-Twin-Review-50
จุดสวิทช์แฮนดซ้าย-ขวา จะเหมือนกับรถ GPX รุ่นอื่นๆ ฝั่งซ้าย ไฟเลี้ยวใช้ดันเลื่อน และต้อง ดันคืนกลับมาตำแหน่งตรงกลาง ส่วนฝั่งขวา มาพร้อมไฟฉุกเฉิน และไฟหน้าจอมาตรวัด แต่ไม่มี Kill Switch มาให้

GPX-Legend-250-Twin-Review-32
ท่อไอเสียทรง Megaphone ให้ซุ่มเสียงที่ทุ้มนุ่มๆ

GPX-Legend-250-Twin-Review-40
บังโคลนหน้าสไตล์วินเทจ พร้อมขาจับแบบเหล็กชุบโครมเมียม

Review-GPX-Legend-250-Twin-Footpegพักเท้าผู้ขี่ และผู้ซ้อนพับได้ แต่พักเท้าผู้ขี่ไม่มีสปริงดีดกลับ

GPX-Legend-250-Twin-Review-45
สำหรับมิติรถ 
ยาวxกว้างxสูง : 2,040 x 800 x 1.040 ม.ม.
ความสูงเบาะ 790 มม.
น้ำหนักตัว 154 กก.

GPX-Legend-250-Twin-Review-44
ท่านั่ง

ด้วยความที่เป็นแฮนด์สไตล์จับโช้กจึงทำให้ท่านั่งนั้นดู ต้องคร่อมหมอบทิ้งตัวไปด้านหน้าเสียหน่อย ทำให้ขี่ไกล อาจเมื่อยสักเล็กน้อย สำหรับการขี่มุดรถติด ที่จริงแล้วด้วยตำแหน่งแฮนด์ มันควรที่จะมอบมุดหลบช่องกระจกรถยนต์ได้อย่างง่ายดาย แต่ด้วยความที่กระจกติดปลายแฮยด์ทรงกลม นั่นจึงอาจทำให้การมุดซอกแซก ต้องระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น

GPX-Legend-250-Twin-Review-46ตัวเบาะนั่ง 790 มม. นั้นก็ถือได้ว่าความสูงอยู่ในเกณฑ์ปกติกับรถสไตล์นี้ ซึ่งก็ไม่ถือว่าสูงมาก

Review-GPX-Legend-250-Twin-Riding-Position_1
ผู้ทดสอบสูง 175 ซม. สวมรองเท้าบูท นั่งเหยียบขาได้เต็มเท้า พองอเข่าได้สบายๆ ดังนั้นผู้ที่สูงประมาณ 160 กว่าๆ ก็ยังสามารถขี่ได้อย่างไม่ยากเย็น

GPX-Legend-250-Twin-Review-28
ในขณะที่ช่วงถังน้ำมันนั้น ที่มี Tank Pad ที่เป็นแถบยางที่มีความหนาเพิ่มเข้ามา ช่วยเสริมภาพคลาสสิคได้เป็นอย่างดี
แต่ผู้ทดสอบ มองว่ามันดูจะติดๆ ขัดๆ กับหัวเข่าไปหน่อย ซึ่งส่วนตัวผู้ทดสอบชอบฟีลลิ่งแบบไม่มี Tank Pad มากกว่า

ส่วนตำแหน่งวางเท้านั้นวางลงตรงกลางลำตัวเช่นเดียวกับรถคลาสสิค คันอื่นๆ ก็ยังถือว่านั่งได้สบาย ไม่ต้องงอขาเยอะ เดินทางไกลก็ไม่ทำให้เมื่อยขาแต่อย่างใด
จุดสังเกตุหนึ่ง คือ พักเท้าที่พับได้ แต่ไม่ดีดกลับ ทำให้เวลาเราเตะขาตั้งขึ้น ซึ่งหากผู้ที่ใช้ส้นเท้าเตะพักเท้าขึ้นมักจะไปโดนตำแหน่งพักเท้าพับขึ้นไปด้วย และเมื่อขี่ออกตัวไปเราจะเอาเท้ามาวางตำแหน่งพักเท้าก็ จะมีเหวอๆ กันบ้างเพราะ พักเท้าถูกพับเข้าไปแล้ว ซึ่งจุดนี้น่าจะให้สปริงดีดกลับมาด้วย

Review-GPX-Legend-250-Twin-Riding-Position_2
ด้านตำแหน่งผู้ซ้อนนั้น ด้วยตัวเบาะ Layer ของคนซ้อนนั้นดูจะช่วงสั้นไปเสียหน่อย แต่อย่างไรก็ดีสามารถเขยิบร่นตำแหน่งขึ้นมาข้างหน้าได้ เนื่องจากไม่ได้มี Step ที่ยกสูงออกจากกันมากนัก จึงไม่ต้องกังวลว่าจะตกรถ ขณะที่มือจับกันตก มีตำแหน่งยึดเข้ากับโช้กหลัง และเฟรมลายยาวไปบรรจบกันอีกข้าง ทว่าด้วยตำแหน่งที่ต่ำเกินไปนิด ทำให้ผู้ซ้อนอาจจะรู้สึกจับได้ไม่ถนัดเท่าไหร่นัก รวมไปถึงมือผู้ซ้อน จะติดกับช่วงไฟเลี้ยวหลัง

Review-GPX-Legend-250-Twin-Engine
ขุมพลังเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 4 จังหวะ SOHC ที่เรียกได้ว่าเป็นเครื่องบล็อกแรกของค่าย มีเทคโนโลยี GPX Fi (จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด) มีขนาดความจุ 234cc ระบายความร้อนด้วยอากาศ พร้อมเสริมการติดตั้งแผงออยคูลเลอร์ขนาดใหญ่จนแทบจะนึกว่าเป็นแผงหม้อน้ำ เลยก็ว่าได้ ซึ่งแน่นอน มันช่วยเรื่องของการระบายความร้อนได้ดีกว่ารุ่นก่อนๆ ด้วย

Review-GPX-Legend-250-Twin-Engine_3
เริ่มตั้งแต่กำคลัทช์ ติดเครื่องยนต์ ด้วยองศาการจุดระเบิด 360 องศา โทนเสียงทุ้มๆ นุ่มๆ แน่นๆ ฟังดูสุขุมผู้ดี

GPX-Legend-250-Twin-Review-49
ในด้านของพละกำลังเราพบว่า ด้วยสไตล์เครื่องแบบคลาสสิค ที่ไม่ใช่เครื่องรอบจัดแบบรถสปอร์ต สังเกตุได้ว่ามี Redline ที่ 8,000rpm เท่านั้น พละกำลังอาจจะไม่ได้แรงแบบดุดันนัก สไตล์มาแบบนิ่มๆ มาเรื่อยๆ ซึ่งช่วงความเร็วต้นอาจไม่ได้จี๊ดจ๊าด แต่ความเร็วช่วง 80 กม./ชม. ขึ้นไปก็ยังไหลมาได้แบบเรื่อยจนถึงระดับ 140 กม./ชม. ซึ่งก็ถือว่า เพียงพอสำหรับการใช้งานเดินทางไกล แล้ว

ชมคลิป Top Speed GPX Legend 250 Twin

GPX-Legend-250-Twin-Review-30
แม้จะเป็นเครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยอากาศ แต่ดีไซน์ ที่เป็นครีบของตัวล็อกเครื่องยนต์ จึงช่วยรีดอากาศได้ดี ร่วมกับ Oil Cooler ขนาดใหญ่ นั่นจึงทำให้ไม่พบไอร้อนมากนัก

ด้านระบบส่งกำลังนั้น ในส่วนของคันเกียร์ ต้องถือว่า GPX ได้มีการพัฒนา เรื่องการเตะเข้าเกียร์ทำได้กระชับดียิ่งขึ้น และเกียร์ไม่แข็งเหมือนเดิมแล้ว

GPX-Legend-250-Twin-Review-48
ระบบกันสะเทือน ด้านหน้าเป็นแบบหัวกลับ Up Side Down ขณะที่ระบบกันสะเทือนหลัง โช้กอัพแก้สคู่ แบรนด์ไทยปรับค่าสปริงพรีโหลดได้ แบบเกลียวสตรัท วางบนสวิงอาร์ม

Review-GPX-Legend-250-Twin-45-Rearการใช้งานจริงพบว่า ระบบกันสะเทือนถือว่าทำหน้าที่ได้ดี เลยทีเดียว โช้กอัพหน้า USD ช่วยซับแรง บนนผิวถนนเมืองไทย ที่ไม่ราบเรียบได้เป็นอย่างดี ขี่ผ่านหลุม หรือ รอยต่อทางรถไฟ เรียกว่าแรงสะเทือนขึ้นแฮนด์ค่อนข้างต่ำ ขณะที่จังหวะเบรกหนักๆ ช่วงยุบโช้ก ก็มีความหนืดที่เหมาะสม ไม่พบอาการดีดเด้งคืนตัว จนทำให้ควบคุมลำบาก

โช้กหลังแก้ส ก็ถือว่าทำงานได้อย่างเหมาะสม สัมพันธ์กันกับด้านหน้า นอกจากนี้ สามารถปรับสตรัทแบบเกลียวได้อย่างละเอียด เรียกได้ว่าปรับเซ็ทได้ตามน้ำหนักของผู้ขี่ได้หลากหลาย ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปอัพเกรดโช้กหลังต่อ

GPX-Legend-250-Twin-Review-21
ระบบเบรก ดิสก์ทั้งหน้า-หลัง 
ด้านหน้าจานดิสก์คู่ พร้อมคาลิปเปอร์ 2 สูบ

Review-GPX-Legend-250-Twin_Rear-Brake
ด้านหลังจานดิสก์เดี่ยว พร้อมคาลิปเปอร์ 1 ลูกสูบ

GPX-Legend-250-Twin-Review-47
การใช้งานจริง ต้องบอกว่าปั๊มเบรกหน้าทำงานได้ค่อนข้างประทับใจเลยล่ะ ปั๊มบน ให้การไล่น้ำหนักของตัวน้ำมันดีขึ้นกว่า GPX รุ่นก่อนหน้า ในหลายๆ รุ่น ทำให้เราเบรกได้ อย่างนิ่มนวล ตามใจนิ้วสั่งมากขึ้น ไม่รู้สึกว่าทื่อ และเมื่อเราเบรกหนักมากๆ บางจังหวะถ้าเบรกหลังช่วยด้วย อาจมีอาการล้อลอยเอาได้ เรียกว่าเบรกหน้าหนึบเอาอยู๋มั่นใจได้

ส่วนเบรกหลังปั๊ม 1 ลูกสูบก็จริง แต่ลูกสูบขนาดค่อนข้างใหญ่ ก็ถือว่าเบรกได้อย่างมีน้ำหนักดี ทีเดียว แต่ก็อย่างที่บอก ลูกสูบใหญ่ หากกดน้ำหนักมาเกินไปเสียหน่อย อาจต้องระวังล้อหลังล็อกได้

GPX-Legend-250-Twin-Review-34
นอกจากนี้ GPX ยังเก็บรายละเอียดดี อีกเช่นกัน ก้านเบรกเท้า ออกแบบให้มีแง่ง เพื่อป้องกันปลายเท้าเข้าขยับเข้าไปติดกับแคร้งเครื่องยนต์

GPX-Legend-250-Twin-Review-41
นอกจากนี้ ในเรื่องของสายเบรก ถือว่า GPX ลงทุน ให้สายมาเป็นสายถัก กันเลย (สายถักที่ติดตั้งมาจากโรงงาน ส่วนใหญ่จะพบบนรถสมรรถนะสูง และมีราคาแพงอย่าง Superbike) ซึ่งปกติรถทั่วๆไป จะให้มาเป็นสายยาง ข้อดีคือ ของสายถัก นอกจาเรื่องความสวยแล้ว มันยังช่วยให้การส่งน้ำมัน ทำได้สม่ำเสมอกว่าสายยาง เพราะ ยางมีโอกาส ขยาย ตัวเมื่ออุณหภูมิร้อน

GPX-Legend-250-Twin-Review-22
ขณะที่ตัวยาง เป็นของ Vee Rubber ซีรีย์ ลายยางเป็นยางสไตล์ Vintage ด้านหน้าสวมไซส์ 110/90/17 ด้านหลัง 130/90/17

ถือได้ว่าเป็นยางแก้มสูง การขี่ใช้งานบนถนนทั่วๆไป การยึดเกาะ ถือว่า ok เลย แต่ถ้าฝนตกถนนเปียก หรือ เจอช่วงแถบสีขาว ที่เป็นช่วงรอยต่อถนน ด้วยหน้ายางที่เป็นสไตล์ยางวินทจ
จุดนี้ อาจจะต้องระมัดระวังในการขี่มากยิ่งขึ้น

Review-GPX-Legend-250-Twin-Front_Rightสรุปแล้ว รีวิว GPX Legend 250 Twin
ถือได้ว่าเป็นรถสไตล์ คลาสสิค ที่ผสมผสานกับความสวยงามในแบบโมเดิร์น ได้อย่างลงตัว นอกจากรูปลักษณ์ที่สวยงามสะดุดตาแล้ว ในเรื่องของสมรรถนะการขับขี่ก็ทำได้ดีสมราคา ที่สำคัญ ถือเป็นรถคลาสสิค พิกัด 250cc แบบ 2 สูบเรียง ที่ราคาย่อมเยาที่สุด

ดังนั้นหากคุณกำลังมองหารถคลาสสิค ที่จะขี่ได้หล่อๆ และซุ่มเสียงที่นุ่มๆ แล้วล่ะก็ Legend 250 Twin คันนี้ ตอบโจทย์คุณแน่นอน

GPX-Legend-250-Twin-Review-27
สำหรับราคาค่าตัวของ All-New GPX Legend 250 Twin ราคา 79,500 บาท มี 3 สี ให้เลือก ได้แก่ แดง , ดำด้าน , ดำเงา
พร้อมของแถม Gift Set ให้อีกด้วย

ภณ เพียรทนงกิจ Test Drive + Writer
รณกฤต ลิมปิชาติ Co-Test Drive + Photo
สุภิญญา ชำนาญกุล VDO

อ่านรีวิว อื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
อ่านข่าวสาร GPX เพิ่มเติมได้ที่นี่

เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ

Share.

About Author

Background EXP in Automotive journalists more than 10 Years Writer & Test Driver @Pantip Garage 2018-Present @9carthai 2015- 2017 @Torque & VIPStyle Magazine 2015 @Autospinn 2012-2015 @GTmania.tv 2009-2010