fbpx

รีวิว GPX MAD 300 คัสตอม-เน็คเกทไฟกลม เครื่องแรงสุดของค่ายแบรนด์ไทยโกอินเตอร์

0

หลังจากที่ GPX MAD 300 ได้เผยโฉมครั้งแรกเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา กับสไตล์รถ คัสตอม-เน็คเกท ซึ่งไม่ได้ดูแปลกเพราะ ดีไซน์เท่านั้น แต่สิ่งที่สร้างความฮือฮาไม่น้อย เนื่องจากมันเป็นรถที่มีความจุมากที่สุดของค่าย และเป็นรถเครื่องยนต์หม้อน้ำคันแรกของค่ายเช่นเดียวกัน ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ มันยังเป็นรถที่มีสมรรถนะสูงที่สุด
และ ไม่กี่เดือนมานี้ทาง GPX ก็พร้อมส่งมอบรถให้กับลูกค้าแล้ว ว่าแต่ การที่ใช้ขุมพลัง DOHC หม้อน้ำ พิกัดระดับ 300cc นี้ จะถือทำให้มันเป็นรถที่ขี่สนุกมากแค่ไหน ทีมงาน MotoRival จะมา รีวิว GPX Mad 300 คันนี้ ให้รับชมกันเลยครับ

GPX-Mad300-TopSpeed-Cover
สำหรับดีไซน์โดยรวมของเจ้า GPX MAD 300 คันนี้ จะถูกออกแบบให้ดูมีความเป็น สปอร์ต คัสตอม-เนคเก็ทไบค์ ที่ดูมีความดุดัน ผสมกับความร่วมสมัยได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจุดเด่นหรือไฮไลท์ภายนอกของมัน จึงประกอบไปด้วย

2019-gpx-mad300-review-35
ไฟหน้าเป็นแบบโคมเกือบ 4 เหลี่ยม หลอดด้านในเป็นแบบ LED แบ่งโซน 2 ชั้น ระหว่างไฟต่ำ (ด้านล่าง) กับไฟสูง (ด้านบน) ชัดเจน และมีไฟ DRL ขนาบข้างฝั่งละ 5 ดวง และมีแถบไฟด้านล่างอีก 1 แถบ ซึ่งจากภาพเพื่อนๆก็เห็นไฟเลี้ยว ที่แน่นอนว่าจะต้องเป็นแบบ LED เช่นกัน แต่เพื่อความพิเศษและเข้ากับรูปทรง ทาง GPX จึงออกแบบให้มันมีทรงเป็นตัว U เปิดช่องเข้าหาตรงกลางลำตัวรถ

2019-gpx-mad300-review-25
ไฟท้าย เป็นแบบ LED เช่นกัน โดยจะมีบาร์ไฟทรงตัว U คว่ำ เป็นไฟที่สว่างตลอดเวลาที่สตาร์ทรถ กับมีไฟ LED ดวงเล็กๆแต่สว่างใช้ได้ด้านล่างอีก 5 ดวงที่จะวาบค้างขึ้นมาเวลากดเบรก

2019-gpx-mad300-review-29
จอมาตรวัด Full Digital LCD แสดงผลพื้นฐานทั้ง วัดรอบที่มีสเกลบอกสูงสุดที่ 12,000 รอบ/นาที (แต่เครื่องยนต์ตัดจริงๆที่ 10,000 รอบ/นาที), ความเร็ว ที่สามารถปรับเซ็ทหน่วยวัดได้ ระหว่าง Km/H (กิโลเมตร/ชั่วโมง) กับ MPH (ไมล์/ชั่วโมง) โดยการกดปุ่ม 2 ปุ่ม คู่กันค้างเอาไว้, ระดับน้ำมัน, และตำแหน่งเกียร์ โดยหน้าจอนี้จะสามารถปรับสีได้ทั้งหมด 3 เฉด ได้แก่ สีส้ม, สีแดง, และสีขาว ทว่าหน้าเสียดายตรงที่ไม่มีการใส่สเกลวัดระดับความร้อนเครื่องยนต์มาให้ ทั้งๆที่เครื่องยนต์เป็นแบบระบายความร้อนด้วยน้ำแล้วเรียบร้อย จะมีก็แค่เพียงไฟสัญญาณเตือนเวลาเครื่องร้อนเกินไปเท่านั้นที่ขอบนอกจอด้านบน

2019-gpx-mad300-review-30
ขยับมาด้านล่างอีกนิดก็จะเห็นช่องจ่ายไฟ USB สำหรับชาร์จโทรศัพท์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมาให้

2019-gpx-mad300-review-38
ชุดสวิทช์แฮนด์ ฝั่งซ้าย มาพร้อมสวิทช์ไฟสูง/ต่ำ, ไฟ Pass Light, ไฟเลี้ยว, และแตร

2019-gpx-mad300-review-37
ส่วนชุดสวิทช์ฝั่งขวาจะเป็น สวิทช์ Off-Run, และ สวิทช์สตาร์ท

2019-gpx-mad300-review-36
ก้านเบรกแบบมีเหรียญปรับระยะได้ 5 ระดับ

2019-gpx-mad300-review-18
ถังน้ำมันเหล็กขนาด 15.1 ลิตร มีการขึ้นรูปให้เห็นเส้นสายชัดเจน และมีการติดตั้งชิ้นพลาสติกครอบช่วงหน้ารถกับฝาถังเอาไว้ให้กลิ่นอายกึ่งๆคลาสสิค, และตัดโทนอีกนิดด้วยชิ้นพลาสติกสีเงินด้านท้ายถังน้ำมัน

2019-gpx-mad300-review-16
พร้อมกันนี้ ยังไม่ลืมที่จะแปะด้านข้างถังด้วยเอมเบลมโลโก้ “MAD” แบบ 3 มิติ สีน้ำตาลทองหม่นๆสุดเคร่งขรึม

2019-gpx-mad300-review-23
ด้านชิ้นพลาสติกใต้เบาะนั่งพิมพ์ลายแนวคัสตอมดูสวยงาม

2019-gpx-mad300-review-39
ชุดเฟรมเป็นแบบโครงถัก ที่เบา แต่ก็แข็งแรงในเวลาเดียวกัน

2019-gpx-mad300-review-21
อกล่างขึ้นรูปให้เห็นเป็นเส้นหนาและบึกบึนรับกับถังน้ำมันด้านบน และชิ้นส่วนบอดี้พาร์ทอื่นๆรอบคัน

2019-gpx-mad300-review-17
เบาะนั่ง 2 ตอน ฝั่งผู้ขี่ขนาดใหญ่ กำลังดี ฝั่งผู้ซ้อนด้านกว้างกำลังสบาย

2019-gpx-mad300-review-24
ช่วงแฟริ่งท้ายทำทรงอันเดอร์เทรล มีการแปะเอมเบลม “300” ฟรอท์และสีเดียวกันกับเอมเบลม “MAD” ที่ข้างถัง ทั้งยังไม่มีการติดตั้งบังโคลนมาให้ในจุดนี้ ช่วยให้ท้ายรถดูโล่ง และเชิดขึ้น เสริมอารมณ์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว

2019-gpx-mad300-review-26
และในเมื่อไม่มีบังโคลนด้านบน ทาง GPX จึงใส่กันดีดขนาดใหญ่ด้านล่าง ที่เป็นตำแหน่งยึดแผ่นป้ายทะเบียน กับไฟเลี้ยวหลัง ติดตั้งกับสวิงอาร์มหลังด้วยท่อเหล็กคู่สุดแข็งแรงมาให้ (ที่ไม่เห็นว่าเป็นท่อเหล็กเพราะชิ้นพลาสติกครอบอยู่) ซึ่งจากการใช้งานเราพบว่ามันสามารถกัดน้ำดีดขึ้นมาได้ดีเลยทีเดียว หายห่วงเรื่องคนซ้อนบ่นไปได้เลย

2019-gpx-mad300-review-22
ท่อไอเสียดีไซน์สวยงามที่สุดเท่าที่ GPX เคยทำมา ทำสีออกหม่นๆเล็กน้อยเพื่อความดุดัน เข้ากันได้ดีกับสุ้มเสียงทุ้มต่ำ และแผดเบาๆเวลาเปิดคันเร่ง (จริงๆก็ไม่ได้เบาขนาดนั้นหรอกครับ ลั่นเข้ามาหมวกกันน็อคอยู่ประมาณหนึ่งเลยล่ะ ฮ่าๆ)

2019-gpx-mad300-review-31
ล้ออัลลอย ขนาด 17″ รัดด้วยยางตระกูลสปอร์ตแท้ๆรุ่น iZS จาก iRC ขนาดด้านหน้า 110/70-17

2019-gpx-mad300-review-28
ส่วนด้านหลังนั้นใหญ่ถึง 150/60-17 ส่งผลให้การควบคุมตัวรถสามารถทำได้มั่นใจอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางแห้งๆ

2019-gpx-mad300-review-41
มิติรถ
– ยาว x กว้าง x สูง : 2,025 x 790 x 1,090 มม.
– ความสูงจากพื้นถึงเบาะ : 795 มม.
– ระยะห่างจากพื้นถึงเครื่อง : 165 มม.
– น้ำหนักรถ : 157 กก.

2019-gpx-mad300-review-40
สำหรับในส่วนของท่านั่ง ด้วยเบาะสูงเพียง 795 มิลลิเมตร และด้านกว้างของเบาะเองก็จัดว่ากำลังดี ทำให้แม้ผู้ขี่จะสูงไม่ถึง 170 เซนติเมตร ก็สามารถขึ้นคร่อมและใช้อุ้งเท้าแตะพื้นทั้งสองข้างได้สบายๆ ส่วนตัวแฮนด์บาร์ออกไปทางกว้าง ตามสไตล์เน็คเกทไบค์ ขณะที่ความสูงนั้นก็กำลังดีและไม่ไกลตัวเท่าไหร่นัก ทำให้ผู้ขี่แทบไม่ต้องโน้มตัวไปข้างหน้า สามารถนั่งหลังเกือบตรงแล้วใช้แขนหักแฮนด์ไปมาเพื่อพลิกเลี้ยวได้สบายๆ

2019-gpx-mad300-review-51
ขณะที่พักเท้าผู้ขี่นั้นด้วยความสูงที่มีอยู่พอประมาณ ประกอบกับการที่เบาะนั่งค่อนข้างจม ทำให้เวลาเอาเท้าขึ้นมาเหยียบจะรู้สึกว่าช่วงต้นขาจะงอกว่าเน็คเกท-ไบค์รุ่นอื่นๆในพิกัดไล่เลี่ยกันที่วางขายอยู่ในตอนนี้ ซึ่งอันที่จริง มันก็ให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างกระชับไปกับถังน้ำมัน และมีผลเกี่ยวเนื่องในเรื่องตอนพลิกเลี้ยวตัวรถด้วยความเร็วสูงๆ ที่จะรู้สึกว่าค่อนข้างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับตัวรถพอสมควร

2019-gpx-mad300-review-50
ด้านเบาะผู้ซ้อนนั้น จัดมาแบบเป็นตอนแยกจากเบาะผู้ขี่ชัดเจนสามารถใช้เป็นพนักดันบั้นท้ายตอนขี่ได้ดี ส่วนผู้ซ้อนเองหากขึ้นนั่งแล้ว ก็ไม่ได้จะรู้สึกว่าสูงจากผู้ขี่เท่าไหร่นัก เพียงแต่ถ้าเป็นผู้ซ้อนตัวหนาๆ อาจจะรู้สึกว่านั่งได้ไม่เต็มก้นบ้าง เนื่องจากตัวเบาะค่อนข้างสั้น ส่วนมือจับด้านท้ายก็ไม่ได้ติดตั้ง หรือทำช่องไว้ให้ ดังนั้นผู้ซ้อนจึงต้องเกาะไหล่ ไม่ก็เกาะเอวผู้ขี่เท่านั้น

2019-gpx-mad300-review-42ด้านการใช้งานบนท้องถนนที่มีการจราจรคับคั่งสำหรับเจ้า MAD300 คันนี้ จะมีจุดสังเกตที่ต้องทราบหลักๆอยู่ 2 ข้อนั่นก็คือ ข้อแรก หากต้องมุด ตัวความสูงของกระจกมองข้างที่ให้มานั้นจะอยู่ในระดับเตี้ยกว่า กระจกมองข้างของรถกระบะยกสูง, SUV, PPV แบบพอดิบพอดี ทำให้สามารถลอดผ่านไปได้อย่างหายห่วง แต่ถ้าเจอรถที่นอกเหนือจากนี้ อาจจะต้องระวังหน่อยนะครับ เพราะกระจกมองข้างของมันนั้น จะสูงพอดีกับกระจกมองข้างของรถกระบะตัวเตี้ย ตัวตุ้มปลายแฮนด์ซึ่งค่อนข้างยาวไปนิด ก็จะสูงพอดีกับกระจกมองข้างของรถยนต์นั่ง จำพวกรถเก๋ง หรือ รถ ECO Car แทน

2019-gpx-mad300-review-19
ฝั่งเครื่องยนต์ ที่เป็นแบบสูบเดียว จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดจาก BOSCH ขนาดความจุ 292.4 cc ใหญ่ที่สุดเท่าที่ GPX เคยทำมา และยังเป็นแบบ DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ ส่งผลให้ในภาพรวม เครื่องยนต์บล็อคนี้จะมีบุคลิกการตอบสนองต่อคันเร่งได้ดี โดยจะมีความติดมือตั้งแต่เกียร์ 1-5 โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ารีดรอบในช่วง 6,000 – 9,000 รอบ/นาที (รอบตัดที่ 10,000 รอบ/นาที) ส่วนที่เกียร์ 6 แม้จะไล่ความเร็วช้าลงไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ถือว่าห้อยแต่อย่างใด แรงสั่นสะท้านมีให้พอรู้สึกตามฉบับรถสูบเดียว แต่ไม่ถือว่าเยอะจนน่ารำคาญใจขนาดนั้น และที่สำคัญคือ ในที่สุด ชุดเกียร์ของมันก็สามารถเตะขึ้นลงได้อย่างนิ่มนวล เรียกได้ว่าลืมความรู้สึกของรุ่นเล็ก 150-180cc ที่มีอยู่ตอนนี้ของทางค่ายไปได้เลย

2019-gpx-mad300-review-32
ขณะที่ย่านความเร็วที่ตัวรถสามารถทำได้สบายๆก็คือ ราวๆ 130 กิโลเมตร/ชั่วโมง หรือถ้าจะใต่ขึ้น 140 กิโลเมตร/ชั่วโมง ก็สามารถทำได้ง่ายๆโดยที่ไม่ต้องหมอบเพื่อหลบลมเลยสักนิด และไม่ต้องตบเกียร์ 6 ลงมาเกียร์ 5 เพื่อช่วยดึงความเร็วแต่อย่างใด ด้านความเร็วสูงสุดที่ทำได้ก็อยู่ที่ 151 กิโลเมตร/ชั่วโมง (แต่ถ้าจับจาก GPS ก็จะอยู่ที่ 139 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้ขี้เหร่อยู่ดี)

ชมคลิป Test Top Speed GPX Mad 300

และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง จากการขี่ใช้งานในแบบชีวิตประจำวันจริงๆของผู้ทดสอบ (รถติดก็ไต่ลัดเลาะช้าๆไป ทางโล่่งหน่อยๆก็บิดซัดตามทางที่ไปได้) ก็อยู่ที่ 28.52 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือว่าเป็นเกณฑ์ระดับมาตรฐานของรถมอเตอร์ไซค์สูบเดียวพิกัดไม่เกิน 300cc

2019-gpx-mad300-review-20
อย่างไรก็ดี หากขี่เจ้า MAD 300 คันนี้มาสักระยะเวลาประมาณหนึ่ง แบบต่อเนื่องไม่ดับเครื่องเลย ไอความร้อนเครื่องยนต์แผ่ออกมาให้รู้สึกได้ แบบพออุ่นๆ โดยเฉพาะกับที่บริเวณต้นขาฝั่งขวา อาจจะเป็นเพราะกระแสลมที่พัดออกมาจากด้านหลังหม้อน้ำดันไหลผ่านช่วงคอท่อพอดี ส่วนฝั่งซ้ายก็มีให้รู้สึกอุ่นๆเช่นกัน แต่ก็ไม่เท่าด้านขวาครับ

2019-gpx-mad300-review-33
ช่วงล่าง ด้านหน้าเป็นแบบหัวกลับ ด้านหลังเป็นแบบโมโนช็อคปรับค่าความแข็ง/อ่อนได้ ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มและกระเดื่องทดแรง การเซ็ทติ้งโดยรวมถือว่ากลางๆกำลังดี สามารถซับแรงกระแทกจากผิวถนน เช่น พวกฝาท่อ, หลุม, บ่อ แต่ก็ไม่ถึงอ่อนจนยวบเวลาเจอเนินสะพาน ขณะที่การพลิกเลี้ยวก็สามารถทำได้มั่นใจ และเป็นธรรมชาติมากๆ ไม่มีอาการขืนให้รู้สึก หรือไวจนเกินไปแต่อย่างใด ทว่าหากผู้ขี่เป็นสายซิ่งชอบทิ้งโค้ง ไม่ก็มีสายซ้อนไปด้วยกันแทบทุกวันล่ะก็ เราขอแนะนำว่าให้ปรับความแข็งของโช้กหลังขึ้นอีกสัก 1-2 สเต็ปครับ แล้วจะรู้สึกมั่นใจขึ้นอีกเยอะเลย

2019-gpx-mad300-review-34
ระบบเบรกที่ให้มายังคงจัดเต็มในฉบับ GPX นั่นก็คือ ด้านหน้าจะเป็นแบบคาลิปเปอร์คู่ขนาดใหญ่กำลังดี ทำงานร่วมกับชุดปั๊มโฟลทติ้งเมาท์ ตัวละ 2 ลูกสูบ แถมสายเบรกยังเป็นแบบสายถักมาแล้วเรียบร้อยด้วย ส่งผลให้โดยรวม หากไล่น้ำหนักดีๆ มันก็สามารถหยุดรถได้ตามสั่ง มั่นใจ เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะทางแห้งๆ เพียงแต่ฟีลลิงของตัวก้านเบรกอาจจะสู้มือไปสักนิด

2019-gpx-mad300-review-27
ส่วนด้านหลังนั้น ก็จะเป็นแบบดิสก์เดี่ยว ไซส์มาตรฐานสำหรับรถมอเตอร์ไซค์พิกัด 300cc ทำงานรวมกับปั๊มโฟลทติ้งเมาท์สูบเดียวขนาดใหญ่ ซึ่งแม้ว่าสายเบรกที่ให้มาจะยังไม่ใช่สายถักแบบด้านหน้า แต่ก็ส่งผลให้ฟีลลิ่งการกดเบรกเท้าลงไปนั้น มีความนิ่มนวล และไล่น้ำหนักได้เนียนมากกว่าแทน ดังนั้นหากเพื่อนๆคนไหนมีทักษะประเภทจิมคาน่า ที่ชอบใช้เบรกหลังเป็นตัวช่วยเวลาซอกแซกล่ะก็ จะรู้สึกถูกใจกับเบรกหลังเจ้านี่มากๆเลยล่ะครับ

รีวิว GPX
สรุป รีวิว GPX MAD 300 คันนี้ ถือเป็นรถมอเตอร์ไซค์เนคเก็ทไบค์อีกคัน ที่ทาง GPX สามารถทำมันออกมาได้ค่อนข้างลงตัว ทั้งเครื่องยนต์ที่มีพละกำลังสมกับ cc ที่ให้มา ขณะที่การควบคุมตัวรถต่างๆก็สามารถทำได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะช่วงล่าง ยาง หรือจะเบรก ต่างก็เซ็ทออกมาให้รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดีไม่แพ้รถมอเตอร์ไซค์รุ่นอื่นๆที่อยู่ในช่วงพิกัดเดียวกัน ทั้งๆที่ราคาของมันนั้นเทียบเท่ากับรถมอเตอร์ไซค์ในพิกัด 150cc ของค่ายใหญ่ๆเสียด้วยซ้ำ

ดังนั้นความคุ้มค่าของเจ้านี่จึงจัดว่าเหลือๆ เพราะตั้งไว้แค่เพียง 93,500 บาทเท่านั้น (คือถ้าเป็นเมื่อก่อนเราคงบอกว่า “บ้าไปแล้ว” รถ 300cc อะไรราคาไม่ถึงแสน !!)

2019-gpx-mad300-review-43สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่สนใจ อยากลองสัมผัสตัวจริงของเจ้า GPX MAD 300 ก็สามารถรับชมได้แล้ววันนี้ ทั้งตัวรถสีเงิน, สีดำ, สีเหลือง, และสีแดงสุดสวยที่มาเป็นพระเอกของเราในครั้งนี้ที่ศูนย์บริการ GPX ทั่วประเทศได้เลยครับผม

รณกฤต ลิมปิชาติ Test Rider + Photo + Writer
ภณ เพียรทนงกิจ Editor + Photo
สุภิญญา ชำนาญกุล VDO

อ่านรีวิว อื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
อ่านข่าวสาร GPX เพิ่มเติมได้ที่นี่

เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ

Share.

About Author