รถมอเตอร์ไซค์สไตล์นีโอเรโทรเป็นกลุ่มที่น่าสนใจ เพราะนำรูปลักษณ์ของรถคลาสสิกมาผสมกับเครื่องยนต์และเทคโนโลยีของรถยุคใหม่ โดย Kawasaki Z650RS และ Yamaha XSR700 เป็นตัวแทนของแนวคิดนี้ที่มีจุดร่วมคือเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ระบบส่งกำลัง 6 สปีด และรูปลักษณ์ย้อนยุค แต่มีบุคลิกแตกต่างกันพอสมควร


| Kawasaki Z650RS | Yamaha XSR700 |
| ราคา 239,000 บาท (2026-2027) | ราคา 349,000 บาท (2022) |
Kawasaki Z650RS ถ่ายทอดเสน่ห์จากตระกูล Z โดยเฉพาะ Z900RS มาไว้ในรถที่มีขนาดกะทัดรัด เน้นความเป็นมิตรในการควบคุมและการใช้งานในชีวิตประจำวัน ขณะที่ Yamaha XSR700 ใช้แนวคิด Faster Sons ผสานกลิ่นอายรถคลาสสิกเข้ากับเครื่องยนต์ CP2 ขนาด 689 ซีซี ซึ่งมีแรงบิดสูงกว่า และมาพร้อมตัวรถที่เน้นความคล่องแคล่วกับการตอบสนองในการขับขี่
1. ดีไซน์: คลาสสิกแบบตระกูล Z ปะทะสไตล์ Faster Sons

Kawasaki Z650RS — เรียบหรูแบบเรโทรสปอร์ต
Z650RS รับแรงบันดาลใจจาก Z900RS โดยนำองค์ประกอบคลาสสิกมาปรับให้เข้ากับสัดส่วนรถที่กะทัดรัดกว่า จุดเด่นคือไฟหน้าทรงกลม LED ขนาด 130 มม. ถังน้ำมันทรงเรโทรที่แบ่งเส้นระหว่างส่วนบนกับด้านข้าง และฝาครอบข้างที่ดูเรียบง่ายทันสมัย
ด้านท้ายใช้แนวเส้นที่ค่อนข้างราบและสั้น เบาะสองระดับช่วยให้ภาพรวมดูคล่องตัว ส่วนไฟท้าย LED ทรงรีได้แรงบันดาลใจจากรถตระกูล Z รุ่นเก่า ทำให้ยังคงกลิ่นอายรถคลาสสิก แม้จะใช้ระบบไฟ LED รอบคัน
Yamaha XSR700 — คลาสสิกที่มีความร่วมสมัย
XSR700 ใช้ไฟหน้าทรงกลม LED พร้อมชุดโปรเจกเตอร์แยกและไฟตำแหน่งทรงครึ่งวงกลม ไฟท้ายออกแบบให้มีรูปทรงคลาสสิก ส่วนไฟเลี้ยว LED มีขนาดกะทัดรัดและดูทันสมัย
อีกจุดที่น่าสนใจคือการจัดวางเรือนไมล์ LCD ทรงกลมไว้ในตำแหน่งที่ยื่นไปด้านหน้า พร้อมปรับตำแหน่งขายึดไฟหน้าให้รับกับรูปทรงด้านหน้าโดยรวม ส่วนเบาะและซับเฟรมใช้แนวทางที่ให้กลิ่นอายรถย้อนยุค แต่ยังคงความคล่องตัวในการขับขี่
ในแง่ดีไซน์ Z650RS มีภาพจำแบบรถเรโทรสปอร์ตตระกูล Z ที่ชัดเจน โดยเฉพาะถังน้ำมันและไฟท้ายที่อ้างอิงเอกลักษณ์ของรถ Kawasaki รุ่นเก่า ส่วน XSR700 ให้ความรู้สึกเป็นรถคลาสสิกยุคใหม่ที่มีความร่วมสมัยมากขึ้น ทั้งรูปทรงโดยรวมและแนวคิดการออกแบบแบบ Faster Sons
ความชอบในด้านนี้ขึ้นอยู่กับรสนิยมเป็นหลัก แต่หากชอบรถที่มีสายเลือดเรโทรของตระกูล Z ชัดเจน Z650RS น่าสนใจเป็นพิเศษ ขณะที่ XSR700 เหมาะกับคนที่ชอบรถคลาสสิกที่ดูมีความเป็นโมเดิร์นและพร้อมนำไปปรับแต่งต่อ
2. เครื่องยนต์และสมรรถนะ
| Kawasaki Z650RS | Yamaha XSR700 |
| กำลังสูงสุด 67 Hp ที่ 8,000 รอบ/นาที | กำลังสูงสุด 72.4 Hp ที่ 9,,000 รอบ/นาที |
| แรงบิดสูงสุด 64 Nm ที่ 6,700 รอบ/นาที | แรงบิดสูงสุด 67 Nm ที่ 7,000 รอบ/นาที |
Kawasaki Z650RS
Z650RS ใช้เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 4 จังหวะ DOHC 8 วาล์ว ขนาด 649 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีขนาดกระบอกสูบและช่วงชัก 83.0 x 60.0 มม. อัตราส่วนกำลังอัด 10.8:1
บุคลิกของเครื่องยนต์ตามข้อมูลที่ให้มาคือการปรับจูนให้ตอบสนองดีในช่วงรอบต่ำถึงกลาง เน้นแรงบิดที่นำมาใช้งานได้จริง การเปิดคันเร่งจึงควรให้ความรู้สึกต่อเนื่องและเป็นมิตรต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่จำเป็นต้องลากรอบสูงตลอดเวลาเพื่อให้ได้การตอบสนองที่สนุก
กำลังสูงสุดอยู่ที่ 68 PS ที่ 8,000 รอบ/นาที ส่วนแรงบิดสูงสุดในตารางข้อมูลจำเพาะระบุไว้ที่ 64 Nm ที่ 6,700 รอบ/นาที โดยใช้เกียร์ 6 สปีด คลัตช์เปียกหลายแผ่น และขับเคลื่อนด้วยโซ่
Yamaha XSR700
XSR700 ใช้เครื่องยนต์ CP2 แบบ 2 สูบเรียง 4 จังหวะ DOHC 8 วาล์ว ขนาด 689 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ กระบอกสูบและช่วงชัก 80.0 x 68.6 มม. และอัตราส่วนกำลังอัด 11.5:1
เครื่องยนต์ CP2 มีจุดเด่นเรื่องแรงบิดและการตอบสนองที่ช่วยเพิ่มความสนุกในการขับขี่
เมื่อเทียบตัวเลขกัน XSR700 มีกำลังมากกว่า Z650RS อยู่ 5.4 PS และมีแรงบิดมากกว่า 3 Nm แม้ความแตกต่างจะไม่ได้ห่างกันมากในเชิงตัวเลข แต่ XSR700 มีความจุกระบอกสูบมากกว่า 40 ซีซี และมีแรงบิดสูงสุดที่รอบสูงกว่าเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขกำลังสูงสุดเพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกความรู้สึกในการขับขี่ทั้งหมด การตอบสนองจริงยังขึ้นอยู่กับกราฟแรงบิด อัตราทดเกียร์ น้ำหนักรถ และการปรับจูนคันเร่งด้วย
ในภาพรวม XSR700 ได้เปรียบด้านตัวเลขสมรรถนะสูงสุด ส่วน Z650RS เน้นแนวทางเครื่องยนต์ที่ใช้งานได้ง่ายและตอบสนองดีในช่วงรอบต่ำถึงกลาง
3. เฟรม ช่วงล่าง และการควบคุม
Kawasaki Z650RS — เฟรมถักและช่วงล่าง Horizontal Back-link
จุดเด่นของ Z650RS คือเฟรมถักที่ใช้เหล็กกล้าแรงดึงสูง น้ำหนักเฟรมระบุไว้ที่ 13.5 กก. การออกแบบแนวท่อให้ตรงและลดการโค้งงอในจุดที่ไม่จำเป็น ช่วยให้โครงสร้างกระจายแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านหน้าใช้โช้คเทเลสโคปิกขนาด 41 มม. ระยะยุบ 125 มม. ส่วนด้านหลังเป็นระบบ Horizontal Back-link ที่วางโช้คและชุดกระเดื่องไว้เหนือสวิงอาร์ม ระบบนี้ออกแบบให้แรงต้านเพิ่มขึ้นตามระยะยุบ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการขับขี่แบบสปอร์ตกับความสบาย
จากแนวทางการออกแบบ Z650RS จึงมุ่งเน้นความรู้สึกคล่องตัวและควบคุมง่าย เหมาะกับการขี่ในชีวิตประจำวัน รวมถึงถนนคดเคี้ยวที่ต้องเปลี่ยนทิศทางต่อเนื่อง
Yamaha XSR700 — เฟรมเหล็กท่อน้ำหนักเบาและสวิงอาร์ม
XSR700 ใช้เฟรมเหล็กแบบ Diamond โดยเน้นการออกแบบเฟรมให้เพรียวและมีน้ำหนักเบา เพื่อช่วยให้ตัวรถคล่องแคล่ว และยังสามารถปรับแต่งได้ง่ายจากโครงสร้างซับเฟรมแบบสองชิ้น
ระบบกันสะเทือนหน้าเป็นโช้คเทเลสโคปิก ส่วนด้านหลังใช้สวิงอาร์มพร้อมระบบเชื่อมโยง ระยะยุบล้อหน้าและหลังอยู่ที่ 130 มม. เท่ากันตามข้อมูลในโบรชัวร์
Yamaha ระบุว่าการจัดสัดส่วนตัวรถร่วมกับช่วงล่างที่ตอบสนองเป็นธรรมชาติช่วยให้ XSR700 มีความคล่องตัวและให้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับตัวรถขณะขับขี่
ในด้านการควบคุม ทั้งสองรุ่นเลือกใช้แนวทางที่ให้ความสำคัญกับความคล่องแคล่ว แต่มีรายละเอียดต่างกัน
- Z650RS: ใช้เฟรมถักและระบบกันสะเทือนหลัง Horizontal Back-link โดยมีระยะยุบล้อหลัง 130 มม. ซึ่งช่วยให้การตอบสนองของช่วงล่างเปลี่ยนไปตามระยะยุบ
- XSR700: ใช้เฟรม Diamond และระบบกันสะเทือนหลังแบบสวิงอาร์มพร้อมชุดเชื่อมโยง โดยระยะยุบหน้าและหลังเท่ากันที่ 130 มม.
ข้อมูลระยะยุบเพียงอย่างเดียวไม่สามารถสรุปได้ว่ารุ่นใดนุ่มหรือเกาะถนนดีกว่า เพราะยังมีค่าความแข็งสปริง การหน่วงการยุบและคืนตัว รวมถึงการเซ็ตอัปที่ต้องพิจารณาร่วมด้วย
หากเน้นความมั่นใจในการขี่จริง ควรทดลองทั้งสองรุ่น โดยเฉพาะท่านั่ง การหักเลี้ยวในความเร็วต่ำ และความรู้สึกขณะเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว
4. ระบบเบรก ล้อ และยาง
Kawasaki Z650RS
- เบรกหน้าดิสก์คู่ 300 มม. คาลิปเปอร์ 2 พอร์ต
- เบรกหลังดิสก์ 220 มม. คาลิปเปอร์ 1 พอร์ต
- ล้อแม็กหล่อขึ้นรูป ดีไซน์ก้านแบนเลียนแบบล้อซี่ลวดคลาสสิก
- ยางหน้า ขนาด 120/70-17 Tubeless
- ยางหลัง ขนาด 160/60-17 Tubeless
- พร้อมระบบ ABS-Dual Channel
Yamaha XSR700
- เบรกหน้าดิสก์คู่ 298 มม คาลิปเปอร์ 2 พอร์ต
- เบรกหลังดิสก์ 245 มม คาลิปเปอร์ 1 พอร์ต
- ยางหน้า 120/70 ZR17 M/C (58W) แบบ Tubeless
- ยางหลัง 180/55 ZR17 M/C (73W) แบบ Tubeless
- พร้อมระบบ ABS-Dual Channel
Z650RS ใช้ล้อแม็กที่ตั้งใจออกแบบให้มีรูปลักษณ์คล้ายล้อซี่ลวด ขณะที่ XSR700 ใช้ล้อขนาด 17 นิ้วทั้งหน้าและหลังเช่นกัน แต่ยางหลังมีหน้ากว้าง 180 มม. มากกว่า Z650RS ที่ 160 มม.
ยางหลังที่กว้างกว่าไม่ได้หมายความว่าจะเกาะถนนได้ดีกว่าเสมอไป เพราะสมรรถนะยังขึ้นอยู่กับรุ่นยาง เนื้อยาง อุณหภูมิ แรงดันลม และสภาพถนนด้วย
5. ระบบอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
Kawasaki Z650RS: KTRC และเรือนไมล์สไตล์คลาสสิก


Z650RS ผสมผสานมาตรวัดเข็มอนาล็อกสองวงเข้ากับจอ LCD มัลติฟังก์ชัน โดยใช้กรอบเรือนไมล์ทรงกระสุนและจอแบบ Negative Display ซึ่งแสดงตัวอักษรสีขาวบนพื้นหลังสีดำ ช่วยรักษารูปลักษณ์เรโทรโดยไม่ละทิ้งข้อมูลที่จำเป็น
ข้อมูลที่แสดงได้ประกอบด้วย
- ระยะทางรวมและระยะทางแบบ Trip
- ระดับน้ำมันเชื้อเพลิงและระยะทางที่คาดว่าจะวิ่งได้
- อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงปัจจุบันและค่าเฉลี่ย
- อุณหภูมิน้ำหล่อเย็นและนาฬิกา
- สัญญาณการขับขี่แบบประหยัด Eco
- ไฟแสดงตำแหน่งเกียร์
อีกหนึ่งระบบสำคัญคือ Kawasaki Traction Control (KTRC) ซึ่งมี 3 ตำแหน่งการทำงานตามข้อมูลที่ให้มา
- Mode 1 (KTRC1): เน้นอัตราเร่งและความสนุก อนุญาตให้ล้อหลังหมุนฟรีหรือสไลด์ได้ในระดับที่ระบบกำหนด
- Mode 2 (KTRC2): เน้นความปลอดภัยมากขึ้น โดยควบคุมการส่งกำลังให้นุ่มนวล
- Mode 3 (Off): ปิดระบบ KTRC
ระบบนี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจเมื่อเจอถนนลื่นหรือพื้นผิวที่มีการยึดเกาะเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม Traction Control ไม่สามารถทดแทนการใช้คันเร่งอย่างเหมาะสมและการเลือกความเร็วให้เข้ากับสภาพถนนได้
Yamaha XSR700: เรือนไมล์ LCD และไฟ LED
XSR700 ใช้เรือนไมล์ LCD ทรงกลมที่จัดวางให้ยื่นมาด้านหน้า พร้อมชุดขายึดไฟหน้าที่ได้รับการปรับตำแหน่งให้เข้ากับดีไซน์ใหม่ ข้อมูลในโบรชัวร์เน้นเรื่องความชัดเจนในการมองเห็นและการออกแบบที่เข้ากับรูปลักษณ์ของตัวรถ
ระบบไฟประกอบด้วยไฟหน้าทรงกลม LED แบบโปรเจกเตอร์แยกพร้อมไฟตำแหน่งครึ่งวงกลม ไฟท้ายทรงคลาสสิก และไฟเลี้ยว LED ขนาดกะทัดรัด
อย่างไรก็ตาม XSR700 ปี 2022 ไม่มีระบบ Traction control หรืออื่นๆ
6. ขนาดตัวรถและการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ความแตกต่างด้านขนาดที่เห็นได้ชัดคือความสูงเบาะและความจุถังน้ำมัน
Z650RS มีเบาะสูง 800 มม. และถังน้ำมัน 12 ลิตร ขณะที่ XSR700 มีเบาะสูง 835 มม. และถังน้ำมัน 14 ลิตร ตามข้อมูลในโบรชัวร์ปี 2022
เบาะของ Z650RS ต่ำกว่า 35 มม. จึงอาจเป็นตัวเลือกที่เข้าถึงง่ายกว่าสำหรับผู้ขี่ที่กังวลเรื่องการวางเท้าเมื่อหยุดรถ แต่ความเหมาะสมจริงยังขึ้นอยู่กับความกว้างเบาะ ความยาวขา และท่านั่งของผู้ขี่แต่ละคน
ส่วน XSR700 มีถังน้ำมันใหญ่กว่า 2 ลิตร ซึ่งอาจช่วยลดความถี่ในการแวะเติมน้ำมันได้ แต่ไม่ควรใช้ความจุถังเพียงอย่างเดียวสรุประยะทางต่อการเติมหนึ่งครั้ง เพราะต้องทราบอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในการใช้งานจริงด้วย
น้ำหนักรถตามข้อมูลที่ให้มาอยู่ที่ 187 กก. สำหรับ Z650RS และ 188 กก. สำหรับ XSR700 ซึ่งต่างกันเพียง 1 กก. เท่านั้น แต่เงื่อนไขการชั่งน้ำหนักและรายละเอียดของของเหลวที่รวมอยู่ในตัวเลขอาจต่างกัน จึงควรใช้ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลอ้างอิงเบื้องต้น ไม่ใช่ข้อสรุปว่าทั้งสองรุ่นจะให้ความรู้สึกหนักเบาเท่ากันขณะขับขี่
7. จุดเด่นและข้อสังเกตของแต่ละรุ่น

Kawasaki Z650RS
จุดเด่น
- ดีไซน์เรโทรสปอร์ตที่สืบทอดจาก Z900RS
- เบาะสูง 800 มม. เข้าถึงง่ายกว่าในแง่ตัวเลขความสูงเบาะ
- เครื่องยนต์ 649 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 68 PS
- มีระบบ KTRC พร้อมตำแหน่งการทำงาน 3 แบบตามข้อมูลที่ให้มา
- เรือนไมล์เข็มคู่ผสานจอ LCD และข้อมูลการขับขี่หลากหลาย
ข้อสังเกต
- ถังน้ำมัน 12 ลิตร มีความจุน้อยกว่า XSR700
- ตัวเลขขนาดจานเบรกในข้อมูลที่ได้รับไม่ตรงกัน
- หากต้องการเปรียบเทียบอุปกรณ์ความปลอดภัยอย่างครบถ้วน ควรตรวจสอบสเปกรถปีและตลาดจำหน่ายให้ตรงกัน
Yamaha XSR700
จุดเด่น
- เครื่องยนต์ CP2 ขนาด 689 ซีซี
- กำลังสูงสุด 73.4 PS และแรงบิดสูงสุด 67 Nm
- ถังน้ำมัน 14 ลิตร
- ระยะยุบช่วงล่างหน้าและหลัง 130 มม.
- ยางหลังขนาด 180/55 ZR17 และเป็นยาง Tubeless ตามโบรชัวร์
- ไฟ LED และเรือนไมล์ LCD ที่เข้ากับแนวทาง Faster Sons
ข้อสังเกต
- เบาะสูง 835 มม. สูงกว่า Z650RS 35 มม.
- โบรชัวร์ที่ได้รับไม่ระบุรายละเอียด Traction Control และโหมดการขับขี่
- ไม่มีข้อมูลราคาจำหน่ายในเอกสารที่แนบมา จึงยังเปรียบเทียบความคุ้มค่าด้านราคาไม่ได้
8. ข้อมูลจำเพาะตัวรถ
ตารางนี้รวบรวมตัวเลขจากข้อมูล Z650RS ที่คุณให้มาและโบรชัวร์ Yamaha XSR700 ปี 2022 โดยคงตัวเลขตามแหล่งข้อมูล ไม่เติมค่าที่เอกสารไม่ได้ระบุ
| รายการ | Kawasaki Z650RS | Yamaha XSR700 |
|---|---|---|
| ราคาในข้อมูลที่ได้รับ | 239,000 บาท | ไม่ระบุ |
| เครื่องยนต์ | 2 สูบเรียง DOHC 4 จังหวะ | 2 สูบเรียง DOHC 4 จังหวะ |
| ความจุ | 649 ซีซี | 689 ซีซี |
| ระบบหล่อเย็น | น้ำ | น้ำ |
| กระบอกสูบ x ช่วงชัก | 83.0 x 60.0 มม. | 80.0 x 68.6 มม. |
| อัตราส่วนกำลังอัด | 10.8:1 | 11.5:1 |
| ระบบจ่ายเชื้อเพลิง | หัวฉีด 36 มม. x 2 | โบรชัวร์ไม่ระบุรายละเอียด |
| กำลังสูงสุด | 68 PS @ 8,000 รอบ/นาที | 73.4 PS @ 10,000 รอบ/นาที |
| แรงบิดสูงสุด | 64 Nm @ 6,700 รอบ/นาที* | 67 Nm @ 7,000 รอบ/นาที |
| ระบบส่งกำลัง | 6 สปีด | โบรชัวร์ไม่ระบุจำนวนเกียร์ในตารางที่อ่านได้ |
| ระบบขับเคลื่อน | โซ่ | โบรชัวร์ไม่ระบุในส่วนสเปกที่อ่านได้ |
| เฟรม | เฟรมถักเหล็ก / Tubular Diamond | Diamond |
| โช้คหน้า | เทเลสโคปิก 41 มม. | เทเลสโคปิก |
| ระบบกันสะเทือนหลัง | Horizontal Back-link | สวิงอาร์มพร้อมระบบเชื่อมโยง |
| ระยะยุบหน้า | 125 มม. | 130 มม. |
| ระยะยุบหลัง | 130 มม. | 130 มม. |
| เบรกหน้า | ดิสก์คู่ คาลิปเปอร์ 2 ลูกสูบ | ดิสก์ไฮดรอลิกคู่ |
| เบรกหลัง | ดิสก์เดี่ยว คาลิปเปอร์ลูกสูบเดี่ยว | ดิสก์ไฮดรอลิกเดี่ยว |
| ขนาดยางหน้า | 120/70-17 | 120/70 ZR17 M/C (58W) Tubeless |
| ขนาดยางหลัง | 160/60-17 | 180/55 ZR17 M/C (73W) Tubeless |
| ความยาว | 2,065 มม. | 2,075 มม. |
| ความกว้าง | 800 มม. | 820 มม. |
| ความสูง | 1,115 มม. | 1,130 มม. |
| ระยะฐานล้อ | 1,405 มม. | 1,405 มม. |
| ระยะห่างจากพื้น | 125 มม. | 140 มม. |
| ความสูงเบาะ | 800 มม. | 835 มม. |
| น้ำหนัก | 187 กก. (น้ำหนักรวมตามข้อมูลที่ให้มา) | 188 กก. (รวมของเหลวและน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถังตามโบรชัวร์) |
| ความจุถังน้ำมัน | 12 ลิตร | 14 ลิตร |
| Traction control | KTRC 3 ระดับ | ไม่มี |
| เรือนไมล์ | เข็มอนาล็อกคู่ + LCD | LCD ทรงกลม |
9. บทสรุป: เลือกคันไหนดี?
เลือก Kawasaki Z650RS หากคุณชอบรถสไตล์เรโทรสปอร์ตที่ได้แรงบันดาลใจจากตระกูล Z ต้องการเบาะที่ไม่สูงมากนัก และให้ความสำคัญกับระบบ KTRC รวมถึงเรือนไมล์ที่มีข้อมูลการขับขี่ครบถ้วนตามรายละเอียดที่ระบุมา ราคาที่ได้รับแจ้งคือ 239,000 บาท จึงมีจุดตั้งต้นสำหรับการพิจารณางบประมาณที่ชัดเจน
เลือก Yamaha XSR700 หากคุณให้ความสำคัญกับตัวเลขสมรรถนะของเครื่องยนต์เป็นพิเศษ ต้องการเครื่องยนต์ CP2 ขนาด 689 ซีซี ที่มีกำลังสูงสุด 73.4 PS และแรงบิด 67 Nm รวมถึงถังน้ำมัน 14 ลิตรและระยะห่างจากพื้น 140 มม. รูปแบบการออกแบบ Faster Sons ยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการรถคลาสสิกที่ดูร่วมสมัยและมีบุคลิกสปอร์ต
หากตัดสินจากข้อมูลที่มี XSR700 ได้เปรียบด้านกำลังและแรงบิดสูงสุด ส่วน Z650RS มีจุดเด่นด้านความสูงเบาะที่ต่ำกว่าและรายละเอียดระบบ KTRC ที่ระบุชัดเจนกว่า แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ารุ่นใดคุ้มค่ากว่าในภาพรวม เพราะยังไม่มีราคาของ XSR700 ในเอกสารชุดนี้ และข้อมูลระบบความปลอดภัยบางรายการยังไม่ครบถ้วน
ท้ายที่สุด ทั้งสองรุ่นควรทดลองขี่ก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะการวางเท้าเมื่อหยุดรถ ความคล่องตัวในความเร็วต่ำ การตอบสนองคันเร่ง และความสบายของท่านั่ง เพราะสิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อประสบการณ์ใช้งานจริงมากกว่าความแตกต่างของตัวเลขสเปกเพียงอย่างเดียว

