Honda RC181 คือรถแข่งระดับ 500cc รุ่นแรกที่ Honda ส่งลงแข่งใน Grand Prix Motorcycle Racing แม้จะใช้แข่งเพียงสองฤดูกาลคือปี 1966 และ 1967 แต่กลับสร้างผลกระทบต่อประวัติศาสตร์มอเตอร์ไซค์แข่งขันอย่างมาก เพราะเป็นรถที่ทำให้ Honda ก้าวขึ้นสู่คลาสสูงสุดและท้าทายความยิ่งใหญ่ของ MV Agusta ได้ทันทีตั้งแต่ปีแรก
Embed from Getty Images
จุดเริ่มต้นของโครงการ
ช่วงต้นทศวรรษ 1960 Honda ประสบความสำเร็จท่วมท้นในคลาส 50cc, 125cc, 250cc และ 350cc ก่อนจะตัดสินใจพัฒนารถสำหรับคลาส GP 500cc ซึ่งใหญ่ที่สุดในช่วงนั้น 1966
โครงการนี้มี Jim Redman เป็นนักแข่งหลักในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล ก่อนที่ Mike Hailwood จะเข้ามาแข่งในคลาส 500cc ด้วยหลังจาก Redman ประสบอาการบาดเจ็บ
คู่แข่งหลักคือ MV Agusta ของ Giacomo Agostini ซึ่งครองความเหนือกว่าในคลาส 500cc มาหลายปีก่อนหน้านั้น ทำให้การมาของ RC181 ถือเป็นความท้าทายระดับสูงสุดของ Honda ในขณะนั้น
Embed from Getty Images
สเปกและเทคโนโลยี
RC181 ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ท่อแยก 1 สูบต่อ 1 ท่อ ระบายความร้อนด้วยอากาศ ขับเคลื่อนด้วย DOHC ที่ใช้ระบบชุดเฟือง แทน โซ่ราวลิ้น และเกียร์ 6 สปีด ซึ่งเป็นแนวทางที่ Honda เชี่ยวชาญ และเป็นส่วนที่ทำให้เสียงเครื่องยนต์ดุดัน แสบหู
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| ปีที่แข่ง | 1966–1967 |
| เครื่องยนต์ | 4 สูบเรียง ระบายอากาศ DOHC |
| ความจุปี 1966 | 489.94cc |
| ความจุปี 1967 | ~499.6–499.7cc |
| กำลังปี 1966 | มากกว่า 83 Hp ที่ 12,000 รอบ/นาที |
| เกียร์ | 6 สปีด |
| น้ำหนัก | 151 กก. |
| ความเร็วสูงสุด | มากกว่า 260 กม./ชม. |
ความจุเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้นในปี 1967 มาจากการขยายขนาดกระบอกสูบเป็น 57.5 มม. ในขณะที่ระยะชักยังคงอยู่ที่ 48 มม. ทำให้เครื่องยนต์มีความจุใกล้เคียงขีดจำกัดสูงสุดของคลาส 500cc
Embed from Getty Images
ฤดูกาล 1966 — เปิดตัวแบบเหนือความคาดหมาย
RC181 เปิดตัวในสนามแรกของฤดูกาล 1966 ที่ West German Grand Prix สนาม Hockenheim เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 1966
Jim Redman คว้าชัยได้ทันที เอาชนะ Agostini บน MV Agusta ด้วยระยะห่างถึง 26 วินาที ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่า Honda มาพร้อมรถที่แข่งขันได้จริงในคลาสนี้
Redman ชนะต่ออีกหนึ่งสนาม ทำให้เริ่มฤดูกาลด้วยชัยชนะ 2 สนามติดต่อกัน แต่ภายหลังเขาบาดเจ็บจนต้องหยุดแข่ง ทำให้ Hailwood รับบทบาทนักแข่งหลักของทีม ในคลาส 500cc ต่อจากนั้น
Hailwood เก็บชัยชนะเพิ่มอีก 3 สนาม รวมแล้ว RC181 ชนะ 5 จาก 9 สนามในฤดูกาล 1966 ผลงานนี้พา Honda คว้า แชมป์ผู้ผลิต 500cc ได้ทันทีในปีแรกที่ลงแข่ง ขณะที่ Hailwood จบอันดับ 2 ของตารางนักแข่ง ตามหลัง Agostini
Embed from Getty Images
ฤดูกาล 1967 — ดวลตัดสินแบบสูสีที่สุด
ปี 1967 RC181 ได้รับการพัฒนาต่อทั้งด้านความจุเครื่องยนต์และรายละเอียดโครงสร้าง เพื่อให้แข่งขันกับ MV Agusta ได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น
ฤดูกาลนี้กลายเป็นการดวลแบบตัวต่อตัวระหว่าง Mike Hailwood กับ Giacomo Agostini โดยทั้งคู่ชนะคนละ 5 สนาม เท่ากัน และทำคะแนนรวมเท่ากันเมื่อจบฤดูกาล
อย่างไรก็ตาม แชมป์นักแข่งตกเป็นของ Agostini เพราะมีอันดับ 2 มากกว่า คือ 3 ครั้ง เทียบกับ 2 ครั้ง ทำให้ Hailwood ต้องพลาดแชมป์ 500cc อีกครั้ง แม้คะแนนรวมจะเท่ากันก็ตาม
แม้จะไม่ได้แชมป์นักแข่ง แต่ RC181 ก็ยืนยันสถานะเป็นคู่แข่งระดับแนวหน้าของ MV Agusta อย่างชัดเจน และเป็นหนึ่งในรถ 500cc ที่แข็งแกร่งที่สุดของยุคนั้น
สรุปผลงานรวมสองฤดูกาล
- ฤดูกาล 1966: ชนะ 5 จาก 9 สนาม และคว้าแชมป์ผู้ผลิต 500cc
- ฤดูกาล 1967: Hailwood ชนะ 5 สนาม แต่จบอันดับ 2 ของนักแข่งเพราะแพ้เรื่องจำนวนอันดับ 2
- รวมสองฤดูกาล: ชนะ 10 จาก 19 สนามในคลาส 500cc
- แชมป์นักแข่ง 500cc: ไม่ได้ ทั้งปี 1966 และ 1967
- แชมป์ผู้ผลิต 500cc: ได้ในปี 1966

ทำไม RC181 จึงสำคัญ
RC181 คือหมุดหมายสำคัญของ Honda เพราะเป็นรถแรกที่พาบริษัทเข้าสู่คลาสใหญ่ที่สุดของ Grand Prix Motorcycle Racing และยังเป็นส่วนหนึ่งของปี 1966 ที่ Honda คว้าแชมป์ผู้ผลิตครบทั้ง 5 คลาส ได้แก่ 50cc, 125cc, 250cc, 350cc และ 500cc ซึ่งเป็นสถิติที่ไม่เคยมีผู้ผลิตใดทำได้มาก่อน
แม้ Honda จะถอนตัวจาก Grand Prix เมื่อจบปี 1967 เพื่อไปทุ่มทุนกับโครงการ Formula 1 ทำให้ RC181 แข่งในระดับโลกเพียงสองปี แต่ก็วางรากฐานด้านชื่อเสียงและประสบการณ์ที่ต่อยอดสู่การกลับมาแข่งระดับโลกของ Honda ในภายหลัง ด้วยโครงการ NR500 ในปี 1979

มรดกในยุคปัจจุบัน
RC181 ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของจุดเริ่มต้น Honda ในคลาสหลัก และถูกนำมาเป็นแรงบันดาลใจของลีเวอรีพิเศษใน MotoGP เพื่อฉลอง 60 ปีของ Honda ในคลาสสูงสุด ที่สนาม Motegi
สำหรับผู้ชมรุ่นใหม่ RC181 คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่า Honda ไม่ได้เข้ามาใน 500cc เพื่อเรียนรู้เท่านั้น แต่มาพร้อมความสามารถในการชนะและท้าทายแชมป์เก่าอย่าง MV Agusta ได้ตั้งแต่สนามแรกที่ลงแข่งจริงครับ
อ่าน Bike History เพิ่มเติมที่นี่

