Author: admin

เรียกได้ว่ามีกระแสตอบรับค่อนข้างดีเลยทีเดียวสำหรับการเปิดตัว Honda CT125 เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่เพื่อนๆทราบหรือไม่ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รถมอเตอร์ไซค์ตระกูล Honda CT ได้ถือกำเนิดขึ้น เพราะต้นตระกูลของมันนั้นได้ถูกเปิดตัวเป็นครั้งแรกตั้งแต่เมื่อปี 1964 นู่นแล้วในชื่อ Honda CT200 สำหรับข้อมูลในเบื้องต้นของ Honda CT200 “Trail 90” นั้นก็มีอยู่ว่า มันคือรถมอเตอร์ไซค์ขาลุยที่ถูกดัดแปลงมาจากรถแม่บ้านในตำนานอย่าง C90 โดยจะเห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือการถอดเองชุดบังลมหน้าขนาดใหญ่ทิ้งไป แล้วเสริมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนบางอย่างเข้าไปเพื่อให้ตัวรถเหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องบุกป่าฝ่าดงมากยิ่งขึ้น เช่นการเสริมท่อเหล็กกับการ์ดแครงก์ล่างเพื่อป้องกันหินกระแทกเครื่องยนต์กับฝาสูบ, เดินแนวท่อไอเสียจากออกล่างขนานไปตามแนวท้องรถ ให้เป็นแบบยกสูงแล้วลากยาวในระนาบเดียวกับแนวใต้เบาะและตะแกรงหลังแทน, เปลี่ยนสเตอร์หลังเบอร์ใหญ่ขึ้นเพื่อทดรอบ (จริงๆคือมีสเตอร์หลัง 2 อัน), และเปลี่ยนยางหนามไว้ตะกรุยดินโดยเฉพาะ ส่วนรายละเอียดในเรื่องเครื่องยนต์ไม่สามารถหาข้อมุลได้ว่าทางวิศวกรได้มีการปรับจูนชิ้นส่วนภายในให้ต่างจากร่างต้นของมันหรือไม่ แต่แนวทางการตกแต่งส่วนใหญ่ที่ว่ามานี้ก็ล้วนถูกนำมาใช้ในการออกแบบเจ้าน้องใหม่ล่าสุดของตระกูล CT อย่าง Honda CT125 แทบทั้งสิ้น อย่งไรก็ดี อันที่จริง CT200 ไม่ใช่รถมอเตอร์ไซค์รุ่นแรกที่เป็นต้นกำเนิดแนวคิดนี้ เพราะก่อนหน้านี้ทาง Honda ได้เริ่มทำโปรเจ็กท์แนวนี้มาแล้ว 2 เจเนอเรชันด้วยกัน นั่นก็คือ…

Read More

ย้อนไปเมื่อปี 2004 ทาง Honda ได้เคยนำเจ้า Monkey 50 มาตกแต่งในธีม Freddie Spencer เพื่อย้อนตำนานของอีกหนึ่งนักบิดคนสำคัญของตนที่สามารถพาตัวแข่งของตนเองคว้าแชมป์โลกศึก World GrandPrix ได้ตอนปี 1985 และในปีนี้พวกเขาก็ได้นำธีมการตกแต่งรูปแบบดังกล่าวกลับมาอีกครั้งบนตัว Monkey 125 ที่เพื่อนๆเห็นกันอยู่ตอนนี้ โดยตัวรถ Monkey 125 – Spencer Edition รุ่นนี้ จะมาพร้อมกับจุดเด่นหลักๆเลยก็คือชุดสีของมัน ที่ถูกตกแต่งด้วยสีเทาเป็นสีพื้น คาดด้วยแถบสติ๊กเกอร์สีดำ/น้ำเงิน ซึ่งอันที่จริงมันก็คือลายเดียวกันกับ 1982 Honda CB750F ที่ Spencer ใช้สร้างชื่อให้กับตนตอนยังแข่งอยู่ในเวที AMA Superbike ซึ่งเป็นเวทีการแข่งขันรถจักรยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วจึงเสริมความพิเศษให้เจ้าลิง 125 คันนี้อีกนิดด้วย ชุดโช้กคู่หลังจาก Nitron กับ ชุดท่อไอเสีย Yoshimura สีดำ เพื่อความดุดัน และทำให้มันมีกลิ่นอายที่คล้ายตัวแข่งต้นแบบมากที่สุด…

Read More

นอกจากการทำรถมอเตอร์ไซค์ที่มีดีไซน์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว แต่เพื่อนๆทราบกันหรือไม่ว่าแท้จริงแล้ว Ducati เองก็มีโปรเจ็กท์ทำรถจักรยานต์ไฟฟ้าขายเพื่อตอบโจทย์นักปั่นทั้งหลายด้วย โดยมีทั้ง Ducati MIG-RR, Ducati MIG-S, และ Ducati E-Scrambler เริ่มจากคันแรก Ducati MIG-RR จักรยานไฟฟ้าสายไต่เขาที่มีสเปคดีพอจะเอาไว้ใช้แข่งขันได้เลย เพราะชุดเฟรมของมันนั้นจะเป็นงาน CNC จากอลูมินัมเกรด 6061 มาพร้อมระบบกันสะเทือนแบบโช้กตะเกียบคู่ด้านหน้าช่วงยุบ 170 มิลลิเมตร และโช้กเดี่ยวด้านหลังระยะยุบ 160 มิลลิเมตร ซึ่งตัวโช้กที่ว่าจะเป็นของ FOX ที่สั่งสเปคผลิตขึ้นมาเพื่อเจ้านี่โดยเฉพาะ นอกนั้นระบบเบรกก็เป็นแบบดิสก์เบรกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง กับระบบเกียร์ XT 11 สปีด ซึ่งล้วนเป็นของจากแบรนด์ดังอย่าง Shimano ทั้งสิ้น ขณะที่ชุดแบตเตอร์รี่กับมอเตอร์ไฟฟ้าเองก็เป็น Shimano E8000 ที่สามารถปรับโหมดการใช้งานได้ถึง 3 รูปแบบได้แก่ Trail, Boost, และ Power-Walk เรียบได้ว่าตอบโจทย์ทุกการใช้งานจริงๆ แต่ราคาก็สูงหน่อยๆเพราะถูกตั้งเอาไว้ที่ 6,250…

Read More

จะผ่านไปกี่ปี MV Agusta ก็ยังขึ้นชื่ออยู่เสมอในเรื่องการออกโมเดลลิมิเต็ดอิดิชัน ซึ่งเจ้า MV Agusta Brutale 1000 RR ML คันนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น แถมมันยังผลิตด้วยจำนวนที่จำกัดมากๆจนคนทั่วไปคงไม่มีวันได้เห็นง่ายๆอีกด้วย ! โดยสำหรับเจ้า Brutale 1000 RR – “ML Edition” คันนี้ ก็จะมีความพิเศษที่แตกต่างจาก Brutale 1000 RR ตรงที่ชุดสึ ซึ่งเปลี่ยนมาเป็นสีน้ำเงิน/ขาว ตัดกับสีเงิน แล้วแซมด้วยสีทองเพื่อความหรูหรามากขึ้นบริเวณชุดเฟรมกลาง, สวิงอาร์ม และชุดล้ออลูมิเนียมฟอร์จ (แต่ถ้าสังเกตให้ดี ตรงก้านล้อจะมีการทำสีดำเป็นเส้นเล็กๆตรงกลางเพื่อทำให้ล้อดูมีมิติมากขึ้นอีกนิดด้วย) นอกนั้นในด้านชิ้นส่วนบอดี้พาร์ท รวมถึงชิ้นส่วนหลักอื่นๆก็ล้วนเหมือนกันกับ Brutale 1000 RR โฉมปกติทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ชุดระบบไฟส่องสว่างรอบคัน, ชิ้นแฟริ่งกาบข้างแบบมีวิงเล็ท, ระบบกันสะเทือนหน้า/หลัง Ohlins, ระบบเบรก Brembo, รวมถึงเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง…

Read More

Harley-Davidson ประกาศราคาใหม่สำหรับรถมอเตอร์ไซค์รุ่นปี 2020 ในตระกูลยอดนิยมอย่าง สปอร์ตสเตอร์ 1200 (Sportster™1200), ซอฟเทล (Softail™) และ ทัวร์ริ่ง (Touring) เพื่อตอบสนองเหล่าบรรดาผู้ขับขี่ชาวไทยให้ได้เป็นเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ในราคาใหม่เริ่มต้นเพียง 572,500 บาท สำหรับรุ่นสปอร์ตสเตอร์ ไอรอน 1200 (Sportster Iron 1200™) โดยฮาร์ลีย์-เดวิดสัน เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ที่กำลังมองหารถมอเตอร์ไซค์ในฝัน สามารถเป็นเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ สำหรับรุ่นปี 2020 กับราคาใหม่ ได้ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน เป็นต้นไป ผ่าน 11 ผู้จำหน่ายฮาร์ลีย์-เดวิดสัน อย่างเป็นทางการ โดยการประกาศราคาใหม่ในครั้งนี้ เป็นความตั้งใจของบริษัทที่ต้องการทำให้ผู้ขับขี่รุ่นใหม่สามารถเข้าถึงประสบการณ์การขับขี่มอเตอร์ไซค์มากขึ้น “สำหรับ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในกลุ่มตลาดที่ใหญ่และเติบโตมาอย่างยาวนานในเอเชีย เราจึงหวังว่าการประกาศราคาใหม่ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นของเรา จะเป็นผลดีต่อตลาดและเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับเหล่าลูกค้าที่อยากเป็นเจ้าของและขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ได้มีโอกาสที่จะเข้าถึงและครอบครองได้เร็วยิ่งขึ้น” นาย ซาจีฟ รัชเกคาราน กรรมการผู้จัดการ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ตลาดเกิดใหม่ในเอเชียและอินเดีย…

Read More

อย่างที่เพื่อนๆทราบกันว่าในประเทศจีนนั้น นอกจากจะมีผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ระดับโลกที่เรารู้จักกันดีเข้าไปบุกตลาดของพวกเขาแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากผู้ผลิตสัญชาติบ้านเกิดเองอีกหลายคันที่พร้อมจะชิงส่วนแบ่งในตลาดอีกมากมาย ซึ่งเจ้า Taro GP1-250R ที่พึ่งได้รับการปรับโฉมปี 2020 คันนี้ ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย โดยสำหรับข้อมูลคร่าวๆของ Taro GP1-250R ที่น่าสนใจนั้นก็จะมีทั้งชุดดีไซน์แฟริ่งรอบคันที่ดูมีความโฉบเฉี่ยวและทันสมัยสุดๆ โดยเฉพาะกับไฟหน้าแบบ LED โคมคู่ พร้อมแถบไฟ DRL และโคมไฟ LED ตรงกลางอีกดวงที่วางตำแหน่งไว้ด้านบนของปากท่อ Ram-Air (หลอก), ชุดเฟรมโครงเหล็กถัก, ชุดระบบกันสะเทือนด้านหนัาแบบโช้กตะเกียบคู่หัวกลับ และด้านหลังแบบโช้กเดี่ยวทำงานร่วมสวิงอาร์มเหล็กกล่อง, กับชุดหน้าจอมาตรวัดแบบ TFT ด้านขุมกำลังหลักของมัน ก็เป็นแบบ 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ พิกัดจริง 249.5cc ที่ดูผิวเผินแล้วก็เหมือนจะดี แต่ติดตรงกำลังสูงสุดของมัน กลับสามารถทำได้แค่เพียง 17 PS ที่ 8,500 รอบ/นาที กับแรงบิดสูงสุดอีก 16.5 นิวตันเมตร ที่ 6,000 รอบ/นาที…

Read More

ย้อนไปช่วงปี Y2K ทางค่ายอินดี้จากอิตาลีได้มีการเปิดตัว Bimota SB8R ออกมา ซึ่งในขณะนั้นนอกจากดีไซน์ของมันจะทำให้ตัวรถดูพิเศษกว่าใครแล้ว จำนวนการผลิตที่มีเพียง 150 บนโลก ก็ยิ่งทำให้มันพิเศษขึ้นไปอีก ซึ่งในตอนนี้ก็มี 1 ในนั้นที่ถูกประกาศขายบนโลกออนไลน์ให้นักสะสมได้ซื้อหากันเป็นที่เรียบร้อย สำหรับจุดเด่นหลักๆของ SB8R ก็จะอยู่ที่งานดีไซน์ของมันนั้นล้วนมีจุดประสงค์ที่ตั้งใจทำให้มันคืออาวุธสังหารในสนามแข่งทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นชุดเฟรมอลูมิเนียมเสริมแกร่งด้วยแผ่นคาร์บอน, ซับเฟรมคาร์บอน, และชุดแฟริ่งคาร์บอนทั้งคัน, ชุดสวิงอาร์มอลูมิเนียมขนาดใหญ่, ชุดท่อแรมแอร์ชนาดใหญ่ข้างวินชิลด์, ระบบกันสะเทือนหัวกลับด้านหน้า/โช้กเดี่ยวด้านหลังปรับเซ็ทได้ทุกค่า, และระบบเบรกหน้า/หลังจาก Brembo กับท่อไอเสียแบบเดินออกใต้ไฟท้ายตามสมัยนิยม (ในยุคนั้น) นอกจากนี้ หากเพื่อนๆสังเกตุให้ดีก็จะพบว่าไฟหน้าและถังน้ำมันของมันนั้น มีความคล้ายคลึงกับ Suzuki TL1000 ซึ่งนั่นก็เพราะว่าเจ้า SB8R คันนี้ หยิบยืมเอาหัวใจของโร้ดสเตอร์สปอร์ตคันนี้ ดังนั้นขุมกำลังของมันจึงเป็นแบบ V-Twin 90 องศา ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดความจุ 996cc ที่สามารถทำแรงม้าได้สูงถึง 133 HP ที่ 9,500 รอบ/นาที และมีแรงบิดอีก…

Read More

แม้ว่าในตอนนี้ จะค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า Royal Enfield 500-Series จะไม่ได้ทำตลาดต่อไปในอินเดียเนื่องจากเครื่องยนต์ปล่อยไอเสียออกมาสะอาดไม่พอที่จะผ่านมาตรฐาน BS-VI ทว่าดูเหมือนมันจะเป็นการยุติสายการผลิตเพียงชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากในตอนนี้มีผู้พบเห็นว่าทางค่ายกำลังแอบทดสอบ 2021 Royal Enfield Classic 500 เจเนอเรชันใหม่ของมันบนถนนสาธารณะเรียบร้อยแล้ว โดยสำหรับจุดแตกต่าง หรือจุดเปลี่ยนของ 2021 Royal Enfield Classic 500 รุ่นใหม่ที่เพื่อนๆเห็นอยู่ตอนนี้เมื่อเทียบกับ Classic 500 รุ่นปัจจุบัน หากมองโดยผิวเปินก็อาจจะรู้สึกว่ามันไม่ได้มีความแตกต่างเท่าไหร่นักในเรื่องของหน้าตา ยกเว้นตำแหน่งชิ้นส่วนบอดี้พาร์ทบางอย่างที่มีตำแหน่งติดตั้งคาดเคลื่อนไป และชิ้นส่วนกลายๆจุดที่ทำให้ตัวรถดูมีความแน่นขนัดมากขึ้น เช่นชุดล้อ, ระบบกันสะเทือน, ถังน้ำมัน, และเบาะนั่งที่ดูเหมือนจะไม่ได้มีตัวสปริงรองใต้เบาะอีกต่อไป แม้ชุดเฟรมจะยังมีหน้าตาที่คล้ายๆเดิมเกือบ 100% อยู่ก็ตาม (แต่ถ้าสังเกตุจุดยึดต่างๆแล้วก็จะเห็นได้ว่ามันมีความแตกต่างจากเดิมไปพอสมควรเหมือนกัน) และที่แปลกตามากกว่านั้นก็คือเครื่องยนต์สูบเดียวของมันที่แม้จะมีสัดส่วนคล้ายเดิม แต่หน้าตาของแครงก์เครื่องทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาถือว่าต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง เนื่องจากมีการย้ายตำแหน่งชุดคลัทช์ไปไว้ด้านขวา ไม่เพียงเท่านั้นยังดูเหมือนว่ามันจะถูกถอดระบบคันสตาร์ทเท้าออกไปอีกด้วย ขณะที่ความยาวของเสื่อสูบเองก็ยาวกว่าเดิมประมาณหนึ่ง แต่ทั้งนี้ก็คาดว่าจะเป็นเพราะตัวเสื้อสูบที่เป็นชิ้นเดียวกับท่อนล่างของเครื่องยนต์นั้นถูกลดความสูงลงอย่างเห็นได้ชัด จนไม่มีพื้นที่ให้ทำสัญลักษณ์ EFI เหมือนที่เคยเป็น ส่วนกำหนดการเปิดตัวของ (All ?) New…

Read More

จากวิกฤติเชื้อไวรัส COVID-19 จึงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นักที่จะส่งผลกระทบถึงระบบเศรษฐกิจทั้งโลก ซึ่งแน่นอนว่าด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผุ้ผลิตต้องปรับตัว ปรับแผนเดินธุรกิจกันยกใหญ่ และหนึ่งในนั้นคือ Triumph Motorcycles ที่ต้องเลือกลดขนาดบริษัทตนเองลงด้วยการประกาศปลดพนักงานทั่วโลก เกี่ยวกับเรื่องนี้ เป็นข้อมูลที่ทาง Triumph พึ่งประกาศออกมาเมื่อคืนก่อน ว่าด้วยสถานการณ์ของเศรษฐกิจโลกที่ซบเซาเพราะเชื้อ COVID-19 ระบาด จึงทำให้ยอดขายรถมอเตอร์ไซค์ของพวกเขาในปีนี้ลดต่ำลงไปจากที่เคยคาดการณ์ไว้พอสมควร (จากข้อมูลระบุว่ายอดขายรถมอเตอร์ไซค์พิกัดสูงกว่า 500cc ในยุโรปช่วง 3 เดือนที่ผ่ามานี้ลดลงประมาณ 40% – 65% ) ดังนั้นเพื่อให้ธุรกิจของตนยังดำเนินต่อไปได้ พวกเขาจึงจำเป็นต้องลดขนาดองค์กรลง โดยการคัดพนักงานออกราวๆ 400 คนที่อยู่ในเครือทั่วโลก (และกว่า 240 คน คือพนักงานที่อยู่กับบริษัทแม่ในประเทศอังกฤษ) นอกจากนี้ทางสื่อต้นทางยังระบุอีกว่า ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ จึงทำให้มันอาจมีผลกระทบถึงโปรเจ็กท์พัฒนารถมอเตอร์ไซค์ร่วมกันระหว่าง Triumph – Bajaj ที่เราพึ่งนำเสนอข้อมูลไปก่อนหน้านี้ว่าดั้งเดิมแล้วพวกเขามีแผนจะเปิดตัวรุ่นแรกของโปรเจ็กท์ในช่วงปลายปี 2021 ก็ได้ ยังไงก็รอติดตามข้อมูลความเคลื่อนไหวกันต่อไปครับ อ่านข่าว Triumph เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers…

Read More

ผ่านไปเพียงไม่กี่วันเท่านั้น หลังจากการประกาศยกเลิกจัดแข่ง AustralianGP และ BritishGP ล่าสุดก็เป็นการประกาศยกเลิกศึก MotoGP ในเอเชียอย่างที่หลายๆคนคาดการณ์ไว้กันบ้าง นั่นก็คือศึก JapaneseGP ที่ประเทศญี่ปุ่น เกี่ยวกับเรื่องนี้ เป็นมติจากทางรัฐบาลประเทศญี่ปุ่นเองที่ได้เริ่มประกาศออกมาก่อนว่า พวกเขายังไม่พร้อมที่จะเปิดให้มีการจัดงานที่ต้องรวมผู้คนจำนวนมากในช่วงสิ้นปีนี้ เนื่องจากยังต้องเฝ้าระวังและเข้มงวดกับการระบาดขอวงเชื้อไวรัส COVID-19 กันอยู่ ดังนั้นจึงทำให้ทาง Dorna และเหล่าคณะกรรมการไม่มีทางเลือกที่จะต้องประกาศยกเลิดจัดแข่ง JapaneseGP ณ สนาม ทวินริง โมเตกิ ไป เพราะหากจัดแข่งขัน MotoGP แบบมีผู้ชมเข้าร่วมไม่ได้ มันก็ไม่คุ้มต่อการขนอุปกรณ์ต่างๆของตนเองและเหล่าทีมแข่งไปจัดแข่งที่นั่น นั่นจึงหมายความว่า หากในช่วง 1-2 เดือนนับจากนี้ ทางรัฐบาลของประเทศไทยเอง ก็เห็นเหมือนกับรัฐบาลญี่ปุ่นว่าเรายังไม่พร้อมที่จะเปิดให้มีการจัดกิจกรรมที่รวมผู้เข้าร่วมหลักหมื่นคนขึ้นไป (จริงๆคือหลักแสนสำหรับปีที่ผ่านๆมา) งานนี้ศึก ThaiGP เองก็อาจจะถูกยกเลิกไปด้วยเช่นกัน ซึ่งมันจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ก็รอการอัพเดทข้อมูลกันต่อไปอย่างใกล้ชิดครับ อ่านข่าวสาร MotoGP เพิ่มเติมที่ได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival…

Read More