ตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา เพื่อนๆหลายคนน่าจะพอทราบกันอยู่บ้างว่ารถมอเตอร์ไซค์ของ Triumph หลายๆรุ่น มีไลน์การผลิตในโรงงานบ้านเรามาตั้งแต่ปี 2010 เว้นก็แค่เพียง Speed Triple พี่ใหญ่ของเนคเก็ทไบค์หน้าตั๊กแตน และ Tiger 1200 พี่ใหญ่สายทัวร์ริ่งของตระกูลพี่เสือ ที่พวกเขาไม่ยอมนำมันไปขึ้นไลน์ผลิตที่ไหนเลย นอกจากประเทศอังกฤษ จนกระทั่งในปี 2020 นี้ ที่เรื่องราวทุกอย่างจะเปลี่ยนไป.. ใช่แล้วครับ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เราพึ่งได้รับข้อมูลว่า ทาง Triumph พึ่งประกาศกับสื่อในยุโรปว่าในปี 2020 นี้ จะเป็นครั้งแรกที่รถมอเตอร์ไซค์รุ่นเรือธงของตน อย่าง Tiger 1200 และ Speed Triple จะถูกผลิตนอกประเทศอังกฤษ และจะเป็นครั้งแรกที่โรงงาน Triumph ในประเทศไทย จะได้รับการผลิตรถมอเตอร์ไซค์ทั้ง 2 รุ่นนี้ ซึ่งนั่นก็จะเท่ากับว่าในที่สุดโรงงานในบ้านเรา จะได้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ Triumph แบบครบไลน์อัพทุกรุ่นที่แบรนด์มีเสียที และจากความเคลื่อนไหวดังกล่าวที่เกิดขึ้น จึงทำให้ตอนนี้มีโอกาสสูงมาก…
Author: admin
แม้ Honda CB1000R จะได้กระแสตอบรับค่อนข้างดีในเรื่องของรูปทรงตามฉบับคอนเซปท์ Neo Sport Cafe ทว่าดูเหมือนมันจะยังดูย้อนยุคไม่พอในสายตาลูกค้าหลายๆคน จึงทำให้ทาง Honda อาจนำเจ้าเนคเก็ทไบค์คันนี้ไปปรับดีไซน์ใหม่ในแบบของรุ่นพี่ในตำนาน CB900F แล้วเกิดใหม่เป็น CB990F เกี่ยวกับเรืองนี้ เป็นทางสื่อญี่ปุ่น Young-Machine ที่ได้ให้การคาดคะเนไว้ว่าทาง Honda อาจจะกำลังเตรียมนำรถมอเตอร์ไซค์ตระกูล CB900F กลับมารีเมคใหม่อีกครั้งเพื่อฉลองวาระครบรอบ 60 ปี โดยใช้พื้นฐานโครงสร้างตัวรถจาก CB1000R ดังนั้นเราจึงเห็นได้ว่าเจ้า CB990F คันนี้ จะมีทั้งเวอร์ชันที่ใชุ้ชดเมนเฟรม, สวิงอาร์มแขนเดียว, ระบบกันสะเทือนกับชดล้อหน้า/หลัง, เครื่องยนต์ 4 สูบเียงระบายความร้อนด้วยน้ำ, และไฟหน้าที่เป็นของเจ้า NSC คันกล่าว แต่มีชุดบอดี้พาร์ทอื่นๆ เช่นถังน้ำมัน, เรือนไมล์, และแฟริ่งครอบซับเฟรมที่เหมือนๆกับรุ่นพี่ในตำนานคันที่ว่า นอกจากนี้ทาง Young-Machine ยังระบุเพิ่มเติมอีกว่า หากเจ้า CB990F จะไม่ใช้พื้นฐานตัวรถจาก CB1000R มันก็มีความเป็นไปได้ที่จะถูกสร้างบนพื้นฐานของ…
ขณะที่บ้านเรา ยังคงต้องรอคอยให้ KTM Thailand เปิดตัวอย่างเป็นทางการเสียก่อนในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง ทาง KTM India ก็ทยอยเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์รุ่นที่ได้รับการปรับโฉมรับปี 2020 และปรับจูนเครื่องยนต์รับมาตรฐานไอเสียระดับใหม่ตามข้อบังคับของภาครัฐตนเองอยู่เรื่อยๆ ซึ่งคันล่าสุดที่พวกเขาพึ่งปล่อยข้อมุูออกมาก็คือน้องเล็กสุดสายสปอร์ตอย่างเจ้า 2020 KTM RC125 โดยสำหรับจุดเด่นของ RC125 เวอร์ชันอินเดียนั้น หลักๆแล้วก็จะยังคงเป็นเรื่องของกราฟฟิกภายนอกเช่นเคย ซึ่งแม้ว่าลักษณะลวดลายของมันจะเหมือนกับ RC125 เวอร์ชันของทวีปยุโรป แต่โทนสีของมันจะเป็นสีขาว/ส้ม และมีสีดำแซมเล็กน้อย (หากไม่นับชุดเฟรม) นอกนั้นในส่วนของระบบไฟส่องสว่างรอบคัน, ชุดหน้าจอแสดงผล, และระบบกันสะเทือนจาก WP กับระบบเบรกจาก Bybre (OEM Brembo) ต่างก็ยังคงเหมือนเดิมทั้งหมด ด้านขุมกำลังที่ถูกการปรับจูนให้ผ่านมาตรฐานไอเสียระดับ BS6 เรียบร้อยแล้ว ก็จะสามารถทำแรงม้าได้สูงถึง 14.3 bhp ที่ 9,250 รอบ/นาที และมีแรงบิดสูงสุดอีก 12 นิวตันเมตร ที่ 8,000 รอบ/นาที…
ย้อนไปเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เราได้เคยนำเสนอไปว่า ทาง ที่นี่Harley-Davidson ได้มีการจุดสิทะิบัตรชิ้นส่วนชุดของรถมอเตอร์ไซค์โมเดลใหม่ของตนเองขึ้น ซึ่งจุดสำคัญที่ทำให้สร้างเสียงฮือฮาได้ดีในครั้งนั้น ก้คือการที่มันคือชิ้นส่วนแฟริ่งหน้าสำหรับรถมอเตอร์ไซค์แนวสปอร์ตไบค์ หรือสปอร์ตคาเฟ่ต์ ซึ่งหลังผ่านไป 3 เดือน ทางสื่อญี่ปุ่นจอมเรนเดอร์ Young-Machine ก็ได้ออกมานำเสนอภาพกราฟฟิกที่เกี่ยวข้องกับโปรเจ็กท์นี้อีกครั้ง และอย่างที่เราเกริ่นไว้ วาภาพด้านบนสุดที่เพื่อนๆเห็นอยู่ คือภาพที่ทางทีม Young-Machine ได้สร้างขึ้นมา ดังนั้นเราจึงเห็นได้ว่ามันค่อนข้างเวอร์วังอลังการพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นชิ้นแฟริ่ง หรือบอดี้พาร์ทรอบคัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแนวการเดินท่อไอเสียที่ทะลุแผงแฟริ่งด้านข้างออกมา แล้วจะขนาบข้างลำตัวรถไปยังปลายท่อไอเสียคู่บน/ล่าง ทั้งๆที่ภาพชิ้นส่วนที่หลุดออกมา มีแค่เพียงชิ้นแฟริ่งหน้าดังที่เราแนบไว้ด้านบนนี้เท่านั้น อย่างไรก็ดี แท้จริงแล้วทาง Harley-Davidson ได้เคยเผยภาพของโปรเจกท์สปอร์ตไบค์ที่เป็นประเด็นในตอนนี้มาแล้วหนึ่งครั้ง (แม้ไม่แน่ใจว่าพวกเขาตั้งใจเผยภาพมันหรือไม่ ?) ซึ่งหากสังเกตในคลิปด้านบนช่วง 1.37 นาที ดีๆแล้ว มันก็ถือว่าค่อนข้างมีความใกล้เคียงกับภาพที่ Young-Machine ทำเอาไว้อยู่ไม่น้อย และถ้าหากสังเกตเพิ่มเติมดีๆ เราก็จะเห็นได้ว่าเจ้า Harley-Davidson Sport Concept ดังกล่าวนั้น ถูกออกแบบบนพื้นฐานของ Harley-Davidson Streetfighter 975 Concept…
แม้จะไม่ใช่ทีม Factory เต็มตัวเท่าไหร่นัก (เพราะบริหารงานโดยสปอนเซอร์อย่าง Gresini) แต่ Aprilia ก็ถือเป็นทีมลำดับสุดท้าย ที่ในที่สุดก็เปิดตัวออกมาครบกันเสียทีสำหรับเหล่าทีมโรงงานในศึก MotoGP 2020 โดยหากกล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงของ Gresini Aprilia ในปีนี้นั้น หากกล่าวถึงนักบิดก้ดุเหมอนว่าพวกเขาจะไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงอะไรมากมายเท่าไหร่นัก เนื่องจากยังคงมีการลิสต์รายชื่อให้ Aleix Espagaro เป็นนักบิดตัวหลัก เพียงแต่เรายังต้องมารอลุ้นกันอยู่ว่าสุดท้าย Andrea Iannone จะสามาถยื่นอุทธรแล้วยกเลิกข้อหาใช้สารต้องห้ามของตนได้หรือไม่ เพราะถ้าไม่เช่นนั้นเขาก็จะหลุดจากตำแหน่งนักบิดตัวหลัก และทางทีมก็จะให้ Bradley Smith ซึ่งเป็นนักบิดทดสอบให้กับทีมตอนนี้ เจ้ามาเสียบเก้าอี้แทนทันที ในขณะเดียวกันแม้ตัวแข่งของพวกเขา จะยังคงใช้ชื่อว่า ที่นี่RS-GP เช่นเดิม แต่พวกเขาก็ได้ปรับเปลี่ยน, ปรับปรุง, ปรับแต่งมันใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ลูกใหม่ที่เปลี่ยนมาใช้บล็อค V4 ทำมุม 90 องศา (ของเดิมทำมุม 60 องศา) และเปลี่ยนดีไซน์แฟริ่งใหม่หมดทั้งคัน โดยเฉพาะกับช่วงหน้าตัวรถ ที่ดูสูงโปร่งขึ้น แถมยังดูยาวขึ้นอย่างเห้นได้ชัด เพื่อให้มันสามารถสร้างแรงกดในช่วงความเร็วสูงๆได้ดีกว่าเดิม…
ย้อนไปเมื่อหนึ่งช่วโมงที่ผ่านมา หลัง Honda Racing Corporation ได้ทำการเปิดตัวทีมแข่งสู้ศึก WSBK 2020 ซึ่งมี Leon Haslam และ Alvaro Bautista เป็นนักบิดหลัก และมี All-New Honda CBR1000RR-RW SP เป็นตัวแข่งหลักของทีมกันไปแล้ว ล่าสุดเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา พวกเขาก้ได้ทำการปล่อยภาพทางการของตัวแข่งที่ว่าเพิ่มเติม ดังที่เพื่อนๆได้เห็นกันอยู่ในขณะนี้ โดยจากข้อมูลในเบื้องต้น ค่อนข้างน่าเสียดายที่ทาง Honda ไม่ได้มีการระบุรายละเอียดสเปคของเจ้า Honda CBR1000RR-RW SP คันนี้ไว้มากมายเท่าไหร่นัก นอกจากแค่ว่า มันคือ Honda CBR1000RR-R Fireblade SP, มาพร้อมขุมกำลัง 4 สูบเรียง 1000cc, ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์ 6 สปีด, ชุดเฟรมเป็นอลูมิเนียม, ใช้ระบบกันสะเทือน Öhlins Aluminium, ระบบเบรก…
เปิดตัวออกมาเป็นที่เรียบร้อยสำหรับทีมแข่ง Honda WSBK 2020 ซึ่งก่อนหน้านี้ครั้งหนึ่งเราได้เคยนำเสนอไปว่าพวกเขาจะมีการเปลี่ยนแปลงของทีมครั้งใหญ่ พร้อมระบุว่าได้ย้ายศูนย์การดูแลของทีมไปไว้ที่เดียวกับทีมแข่ง MotoGP (Repsol Honda) ในสเปน เพื่อใช้ทรัพยากรในการพัฒนา รวมถึงบุคลากรของที่นั่นช่วยกันทำทีม และเปลี่ยนชื่อทีมใหม่เป็น Honda Racing Factory WSBK แน่นอนว่าสำหรับตัวแข่งหลักของพวกเขาก็จะเป็นเจ้า All-New Honda CBR1000RR-RW SP ที่ถูกต่อยอดมาจาก CBR1000RR-R SP ตัวขายจริง แต่มีการนำมาปรับปรุงและกำหนดสเปคใหม่โดยทาง Honda Racing Corporation เช่นกัน เพื่อเอาไว้ใช้ลงแข่งในศึก World Superbike ปี 2020 นี้โดยเฉพาะ ส่วนนักบิดที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้คุมบังเหียนตัวแข่งทั้ง 2 คน ก็เป็น Alvaro Bautista ผู้เปิดครึ่งแรกของ WSBK ฤดูกาล 2019 ด้วยฟอร์มอันร้อนแรงและ Leon Haslam…
เกาะติดความเคลื่อนไหวผลการทดสอบรุ่นโมโตทูที่เฆเรซ วันที่ 19-21 กุมภาพันธ์นี้ ยอดนักบิดดาวรุ่งหนึ่งเดียวของไทย “คิงคองก้อง” สมเกียรติ จันทรา จากโครงการ เรซ ทู เดอะ ดรีม ของ เอ.พี. ฮอนด้า ทำผลงานได้ดีขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุด จบการเทสต์วันที่สอง กดเวลาเร็วสุด 1 นาที 41.651 วินาที ห่างผู้นำ 1.203 วินาที รั้งอันดับที่ 18 จากนักบิดชั้นนำของโลกที่เข้าร่วมการทดสอบจำนวนทั้งสิ้น 28 คน สำหรับโปรแกรมออฟฟิเชียลเทสต์ที่เฆเรซ รุ่นโมโตทู ยังเหลือการทดสอบอีกหนึ่งวัน(21 ก.พ.) และจะมีคิวจัดเทสต์กันต่อที่สนามโลแซล ประเทศกาตาร์ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม ก่อนใช้สังเวียมเดิมเปิดฉากการแข่งขันสนามแรกของปี 2020 อย่างเป็นทางการ วันที่ 6-8 มีนาคมนี้…
ขณะที่เรื่องการต่อสัญญา MotoGP หลังหมดปี 2020 ของสนามช้างฯ เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ บ้านเรายังคงเงียบเชียบ ล่าสุดเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ทาง Dorna ก็ได้ประกาศออกมาว่า สนามวาเลนเซีย ประเทศสเปน ซึ่งเป็นสนามปิดท้ายฤดูกาลในหลายปีที่ผ่านมา ได้ทำการต่อขยายสัญญาของพวกเขาเป็นที่เรียบร้อย แม้อันที่จริงสัญญาฉบับปัจจุบันจะหมดภายในปี 2021 ก็ตาม โดยสำหรับสัญญาสนามฉบับใหม่ที่ทางผู้จัดสนามวาเลนเซียต่อเพิ่มจากสัญญาปัจจุบันก็คือ จะมีระยะเวลาตั้งแต่ปี 2022 ไปจนถึงปี 2026 หรือก็คือต่อยาวถึง 5 ปี ซึ่งเอาจริงๆแล้ว ดูเหมือนมันจะเป็นระยะเวลาขั้นต่ำของการต่อสัญญาฉบับใหม่ไปเสียแล้วจากทาง Dorna เพราะก่อนหน้านี้เราก็เคยได้ข้อมูลจากทางผู้จัดของสนามช้างฯ เซอร์กิต ระบุกับเราว่าทางเจ้าของลิขสิทธิ์ MotoGP อยากให้เราต่อสัญญาเพิ่มอีก 5 ปีด้วยเช่นกันหลังหมดปี 2020 นั่นจึงหมายความว่าหากสนามช้างฯ เซอร์กิต ของบ้านเรา มีการต่อสัญญาฉบับใหม่จริง เราก็จะได้ดู MotoGP ยาวๆกันอย่างน้อยก็จนถึงปี 2025 เพียงแต่ว่าตอนนี้จะติดอยู่เรื่องเดียวก็คือ ยังไม่มีข้อมูลความเคลื่อนหวใดๆทั้งสิ้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาให้อัพเดท ซึ่งถ้าหากพอถึงวันสุดท้ายของการแข่งขัน ThaiGP…
ถึงแม้อันที่จริง 2020 Zero SR/S จะมีฤกษ์เปิดตัวในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ แต่สื่อออนไลน์ในยุโรป และอเมริกาหลายๆเจ้ากลับได้รับข้อมูลเสปคคร่าวๆของมันแล้วเป็นที่เรียบร้อยเสียอย่างนั้น ซึ่งในวันี้เราจะมาพาเพื่อนๆไปรับทราบถึงข้อมูลของมันกันครับ โดยอย่างที่เราได้เคยบอกไปก่อนหน้านี้ ว่าแท้จริงแล้วเจ้า SR/S ก็จะโครงสร้างพื้นฐานตัวรถเดียวกันกับ SR/F เนคเก็ทไบค์ไฟฟ้าเรือธงหนึ่งเดียวของค่าย ที่มาพร้อมกับชุดเฟรมแบบโครงเหล็กถัก, ชุดระบบกันสะเทือนหน้าตะเกียบคู่หัวกลับ Showa SFF-BP ขนาดแกน 43 มิลลิเมตร ปรับเซ็ทได้ทุกค่า, ระบบกันสะเทือนหลัง โช้กอัพแก๊สมีซับแทงค์แยกต้นเดี่ยวปรับเซ็ทได้ทุกค่าจาก Showa และทำงานร่วมกับสวิงอาร์มอลูมิเนียม ระบบเบรกด้านหน้าดิสก์คู่พร้อมปั๊มเรเดียลเมาท์ 4 พอร์ทจาก J-Juan, ระบบเบรกด้านหลังดิสก์เดี่ยวพร้อมปั๊มเบรกโฟลทติ้งเมาท์ 1 พอร์ท จาก J-Juan เช่นกัน และที่สำคัญคือมันจะทำงานร่วมกับระบบ ABS จาก Bosch และแบตเตอรี่ที่สามารถชาร์จไฟจาก 0-95% ได้ภายในไม่ถึง 1 ชั่วโมง และรองรับระยะทางการใช้งานที่ดีขึ้นกว่าเดิมอีก 13…
