หลังเปิดตัวออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อวันก่อน ตอนนี้เรจะขอพาเพื่อนๆมาทวนจุดเด่นของ 2020 Yamaha Nmax 155 กันอีกครั้ง เพื่อดูว่ามันจะมีจุดเปลี่ยนอะไรที่ต่างไปจาก Nmax โฉมก่อนหน้ากันบ้าง โดยหากกล่าวถึงรูปลักษณ์ภายนอก 2020 Nmax นั้นจะมาพร้อมกับเส้นสาย กับไฟหน้าที่ยังคล้ายเดิมแต่ถูกปรับใหม่ให้มีความโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นเหมือนอย่างพี่ๆตระกูล Max รุ่นอื่นๆ โดยเฉพาะกับไฟท้ายที่ดูคล้ายกับของ Xmax มากขึ้น แถมยังใช้หลอดด้านในเป็นแบบ LED แล้วเรียบร้อย ด้านชุดหน้าจอมาตรวัดก็เปลี่ยนเป็นแบบ LCD ทรงเหลี่ยม สามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือผ่านสัญญาณบลูทูธ ด้วยระบบ Y-Connect เพื่อเข้าถึงฟังก์ชันการรับสายโทรศัพท์, และข้อความ กับระบบกุญแจ Smart Key (Keyless) ซึ่งเป็นออพชันเฉพาะในรุ่นมีระบบ ABS เท่านั้น ขณะที่ พอร์ทชาร์จไฟอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, กับแทร็คชันคอนโทรล ซึ่งเป็นการติดตั้งครั้งแรกรถมอเตอร์ไซค์สกูตเตอร์ระดับ 150cc นั้นก็เป็นออพชันพื้นฐานทั้งรุ่นมีและไม่มีระบบ ABS ฝั่งเครื่องยนต์ ยังคงเป็นบล็อคสูบเดียว พิกัด 155cc พ่วงระบบวาล์วแปรผัน…
Author: admin
อย่างที่เราได้เคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้ ว่าในวันจันทร์ ที่ 2 ธันวาคม ทาง Yamaha ประเทศอินโดนีเซีย มีแผนที่จะเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ในบ้านตนเอง ซึ่งผลสรุปว่ามันก็คือเจ้า Yamaha Nmax รุ่นปรับโฉมที่มีข่าวมานานนั่นเอง โดยหากกล่าวถึงรูปลักษณ์ภายนอก 2020 Nmax นั้นจะมาพร้อมกับเส้นสาย กับไฟหน้าที่ยังคล้ายเดิมแต่ถูกปรับใหม่ให้มีความโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นเหมือนอย่างพี่ๆตระกูล Max รุ่นอื่นๆ โดยเฉพาะกับไฟท้ายที่ดูคล้ายกับของ Xmax มากขึ้น รวมถึงชุดหน้าจอมาตรวัดก็เปลี่ยนเป็นแบบ LCD ขนาดใหญ่ และสามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือผ่านสัญญาณบลูทูธ เพื่อเข้าถึงฟังก์ชันการรับสายโทรศัพท์ และระบบข้อความเป็นต้น ด้านเครื่องยนต์น่าเสียดายที่เรายังไม่สามารถหาข้อมูลความเปลี่ยนแปลงที่แน่ชัดได้ในตอนนี้ นอกเสียจากในเรื่องของระบบ Smart Motor Generator ที่ปรับให่ให้สามารถทำงานได้อย่างเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น (เหมือน Grand Filano Hybrid) ขณะที่ระบบกันสะเทือนก็มีการเซ็ทติ้งใหม่ด้วยเช่นกัน (ส่วนที่เห็นเป็นกระปุกแก๊สด้านหลังนั้นจะเป็นออพชันที่มีมาให้อยู่แล้วสำหรับ Nmax ในอินโดนีเซียตั้งแต่โฉมแรก) ด้านราคาสำหรับจำหน่ายในประเทศอินโดนีเซียของ 2020 Yamaha Nmax ก็อยู่ที่ราวๆ 64,000 บาท…
ขณะที่กำหนดการเปิดตัวขายอย่างเป็นทางการของ Kawasaki ZX-25R ยังคงต้องรอกันไปยาวๆจนกว่าจะถึงช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีหน้า ข่าวคราวของ Honda CBR250RR ที่ทางค่ายปีกนกหมายมั่นปั้นมือให้เป็นราชันย์สปอร์ตเรพลิก้าไบค์พิกัด 1/4 ลิตร ก็เริ่มมีออกมาให้พูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆจนถึงขั้นที่ว่า พวกเขาอาจไม่ได้แค่ปรับเล็กรับรับคู่แข่งคันใหม่ แต่เตรียมปรับใหญ่ใส่เครื่องยนต์ 4 สูบเรียงมาให้เช่นกัน เกี่ยวกับเรื่องนี้ ยังคงเป็นสื่อญี่ปุ่นเจ้าเดิม ที่ระบุว่าพวกเขาได้มีโอกาสคุยกับผู้บริหารคนหนึ่งของ Honda Japan เกี่ยวกับ ZX-25R ก่อนเปิดตัวขายจริง ว่าทางค่ายจะทำอย่างไร หากสปอร์ตเรพลิก้าไบค์ 1/4 ลิตรของค่ายเขียวมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงจริง ซึ่งผู้บริหารคนดังกล่าวก็ตอบกลับว่า หากเป็นเช่นนั้น ทางบริษัทตนเองก็พร้อมที่จะพัฒนาเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ‘อีกครั้ง’ (เพราะเคยมีมาแล้วก่อนหน้านี้ช่วงปี 90’s) เพื่อสู้กลับเช่นกัน นอกจากนี้ในข้อมูลอัพเดทล่าสุดนั้น ทางสื่อฝั่งประเทศอินโดนีเซียเองก็ยังระบุอีกว่า เจ้า Honda CBR250RR ขุมกำลัง 4 สูบเรียงรุ่นใหม่นั้น อาจจะเปิดตัวในช่วงปี 2022…
กลายเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เริ่มเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มมากขึ้นเรื่อยๆสำหรับทาง Aprilia ที่ล่าสุดได้มีการเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์คอลลเคชันใหม่ ซึ่งก็คือ RSV4 RR และ Tuono 1100 รุ่น Misano Edition ที่ผลิตขึ้นเป็นจำนวนจำกัดเพียงไม่กี่คันบนโลกเท่านั้นออกมา สำหรับที่มาของ RSV4 RR – Misano Edition และ Tuono 1100 – Misano Edition นั้นก็มีอยู่ว่า มันถูกทำขึ้นมาเพื่อฉลองให้กับสนาม Misano Circuit ซึ่งเปรียบเสมือนสนามบ้านเกิดของตน และเป็นการหวนรำลึกให้กับ Loris Reggiani แชมป์สนามศึก MisanoGP คนแรกของทางค่ายที่เคยทำผลงานเอาไว้เมื่อปี 1987 ส่วนการตกแต่งของตัวรถขุมกำลัง V4 – Misano Edition ของ Aprilia ที่เห็นได้ชัดว่าแตกต่างจากตัวปกติที่สุดก็แน่นอนว่าจะเป็นเรื่องของลวดลายที่ทำสีกราฟฟิกมาเป็นลายธงชาติอิตาลี เขียว/ขาว/แดง แถมยังมีการทำลายตัวอักษร “A” ซึ่งเป็นตัวอักษรตัวแรกของแบรนด์ และเป็นลายทีมแข่งดั้งเดิมที่ใช้มาแต่ไหนแต่ไร…
ย้อนไปช่วงกลางปีที่ผ่านมา ทาง Limberger ได้เปิดตัวชุดพาร์ทคาร์บอนสำหรับ 2019 BMW S1000RR ออกมาเป็นครั้งแรก ทว่ามันยังเป็นเพียงชุดพาร์ทที่เอาไว้ใช้กับรถเดิมๆสำหรับวิ่งถนนหลวงเท่านั้น และในวันนี้พวกเขาก็ได้ปล่อยภาพ “ชุดแฟริ่งสนาม” ของเจ้าฉลามรุ่นใหม่คันนี้ออกมาเพื่อเติม สำหรับสายซิ่งวิ่งเซอร์กิตทั้งหลายเสียที โดยสำหรับราคาในแบบไม่รวมภาษีของชุดแฟริ่งสนาม 2019 S1000RR นี้ก็จะเริ่มตั้งแต่ราวๆ 3,000 บาท ในส่วนของชุดครอบถังชิ้นกลาง และพร้อมขยับขึ้นไปสูงถึงราวๆ 63,000 บาทในส่วนของชิ้นแฟริ่งข้าง ซึ่งถือเป็นชิ้นที่ใหญ่ที่สุุดของรถหนึ่งคัน โดยหากผู้ใช้ติดตั้งชุดพาร์ททั้งหมดที่ว่านี้แล้ว อัตราส่วนน้ำหนักที่หายไปเมื่อเทียบกับชุดแฟริ่งโรงงานเดิมๆที่ถูกถอดทิ้งไปก็จะอยู่ที่ราวๆ 70% เลยทีเดียว ไม่เพียงเท่านั้น การออกแบบชุดแฟริ่งสนามโดย Limberger นี้ ยังเป็นโปรเจ็กท์ที่พวกเขาทำร่วมกันกับ Alpha Project ผู้ถนัดในการทำพาร์ทแต่งสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ของ BMW ซึ่งสิ่งที่พวกเขาออกแบบแล้วดูจะเข้าท่าและสายซิ่งทั้งหลายไม่น่าพลาดที่สุดก็คือ ชุดหม้อน้ำกับแผงออยคูลเลอร์ ที่ช่วยลดน้ำหนักลงไปได้ถึง 4.3 กิโลกรัม สเปคเดียวกับตัวแข่ง WSBK ทว่าราคาแบบไม่รวมภาษีของมันก็แตะหลักราวๆ 99,500 บาท เข้าไปแล้ว งานนี้หากเพื่อนๆคนไหนจับจอง 2019…
บริษัท ไดนามิค มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์แบรนด์ Lambretta (แลมเบรตต้า) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดเซอร์ไพร์สเปิดตัวรถรุ่น V200 Stype ครั้งแรกในโลก! ในงาน Motor Expo 2019 [TIME2019] (มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36) คุณ กวิน ร่วมใจพัฒนกุล กรรมการบริหาร ฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท ไดนามิคมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “หลังจากที่เราได้เปิดตัวแบรนด์ Lambretta (แลมเบรตต้า) กับการนำเข้ามาจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยกันครั้งแรกเมื่องาน Motor Expo ในปีที่แล้ว ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จนมาในปีนี้ เราก็คาดหวังว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีกันอีกเช่นเคย ซึ่งในงานครั้งนี้ เราได้เตรียมความพิเศษมาให้ทุกท่านด้วยการเปิดตัวรถรุ่น V200 Stype ที่ถือเป็นรถอีกหนึ่งรุ่นพิเศษในซีรี่ย์ V-Special โดยในส่วนของการออกแบบรถรุ่นนี้ ได้มีการหยิบยกเอาตำนานอันโด่งดังของรถรุ่น Lambretta…
แม้ว่า Kawasaki ZX-25R จะถูกเผยโฉมออกมาแล้วเป็นที่เรียบร้อยในงาน Tokyo Motor Show 2019 ทว่ามันกลับเป็นแค่การเปิดตัวแบบ Pre-Launch เท่านั้น ไม่ใช่การเปิดตัวพร้อมขายจริงแต่อย่างใด เนื่องจากสเปคของตัวรถยังไม่นิ่งเท่าไหร่นัก และมีแค่เพียงสเปคคร่าวๆที่เราเห็นได้จากป้ายข้างรถซึ่งบอกแค่ว่ามันใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 249cc กับได้รับการติดตั้งระบบควิกชิฟท์เตอร์และแทร็คชันคอนโทรลมาเป็นจุดขายหลักเท่านั้น และด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เรามักเห็นข่าวคราวว่า ZX-25R จะยังคงไม่ถูกวางขายภายในสิ้นปีนี้ เนื่องจากสเปคตัวรถยังไม่นิ่งอยู่เรื่อยๆ (ไม่ใช่เพราะผู้บริหารตั้งใจดึงเช็ง) โดยในฝั่งของประเทศอินโดนีเซียก็มีสื่อท้องถิ่นให้ข้อมูลว่าพวกเขาคงได้เห็นมันในช่วงเดือนเมษายน ขณะที่สำหรับบ้านเราอาจจะต้องรอไปถึงไตรมาสที่ 2 (ช่วงเดือน 4-6) ของปีหน้า ส่วนประเทศญี่ปุ่นเองก็คาดว่าจะต้องลายาวไปถึงเดือนกันยายน หรือก็คือเดือนที่ 9 ของปี 2020 เลยทีเดียว หากอิงจากข้อมูลของสื่อต้นทางที่ได้มาจากดีลเลอร์ในแดนปลาดิบ ด้านสเปคโดยคร่าวๆของ ZX-25R ถึงครั้งหนึ่งเราจะเคยนำเสนอไปว่ามันอาจจะสามารถทำแรงม้าได้มากกว่า 50 PS ทว่าด้วยกฏมลพิษที่เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ทาง Kawasaki สามารถปรับจูนให้มันรีดแรงม้าสูงสุดได้แค่ราวๆ 45 PS…
แม้ว่าท้ายที่สุด BMW R18-Cruiser ที่ถูกเผยโฉมในงาน EICMA Show 2019 จะยังคงป็นแค่เพียงคอนเซปท์ไบค์ที่ใกล้เคียงตัวขายจริง แต่เมื่อไม่กี่วันที่่ผ่านมา ทางค่ายก็ได้เปิดตัวเครื่องยนต์ BIG-Boxer 1,800cc ที่จะเป็นขุมกำลังหลักของรถมอเตอร์ไซค์รุ่นดังกล่าว พร้อมเคลมสเปคแบบละเอียดยิบชนิดที่ว่าแบไม่ต้องไปหาโบรชัวร์เพิ่มเติมออกมา และสำหรับสเปคของเครื่องยนต์ BIG-Boxer ที่ว่านั้น ก็มีรายละเอียดคือ มันเป็นเครื่องยนตแบบ 2 สูบนอน, ระบายความร้อนด้วยอากาศ, 4 วาล์ว/สูบ, ขนาดใบวาล์วไอดี 41.2 มิลลิเมตร, ใบวาล์วไอเสีย 35 มิลลิเมตร, ควบคุมการเปิด/ปิดวาล์วด้วยก้านกระทุ้ง, มีเลขความจุจริงคือ 1,802cc จากขนาดกระบอกสูบ 107 มิลลิเมตร x ช่วงชัก 100 มิลลิเมตร และสามารถทำแรงม้าได้สูงสุด 89.8 HP ที่ 4,750 รอบ/นาที กับแรงบิดสูงสุดอีีก 158 นิวตันเมตรที่ 3,000…
ย้อนไปเมื่อ 2 วันที่แล้ว เราได้นำเสนอ 5 รถซุปเปอร์ไบค์ที่โดดเด่นที่สุดในงาน Motor Expo 2019 กันไปแล้ว มาในวันนี้ เราก็จะขอพาเพื่อนๆไปไล่เรียงข้อมูลของ 5 เนคเก็ทไบค์ตัวแรงที่โดดเด่นไม่แพ้ใครเช่นกันในงานดังกล่าว แต่มันจะมีคันไหนบ้าง เรามาดูกันเลยครับ 5. Honda CB1000R (MY2020 Update) ขุมกำลัง 4 สูบเรียง ขนาดความจุ 998cc DOHC สามารถทำกำลังได้สูงสุด 143 PS ที่ 10,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุดอีก 104 นิวตันเมตร ที่ 8,250 รอบ/นาที พร้อมแบกน้ำหนักตัวรวมของเหลวที่ 212 กิโลกรัม สนนราคา 515,000 บาท 4. Yamaha MT-10 ขุมกำลัง 4…
ย้อนไปเมื่อต้นปี Ducati Panigale V4 R ถือเป็นซุปเปอร์ไบค์คันแรกที่ลงแข่งพร้อมชุดวิงเล็ทในศึก WSBK มาตอนนี้ All-New Honda CBR1000RR-R SP เองก็เตรียมลงแข่งโดยมีชุดปีกดังกล่าวติดตั้งมาไว้ด้วย และแม้ว่ารถซุปเปอร์ไบค์ทั้งสองรุ่น จะ “ใช้วิงเล็ทแบบติดตายตัว” แต่ทางคณะกรรมการ WSBK กลับเริ่มประกาศกฏที่กี่ยวข้องกับ “วิงเล็ทที่สามารถให้ตัวได้” ไปแล้วแต่เนิ่นๆเสียอย่างนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ทางคณะกรรมการ WSBK ได้ระบุไว้ว่า “ตัวแอโร่ไดนามิกพาร์ท หรือ วิงเล็ท จะต้องเป็นแบบเดียวกับที่ใช้ในตัวรถเวอร์ชันขายจริงเท่านั้น ซึ่งหากวิงเล็ทที่ติดตั้งมากับรถตอนออกโรงงานสามารถขยับ หรือให้ตัวได้ (เพื่อปรับองศาปีกให้สัมพันธ์กับความเร็ว) ตัวองศาหรือระยะที่ปีกสามารถขยับได้ก็จะต้องเท่ากับที่รถเดิมๆออกโรงงานใช้อยู่ (ห้ามน้อยหรือเกินกว่านั้นเด็ดขาด)” ส่วนสาเหตุที่ทางกรรมการต้องรีบประกาศแต่เนิ่นๆก็เพื่อป้องกันการลักไก่ของทีมแข่งที่ใช้รถมีวิงเล็ทตายตัวออกโรงงานแล้วอยากทำให้มันให้ตัวได้เวลาลงสนามแข่ง เพื่อประโยชน์สูงสุดในการใช้งานในสถานการณ์จริง เพราะปกติแล้วถึงวิงเล็ทจะช่วยสร้างแรงกดไม่ให้ล้อหน้าลอยในช่วงความเร็วต่ำ แต่พอเข้าสู่ช่วงความเร็วสูงๆแรงกระทำที่ว่าจะกลายเป็นต้านให้รถวิ่งไปข้างหน้าได้ยากขึ้นแทน ดังนั้นหากทีมแข่งอยากใช้ตัวแข่งที่มีวิงเล็ทแบบให้ตัวได้จริงๆ พวกเขาก็ต้องขอให้ทางผู้ผลิตช่วยสร้างตัวรถที่มาพร้อมกับวิงเล็ทแบบดังกล่าวเท่านั้น ทว่ามันก็จะไปเพิ่มต้นทุนของรถตัวขายจริงให้สูงขึ้นไปอีก ซึ่งทางค่ายจะยอมให้เป็นเช่นนั้นหรือไม่ก็สุดแล้วแต่แนวทางที่ผู้บริหารตั้งใจ อย่างไรก็ดี หากย้อนไปก่อนหน้านี้ทาง Honda เองก็เคยออกแบบชุดวิงเล็ทแบบที่สามารถขยับตัวเองได้สำหรับ CBR1000RR-R รุ่นใหม่เพื่อจุดประสงค์ดังที่เรากล่าวในข้างต้นไปแล้ว แต่พอถึงเวลาจริง พวกเขากลับยกเลิก หรือไม่ใส่มันเข้ามาในซุปเปอร์ไบค์คันดังกล่าวอยู่ดี…
