โหมกันหนักมากขึ้นเรื่อยๆกับกระแสการเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ขุมกำลัง Hybrid ในสัปดาห์หน้า ซึ่งในตอนนี้ดูเหมือนว่า 2 ค่ายคู่กัดทั้ง Honda และ Yamaha เองต่างก็มีแผนที่จะเปิดตัวโมเดลดังกล่าวในเวลาไล่เลี่ยกันทั้งคู่ จะติดก็แค่เพียง ใคจะก่อน ใครจะหลัง แต่ใครจะงัดไม้ไหนออกมาก็เท่านั้น โดยสำหรับทางฝั่ง Honda เพื่อนๆหลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า โมเดล Hybrid ที่ทางค่ายจะเปิดตัวนั้นก็คือ All-New PCX Hybrid ที่เผยโฉมออกมาครั้งแรกเมื่อปลายปีที่แล้ว และชูจุดเด่นตรงที่ความเป็นรถมอเตอร์ไซค์ Hybrid คันแรกของโลก ซึ่งตอนนั้นเครื่องยนต์บล็อกที่ติดตั้งกับตัวรถยังคงเป็นขนาดความจุ 125cc แต่สำหรับบ้านเราถือว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่ PCX รุ่นใหม่จะยังคงใช้เครื่องยนต์สูบเดียวขนาดพิกัด 150cc เช่นเดิม แล้วเพิ่มมอเตอร์ช่วยเสริมกำลังเข้ามา ตามฉบับของยานพาหนะแบบ Hybrid ซึ่งจะอาศัยไฟฟ้าจากแบตเตอร์รี่อีกหนึ่งชุดที่แยกออกมาจากแบตเตอร์รี่หลัก (สำหรับการสตาร์ทและระบบไฟต่างๆรอบคัน) ส่งกระแสมาปั่นมอเตอร์ไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกับเพลาข้อเหวี่ยง หรือเฟืองเกียร์โดยตรง ซึ่งการทำงานของระบบทั้งหมดนี้จะอาศัยกล่อง PDU (Power Delivery Unit) เป็นตัวควบคุมทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้อีกว่า ตัว PCX…
Author: admin
แม้ว่าก่อนหน้านี้เราได้จะได้นำสนอไปแล้ว่าทาง Kawasaki ได้ทำารยื่นเอกสารของ ZX-6R รุ่นใหม่ให้กรมมลพิษรัฐแคลิฟอร์เนียของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ทำการตรวจสอบ แต่ในตอนนั้นเป็นเพียงแค่ข้อมูลจากสื่อที่น่าเชื่อถือได้ แต่ยังไม่มีหลักฐานของตัวเอกสารยืนยันให้เราได้รับชมกัน แต่ในวันนี้เราได้กลับไปตรวจสอบในเว็บไซต์ของกรมมลพิษโดยตรง แล้วพบว่าความแตกต่างระหว่าง ZX-6R ปี 2019 เทียบย้อนหลังไปอีก 2 ปี นั่นก็คือ 2018 และ 2017 นั้นมีอยู่หลายจุดด้วยกัน โดยจุดแรกที่เราสังเกตุได้ก็คือเมื่อเทียบรหัสเครื่องยนต์ (Engine Family) ของ ZX-6R ปี 2017 และ 2018 จะพบว่ามันมีรหัสที่ใกล้เคียงกันมาก จะแตกต่างก็แค่ตัวอักษรนำหน้าซึ่งคาดว่าจะนำมาใช้เพื่อให้แตกต่างกันระหว่างปีผลิตเท่านั้น (ปี 2017 เป็น HKAXC.636AAD ส่วน ปี 2018 คือ JKAXC.636AAD) ในขณะเดียวกันสำหรับตัว 2019 ZX-6R กลับใช้รหัสเครื่องยนต์ที่ต่างออกไปอีกนิดคือ KKAXC.636AAE ซึ่งจะเห็นได้ว่าแม้ตัวเลข 636 ที่หมายถึงเลขความจุเครื่องยนต์จะเท่าเดิม แต่รหัสอักษรตัวท้ายสุดนั้นต่างออกไป (ส่วนตัวหน้าก็อย่างที่เราบอกไปแล้วว่าหมายถึงเปลี่ยนตามปีการผลิตอยู่แล้ว)…
ชื่อ “Ducati Streetfighter” น่าจะเป็นชื่อของรถมอเตอร์ไซค์ที่อาศัยพื้นฐานดั้งเดิมของรถซุปเปอร์ไบค์มาดัดแปลงเปลือกนอกให้เป็นรถแนวแน็กเก็ท แล้วเปิดตัวออกมาเพื่อเปิดตลาด “สปอร์ต-แน็กเก็ท” เป็นรุ่นแรกๆของโลก จนทำให้ต่อมาเราได้เห็นค่ายน้อยใหญ่ทำโมเดลแนวๆนี้กันมากขึ้นเรื่อยๆ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่าโมเดลนี้ดันถูกยุบสายการผลิตไปซะเองตั้งแต่ปี 2015 และไม่มีวี่แววว่าจะเปิดตัวโฉมใหม่ใดๆออกมาอีกตลอดเกือบ 3 ปีที่ผ่านมานี้ และในที่สุดจากความจริงที่ว่าตลาดรถมอเตอร์ ไซค์สปอร์ท-แน็คเก็ท กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จึงมีความเป็นไปได้สูงมากที่ Ducati จะรืื้อเอาชื่อ Streetfighter มาใช้อีกครั้งบพื้นฐานตัวรถเดียวกันกับ 2018 Panigale V4 เหมือนกับที่เคยทำในโฉมแรก ซึ่งใช้พื้นฐานตัวรถจากรุ่น 1098 และเมื่อมองจากตลาดโดยรวมจะสังเกตุได้ว่าผู้ผลิตบางค่ายลงทุนถึงขึ้นยุบสายการผลิตซุปเปอร์ไบค์ทิ้งไปแล้วเหลือแต่โมเดลแน็คเก็ทนี้ไว้เป็นรุ่นเรือธงของค่าย ยกตัวอย่างเช่น KTM ที่ชู 1290 Super Duke R, Triumph ที่ชู Speed Triple, และ MV Agusta ที่เตรียมเปิดตัว Brutale 1100 ปีหน้า ดังนั้น Ducati น่าจะต้องทำอะไรซักย่างเพื่อตีตลาดที่ตนเองเคยเริ่มไว้แต่แรกอีกครั้ง และการเปิดตัวของ…
พึ่งจะขึ้นรีวิว Ducati Panigale V4 S สัมผัสแรกในสนามเซปังฯ ไปได้ไม่นานนัก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทาง MotoRival เราได้รับเชิญจาก Ducati Thailand กันต่อ คราวนี้เป็นการทดสอบพี่ใหญ่ตระกูลสแครมเบลอร์ แบบ Night Test สำหรับเพื่อนๆ ที่ชื่นชอบแนวสแครมเบลอร์ และพบว่าความจุแถวๆ 800-900 ยังไม่พอมือ เราขอพามาชม รีวิว Ducati Scrambler 1100 คันนี้กันเลยดีกว่าครับ ขอท้าวความไปสักนิด Ducati Scrambler 1100 ได้ถูกเผยโฉมครั้งแรกในโลกที่งาน EICMA2017 ก่อนที่ประเทศไทยจะถูกยกมาเปิดตัวในช่วง Motor Show 2018 เมื่อช่วงต้นปีนี้ – ภาพลักษณ์โดยรวม ต้องบอกก่อนว่านี่เป็นครั้งแรกที่ผู้เขียนได้สัมผัสกับ Scrambler 1100 ตัวเป็นๆแบบนี้ เพราะก่อนหน้านี้เคยมีระสบการณ์แค่ได้ลองจิ้มๆเขี่ยๆ Scrambler 800 เท่านั้น เมื่อทันทีที่พบเจ้า…
หลังใช้เวลาในการคิดและตัดสินใจถึงโอกาสและความเป็นไปได้จนถึงเหตุผลต่างๆ ในที่สุด Dani Pedrosa ก็ได้ประกาศแล้วว่า สำหรับการแข่งขัน MotoGP ปี 2018 นี้ จะเป็นปีสุดท้ายที่ตนจะทำการแข่งขัน “ผมจะจบอาชีพการเป็นนักบิด MotoGP ฤดูกาลนี้ และไม่ทำการแข่งขันต่อในปีหน้า, มันเป็นการตัดสินใจที่ยากมาก เพราะมันคือกีฬาที่ผมรัก” อ่านข่าว MotoGP เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
ผ่านไปได้เกือบคร่งทางแล้วสำหรับการแข่งขัน MotoGP ปี 2018 ซึ่งเพื่อนๆที่ติดตามกันมาตลอดคงพอจะเห็นภาพกันบ้างแล้วว่าตัวแข่งแต่ละคันนั้นมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน ซึ่งในวันนี้เราก็จะขอพาเพื่อนๆไปพบกับข้อมูลเบื้องต้นของรถแต่ละกันว่ามันแตกต่างอะไรกันบ้างในส่วนของวัสดุและชิ้นส่วนหลักต่างๆบนตัวรถ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา มาเริ่มกันเลยครับ Honda RC213V เครื่องยนต์ วี 4 สูบ, 999cc, ระบบวาล์ว แบบนิวเมติก, แรงม้าสูงสุด 240+ โครง อลูมิเนียม เบรก หน้า/หลังยกชุดจาก Brembo ช่วงล่าง ระบบกันสะเทือนหน้า หัวกลับ กระบอกคาร์บอน จาก Ohlins / หลัง โมโนช็อค จาก Ohlins พร้อมกระเดื่องทดแรง Pro Link ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มคาร์บอน หรือ อลูมิเนียม (แล้วแต่นักบิดจะเลือก) Yamaha YZR-M1 เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 999cc, ระบบวาล์ว แบบนิวเมติก,…
ชื่อของ Yamaha GMT94 อาจจะฟังดูไม่ค่อยคุ้นหูเพื่อนๆที่ติดตาม MotoGP หรือ WSBK เท่าไหร่นัก แต่ในขณะเดียวกันหากเพื่อนๆคนไหนที่ได้ติดตามการแข่งขัน World Endurance Championship มาตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ 3 ปีก่อนหน้านี้เป็นต้นมา ก็จะทราบกันดีว่านี่คือทีมแชมป์ที่สามารถรักษาเข็มขัดไว้กับตัวเองมาได้ดีตลอดตั้งแต่ปี 2015 – 2017 และอาจจะรักษาได้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 หากไม่มีอะไรผิดพลาดในการแข่งขัน Suzuka 8 Hrs ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ อย่างไรก็ดีดูเหมือนว่าทางทีม GMT94 น่าจะเข้าสู่จุดอิ่มตัวเป็นที่เรียบร้อย และอยากที่จะออกไปหาความท้าทายใหม่ในโลกของการแข่งขัน ทำให้เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ทางผู้บริหารของทีมได้ประกาศออกมาว่าการทำทีมแข่งขันในรายการ World Endurance Championship ปี 2018 นี้จะเป็นปีสุดท้ายที่พวกเขาจะทำทีมลงแข่งขัน โดยในปี 2019 พวกเข้าจะย้ายไปสู่เวที World Superbike แทน ด้วยการทำทีมในคลาส Supersport 600cc ซึ่งถือเป็นอะไรที่น่าตกตะลึงไม่น้อยสำหรับวงการ Endurance ที่กำลังจะเสียทีมดีๆระดับนี้ไป…
ย้อนไปเมื่อปี 2011 ทาง Ducati ได้จัดการเปิดตัว Diavel โฉมแรกออกมา จนกระทั่งต่อมาในปี 2015 ก็ถึงเวลาของการปรับโฉมครั้งที่ 2 และดูเหมือนว่าในที่สุด มันก็ได้เวลาที่จะต้องปรับโฉมอีกครั้ง หลังมีนักข่าวตาดีสามารถจับภาพรถทดสอบที่จะกลายมาเป็นโฉมใหม่ของมันได้ในปี 2019 ออกมาให้เราได้รับชมกัน โดยจากภาพ (เราจะแนบลิ้งค์ไว้ข้างล่าง) น่าเสียดายที่เราไม่สามารถเห็นรายละเอียดของ 2019 Diavel ได้ชัดมากมายนัก แต่เราก็พอสังเกตุอะไรได้หลายๆอย่างว่าชุดไฟหน้าของมันจะถูกเปลี่ยนจากทรงกลมนูนขนาดใหญ่เป็นทรงสี่เหลี่ยมคางหมูหน้าแบนแบบเดียวกับของ XDiavel ซึ่งน่าจะรวมถึงท่อไอเสียและชุดล้อหน้า/หลังด้วย ส่วนดีไซน์พวกกาบแฟริ่งด้านข้างไม่สามารถระบุอะไรได้จริงๆ เพราะแม้แต่ช่างภาพเองก็ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ได้เนื่องจาก Ducati ได้ปกปิดมิดชิดจริงๆตั้งแต่หัวจรดท้าย ด้านจุดเด่นอื่นๆ ที่เราสามารถระบุได้เพิ่มเติมอีกก็คือชุดเครื่องยนต์ที่ Ducati น่าจะยกเอาของ 1299 Panigale มาติดตั้งเข้าไปพร้อมปรับกราฟเครื่องยนต์ใหม่ให้มีกำลังแรงม้าลดลงเหลือราวๆ 160 แรงม้า แล้วไปเพิ่มย่านแรงบิดให้กว้างขึ้นเพื่อให้เหมาะกับน้ำหนักตัวที่มากกว่าและลักษณะการใช้งานแนวครุยเซอร์ แต่กระนั้นแล้ว ชุดระบบกันสะเทือนทั้งโช้กหัวกลับคู่หน้าที่เป็นของ Ohlins กับสวิงอาร์มแขนเดี่ยวคู่หลังก็น่าจะเป็นการหยิบเอาของ 1299 Panigale มาใช้เช่นกัน ซึ่งเราต้องมาดุกันว่าทางค่ายจะเปิดตัวเจ้า 2019 Ducati Diavel…
ในที่สุดก็(น่าจะ)ได้เวลาเปิดเผยการตัดสินใจถึงอนาคตของ Dani Pedrosa กันซักที หลังเจ้าตัวได้ประกาศผ่านหน้าเว็บ MotoGP ว่าในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ตนจะจัดแถลงข่าวกับสื่อที่เข้าร่วมถึงเรื่องดังกล่าว หลังจากที่เคยเบี้ยวนัดมาแล้วหนึ่งครั้งเมื่อกลางเดือนที่แล้ว โดยอย่างที่เพื่อนๆทุกคนคงทราบกันดีว่าก่อนหลังจากที่ Dani และ Honda ได้ประกาศแยกทางกันเมื่อต้นเดือนก่อน เราก็ยังไม่ทราบเลยว่าเจ้าตัวจะย้ายไปอยู่ทีมใดกันแน่ ระหว่าง Suzuki ทีมโรงงาน หรือ Yamaha ทีมรอง ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วฝ่ายแรกก็ได้เลือกเซ็นสัญญากับดาวรุ่ง Moto2 Joan Mir แทนเพราะรอการตัดสินใจของ DP26 ไม่ไหว ในขณะที่ฝ่ายหลังเองสำหรับตอนนี้ก็เริ่มมีท่าทีที่ไม่แน่ชัดเหมือนกันว่าจะยังต้องการเจ้าตัวอยู่มั้ย แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีสื่อยุโรปปล่อยข่าวลือออกมาว่า Dani เซ็นสัญญากับ Yamaha SIC เรียบร้อยแล้ว นั่นจึงหมายความว่าคำตอบของ Dani Pedrosa ที่จะเผยออกมาในวันพรุ่งนี้นั้นสามารถออกมาได้ทั้งสองด้านด้วยเปอร์เซ็นความเป็นไปได้ที่เท่าๆกัน ระหว่าง อยู่แข่งขัน MotoGP 2019 ต่อกับ Yamaha SIC หรือ รีไทร์ แล้วผันต่อไปทำอย่างอื่นแทนเพราะหมดแรงจูงใจ ซึ่งเราคงต้องมาลุ้นกันว่าในวันพฤหัสเวลา 3…
ย้อนไปเมื่อกลางปี 2017 ทาง Honda ได้ทำการเปิดตัว CB150R Exmotion ซึ่งถือเป็น Neo Classic คันแรกที่ทางค่ายได้ปล่อยออกมา หลังจากนั้นไม่นานนักช่วงปลายปีทางค่ายก็ได้เสริมทัพหนักด้วย CB300R และ CB1000R ออกมาจนเรียกได้ว่าครบทุกคลาสที่พวกเขามี เว้นก็แต่พิกัดกลางอย่าง 500cc กับ 650cc ก็แค่นั้น อย่างไรก็ดีดูเหมือนว่าสำหรับสาวกที่รอคอยรถมอเตอร์ไซค์แนว Neo Classic พิกัดกลางอาจจะได้พบข่าวดีเร็วๆนี้ เพราะตอนนี้เริ่มมีความเป็นไปได้บ้างแล้วว่าทาง Honda อาจจะดึงเอา CB650F มาปรับดีไซน์ใหม่แล้วเปิดตัวออกมาด้วยรหัสอักษรตัวท้าย R ตามฉบับพี่น้องไฟกลมทั้งหลาย หลังเริ่มมีการคาดคะเนจากสื่อยุโรปว่าทางค่ายไม่น่าจะพลาดการเปิดตัวโมเดลดังกล่าวภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งก็ฟังดูเป็นไปได้เพราะในตอนนี้พวกเขายังขาดการตีตลาดตรงกลางนี้จริงๆ และทางค่ายคงไม่อยากให้กระแสหายไปซะก่อนที่จะทำขายโมเดลนี้ แน่นอนว่าในชิ้นส่วนต่างๆรอบคันของเจ้า 2019 Honda CB650R นั้นจะต้องมาพร้อมกับชุดไฟหน้า LED โคมกลม ดีไซน์เดียวกับพี่น้องทั้งหมด, รวมถึงชุดโช้กหน้าหัวกลับทำงานคู่ชุดคาลิปเปอร์เบรกเรเดียลเมาท์ ซึ่งน่าจะเป็นเอกลักษณ์ใหม่ประจำรุ่นนี้ไปแล้วเกี่ยวกับความจัดเต็มไม่กั๊กของตั้งแต่รุ่นบนยันรุ่นล่าง และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการดีไซน์บอดี้พาร์ทรอบคันใหม่ตามฉบับ CB – Neo Classic…
