เราคงไม่ต้องย้อนอดีตไปอธิบายถึงรายละเอียดเหตุการณ์ที่ Marc Marquez ได้เข้าไปปะทะกับ Valentino Rossi ในการแข่งขัน MotoGP ปี 2018 สนามที่ 2 เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาให้มากมายนัก เพราะล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมานักบิดรายนี้ก็ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องดราม่าที่ยืดยาวมาเกือบครึ่งเดือนว่า “ผมไม่เคือง Rossi (เรื่องคำวิจารณ์ที่อาร์เจนตินา) และผมพร้อมแล้วที่จะเข้าไปคุยกับเค้าในวันพรุ่งนี้” Marquez กล่าวเสริมจากประโยคดังกล่าวอีกว่า “บางทีพรุ่งนี้เราอาจจะได้เจอกันตอนประชุมกฏความปลอดภัย แต่เราคงมีอะไรต้องคุยกันมากกว่านั้น” นอกจากนี้ MM93 ยังกล่าวถึงทั้งความเห็นของ Kevin Schwantz ที่บอกว่าตนเอง “ควรถูกคุมความประพฤติ” กับของ Rossi ที่กล่าว “กลัวทุกครั้งที่ต้องแข่งกับตนเอง” เอาไว้ว่า “ทุกคนล้วนมีความเห็นเป็นของตนเอง และเราก็เคารพในสิ่งนั้น แต่ยังไงผมก็เลือกที่จะโฟกัสกับการแข่งขันมากกว่า”, “ผมเอาก็เคารพในความเห็นของ Rossi แต่ด้วยความสัตย์จริงผมไม่เคยกลัวอะไรซักอย่างตอนที่ผมขี่อยู่ซักครั้ง”, “ผมยังยืนยันในทุกคำที่ผมพูดหลังจบการแข่งขัน (ครั้งนั้น) ผมทำพลาด แต่ผมก็ได้รับการทำโทษไปแล้ว และผมต้องการเข้าไปขอโทษ” และในการสัมภาษณ์ครั้งเดียวกันนั้น ทาง Marc Marquez ก็ได้พูดถึงสาเหตุที่ทำให้รถดับก่อนออกสตาร์ทเพิ่มเติมอีกว่า…
Author: admin
จากกระแสตำแหน่งนักบิดในสังกัดทีม Suzuki Ecstar ที่พร้อมจะเปลี่ยนหน้าได้ทุกเมื่อ เพราะมีข่าวลือออกมาว่าในตอนนี้ทางทีมได้ให้ความสนใจที่จะดึง 2 นักบิดตัวท็อปอย่าง Jorge Lorenzo และ Dani Pedrosa ไม่คนใดก็คนหนึ่งมาร่วมทีมกับนักบิดหน้าใหม่ไฟแรง Alex Rins ทำให้ในตอนนี้ความลำบากใจต้องตกมาที่ Andrea Iannone อีกครั้ง เพราะจากทั้งหมดที่เรากล่าวมาดูเหมือนว่าตัวนักบิดจอมโหม่งโลกคนนี้จะไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของค่ายคนบ้าในปี 2019 ต่อไปเลยซักนิด อย่างไรก็ดีเมื่อคืนวานที่ผ่านมา Iannone ได้ให้ข้อมูลกับสื่อไว้ว่าในตอนนี้ได้มีทีมอื่นในเวที MotoGP เข้ามาติดต่อยื่นสัญญาให้ตนเองได้พิจารณาในเบื้องต้นบ้างแล้ว แต่เจ้าตัวยังยืนยันคำเดิมว่ายังไงก็ยังจะให้ความสำคัญกับสัญญาใหม่จากสังกัดทีมปัจจุบันของตนเองไว้ก่อน “แน่นอนว่าผมกำลังพิจารณาถึงอนาคตของตัวเอง และอนาคตกับ Suzuki”, “ตอนนี้ผมมีสัญญาของที่อื่นมาให้พิจารณา แต่ยังไงผมก็อยากอยู่ต่อในทีมปัจจุบันมากที่สุด” “ที่นี่คือทีมที่น่าอัศจรรย์, สำหรับคนญี่ปุ่น ผมรู้สึกดีมากๆ, เราเริ่มสร้างอะไรดีๆด้วยกันมาพอสมควร” “ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของผมในตอนนี้ก็คือ ผมต้องการขึ้นไปสู่หัวแถวด้วยตัวแข่งของ Suzuki ซึ่งมันก็คือเหตุผลที่ผมมาอยู่ตรงนี้” ขอบคุณข้อมูลจาก Motorsport.com อ่านข่าว MotoGP เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ…
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ หากเพื่อนๆลองสังเกตุดูจะเห็นได้ว่าทาง Ducati พยายามที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์ของตัวเองขึ้นชื่อในเรื่องการจัดระบบความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่มาโดยตลอด ทั้งการติดตั้งระบบ Advance ABS หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ Cornering-ABS ในรถมอเตอร์ไซค์ของตนเองไว้หลากหลายรุ่นเป็นรายแรกๆของโลก (คาดว่าเป็นรายที่ 2 ต่อจาก KTM) และการติดตั้งระบบเชื่อมต่อกับเสื้อถุงลมนิรภัยอย่าง D|Air เพียงรายเดียวในโลก เป็นต้น และในตอนนี้ทาง Ducati ก็ได้มีแผนงานใหม่่เกี่ยวกับเรื่องที่เรากล่าวถึงโดยใช้ชื่อประจำแผนนี้ว่า ” 2025 Safety Road Map ” ซึ่งแน่นอนว่าจุดประสงค์หลักๆของแผนงานนี้ก็คือความพยายามที่จะทำให้รถมอเตอร์ไซค์มีความปลอดภัยต่อลูกค้ามากที่สุด โดยเริ่มจาก การนำระบบ Cornering-ABS ไปติดตั้งให้กับรถมอเตอร์ไซค์ทุกรุ่นเป็นออพชั่นพื้นฐาน และเตรียมใช้ระบบเรดาร์ตรวจจับความเสี่ยงเป็นอุปกรณ์เสริมความปลอดภัยให้กับตัวรถภายในปี 2020 ด้านข้อมูลสำหรับระบบเรดาร์ที่ว่านั้น แท้จริงแล้วทาง Ducati ได้เริ่มงานวิจัยและพัฒนามาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2016 โดยเริ่มจากการวิจัยระบบเรดาร์ด้านหลังตัวรถเพื่อแจ้งเตือนผู้ขับขี่ว่ามีวัตถุต้องสงสัยจากด้านหลังก่อนเป็นอย่างแรก หลังจากนั้นในปีถัดมาคือปี 2017 พวกเขาก็ได้ทำการวิจัยระบบเรดาร์ด้านหน้าที่จะใช้ทำงานร่วมกับระบบ Cruise Control ต่ออีกชิ้น เพื่อตรวจจับความเสี่ยงที่อาจจะก่อให้เกิดการพุ่งเข้าชนกับสิ่งกีดขวางด้านหน้า ซึ่งระบบการทำงานของมันนั้นจะคล้ายๆกับระบบตรวจจับที่ใช้ในรถยนต์หรูๆของยุโรปเลยทีเดียว…
หากยังจำกันได้เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทาง Yamaha ได้ทำการเข้าซื้อสิทธิบัตรเทคโนโลยีระบบบังคับเลี้ยวสำหรับล้อ “คู่หน้า” จาก Brudeli ทำให้หลายคนต่างสงสัยว่าทางค่ายยักษ์ใหญ่แห่งเมืองฮามามัทสึ ประเทศญี่ปุ่นจะเอาเทคโนโลยีรถมอเตอร์ไซค์สามล้อนี้มาเพิ่มอีกทำไมทั้งๆที่ตัวเองก็มีเทคโนโลยี LMW เป็นของตนเองอยู่แล้ว จนกระทั่งคำตอบเริ่มกระจ่างชัดขึ้นเมื่อเราได้เห็นภาพสิทธิบัตรชุดนี้ จากภาพจะเห็นได้ว่ามันดูเหมือนกับเป็นการผสมผสานระหว่างรถสองคันด้วยกันนั่นก็คือ Yamaha VMAX ครุยเซอร์ไซส์บิ๊กที่พึ่งถูกประกาศยุติสายการผลิตไปได้ไม่นานซึ่งเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่หลังช่วงแกนคอไปจนถึงท้ายรถลงไป ในขณะที่จุดเด่นหรือจุดสนใจในคราวนี้ก็คือช่วงหน้าตัวรถที่เปลี่ยนแปลงจากแบบแกนโช้กตะเกียบคู่ธรรมดาๆ มาเป็นแบบปีกนกคู่แยกออกสองฝั่งตามดีไซน์ของเทคโนโลยีระบบบังคับเลี้ยวใหม่ที่พึ่งซื้อมา จุดเด่นหลักของระบบนี้คือแม้ว่าตอนเลี้ยวตัวล้อจะเอียงทำมุมกับพื้นถนน แต่ตัวโช้กไม่ได้เอียงทำมุมตามไปด้วยอย่างที่ระบบบังคับเลี้ยวล้อคู่หน้าในมอเตอร์ไซค์แบรนด์อื่นๆเป็น จึงส่งผลให้การซับแรงสะเทือนของตัวโช้กอัพสามารถทำได้ดีกว่าเนื่องจากแนวแรงกระทำของถนนไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจากแนวการเคลื่อนที่ของโช้กมากมายนัก และถ้าหากทาง Yamaha เลือกเปิดตัวเจ้า VMAX ท่ี่มาพร้อมกับเทคโนโลยีระบังบังคับเลี้ยวแบบนี้จริง ก็จะทำให้เจ้านี้กลายเป็นคู่แข่งสายตรงกับ Honda NeoWing Concept อีกหนึ่งครุยเซอร์สามล้อที่มีระบบบังคับเลี้ยวแบบปีกนกคู่คล้ายๆกัน ซึ่งเราต้องมาดูกันต่อไปว่าทั้งสองโมเดลนี้จะปรากฏตัวให้เห็นในรูปแบบขายจริงเมื่อไหร่กันแน่ ขอบคุณข้อมูลจาก Young-Machine อ่านข่าว Yamaha เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
แม้ว่าทาง Yamaha จะได้ทำการเปิดตัวเจ้า Lexi 125 ใหม่ไปแล้วตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมาในงาน Motor Show 2018 แต่เอาจริงๆแล้วมันยังเป็นแค่การเปิดตัวแบบนำตัวรถมาจัดแสดงเท่านั้น ไม่ได้มีการประกาศราคาสำหรับวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ซึ่งเมื่อเทียบกับทางฝั่งอินโดนีเซียนั้น จะเห็นได้ว่าพวกเขาพึ่งเปิดราคาอย่างเป็นทางการเมื่อไม่กี่วันมานี้เองทั้งๆที่เปิดตัวรถก่อนบ้านเราไปตั้งแต่เดือนมกราคม หรือต้นปีที่ผ่านมา โดยสำหรับตัวเลขราคาที่อินโดนีเซียแบบไม่รวมภาษีนั้นอยู่ที่ 19.95 ล้าน รูเปียห์ หรือราวๆ 45,000 บาทในรุ่นพื้นฐาน และ 22.8 ล้าน รูเปียห์ หรือราวๆ 51,600 บาท ในรุ่น S สำหรับจุดเด่นของ Yamaha Lexi 125 นั้น โดยภาพรวมจะอยู่ที่ดีไซน์ซึ่งผสมผสานกันระหว่างความหรูหราและความสปอร์ตไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ไล่ตั้งแต่ชุดโคมไฟ LED ด้านหน้าและด้านหลังที่ตีกรอบไว้แหลมคมพอตัว, ใช้ชุดหน้าจอมาตรวัด LCD Full-Digital, ระบบกุญแจ Keyless พร้อมฟังก์ชั่นเรียกหาตัวรถ (เฉพาะรุ่น S), พอร์ทชาร์จไฟสำหรับโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, ชุดระบบกันสะเทือนหลังแบบแก๊สมีซับแทงค์แยก, ชุดล้ออัลลอยด์หน้าหลังเป็นแบบ…
หากพูดถึงรถมอเตอร์ไซค์ที่มีระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้าหลังนั้น จะเห็นได้ว่ายังไม่มีผู้ผลิตซักรายทำรถมอเตอร์ไซค์แนวนี้มาขายเลยซักคนเดียว อาจจะด้วยเหตุผลทางต้นทุน, น้ำหนัก หรือขีดความสามารถของรถมอเตอร์ไซค์บวกกับยางหนามธรรมดาๆก็เพียงพอแล้ว แต่แค่นั้นคงยังไม่พอในสายตาของวิศวกรหนุ่ม Guido Koch เพราะล่าสุดเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เค้าได้เปิดตัวคอนเซปท์ไบค์ KTM 990 All-Wheel Drive ออกมาในงาน IMOT Show ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี ซึ่งเมื่อทุกคนได้มองลงไปถึงรายละเอียดตัวรถคร่าวๆแล้วก็พบว่าความสมบูรณ์ของตัวรถนั้นจัดว่าอยู่ในระดับที่พร้อมทำขายจริงได้เลยทีเดียว อย่างไรก็ดีแม้ว่าเราจะกล่าวไปในข้างต้นว่าตัวรถคันนี้คือ KTM 990 Adventure แต่แท้จริงแล้วชิ้นส่วนที่เป็นของดั้งเดิมติดรถนั้นมีแค่เพียง เครื่องยนต์, สวิงอาร์มหลัง, และชุดเบรกเท่านั้นที่เป็นของเดิม นอกนั้นที่เราไม่ได้กล่าวถึงทาง Guido Koch ได้ทำการสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชุดสวิงอาร์มแขนเดี่ยวสำหรับยึดล้อหน้า, ชุดคอม้าสำหรับทำหน้าที่เป็นแกนล้อ, ชุดขาโยงสำหรับเป็นตัวบังคับเลี้ยว และอื่นๆอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับระบบขับเคลื่อนล้อหน้าทั้งหมด นอกจากนี้จุดเด่นอีกอย่างของเจ้า KTM 990 AWD Prototype คันนี้ก็คือ ตัวระบบตัดต่อกำลังที่เชื่อมต่อกับเพลาขับเคลื่อนนั้น มีเงื่อนไขในการทำงานอยู่ว่า เมื่อใดก็ตามที่ล้อหลังเกิดหมุนไม่สัมพันธ์กับล้อหน้า (หมุนเร็วกว่า) เกิน 5…
จบไปได้ด้วยดีกับการผ่าตัดข้อมือข้างขวาของ Dani Pedrosa หลังเหตุการณ์ปะทะกับ Johann Zarco เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ก่อน ล่าสุดด้วยสปิริตอันแรงกล้าของเจ้าตัว ทำให้นักบิดร่างเล็กรายนี้ไม่อยากหยุดรอพักฟื้นให้เสียเวลา และเตรียมตัวที่จะลงฝึกซ้อมต่อเพื่อแข่งขัน MotoGP ในสนามถัดไปที่จะจัดขึ้นสุดสัปดาห์นี้ในทันที ซึ่งเจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์กับทางสื่อเอาไว้ดังนี้ “หลังผ่าตัดเสร็จ ผมก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นทีละนิดๆในแต่ละวัน”, “ผมพยายามทำกายภาพบำบัดเพื่อเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหวไปพร้อมๆกับการลดแผลอักเสบไป”, “จากจุดนี้มันยังบอกได้ยากว่าเราจะสามารถทำอะไรได้บ้างจนกว่าผมจะกลับไปขับรถของผมอีกครั้ง” “แต่สิ่งนึงที่ค่อนข้างชัดเจนในตอนนี้ก็คือผมอยากที่จะไปลองดูให้ได้ซึ่งส่วนนึงที่ทำให้ผมกล้าที่จะลองก็เพราะกำลังใจจากทุกๆคนที่ส่งข้อความเข้ามา ผมจึงอยากขอบคุณทุกๆคนในส่วนนี้” อ่านข่าว MotoGP เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
หลังทนร่วมมือกับ Honda มาได้ 2 ปี และกำลังเข้าสู่ปีที่ 3 ในฤดูกาลนี้ ดูเหมือนว่าทาง Marc DVS จะไม่สามารถทนกับความสองมาตรฐานของค่ายยักษ์ใหญ่นี้อีกต่อไป จนทำให้ในตอนนี้มีกระแสข่าวออกมาว่าทางทีมแข่งรายดังกล่าวได้ทำการเซ็นสัญญาเป็นทีมรองให้กับค่ายคนบ้า Suzuki ในปี 2019-2021 เรียบร้อยแล้ว เป็นที่ทราบกันดีว่านับตั้งแต่ทาง Marc VDS ได้ขึ้นมาทำทีมแข่งขันในระดับ MotoGP โดยมีตำแหน่งเป็นทีมรองให้กับ Honda นั้น พวกเขาต่างบ่นผ่านสื่อมาโดยตลอดว่าทางค่ายปีกนกไม่ได้ดูแลทีมของตนเท่าที่ควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการซัพพอร์ทอะไหล่ต่างๆ หรือแม้กระทั่งการช่วยเหลือเกียบกับการแก้ปัญหาและเซ็ทอัพตัวรถ ดังที่เราเห็นได้ถึงความต่างจากผลงานของเจ้าหนู Jack Miller ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อย้ายมาอยู่กับ Pramac Team ที่ซัพพอร์ทรถโดย Ducati ซึ่งค่ายนี้ขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องความใจป้ำการสนับสนุนให้กับทีมรอง (ส่วนนึงอาจจะเป็นเพราะสไตล์การขับขี่ของหนู Jackass ที่เข้ากับตัวแข่ง Demosedici GP16 ได้ดีด้วย) สำหรับข้อมูลที่ว่าทาง Marc VDS จะย้ายไปร่วมงานกับ Suzuki ในฤดูกาลหน้านั้น แท้จริงแล้วได้มีกระแสออกมาตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา…
ย้อนไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ทางบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง Volkswagen ได้แต่งตั้งนาย Herbert Diess ขึ้นมาเป็นประธานกรรมการผู้บริหาร หรือ CEO คนใหม่ ซึ่งดูเหมือนว่านโยบายหรือแนวทางการดำเนินงานของชายผู้นี้นั้นอาจจะทำให้แบรนด์ลูกอย่าง Ducati ไม่ได้อยู่ในร่มไม้ของยอดแบรนด์เยอรมันอีกต่อไป จากข้อมูลที่ได้ถูกลงไว้โดยสื่อธุรกิจชื่อดัง Reuters ได้ระบุไว้ว่า ในตอนนี้สิ่งที่ผู้บริหารใหม่ของ Volkswagen ต้องการจะทำเป็นอย่างแรกๆนับตั้งแต่นั่งเก้ากี้ในตำแหน่งนี้ก็คือการลดรายจ่ายต่างๆที่ไม่จำเป็นออกไป รวมถึงการหายอดกำไรเข้ามาสู่บริษัทให้มากที่สุด เพื่อนำมาแก้ปัญหาโกงมลพิษไอเสียเมื่อปี 2015 ที่จนบัดนี้ก็ยังแก้ไม่เสร็จกันซักที ดังนั้นวิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะที่สุดในตอนนี้ในสายตาของนาย Diess ก็คือการขายแบรนด์ Ducati ออกไป และนอกจากเหตุผลในเรื่องการตัดรายจ่าย ดูเหมือนว่าจะยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ CEO รายนี้ต้องการขาย Ducati ออกไป นั่นก็คือความต้องการที่จะหาเงินทุนมาสมทบโปรเจ็ค “Roadmap E” ที่ว่าด้วยการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกในปี 2020 ก่อนที่จะผลิตอย่างเต็มรูปแบบในปี 2030 จากเหตุผลทั้งหมดที่เรากล่าวมาทำให้สรุปได้ว่าอนาคตของ Ducati คงไม่แน่นอนว่าจะอยู่กับ Volkswagen ได้อีกนานแค่ไหน จะรอก็เพียงแค่เวลาการประกาศอย่างเป็นทางการเท่านั้นเอง ซึ่งเราเชื่อว่าเหล่าผู้ให้ความสนใจคงไม่ต่างจากการเปิดขายครั้งก่อนแน่ๆ (การประกาศขายครั้งก่อนล่มในตอนสุดท้ายเพราะบอร์ดกลุ่มเก่าที่อยากเก็บแบรนด์ Ducati ไว้เนื่องจากมองเห็นกำไรในระยะยาว)…
มาตามนัดตรงกำหนดวันที่เราได้เคยเสนอไปก่อนหน้าเป้ะๆ กับ All-New Honda Vario ที่มีภาพ Spyshot หลุดออกมาเมื่อราวๆสัปดาห์ก่อนให้เห็นช่วงหน้าคร่าวๆ และในวันนี้เราก็จะพาเพื่อนมาพบกับภาพเต็มคันและตัวเลขสเปคทางเทคนิคแบบ Official ที่ถูกปล่อยโดยทาง Astra Honda Motor ให้ได้รับชมกันครับ สำหรับรถมอเตอร์ไซค์สกูตเตอร์ตระกูล Vario ถ้าเป็นบ้านเราจะรู้จักกันดีในชื่อ Honda Click ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าหน้าตาโดยรวมของ 2018 Honda Vario ที่พึ่งเปิดตัวใหม่โดย Astra Honda นั้นมีเส้นสายที่คล้ายคลึงกับ Click 125i ในบ้านเราที่ถือเป็นโฉมก่อนหน้า แต่ถ้าพูดถึงในเรื่องความแตกต่างก็มีให้เห็นอยู่ค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะกับชุดไฟหน้า LED ที่ถูกปรับรายละเอียดใหม่ให้ถูกวางแยกชั้นกันกับแถบไฟเลี้ยว LED ที่ถูกย้ายไปด้านบนเหมือนกับสปอร์ตไบค์ร่วมค่าย CBR250RR ส่วนไฟท้ายเองก็มีการปรับหน้าตาใหม่เล็กน้อย รวมถึงชุดมาตรวัดที่ได้รับการปรับใหม่ให้เป็นแบบฟูลดิจิตอลกันซักที นอกจากนี้ในส่วนแฟริ่งถ้ามองจากสัดส่วนคร่าวๆจะเห็นได้ว่าตัวชุดแฟริ่งบังลมด้านหน้าตัวรถถูกลากขึ้นมาสูงขึ้นกว่าเดิม ส่วนชุดแฟริ่งครอบแฮนด์บาร์ที่อยู่เหนือขึ้นไปกลับถูกบีบให้เตี้ยลงอย่างเห็นได้ชัด แต่สำหรับกาบบังลมด้านข้างถูกปรับขนาดใหม่ให้บางลม ในขณะที่ชุดแฟริ่งด้านข้างก็มีการปรับดีไซน์ใหม่ให้มีความอวบอัดมากยิ่งขึ้น และสำหรับความเป็นไปได้ที่เจ้า All-New Honda Vario 125 จะมาเปิดตัวในบ้านเราในฐานะ…
