ในวันนี้เราจะพาเพื่อนๆไปชมอีกหนึ่งการตกแต่งสปอร์ตไบค์คลาส 300cc ที่แม้ว่าดูภายนอกจะดูไม่ออกเลยว่ามันถูกทำอะไรมาบ้าง แต่หารู้ไม่ว่าเครื่องยนต์ของเจ้า KTM RC390 คันนี้ได้รับการติดตั้งเทอร์โบชาร์จเข้าไปจนมีพละกำลังระดับน้องๆบิกค์ไบค์กลุ่ม 650cc เลยทีเดียว ใช่แล้วครับ เจ้า KTM RC390 ที่หน้าตาดูแสนจะธรรมดาๆคันนี้นั้นได้รับการติดตั้งเทอร์โบรหัส IHI RHB31 ที่ได้ชื่อว่าเป็นเทอร์โบชาร์จเจอร์ขนาดเล็กที่สุดในโลกเข้าไปแล้วปรับกราฟเครื่องยนต์กับระบบทางเดินอากาศขาเข้าใหม่ จนส่งผลให้มันมีพละกำลังสูงสุดที่ราวๆ 60 แรงม้า ซึ่งทางสำนัก Nicola Bragagnolo ได้ระบุนี่ยังไม่ใช่ขีดจำกัดจริงๆที่พวกเค้าสามารถทำได้ แต่สาเหตุที่มันต้องถูกจำกัดแรงม้าไว้แค่นี้ก็เพื่อให้มันสามารถใช้งานบนท้องถนนทั่วไปได้อย่างไม่เป็นอันตรายกับผู้ขับขี่นั่นเอง อย่างไรก็ตามสำหรับผลงานการติดตั้งระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์ให้กับรถสปอร์ตเอนทรีไบค์พิกัด 300cc ครั้งนี้นั้น ไม่ได้ถือเป็นครั้งแรกของทางสำนักเพราะก่อนหน้านี้ไม่ถึงเดือน พวกเค้าก็ได้เคยเปิดตัว Yamaha YZF-R3 ที่ติดตั้งเทอร์โบรุ่นเดียวกันแบบนี้มาแล้ว ซึ่งพละกำลังสูงสุดของมันนั้นก็อยู่ที่ราวๆ 60 แรงม้าเช่นกันกับ RC390 คันนี้ ในขณะที่โปรเจ็กไบค์คันต่อไปของพวกเค้าก็คือ Kawasaki Ninja 300 ที่จะได้รับการติดตั้งระบบอัดอากาศนี้ด้วยเช่นกัน อ่านข่าว KTM เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ…
Author: admin
หลังจากที่เราได้เห็นเหล่าตัวแข่งจากเวทีการแข่งขัน MotoGP ได้รับการติดตั้ง วิงเล็ท ในปี 2016 ก่อนที่จะกลายมาเป็น แอโรพาร์ทแฟริ่ง ในปี 2017 ในที่สุดทางกรรมการการแข่งขัน WSBK ก็ได้อนุมัติให้เหล่าผู้ผลิตหรือทีมแข่งต่างๆสามารถติดตั้งชุดแอโรพาร์ทให้กับตัวแข่งของพวกเค้าได้ด้วยเช่นกันสำหรับการแข่งขันฤดูกาล 2018 อย่างไรก็ตามสำหรับรายละเอียดของกฏใหม่ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นั้นยังไม่ได้ถูกเปิดเผยอย่างชัดเจนมากมายนักจากทางผู้จัด WSBK แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่านอกจากทางทีมแข่งจะสามารถติดตั้งชุด “แอโรพาร์ทแฟริ่ง” บนโปรดักชั่นเรซไบค์แบบเดียวกับของตัวแข่ง MotoGP ปี 2017 ได้แล้ว พวกเค้ายังสามารถติดตั้ง “วิงเล็ท” หรือปีกแท้ๆที่ยื่นออกมาจากแฟริ่งได้อีกด้วยเหมือนตัวแข่ง MotoGP ปี 2016ซึ่งเจ้าของสิ่งหลังนี้น่าจะเอื้อประโยชน์ให้กับ Kawasaki มากที่สุดเพราะพวกเค้าไม่เคยออกแบบแอโร่พาร์ทแฟริ่งมาก่อนเลยเนื่องจากไม่ได้ทำการแข่งขัน MotoGP เหมือนค่ายอื่นๆทั้ง Ducati, Suzuki, Yamaha, Honda และ Aprilia (แต่ถ้าติดตั้งวิงเล็ทไม่ได้ งานนี้ค่ายแตนเขียวอาจจะต้องเหนื่อยหน่อยเพราะแทบไม่มีข้อมูลเรื่องนี้เลยนอกจากการต่อยอดจากยักษเขียว H2R ของพวกเค้า) และวิบากกรรมของ Kawasaki ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะนอกจากกฏอนุมัติการติดตั้งชุดแอโรพาร์ทดังกล่าวแล้ว ทางผู้จัด WSBK ยังออกกฏเพิ่ม/ลดรอบเครื่องยนต์สูงสุดหรือ…
ในขณะที่ทางฝั่ง Yamaha กำลังง่วนอยู่กับการนำพื้นฐานเฟรมของ 2016 YZR-M1 มาปรับปรุงเป็น 2018 YZR-M1 อยู่นั้น ในวันนี้เราจะขอภาพเพื่อนๆไปชมอีกตัวแข่งจากทางซุ้มสีแดงอย่าง Ducati Desmocedisi GP18 ที่ได้รับการอัพเกรดและอยู่ในระหว่างทดสอบช่วงก่อนเปิดฤดูกาลกันบ้าง โดยหากพูดถึงภาพรวมแล้ว เราจะเห็นได้ว่าชุดสีต่างๆของตัวแข่ง Ducati GP18 นั้นแทบไม่ได้มีความแตกต่างอะไรกับตัว GP17 เลยแม้แต่น้อย แต่จากการสังเกตุของช่างภาพและสื่อตาดีแดนอิตาลีได้ระบุไว้ว่าตัวแข่งปีใหม่จากทีมซุ้มแดงนั้นมีจุดเปลี่ยนหลักๆอยู่ 4 ที่ด้วยกัน ซึ่งเราจะไล่เรียงให้เพื่อนๆฟังกันไปทีละส่วนครับ และจุดแรกที่เราจะพูดถึงก็คือช่วงท้ายของเฟรมที่ได้รับการปรับรอยเชื่อมใหม่ให้ดูแน่นหนามากขึ้น ซึ่งเราคาดว่ามันจะถูกออกแบบมาเพื่อให้เสริมความแข็งแรงสำหรับรองรับกับพละกำลังอันมหาศาลของเครื่องยนต์ L4 ของพวกเค้า และประโยช์อีกอย่างนึงก็คือตัวเฟรมจะสามารถส่งความรู้สึกจากสวิงอาร์มหลังมาสู่นักแข่งได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ในขณะที่จุดต่อมาคือบริเวณด้านหน้าของชุดเฟรมที่ในตัวแข่ง GP18 นั้นจะมีการติดตั้งชุดเพลทเสริมเข้าไปใกล้ๆกับบริเวณแกนคอ ซึ่งถูกติดตั้งเข้ามาเพื่อเสริมความแข็งแรงให้กับเฟรมอีกทีหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันพวกเค้าก็สามารถถอดมันออกเพื่อปรับค่าความแข็งอ่อนของเฟรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์และความรู้สึกของนักแข่งได้ ซึ่งเทคโลยีนี้ทาง Suzuki และ Aprilia ได้นำมาใช้กับตัวแข่งของพวกเค้าได้ระยะหนึ่งแล้ว ด้านถังน้ำมันเองก็ได้รับการปรับเปลี่ยนตำแหน่งใหม่ให้ยื่นเข้าไปใกล้กับช่วงหน้าของตัวรถมากขึ้น และแน่นอนว่าตัวหม้อกรองอากาศเองก็ได้รับการปรับเปลี่ยนดีไซน์ไปด้วยตามๆกัน ซึ่งตรงจุดนี้เรายังไม่สามารถอธิบายได้ว่า Ducati ทำมันไปเพื่ออะไร นอกจากนี้ตำแหน่งเบาะนั่งก็ยังดูเหมือนว่ามันจะถูกขยับตำแหน่งให้สูงและเขยิบไปข้างหน้าตัวรถมากขึ้น ซึ่งนี่อาจจะเป็นการปรับปรุงเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการหักเลี้ยวไปพร้อมๆกับการย้ายจุดศูนย์ถ่วงตัวรถให้สามารถกดล้อหน้าไว้จากอาการหน้าเหินขณะเปิดคันเร่งอีกทางหนึ่ง ขอบคุณข้อมูลจาก Paddock-GP.com อ่านข่าว…
ในที่สุดทาง TVS ก็ได้เปิดตัวเจ้าฉลามน้อย 2018 TVS Apache RR 310 (BMW G310RR) ในแบบของโฉมขายจริงซักที กว่า 2 ปี ที่ทำได้แค่มีโฉมคอนเซปท์กับโฉมโปรโตไทป์ให้เห็นกันผ่านๆ อย่างที่เพื่อนๆหลายคนทราบกันดีว่าเจ้าสปอร์ต TVS Apache RR 310 คันนี้ถือกำเนิดโดยความร่วมมือระหว่าง TVS ที่จะได้รับหน้าที่เป็นฝ่ายผลิตในขณะที่ทาง BMW ก็ต้องรับผิดชอบในส่วนของการออกแบบและพัฒนา ส่งผลให้ทั้งเฟรมถัก, ระบบกันสะเทือนหัวกลับด้านหน้า และระบบกันสะเทือนโช้กเดี่ยวที่ด้านหลังจาก Kayaba, ชุดจานเบรกเดี่ยวขนาด 300 มิลลิเมตรกับเรเดียลเมาท์คาลิปเปอร์ 4 พอร์ท และจานเบรกหลัง 240 มิลลิเมตรกับคาลิปเปอร์เบรกสูบเดี่ยวพร้อมระบบ ABS Dual-Chanel (มีระบบกันล้อหลังยกมาให้ด้วย), ชุดล้ออัลลอย 5 ก้านรัดยาง Michelin Pilot Street Radial ขนาด 110/70-R17 ที่ด้านหน้ากับ 150/60-R17 ที่ด้านหลัง…
“ถ้า MotoGP ไม่มีผม มันก็คงเหมือน ฟุตบอลโลกไม่มีทีมชาติอิตาลี” นี่คือหนึ่งประโยคเด็ดที่อดีตแชมป์โลก 9 สมัยเอ่ยออกมาหลังจบการแข่งขันแรลลี่ครอส Monza Rally Show 2017 พร้อมกล่าวเสริมขึ้นมาอีกว่า “บอกตรงๆว่านี่ไม่ใช่ฤดูกาลที่ดี แต่เรายังมีศักยภาพ โดยที่มาของการเอ่ยประโยคนี้ของ Rossi นั้นเป็นก็เพราะว่าเค้าถูกสื่อรายนึงถามถึงอนาคตว่าเค้าจะรีไทร์จากการแข่งขันในเร็วๆนี้หรือไม่ ซึ่งทาง VR46 ก็ได้ตอบไว้ว่าเค้าค่อนข้างจะกลัวและกังวลกับเรื่องนี้พอสมควร แต่ใช่ว่าถ้าเค้าผละจากการแข่งขัน MotoGP นี้ไปแล้ว เค้าจะหันหลังให้กับกีฬามอเตอร์สปอร์ตไปซะทีเดียว พร้อมกล่าวเพิ่มอีกว่า “หากผมถอนตัวจากการแข่งขัน MotoGP ไปแล้ว ผมจะยังใช้เวลาต่อจากนั้นอีก 10 ปีไปกับการแข่งขันรถยนต์ประเภทต่างๆโดยเฉพาะแรลลี่ และ Lemans Endurance 24Hrs หรือการแข่งขันประเภทเซอร์กิตก็ยังน่าสนใจ” ถือว่าเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่เหล่าสาวกการแข่งขัน MotoGP โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแฟนๆ “พ่อหมอ” กำลังให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับการถอนตัวจากเวทีที่สร้างชื่อให้กับขวัญใจวัยดึกรายนี้ ซึ่งเราเองก็คงต้องเดากันต่อไปว่าอนาคตนับจากนี้ทาง Rossi จะตัดสินใจอย่างไรต่อไป หลังจากที่เค้ายังเหลือสัญญาอีกหนึ่งปีกับทาง Movistar Yamaha Factory Team…
ภาพที่เพื่อนๆกำลังเห็นอยู่ตอนนี้คือภาพของว่าที่แอดเวนเจอร์-ทัวร์ริ่งไบค์รุ่นใหม่จาก Benelli ซึ่งจอดอยู่หน้าโชว์รูมแห่งหนึ่งทั้งที่ยังไม่มีการแถลงข่าวเปิดตัวใดๆทั้งสิ้น ซึ่งเจ้ารถมอเตอร์ไซค์คันนี้จะทำตลาดในกลุ่มพิกัดไม่เกิน 300cc โดยใช้ชื่อในการทำตลาดว่า BJ300GS-A สำหรับประเทศจีน สำหรับพื้นฐานตัวรถของเจ้า BJ300GS-A คันนี้นั้น ทาง Benelli ได้ทำการหยิบเอาทั้งโครงถักและเครื่องยนต์สองสูบ 300cc 38 แรงม้าของแน็คเก็ทไบค์ BN302 มาติดตั้งกับชุดแฟริ่ง เบาะตอนเดียว กระเป๋าสามใบ ชุดระบบกันสะเทือนที่มีระยะยุบกว้างกว่าเดิมเพื่อให้รองรับกับการใช้งานในเชิงขับท่องเที่ยว โดยมีความเร็วสูงสุดที่คาดว่าจะอยู่ราวๆ 140 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งดูจะสมเหตุสมผลรวมของเหลวอยู่ที่สูงถึง 216 กิโลกรัมด้วยกัน อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ชื่อรุ่นของมันนั้นดูจะใกล้เคียงกับพี่ใหญ่ค่ายใบพัดสีฟ้าซะเหลือเกิน ทำให้เมื่อเจ้า BJ300GS-A ต้องออกไปทำตลาดในประเทศแถบยุโรปหรือเอเชียนอกเหนือจากประเทศจีน ทาง Benelli จะต้องเปลี่ยนแปลงชื่อมันซักหน่อย ซึ่งทางสื่อต้นทางได้ระบุไว้ว่าชื่อใหม่ของมันก็คือ TRK302 ซึ่งดูสอดคล้องกับโมเดลแนวเดียวกันอย่าง TRK502 และ TRK251 ที่เปิดตัวไปก่อนหน้า แม้ว่าหน้าตาของมันจะไม่เหมือนกับทั้งสองคันที่ว่ามาเลยโดยเฉพาะส่วนจงอยด้านหน้า ขอบคุณข้อมูลจาก Motorcycle-magazine.com อ่านข่าว Benelli เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ…
นับตั้งแต่เปิดตัวในโฉมคอนเซปท์ครั้งแรกเมื่อปี 2016 ในที่สุดก็ใกล้ได้เวลาเปิดตัวโฉมขายจริงกันซักทีกับ TVS Akula หรือชื่อขายจริงก็คือ “TVS Apache RR 310S” ซึ่งในวันนี้เราก็ได้ข้อมูลเกียวกับฟีเจอร์ต่างๆที่จะติดเจ้าฉลามน้อยนี้ออกมาจากโรงงานนอกเหนือจากสเปคเครื่องยนต์และเฟรมถักที่เป็นแบบเดียวกับของ BMW G310R และ BMW G310GS ให้เพื่อนๆได้ทราบกันครับ – สามารถเร่งจาก 0-60 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ภายใน 2.63 วินาที – ได้รับการติดตั้งชุดระบบกันสะเทือนหน้าหลังจาก Kayaba – มีโหมดการแสดงผลบนหน้าจอให้ปรับถึง 15 โหมด – เซ็ทจับเวลาต่อรอบได้ – มีระบบจับเวลาการทำความเร็วตั้งแต่ 0-ความเร็วสูงสุด พร้อมระบบแจ้งเตือนการทำความเร็วสูงสุด – ระยะทางจริง และระยะทริป – ระยะทางที่สามารถขับขี่ต่อไปได้เมื่อเทียบจากน้ำมันคงเหลือ – วัดอุณหภูมิสภาพอากาศภายนอก – ซิฟท์ไลท์ – ระบบแจ้งเตือนขาตั้ง (กรณีสตาร์ทรถแล้วลืมเอาขาตั้งข้างขึ้น) – ไฟผ่าหมาก…
อย่างที่ใครหลายคนทราบกันดีว่า Valentino Rossi นั้นเป็นคนที่หลงไหลในกีฬาประเภทมอเตอร์สปอร์ตอย่างมาก เพราะนอกจากการอยู่เป็นตำนานที่ยังทำการแข่งขันในเวที MotoGP แล้ว เค้ายังลงแข่งขันแรลลีครอส Monza Rally Show 2017 ที่พึ่งจบไปเมื่่อช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้อีกด้วย และผลหรือบทสรุปการแข่งขันดังกล่าวก็คือ Rossi สามารถคว้าแชมป์ได้แบบเกือบขาดลอยด้วยการทำเวลาต่ำกว่าอันดับสองอยู่ 5.7 วินาที แต่ตัวเลขเวลา 1 ชั่วโมง 24 นาที 55.9 วินาที เวลาที่เห็นอยู่ในตารางตอนนี้นั้นคือตัวเลขที่บวกเพิ่มอีก 10 วินาทีจากเวลาจริงๆที่ VR46 คนนี้สามารถกดได้ โดยสาเหตุของการถูกปรับเวลาครั้งนี้นั้นเป็นเพราะว่า “ความผิดพลาดโง่ๆ” (Rossi ให้สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษว่า “Stupid mistake”) จากการที่พวกเค้าถอดชุดไฟหน้าติดรถออกแล้วลืมช่างน้ำหนักรถก่อนแข่งขัน และผลปรากฏว่าน้ำหนักรวมของตัวแข่ง 2016 Ford Fiesta WRC ของเค้านั้นมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ไปถึง 6 กิโลกรัมด้วยกัน อ่านข่าวสาร MotoGP เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers…
จากกระแสที่ในปัจจุบันรัฐบาลทั่วโลกเริ่มบีบผู้ผลิตยานยนต์ต่างๆให้ยกเลิกการใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในเป็นขุมกำลังหลักของยานพาหนะ ทำให้พวกเค้าเหล่านั้นต้องเริ่มพัฒนาเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้ากันยกใหญ่ อย่างเช่นที่ BMW กำลังทำอยู่ในตอนนี้ โดยข้อมูลที่ทาง BMW ได้ปล่อยออกมาล่าสุดนั้นได้ระบุไว้ว่า ในตอนนี้พวกเค้าต้องใช้เม็ดเงินกว่า 200 ล้านยูโร หรือราวๆ 7,730 ล้านบาทสำหรับเปิดศูนย์วิจัยแบตเตอร์รี่แห่งใหม่ที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองมิวนิคประเทศเยอรมัน โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเซลแบตเตอร์รี่ให้กับยานพาหนะไฟฟ้าที่พวกเค้าวางแผนจะทำตลาดในอนาคต อย่างไรก็ตามทางผู้บริหาร BMW ก็ได้ระบุไว้ว่าในตอนนี้พวกเค้าได้เริ่มทำการวิจัยระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าสำหรับยานพาหนะมาจนถึงรุ่นที่ 5 แล้ว โดยจุดเด่นของระบบขับเคลื่อนดังกล่าวนั้นก็คือการที่มันสามารถผสมผสานชิ้นส่วนต่างๆอันได้แก่ แบตเตอร์รี่, มอเตอร์ไฟฟ้า, ระบบส่งกำลัง, และชุดควบคุม ไว้เป็ฯอันหนึ่งอันเดียวกันทั้งหมด ซึ่งเราจะได้เห็นมันถูกติดตั้งในรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในอนาคตอย่างน้อยก็ตอนปี 2021 ขอบคุณที่มา BMW อ่านข่าว BMW เพิ่มเติมได้ที่นี่ อ่านข่าว มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
ผ่านไปเกือบหนึ่งสัปดาห์เข้าให้แล้วสำหรับงาน Thailand International Motor Expo 2017 ซึ่งแน่นอนว่าคงมีใครสักคนในครอบครัวของคุณชักชวนกันพาไปชมรถมอเตอร์ไซค์ในงานเพื่อทำเรื่องขออนุมัติเกี่ยวกับการทำเรื่องซื้อขายรถที่เค้าหมายปองไว้ ดังนั้นในวันนี้เราจึงขอนำเสนอรถมอเตอร์ไซค์ที่มีราคาแพงที่สุด 5 อันดับจากงาน TIME2017 ให้ได้ทราบกันไว้ก่อน เผื่อว่าจะได้กำตังค์ไปถูกหากคุณเผลอยอมให้พวกเค้าสามารถซื้อรถคันเหล่านั้นได้ Ducati Panigale V4 “Speciale” 2018 Panigale V4 ถือเป็นหนึ่งในซุปเปอร์ไบค์ที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในช่วงเวลานี้ เนื่องจากความที่ว่ามันเป็นรถซุปเปอร์สปอร์ตโมเดลแรกที่ได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์ V4 แล้วทาง Ducati นำออกมาวางจำหน่ายแบบรถตลาดทั่วไป ไม่ได้จำกัดจำนวนการผลิตเพียง 1,500 คันทั่วโลกอย่างเช่นเจ้า Desmosedici ที่เคยเปิดตัวไปเมื่อปี 2007 นั่นจึงหมายความว่า ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นเจ้าของซุปเปอร์ไบค์ V4 จากค่ายแดงคันนี้ก็ได้ถ้าเงินถึง ซึ่งแม้ว่าเอาจริงๆแล้วในงาน TIME2017 ทาง Ducati จะไม่ได้ประกาศราคาที่ชัดเจนของเจ้า “Speciale” ไว้อย่างแน่ชัด แต่ทาง Ducati ก็ได้ชี้แจงว่าคุณสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ตั้งแต่ในงาน TIME2017 นี้เป็นต้นไป โดยติดต่อสอบถามได้กับทางดีลเลอร์ตัวแทนจำหน่าย และจากสัดส่วนราคาเมื่อเทียบกับของต่างประเทศแล้ว…
