Author: admin

อีกไม่กี่วันนับจากนี้ก็ใกล้จะถึงวันจัดงานมหกรรมยานยนต์ของประเทศญี่ปุ่น Tokyo Motor Show 2017 โดยตลอดเวลาช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาได้มีกระแสข่าวมากมายว่าเหล่าผู้ผลิตสัญชาติอาทิตย์อุทัยทั้งหลายนั้นจะนำเอารถมอเตอร์ไซค์และเทคโนโลยีใหม่ๆมาเปิดตัวกันชุดใหญ่ไม่แพ้ปีก่อนๆ ซึ่งเราก็จะขอไล่เรียงกันไปตามยี่ห้อให้เพื่อนๆได้ทราบกันในบทความนี้ ว่าจะมีรุ่นใดบ้างที่มีแนวโน้มจะเปิดตัวในช่วงกลางสัปดาห์ที่จะถึงนี้ (สำหรับรุ่นที่มีสัญลักษณ์ * นั้น คือรุ่นรถที่มีกระแสข่าวว่าจะเปิดตัวในงาน และยังไม่มีภาพใดๆออกมาจากทางค่ายทั้งสิ้น ส่วนรุ่นีท่ไม่มีนั้นเราทุกคนต่างก็เคยเห็นภาพแบบถ่ายในสตูดิโอกันมาหมดแล้ว เหลือแค่รอชมภาพจริงในวันงานเท่านั้น) Honda – 2018 Goldwing สุดยอดรถนักเดินทางร่างใหม่ ดีไซน์ทันสมัย – 2018 CB1300, CB1300 Bol d’Or ทั้งไฟกลม และ Half Fair ในคลาส 1300cc – 2018 CB400, CB400 Bol d’Or ทั้งไฟกลม และ Half Fair ในคลาส 400cc – 2018 Super Cub, Super Cub…

Read More

จบลงไปแล้วสำหรับการแข่งขันสนาม AustralianGP 2017 ที่เปิดสัปดาห์มาด้วยสภาพอากาศแปรปรวนตลอดเวลา ในขณะที่ลำดับผู้ถือคะแนนในตารางแชมป์โลกก็ติดกันจนยังต้องลุ้นทั้งๆที่เป็นสนามท้ายๆฤดูกาล โดยเปิดมาในช่วงเริ่มการแข่งขันเป็น Marc Marquez ที่สตาร์ทด้วยอันดับโพลโพซิชั่นตามด้วย Marverick Vinales, และ Johann Zarco ออกตัวตามกันมาในกริดที่ 2 และ 3 ส่วนผู้มีสิทธิ์คั่วแชมป์อีกคนอย่าง Dovisiozo จาก Ducati ต้องออกตัวแบบหืดขึ้นด้วยอันดับที่ 11 แต่สุดท้ายกลายเป็นไอ้หนูแจ็คแอส Jack Miller ที่เปิดหัวได้ดีในช่วง 2-3 รอบแรกขึ้นนำโดยอาศัยความเปนเจ้าถิ่น และหลังจากนั้นไม่นานก็กลายเป็นช่วงเวลาของเหล่า Yamaha Factory ทั้ง Rossi และ Vinales ที่บดกันไปมาแบบผสมโรงกับ Marquez, Zarco, และ Miller อยู่ไม่ห่าง หลังจากนั้นในช่วงไม่ถึง 10 รอบสุดท้ายกลุ่ม 5 นักบิดที่ตีรันฟันแทงกันอยู่มาตั้งแต่ต้น เริ่มมีการแทรกเข้ามาของ Iannone…

Read More

จากความเคลื่อนไหวที่ว่าเหล่าประเทศในกลุ่มยุโรปมีแผนแบนยานพาหนะสันดาปภายในทั้งหมดภายนับตั้งแต่ 2040 ทำให้เหล่าผู้ผลิตที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ต้องพากันปรับตัวกันยกใหญ่เพื่อรองรับมาตราการนี้ โดยเฉพาะกับทาง Volkswagen Group ที่ผู้บริหารสูงสุดได้ออกมาประกาศว่าพวกเค้าจะผลิตแต่ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวนับตั้งแต่ปี 2030 เป็นต้นไป ใช่แล้วครับการประกาศดังกล่าวของผู้บริหารนั้น ไม่ได้พูดถึงแค่เฉพาะรถยนต์ที่ผลิตภายใต้แบรนด์ Volkswagen เท่านั้น แต่หมายถึงยานพาหนะของทุกแบรนด์ที่อยู่ในเครือ ซึ่งรวมถึงยอดแบรนด์มอเตอร์ไซค์จากอิตาลี “Ducati” ที่เรารู้จักกันดีอีกด้วย สำหรับคำธิบายเพิ่มเติมที่เราพอจะอธิบายถึงแผนการคร่าวๆของ Volkswagen นั้นสามารถสรุปเป็นใจความได้ว่า แผนการนี้มีชื่อว่า “Roadmap E” ซึ่งเป้าหมายแรกของโครงการนี้ก็คือการเปิดตัวยานพาหนะไฟฟ้ากว่า 80 รุ่น ภายในช่วงระยะเวลานับตั้งแต่ตอนนี้ไปจนถึงปี 2025 โดยแบ่งเป็นรถไฟฟ้าแท้ๆ 50 รุ่น และแบบ Plug-In Hybrid อีก 20 รุ่น ก่อนที่จะนำองค์ความรู้ทั้งหมด ไปผลิตรถไฟฟ้าที่ดีกว่าสำหรับจำหน่ายในปี 2030 อย่างเต็มรูปแบบ ต้องบอกก่อนนะครับว่าในบทความแผน “Roadmap E” ดังกล่าวนั้นไม่ได้มีการพูดถึงแบรนด์ Ducati แม้แต่น้อย แต่ด้วยความที่ว่าผู้บริหาร Volkswagen Group…

Read More

จากความเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ที่ว่าเราได้นำภาพแผนการเปิดตัวโมเดลใหม่ๆของ Suzuki สำหรับปี 2018 ซึ่งมีทั้ง GSX-R300 และ GSX-S300 ที่ได้รับความสนใจจากเพื่อนๆเป็นอย่างมาก แต่ดูเหมือนว่าเราจะลืมพูดถึงอีกหนึ่งโมเดลที่ถูกห้อยป้ายด้านหลังว่า “New” เหมือนสองโมเดลข้างต้นไปซะงั้นนั่นก็คือ GSX-700T เนื่องจากเรายังไม่มีข้อมูลใดๆมาอธิบายได้ว่ามันคือโมเดลหน้าตาแบบใดกันแน่ในตอนนั้น และในที่สุดเมื่อวันก่อนเราก็ได้ข้อมูลจากสื่อญี่ปุ่นได้ให้คำอธิบายไว้ว่าอักษรตัวท้าย “T” ที่ห้อยอยู่ด้านหลังชื่อรุ่น GSX-700 นั้นหมายถึงระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ ซึ่งมันมีความเป็นไปได้สูงอย่างมากว่าตัวรถมอเตอร์ไซค์รุ่นดังกล่าวจะได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์ “XE-7” ที่เป็นแบบ 2 สูบเรียงติดตั้งเทอร์โบชาร์จ ส่วนความจุแม้ไม่ได้มีการระบุไว้ตั้งแต่ตอนเปิดตัวเมื่อปี 2015 ก็ดูเหมือนว่ามันจะถูกอกแบบไว้ที่ราวๆ 600cc (คาดว่าทาง Suzuki อาจจะปรับความจุให้เพิ่มขึ้นจนใกล้ 700cc ถึงได้ตั้งชื่อรุ่นรถด้วยตัวเลข 700) โดยภาพที่เพื่อนๆกำลังเห็นอยู่ตอนนี้ ทางสื่อรายดังกล่าวก็ได้ให้ข้อมูลไว้ว่านี่คือภาพในเอกสารสิทธิบัตรซึ่งเผยให้เห็นว่าตัว GSX-700 นั้น จะถูกเปลี่ยนชุดโครงสร้างหลักตัวรถให้เป็นแบบโครงเหล็กถักแทนที่จะเป็นแบบโครงอลูมิเนียมหล่อ ซึ่งแบบโครงถักนั้นจะให้ประโยชน์ในเรื่องของเนื้อที่การจัดวางระบบอัดอากาศที่มากับเครื่องได้ดีกว่านั่นเอง ขอบคุณข้อมูลจาก Autoby.jp อ่านข่าวสาร Suzuki เพิ่มเติมที่ได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival…

Read More

หากพูดถึงการเซ็ทอัพระบบกันสะเทือน สิ่งแรกๆที่เพื่อนมักจะนึกถึงกันก่อนเลยก็คือ การปรับค่าความแข็ง/อ่อนของสปริง ซึ่งนี่ถือว่ายังเปนแค่จุดเริ่มต้นหรืออาจจะเป็นจุดๆเดียวเท่านั้นที่เราพอจะปรับตั้งได้จากสปริงเดิมๆติดรถของเรา แต่ถ้าหากเพื่อนๆเลือกขยับไปเล่นพวกโช้กแต่งขึ้นมาแล้วล่ะก็ สิ่งที่เพื่อนๆจะได้ยินเพิ่มขึ้นมาอีกก็คือ ค่ารีบาวน์ ที่ใช้ตั้งความไวในการคืนตัวของโช้ก และ ค่าคอมเพรสชั่น หรือก็คือค่าที่ใช้ตั้งความไวในการยุบตัวของโช้ก ซึ่งเราจะขออธิบายกันในบทความนี้โดยอ้างอิงจากคลิปของทาง MotoGP ที่เพื่อนๆกำลังเห็นในตอนนี้ว่าผลจากการปรับค่าต่างๆที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไปนั้นจะเป็นอย่างไรกันบ้าง มาเริ่มกันเลยครับ (ในคลิปนี้จะเป็นการอธิบายถึงตัวโช้กหลังเท่านั้นนะครับ ยังไม่รวมถึงโช้กหน้าที่จะให้ผลต่างออกไปอีกนิดนึง ซึ่งเราคาดว่าทาง MotoGP จะปล่อยออกมาในภายหลัง) เริ่มจากเรื่องแรกนั่นก็คือการเซ็ทค่าความแข็งของสปริงซึ่งเราก็จะแบ่งได้เป็นสองแบบนั่นก็คือ แข็ง และ อ่อน โดยถ้าหากเราเซ็ทสปริงให้แข็งเกินไปนั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับตัวรถตอนขับขี่ก็คือ สปริงจะไม่สามารถซับแรงกระเทือนที่เกิดขึ้นได้หมดจด และส่งแรงทุกอย่างที่เกิดขึ้นไปกระทำกับยางแทน จนสุดท้ายยางก็จะหมดไวกว่าปกติเพราะการกระเด้งกระดอนของตัวรถจนเกิดจังหวะแรงกระทำไม่สมดุลกับหน้ายาง ในขณะที่ถ้าหากว่าเพื่อนๆเซ็ทสปริงไว้อ่อนเกินไป สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ แม้ว่าตัวสปริงจะสามารถซับแรงกระเทือนได้หมด แต่น้ำหนักของทั้งตัวผู้ขับและตัวรถจะตกลงมาที่ล้อหลังมากเกินไป ซึ่งแน่นอนว่าหน้ายางก็จะหมดไวขึ้นอีกเช่นกัน มาที่การปรับค่า รีบาวน์ และ คอมเพรสชั่น กันบ้าง ซึ่งเราได้กล่าวไปแล้วว่าการปรับค่าทั้งสองอย่างนี้จะหมายถึงการปรับความไวของการยืดยุบของโช้ค โดยหลักการทำงานตัวปรับค่าดังกล่าวนี้ ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆก็ก็อ ปรับขนาดรูวาล์วน้ำมันด้านในของตัวกระบอกโช้กให้กว้างแคบตามแต่ผู้ใช้จะต้องการ โดยถ้าหากว่าเราปรับค่าทั้งรีบาวน์และคอมเพรสชั่นให้ไวเกินไป (รูน้ำมันกว้างจนน้ำมันสามารถถ่ายเทไปมาภายในกระบอกได้สะดวกเกิน) สิ่งที่จะเกิดขึ้นโดยพื้นฐานก็คล้ายๆกับตอนตั้งสปริงอ่อน แต่อาการที่เพิ่มขึ้นมาก็คือจังหวะการขึ้นลงจะไม่เสถียรหรือเกิดอาการย้วยขึ้นๆลงๆ จนเกิดอาการท้ายดีด ข้ามมาที่การปรับค่าทั้งรีบาวน์และคอมเพรสชั่นให้หนืด (ปรับรู้น้ำมันแคบ)…

Read More

จากยอดขายที่กำลังโตขึ้นเรื่อยๆจนทะลุ 3000 คันของโมโตครอสไฟฟ้าหนึ่งเดียวของทางค่ายอย่าง 2018 Freeride E-XC ทำให้ทาง KTM พร้อมเปิดตัวรุ่นอัพเกรดหรือเวอร์ชั่นที่ 2 ของมันขึ้นจนได้เพื่อใช้ทำตลาดต่อไปในปี 2018 ซึ่งเราเชื่อมันจะต้องดึงดูดสายโหดกระโดดเข้าป่าให้หันมาสนใจเจ้านี่ได้มากขึ้นอย่างแน่นอน สำหรับการปรับปรุงหลักๆของ 2018 KTM Freeride E-XC รุ่นสองนั้นจะเน้นไปที่การปรับปรุงมอเตอร์ไฟฟ้าใหม่ให้สามารถปั่นแรงบิดได้สูงสุดถึง 42 นิวตันเมตร (เทียบเท่ากับโมโตครอสสองจังหวะ 250cc) ส่วนแรงม้าสูงสุดก็อยู่ที่ 24.5 ตัว และสามารถปรับลดลงให้เหลือเพียง 12 แรงม้าได้ เพื่อให้เหมาะกับมือใหม่ที่ยังไม่บรรลุใบขับขี่ระดับ A1 ในขณะที่การดูและรักษาระบบมอเตอร์นี้ก็มีแค่การวัดระดับน้ำหล่อเย็นกับเปลี่ยนน้ำมันหล่อเฟืองเกียร์ทุกๆ 50 ชั่วโมงของการขับขี่เท่านั้น ระบบแบตเตอรี่ลูกใหม่ถูกขยายความจุไฟให้มากขึ้นกว่าเวอร์ชั่นก่อนหน้าอีก 50% ทำให้ผู้ใช้สามารถขับขี่เจ้าโมโตครอสไฟฟ้าคันนี้ได้นานสูงสุดถึง 90 นาที ขึ้นอยู่กับความหนักของข้อมือ (อันที่จริง KTM มี Engine Map มาให้ 3 ระดับอยู่แล้ว) และถ้าหากผู้ใช้มีจังหวะเบรกมากพอ ตัวรถก็สามารถใช้แรงเฉื่อยขณะนั้นสร้างกระแสไฟเพื่อชาร์จกลับจากส่วนนี้ได้ จนยืดเวลาการขับขี่ได้เป็น…

Read More

เปิดตัวออกมาจนได้กับ 2018 Honda Super Cub ซึ่งเปิดออกมาก่อนเผยตัวจริงในงาน Tokyo Motor Show 2017 ซึ่งได้ทำการอัพเดทรูปลักษณ์ของตำนานรถแม่บ้านรุ่นนี้ใหม่ มาพร้อมรายละเอียดตัวรถต่างๆนั้นถือว่าเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีสมัยใหม่กับดีไซน์โค้งมนอันที่เป็นตำนานมาตั้งแต่เริ่มต้นไว้ได้อย่างลงตัว โดยในส่วนของดีไซน์โดยรวมของตัวรถ Super Cub C110 นั้น อย่างที่เราได้กล่าวไปข้างต้นว่า Honda ยังคงรักษาเส้นสายเดิมๆไว้ได้ทั้งหมด ในขณะที่ชุดระบบไฟหลักๆอย่างเช่นโคมไฟหน้านั้นถูกปรับให้เป็นแบบโคม LED แยกโซนบนล่างตามสมัยนิยมเป็นที่เรียบร้อย แต่ในขณะเดียวกันทั้งชุดโคมไฟเลี้ยว และไฟท้ายยังใช้ดีไซน์เดิมๆที่มีมาตั้งแต่รุ่นแรก ตัวเบาะถูกตัดให้เป็นตอนเดียวสำหรับผู้ขับ ส่วนที่นั่งด้านหลังถูกปรับเป็นตะแกรงเหล็กสำหรับบรรทุกสัมภาระ (คาดว่าจะมีออพชั่นเบาะตอนยาวให้กับลูกค้าที่อยากเอาใจสาวซ้อนในภายหลัง) ในขณะที่เครื่องยนต์พิกัด 109cc ที่เป็นพื้นฐานเดียวกันกับ Honda Dream Super Cub ในบ้านเรานั้นก็ได้รับการปรับปรุงชุดใหญ่เพื่อรองรับมาตรฐานมลพิษที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ทั้งการลดแรงเสียดทานภายในเสื้อสูบ, เปลี่ยนชุดลูกปืนใหม่ให้ลื่นไหลกว่าเดิม, ปรับปรุงระบบไหลเวียนน้ำมันเครื่องใหม่, ปรับปรุงระบบเกียร์ให้นุ่มนวลยิ่งขึ้น, ระบบท่อไอเสียแบบใหม่, เพิ่มขนาดชุดโซ่ขับเพื่อยืดอายุการใช้งาน และอีกมากมาย นอกจากนี้ยังพิเศษสุดๆด้วยโมเดลย่อยรุ่นใหม่ที่ใช้ชื่อในการทำตลาดว่า Super Cub Pro (ที่ก่อนหน้านี้หลายๆคนคาดว่าจะเปิดตัวในชื่อ Super Cub Cross) ซึ่งมาพร้อมกับชุดบอดี้พาร์ทแบบใหม่ที่ออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานแบบลุยๆมากขึ้นตามข้อมูลก่อนหน้านี้…

Read More

Zero Motorcycle บริษัทผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอันดับต้นๆของโลก เปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ในเครือรุ่นอัพเกรดประจำปี 2018 ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพที่สูงขึ้นกว่าเดิมทั้งพละกำลังที่สูงขึ้น, ระยะทางการขับขี่ไกลยิ่งขึ้น, และระยะเวลาในการประจุไฟเข้าตัวแบตลดลงถึง 6 เท่าจากของเดิมที่มีใช้ในปัจจุบัน โดยเทคโนโลยีตั้งต้นที่ส่งผลให้ประสิทธิภาพทั้ง 3 อย่างที่เรากล่าวไปดีขึ้นกว่าแต่ก่อนได้ขนาดนี้ก็เป็นเพราะว่า ชุดแบตเตอรี่ลูกใหม่ที่ทางวิศวกรของ Zero ได้พัฒนาขึ้นมาโดยใช้ชื่อแพลตฟอร์มว่า Z-Force® อันประกอบด้วยแบตเตอรี่ทั้งหมด 3 ขนาดด้วยกัน ได้แก่ ZF14.4, ZF7.2 และ ZF3.6 ซึ่งในส่วนของแบตเตอรรี่ลูกใหญ่สุดนั้นสามารถจ่ายกำลังได้ถึง 18 กิโลวัตต์/ชั่วโมง สามารถชาร์จไฟเต็มด้วยระยะเวลาเพียง 2 ชั่วโมง (ในกรณีที่ใช้แท่นชาร์จขนาด 6 กิโลวัตต์/ชั่วโมงซึ่งพัฒนามาใหม่เท่านั้น) และรองรับการใช้งานได้เป็ฯระยะทางกว่า 358 กิโลเมตรเลยทีเดียว (เรียกได้ว่าเทียบเท่ากับระยะทางที่รถมอเตอร์ไซค์เครื่องยนต์สันดาปในปัจจุบันสามารถทำได้ด้วยน้ำมันจุเต็มถังหนึ่งใบเลยทีเดียว) ในขณะที่โมเดลที่จะทำตลาดต่อในปี 2018 ก็มีอยู่ทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ Zero S, SR, DS, และ DSR…

Read More

Akraprovic สุดยอดผู้ผลิตท่อไอเสียจากสโลวีเนีย ได้ทำการเปิดตัวคัสตอมไบค์รุ่นพิเศษที่พวกเค้าได้ทำการออกแบบและสร้างขึ้นมาด้วยเทคโนโลยีเฉพาะของทางค่ายจนกลายเป็นเจ้า “Full Moon” คันนี้ โดยหัวใจหรือขุมกำลังหลักของเจ้า Full Moon นั้นด้วยความที่ทาง Akraprovic อยากให้รูปทรงพื้นฐานของตัวรถเป็นแบบคัสตอมครุยเซอร์ ดังนั้นมันจึงหนีไม่พ้นเครื่องยนต์แบบ V-Twin ที่มีความจุใหญ่ยักษ์ถึง 1,524cc และที่พิเศษสุดๆเลยก็คือตัวท่อไอเสียของมันนั้นเป็นแบบ Build-In หรือฝังอยู่ในโครงรถแล้วลากยาวผ่านแผ่นข้างตัวรถออกไป ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจอะไรมากมายนักเพราะบริษัททำท่อชื่อดังเป็นผู้ออกแบบเอง นอกจากนี้ตัวชุดล้อหน้าเองก็ยังโดดเด่นสะดุดตาด้วยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางดว้างถึง 30 นิ้ว ผลิตขึ้นจากวัสดุคาร์บอนทั้งชิ้น ติดตั้งจานเบรกแบบยึดกับขอบล้อค้ลายๆกับของ Erik Buell, ชุดแฮนด์บาร์ออกแบบพิเศษให้เป็นแบบซ่อนสายควบคุมต่างๆไว้ข้างใน ทั้งคันเร่ง คลัชท์และเบรก ซึ่งดูเนียนตาล้ำสมัยแต่ใช้งานได้จริง, ส่วนชุดไฟส่องสว่างที่เป็นแถบ LED ก็ย้ายตำแหน่งไปไว้บริเวณพักเท้าด้านข้าง ในขณะที่ชุดแถบไป LED ด้านหลัง ก็วางยาวเหนือแนวปลายท่อ ขอบคุณข้อมูลจาก Industrytap.com อ่านข่าว Akrapovic เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival

Read More

วันนี้เราจะขอพาเพื่อนๆไปพบกับรถมอเตอร์ไซค์รุ่นพิเศษจากดินแดนวอดก้าอย่างรัสเซียกันบ้าง ซึ่งนั่นก็คือเจ้า Ural Baikal รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างสีน้ำเงินกรมท่าคันนี้ โดยจุดเด่นแรกของ Ural Baikal ก็คือระบบขับเคลื่อนของเจ้านี่ที่ผู้ขับขี่สามารถปรับเป็นแบบ 2 ล้อระหว่างล้อหลังและล้อข้าง ส่วนตัวเครื่องยนต์เองก็เป็นแบบ 2 สูบนอน 2 วาล์วต่อสูบขนาดความจุ 749cc พละกำลังสูงสุดแตะ 41 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที ในชณะที่แรงบิดก็ให้มาที่ 57 นิวตันเมตรด้วยรอบต่ำเพียง 4,300 รอบ/นาทีเท่านั้น ระบบส่งกำลังเป็นแบบแมนวลคลัชท์ เกียร์เดินหน้า 4 สปีด เดินหลังอีก 1 สปีด ส่งกำลังไปยังล้อหลังและล้อข้างด้วยเพลาขับซึ่งทนทานและเหมาะกับสภาพภูมิประเทศในประเทศบ้านเกิดอย่างรัสเซียเป็นไหนๆ ความพิเศษอื่นๆนั้น  Ural Baikal มันถูกสร้างมาเพื่อเน้นการใช้งานในสภาพอากาศและสภาพภูมิประเทศสุดหฤโหดเป็นหลัก ดังนั้นของเสริมติดรถทั้งหลายจึงค่อนข้างหนักไปทางอุปกรณ์ฉุกเฉินซะส่วนใหญ่ ยกตัวอย่างเช่น ไม้ขีดไฟดับยาก, ขวานทำจากเหล็กคาร์บอนสูงผลิตโดย Gerber, ลำโพงบลูทูธทนแดดทนฝนจาก Braven, ไฟฉายฉุกเฉินพร้อมที่เปิดขวดและขวดน้ำแสตนเลสขนาด 10 ออนซ์, และปิดท้ายด้วยยางสำรองอีก 1…

Read More