สายความเร็วมีหนาว! หลังจากปล่อยให้ใช้เทคโนโลยีนี้กันมานาน จนทำความเร็วกันดุเดือดเลือดพล่าน ล่าสุด ทีมแข่ง MotoGP บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการ “แบน” อุปกรณ์ปรับความสูงรถ (Ride-Height Devices) ในช่วงออกสตาร์ตการแข่งขันแล้ว! โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ทันทีหลังจบช่วงพักครึ่งฤดูกาล (Summer Break) นี้
💥 ทำไมอยู่ๆ ถึงสั่งแบน?
ชนวนเหตุมาจากความเดือดในโค้งแรกช่วงต้นฤดูกาล โดยเฉพาะอุบัติเหตุรุนแรงในศึก Catalan GP ที่ โยฮันน์ ซาร์โก (Johann Zarco) นักบิดทีม LCR Honda ชนเกี่ยวรวมกับ บันยายา และ มารินี จนซาร์โกเจ็บหนักที่เข่าและข้อเท้า ต้องพักยาวและรอผ่าตัด รวมถึงเคสของ อเล็กซ์ มาร์เกซ ที่ชนกับ เปโดร อคอสต้า จนธงแดงว่อน
แจ็ค มิลเลอร์ (Jack Miller) นักบิดสายห้าวจากทีม Pramac ออกมาฉะระบบนี้ตรงๆ ว่า:
“ผมพูดมาตลอดว่าไอ้อุปกรณ์ปรับความสูงรถนี่แหละตัวทำโค้งแรกโกลาหล! พอมันมีเหมือนกันหมด ทุกคนก็พุ่งมาถึงโค้งแรกพร้อมกัน แล้วต้องเบรกหนักแบบบ้าคลั่งเพื่อปลดล็อกโช้คหน้า-หลังให้ตัวรถยกกลับมา จังหวะเบรกมันเลยไม่แน่นอน รถคันหน้าเดี๋ยวห่างเดี๋ยวชิด อุบัติเหตุของซาร์โกก็เพราะระบบนี้ล้วนๆ!”
🛠️ กฎใหม่มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง?
เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของนักแข่ง MotoGP เลยจัดยาแรง ปรับกฎ 2 ข้อใหญ่ๆ:
- ถอยห่างกันสักนิด (เริ่มใช้รายการ German GP): จะมีการขยายระยะห่างระหว่างแถวบนกริดสตาร์ตเพิ่มขึ้นอีก 3 เมตร เพื่อให้รถกระจายตัว ไม่ไปรุมกระจุกกันตรงจุดเอเปก (Apex) ของโค้งแรก
- แบนระบบยกรถตอนสตาร์ต (เริ่มใช้รายการ British GP ที่ Silverstone): ห้ามเปิดระบบกดความสูงรถตอนออกสตาร์ตเด็ดขาด! แต่… ยังอนุญาตให้กดใช้ในระหว่างซิ่งบนแทร็กหลังจากนั้นได้ (ถือเป็นการชิมลางก่อนสั่งแบนระบบนี้ถาวรในปี 2027)
อ่านข่าว MotoGP เพิ่มเติมได้ที่นี่

