วิศวกรบ้าระห่ำ Graham Sykes ได้ออกแบบสุดยอดมอเตอร์ไซค์พลังไอน้ำ ทำTop speed ได้ถึง 290km/h ที่ Elvington Speed Week เจ้าตัวยังบอกอีกว่า “รถมันไปได้อีก”
Sykes ทําความเร็วได้ 263.6km/h ในเวลาเพียง 3.87 วินาทีใน 201เมตร ทําลายสถิติความเร็วโลกสําหรับรถจักรยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไอน้ำ และยังโม้อีกว่า นี่ยังไม่สุดนะ! สถิติก่อนหน้านี้สร้างโดยนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน Bill Barnes ซึ่งทําความเร็วได้ 129.6km/h ในปี 2014 โดยผู้ทำลายสถิติ ใช้การออกแบบด้วยแรงขับ (Thrust) ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าหรือในทิศทางที่ต้องการ เช่น เครื่องเจ็ต, ใบพัด หรือ จรวด
ผมไม่ต้องการเอาเครดิตจาก Bill Barnes เพราะสถิติโลก 129.6km/h นั้นยอดเยี่ยมมาก
Graham Sykes
แต่เขาเสริมว่า “ยิ่งมีชิ้นส่วนเคลื่อนไหว ยิ่งสิ้นเปลืองพลังงาน แต่เทคโนโลยีของเราไม่มีภาระแฝงเหล่านั้นมาคอยบั่นทอนกำลังเลยแม้แต่น้อย”

แรงต้นจัดจ้าน
แทนที่จะใช้มอเตอร์ในการหมุนล้อ เจ้า “Force of Nature” คันนี้กลับใช้พลังงานความร้อนแฝง จากน้ำที่มีความร้อนสูงและแรงดันสูง ซึ่งจะถูกปลดปล่อยผ่านหัวฉีด น้ำเหล่านี้จะระเบิดตัวกลายเป็นไอน้ำ สร้างแรงผลักมหาศาลดันรถให้พุ่งทะยานไปข้างหน้า
กระบวนการเตรียมพร้อมเริ่มที่ “แท่นชาร์จความร้อน” ซึ่งติดตั้งหัวเผาขนาดเล็กกำลัง 20kW โดยใช้เชื้อเพลิงเป็นน้ำมันพืชที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจน ก๊าซร้อนจากหัวเผาจะถูกส่งผ่านท่อร่วม เข้าสู่ท่อความร้อน 6 ท่อที่มีการติดตั้ง Turbulators (อุปกรณ์ช่วยหมุนวนอากาศเพื่อเพิ่มการถ่ายเทความร้อน) ท่อเหล่านี้จะวิ่งผ่านถังแรงดัน ที่บรรจุน้ำไว้ 100 ลิตร ทำให้น้ำมีอุณหภูมิสูงถึง 250 องศาเซลเซียส และมีแรงดันมหาศาลถึง 40 บาร์ (580 psi)
เมื่อต้มน้ำได้ที่แล้ว รถจะถูกเข็นออกจากแท่นไปยังจุดสตาร์ท Sykes จะขึ้นคร่อมรถ เปิดวาล์วนิรภัย และเตรียมตัวออกตัว เมื่อพร้อม เขาจะกดปุ่มเพื่อปลดล็อกวาล์วชุดที่สอง น้ำแรงดันสูงจะพุ่งด้วยความเร็วระดับ Mach 1.1 ที่เร็วกว่าเสียง ผ่านหัวฉีดแบบ de Laval สองหัว กลายเป็นไอน้ำพุ่งออกมาและสร้างแรงขับเคลื่อนอันมหาศาล
“มันเร้าใจสุดๆ ครับ” Sykes กล่าว “แต่ก็แอบหวั่นๆ นิดหน่อยก่อนที่จะกดปุ่ม เพราะเรากำลังเจอกับแรงกระชากระดับ 3.5G ดังนั้นมันต้องใช้สมาธิสูงมาก”
“แต่ตัวรถเองควบคุมได้ง่ายมากครับ เพราะจุดศูนย์ถ่วงมันต่ำและฐานล้อยาว สิ่งที่คุณต้องทำก็แค่เอียงศีรษะไปซ้ายหรือขวา แล้วรถมันก็จะเลี้ยวไปตามทิศทางนั้นเอง”
ไปถึง Full speed
เจ้า Force of Nature อาจจะเป็นอะไรได้หลายอย่าง แต่ที่แน่ๆ มันไม่ใช่รถที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน เพราะมันต้องใช้เวลาอุ่นเครื่องบนแท่นนานถึง 4 ชั่วโมง จึงไม่เหมาะแน่ๆ ถ้าจะขี่ไปซื้อของปากซอย และดูทรงแล้ว ความสำเร็จของ Sykes ก็คงไม่ได้จูงใจให้ใครแห่กันมาสร้างรถแบบนี้ตามเท่าไหร่นัก
“ตอนผมเริ่มโปรเจกต์นี้ ผมคิดว่ามันน่าจะหมูๆ นะ ก็แค่ถังแรงดัน วาล์ว ท่อทางออก แล้วก็หัวฉีด” เขากล่าว “แต่กลายเป็นว่า นี่มันเป็นโปรเจกต์ที่หินที่สุดเท่าที่ผมเคยทำมาเลย”

ตอนนี้ทีมงาน ซึ่งรวมถึง Diane ภรรยาของ Sykes ที่รับหน้าที่ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและจัดซื้อ ได้ตั้งเป้าหมายใหม่ในการรีดพลังแฝงอีก 58% ที่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ เพื่อทำลายสถิติของตัวเอง ด้วยการเป็นรถจักรยานยนต์พลังไอน้ำที่เร็วที่สุดในโลก และทำความเร็วทะลุ 320km/h ในระยะทางควอเตอร์ไมล์ (ประมาณ 201 เมตร)

