fbpx

รีวิว 2019 Honda CBR250RR ครั้งแรกในไทย สปอร์ตไลท์เวท หล่อสุด กระแสแรงสุด ขณะนี้

0

เรียกได้ว่าเพิ่งเปิดตัวกันไปหมาดๆ ในงาน BIMS2019 กับรถสปอร์ตที่คนไทยรอคอยกันมานานที่สุดรุ่นหนึ่ง นั่นก็คือ Honda CBR250RR และหลังจากเปิดตัวกันไปไม่นาน ทางทีมงาน MotoRival เราได้รับเกียรติจาก A.P.Honda รับรถมาทดสอบเป็นเจ้าแรกๆของไทย ดังนั้น ในวันนี้ เราจึงขอพาทุกท่านมาพบกับ รีวิว 2019 Honda CBR250RR ที่ถือได้ว่าเป็นรถสปอร์ตไลท์เวทที่ กระแสแรงที่สุดในขณะนี้

Review-2019-Honda-CBR250RR_26ก่อนอื่นเลยเรามาพูดถึงรูปลักษณ์ภายนอกของ 2019 Honda CBR250RR กันก่อน

Review-2019-Honda-CBR250RR-F-R
CBR250RR ถือเป็นรหัส RR (Racing Replica) เพราะฉะนั้น มันจะมีภาพลักษณ์ที่ดูสปอร์ตชัดเจนมากกว่า รหัส R อย่าง CBR150R, CBR300R, CBR500R, CBR650R

Review-2019-Honda-CBR250RR-Headlamp
เริ่มตั้งแต่ชุดไฟหน้าแบบ LED ซึ่งเป็น Dual Layer อันเป็นเอกลักษณ์ ของรหัส 250RR ซึ่งสเป็กจำหน่ายไทยเราเป็นญี่ปุ่น
ตำแหน่งไฟ Position Light ทางคู่บน และ ไฟต่ำ คู่ล่าง สว่างพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง ไฟสูงจะอยู่ถัดมาด้านข้างจากไฟต่ำ

2019-honda-cbr250rr-bims-2019-22
ชุดไฟเลี้ยวแบบแท่งรูปทรงเดียวกับไฟเลี้ยว CBR650R, CBR500R ตำแหน่งยื่นออกมาจากชุด Cowling หน้า (ถ้าเป็นอินโด สเป็กไฟเลี้ยวจะฝังอยู่ในโคม Position Light)

Review-2019-Honda-CBR250RR_20
ไฟท้ายก็เป็นไฟ LED แบบ Dual Layer เช่นกัน โดยด้านล่างเป็นไฟเบรก

Review-2019-Honda-CBR250RR_11
ชุดขายึดทะเบียนสามารถถอดทำท้ายสั้นได้ ตามรูปแบบของรถ Sport Bike ยุคใหม่ๆ

Review-2019-Honda-CBR250RR_04
บั้นท้าย มีช่องรีดอากาศ (Air Duct) เช่นเดียวกัน

Review-2019-Honda-CBR250RR_15ซึ่งชุดท้ายนี้ถือได้ว่ามีความคลับคล้ายกับ Ducati Panigale เป็นอย่างมาก

Review-2019-Honda-CBR250RR_07
ถัดมาคือตัวกระแฟริ่งด้านข้าง ซึ่งมีจุดเด่นในสไตล์รถแบบ MotoGP นั่นก็คือ มี Winglet ติดตั้งที่บริเวณด้านข้างแฟริ่งช่วงอก ทั้ง 2 ฝั่ง

Review-2019-Honda-CBR250RR_02
ในขณะที่ชุดแฟริ่งด้านข้างดูมีความสวยงามตามท้องเรื่อง พร้อมดีไซน์ช่อง Air duct ตามจุดต่างๆ

Review-2019-Honda-CBR250RR_17
เพิ่มลูกเล่นด้วยการแซมลวดลายเคฟล่า

Review-2019-Honda-CBR250RR_12
แฟริ่งด้านข้างมีสติกเกอร์ 250RR บ่งบอกรุ่นรหัส

Review-2019-Honda-CBR250RR_22
ขณะที่ชิ้นพลาสติกใต้ถังน้ำมัน มีสติกเกอร์แปะ Throttle by Wire (คันเร่งไฟฟ้า)

Review-2019-Honda-CBR250RR_23
ตัวถังน้ำมันขนาดความจุ 14.5 ลิตร มาพร้อมชุดครอบถังที่ดูมอบความสปอร์ต และเพิ่มดูเพิ่มเส้นสายให้มีมิติมากยิ่งขึ้น

Review-2019-Honda-CBR250RR-Frame
ชุดเฟรมเป็นแบบ Pentagon Truss Frame หรือโครงเหล็กถัก ออกแบบด้วยเทคโนโลยี CAE (Computer Aided Engineering) ซึ่งมีข้อดีในเรื่องของความแข็งแรง แต่เบา
นอกจากนี้เฟรมฝั่งขวามีแปะสติกเกอร์ Made In Japan บอกว่านำเข้า CBU ทั้งคัน

Review-2019-Honda-CBR250RR_18
สวิงอาร์มอะลูมิเนียมใช้เทคนิคการหล่อขึ้นรูปแบบ GDC (Gravity Die Casting) แข็งแรง น้ำหนักเบา

Review-2019-Honda-CBR250RR_21
เช่นเดียวกับล้ออลูมีเนียม Enkei 7 ซี่ ก็ขึ้นรูปแบบ GDC เช่นกัน

Review-2019-Honda-CBR250RR_13
ท่อไอเสียเป็นแบบออกข้าง ดีไซน์ทรงเหลี่ยมออกคู่ ลักษณะคล้ายปืน Shotgun ดูเท่ ไม่เบา

Review-2019-Honda-CBR250RR_05
Honda ยังทิ้งลูกเล่นความเป็น Sport Replica เพิ่มเติม ด้วยการลดน้ำหนัก พักเท้าหลัง ด้วยวิธีการเซาะร่อง

Review-2019-Honda-CBR250RR-Dashboard
หน้าจอมาตรวัด Full Digital LCD Black Light แสดง interface ได้ 2 แบบ ในแบบทั่วไป และ Race ซึ่งจะเน้นเรื่องการจับเวลา Lap Time (ปรับรูปแบบโดยกดปุ่ม Set + Select)

ข้อมูลแสดงผลตรงกลาง ประกอบไปด้วย ความเร็วเป็นตัวเลขตรงกลาง, วัดรอบแบบแถบกวาด Redline 14,000-16,000rpm มีเลขบอกตำแหน่งเกียร์, Riding Mode, Odo, Trip A/B, อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย/Realtime, น้ำมันที่ใช้ไปในแต่ละทริป, มีไฟ Shift Light ทางด้านบนเป็นแสงสีขาว
ซึ่งลูกเล่นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการ ปรับตั้งค่า Shift Light ได้, ตั้งค่าความสว่าง Shift Light, เลือกช่วงรอบเครื่องที่จะให้ไฟกระพริบเตือนได้, เลือกลักษณะการวิ่งของแถบรอบเครื่องได้ เป็นต้น

Review-2019-Honda-CBR250RR_08
ชุดแฮนด์บาร์เป็นแบบจับโช้กใต้แผงคอ ซึ่งเมื่อเทียบกับความสูงเบาะแล้ว ถือว่ามันทำให้ท่านั่งของผู้ขี่ต้องหมอบก้มหน้าลงพอสมควร ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับคำว่าสปอร์ต-เรพลิก้าที่สุดในคลาสขณะนี้

Review-2019-Honda-CBR250RR-Switch
ชุดสวิทช์ไฟซ้าย มีปุ่ม Lap และ ปุ่ม Mode เพิ่มเข้ามา แต่ยังไม่มีไฟไฟฉุกเฉิน
ชุดสวิทช์ไฟขวา เป็นปุ่ม Run-Off ซึ่งด้านข้างมีเขียนไว้ว่า Throttle by Wire (คันเร่งไฟฟ้า)

Review-2019-Honda-CBR250RR_28
ด้านมิติรถ CBR250RR
กว้าง x ยาว x สูง = 724 x 2,060 x 1,098 มม.
ระยะฐานล้อ 1,398 มม.
ระยะ Ground Clearance 145 มม.
ความสูงเบาะ 790 มม.
น้ำหนักตัว 168 กก.
ความจุถังน้ำมัน 14.5 ลิตร

Review-2019-Honda-CBR250RR_06
ท่านั่งการขับขี่
แม้จะใช้แฮนด์แบบจับโช้กด้านใต้แผงคอ แต่โดยรวมถือว่าไม่ก้มลงไปต่ำมากนัก เหมือนอย่างรถ Supersport หรือ Superbike ตำแหน่งแฮนด์ดูใกล้เคียงกับ CBR500R
ขณะที่ความสูงเบาะ 790 มม. นั้นก็ใกล้เคียงกับรถ Sport Entry bike คันอื่นๆ และช่วงเบาะที่ติดกับถังน้ำมันมีความแคบพอสมควร ซึ่งผู้ที่มีสรีระไม่สูงมากนักน่าจะเหยียบเท้าได้แบบสบายๆ

Review-2019-Honda-CBR250RR_32
อย่างไรก็ดีผู้ทดสอบรู้สึกว่าช่วงมุมของชุดครอบถังน้ำมัน อาจจะไม่ค่อยกระชับกับท่อนแขนมากนักเมื่อเราหมอบขี่เหน็บถัง หรือ ถ้าจะต้องโหนตัวเวลาขี่เข้าโค้ง

Review-2019-Honda-CBR250RR_33
ในส่วนของเบาะผู้ซ้อนนั้นขนาดเล็ก เรียกได้ว่าพอๆ กับตัวพัน ดังนั้นผู้ที่ตัวใหญ่ อาจจะนั่งลำบากเสียหน่อย เพราะก้นตกของเบาะมาที่บริเวณชุดแฟริ่งท้าย

Review-2019-Honda-CBR250RR_16
ขุมพลังเครื่องยนต์ 2 สูบ 249cc DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ
มีความความกว้างกระบอกสูบ x ช่วงชัก = 62.0 X 41.3 มม. กำลังอัพที่ 11.5 : 1
ตัวเลขสมรรถนะ ตามเคลม 38 แรงม้า @13,500rpm และแรงบิด [email protected],000rpm
จากสไตล์เครื่องยนต์ลูกนี้ ถือได้ว่าเป็นรถในพิกัด 250cc ที่จัดจ้านมากที่สุดรุ่นหนึ่ง กับ Redline ที่ระดับ 14,000rpm

Review-2019-Honda-CBR250RR_01
เอาล่ะก่อนอื่นบิดกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์ ไม่ว่าคุณจะ Set Riding Mode ก่อนหน้าไว้ที่ Mode อะไรก็ตามพอติดเครื่องมาใหม่ จะเซ็ทมาที่โหมด Sport โดยอัตโนมัติ
มาลองเบิ้ลเครื่องฟังเสียงดูสักหน่อย ถือว่าเงียบมากทีเดียว รู้สึกได้ว่าอั้นพอควรทั้งในส่วนของไอดี และไอเสีย
กำคลัทช์ ตบเกียร์ออกตัว พบว่าแม้ไม่มี Slipper Clutch แต่น้ำหนักคลัทช์ก็ยังเบาสบายๆ ถ้าขี่ในเมืองรถติดๆ คงไม่เมื่อยปวดนิ้วง่ายๆ แน่

2019-Honda-CBR250RR-RedRiding Mode มี 3 รูปแบบ
– Comfort จะเน้นออกแนวแบบเนิบๆ คันเร่งมาแบบเรียบๆ เนื่องจากมีการชะลอในส่วนของการเปิดลิ้นผีเสื้อ และกำลังจะถูกตอนลงเล็กน้อย ประมาณ 2 แรงม้า
– Sport ยังสัมผัสได้ว่าคันเร่งหน่วงอยู่ แต่การตอบสนองก็ถือว่ามาไวขึ้นอีกหน่อย ขณะที่พละกำลังม้ามาเต็ม
– Sport+ คันเร่งจะดูตอบสนองไวยิ่งขึ้น ดูพุ่งๆ ชัดเจน

คลิปอัตราเร่งเทียบ 3 Riding Mode

นอกจากอัตราเร่งจะแตกต่างกันรวมถึงการตอบสนองของคันเร่งไฟฟ้าแล้ว อีกจุดที่พบ ก็คือ Engine Brake ที่มีมากน้อยแตกต่างกัน
โดย Sport+ จะ มี Engine Brake หนักสุด, Sport รองมา และ Comfort นุ่มสุด

Review-2019-Honda-CBR250RR_19
มาที่ภาพรวมของสมรรถนะ การใช้งานโดยรวมเราต้องบอกว่า ยังไงก็ตามขุมพลังบล็อกนี้เป็นเครื่องไซส์ 250cc ดังนั้น หากจะเทียบ Performance กับรถ Entry Bike ในสมัยนี้ที่มักจะเริ่มที่ 300cc ไปจนถึง 400cc
ในส่วนของทอร์ค นั้นต้องขอเรียนตามตรงว่ามันคงสู้กับรถพิกัดสูงกว่าไม่ได้ เพราะ cc สูงกว่า ก็มักจะได้เปรียบเรื่องแรงบิดที่เด่นกว่า
ดังนั้น การใช้งานออกตัวที่รอบต่ำในเมือง ก็ต้องบอกว่า CBR250RR ไม่ได้มาหวือหวา แต่อย่างใด
แต่เมื่อบิดลากรอบเข้าสู่ช่วง Power Band ย่านกลางไปจนถึง High Rev ก็ต้องถือว่า เริ่มบิดสนุกติดมือมากยิ่งขึ้น

TopSpeed-Test-2019-CBR250RR
เราได้ทดสอบ Top Speed พบว่า มันถูกล็อกที่ช่วง 180 กม./ชม[email protected],000rpm มีไหลไปได้ถึง 182 กม./ชม. พบว่าเป็นช่วงลงเนิน

สามารถดูคลิป Top Speed Test CBR250RR ได้ตามนี้ครับ

ปิดท้ายกันที่อัตราสิ้นเปลือง ค่าเฉลี่ยเราวิ่งได้ที่ 22 กม./ลิตร กับการใช้งานขี่ในเมืองที่ไม่เน้นประหยัดอะไรนัก ซึ่งเทียบอัตราสิ้นเปลืองแล้ว ถือว่าใกล้เคียงกับ CBR500R

Review-2019-Honda-CBR250RR_10
ระบบกันสะเทือน ด้านหน้าเป็นโช้ก UpSideDown ขนาดแกน 37 มม. จาก Showa

Review-2019-Honda-CBR250RR_14
ด้านหลังเป็น Monoshock ปรับ Preload ได้ 5 ระดับ ทำงานร่วมกับ Prolink (กระเดื่องทดแรง) วางบนสวิงอาร์มอลูมีเนียม

Review-2019-Honda-CBR250RR_29
ในการใช้งานจริงถือว่าระบบกันสะเทือนของ CBR250RR ทำหน้าที่ได้ดีกว่า CBR500R ทั้งหน้า/หลัง
โช้กหน้าเป็น UpSideDown แม้ขนาดแกนดูไม่ใหญ่ มาก แต่เมื่อขี่ใช้งานในเมืองที่ผ่านหลุมบ่อ พื้นที่ขรุขระ สามารถซับแรงสะเทือนไม่กระเด้งขึ้นถึงท่อนแขน  และเมื่อเบรกหนักๆ ช่วงยุบดูเยอะจริง แต่ไม่ถึงกับย้วยนิ่มจนเกินไป

ขณะที่โช้กหลัง Set เดิมๆ จากโรงงานปรับที่ระดับ 2 พบว่า ผู้ขี่ น้ำหนักประมาณ 60 กก. ขี่คนเดียว เรียกว่ากำลังดี ไม่นิ่มไม่แข็งจนเกินไป แต่เมื่อ ซ้อน 2 หรือ ผู้ที่ขนาดตัวค่อนข้างใหญ่ อาจจะพบว่ามันดูนิ่มย้วยไปสักนิด ซึ่งยังพอสามารถปรับขันระดับความแข็งให้เหมาะสมได้

Review-2019-Honda-CBR250RR_09
ระบบเบรก จานดิสก์หน้าเดี่ยวขนาด 310 มม. ทำงานร่วมกับปั๊มเบรก 2 ลูกสูบ Nissin แบบ Axial Mount

Review-2019-Honda-CBR250RR_03
ด้านหลังจานดิสก์เดี่ยวขนาด 240 มม. ทำงานร่วมกับปั๊มเบีก 1 ลูกสูบ Nissin มาพร้อมระบบ ABS แบบ 2 Channel (ทำงานแยกหน้า/หลัง)

ในการใช้งานโดยรวมก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ดี น้ำหนักเบรกถือว่าพอเพียงกับการชะลอพละกำลังระดับพิกัด 250cc ได้สบาย
และข้อดีของ Honda นั่นคือ ระบบ ABS ที่โดยรวมทำงานได้น่าประทับใจ ABS ทำงานในจังหวะที่เหมาะสม ไม่มาเร็วจนเกินไป เข้ามาเสริมในจังหวะเบรกหนักๆ ได้ทันท่วงที

Review-2019-Honda-CBR250RR_30
สรุปแล้ว รีวิว 2019 Honda CBR250RR ในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นรถ Sport Lightweight / Entry ที่คนไทยรอคอยกันมายาวนาน คราวนี้มาจริง ไม่ใช่ All New Sticker อีกต่อไป หากคุณกำลังมองหารถสปอร์ตสุดหล่อ เท่ไม่ซ้ำใคร ขี่ควบคุมง่าย เบาคล่องตัวใช้ได้ในทุกๆวัน แต่ไม่ต้องไม่เน้นแรง ถ้าโจทย์ตรงตามนี้ กำเงิน 2.49 แสนบาท ไปจอง CBR250RR คันนี้ได้เลย รับรองตรงสเป็กโดนใจ เป็นแน่

Review-2019-Honda-CBR250RR_27
จุดเด่น
– เป็น CBR ที่มีความสวยงามมากที่สุด
– งานประกอบเนี๊ยบ นำเข้า CBU จากญีปุ่่นทั้งคัน
– น้ำหนักเบา คล่องตัว ขี่คอนโทรลควบคุมได้ง่าย

จุดสังเกตุ
– ยังไม่มีระบบ Slipper Clutch
– กุญแจแบบธรรมดาไม่มีระบบ HISS
– ไอดี/เสีย ดูอั้นพอสมควร

Pon-Honda-CBR250RR
2019 Honda CBR250RR ราคา 2.49 แสนบาท มีให้เลือก 2 สี แดง และดำด้าน
ขอขอบคุณ A.P.Honda สำหรับรถทดสอบ Honda CBR250RR คันนี้
ภณ เพียรทนงกิจ Test Driver + Photo
รณกฤต ลิมปิชาติ Test Driver
สุภิญญา ชำนาญกุล VDO

อ่านรีวิว อื่นๆ เติมเติมได้ที่นี่
อ่านข่าวสาร Honda เพิ่มเติมได้ที่นี่

เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ

Share.

About Author

Background EXP in Automotive journalists more than 6 Years Writer & Test Driver @9carthai 2015- Present @Torque & VIPStyle Magazine 2015 @Autospinn 2012-2015 @GTmania.tv 2009-2010