Ducati เปิดตัว Panigale V4 MY2027 และ Panigale V4 S อย่างเป็นทางการที่ Borgo Panigale เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่ต่อจากรุ่นที่เปิดตัวใน WDW 2024 เมื่อสองปีก่อน
ตัวเลขที่ Ducati ชูเป็นหลักคือ เวลาต่อรอบที่สนาม Vallelunga โรม่า ประเทศอิตาลี โดยเร็วขึ้นเฉลี่ย 0.4 วินาที เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม ผ่านการปรับทั้งเครื่องยนต์ แอโรไดนามิก แชสซี และอิเล็กทรอนิกส์ ทีละจุด เหมือนที่ทำในสนามแข่ง
ไฮไลต์ Panigale V4 2027
- Desmosedici Stradale 1,103 cc แรงขึ้นเป็น 218 แรงม้า (+2 แรงม้า) จากการปรับท่อไอเสีย ช่องรับอากาศ และระบบหล่อลื่น
- Rev limiter ขยับเป็น 15,000 รอบ/นาที ในเกียร์ 2 ถึง 5 พร้อมเฟืองท้ายยาวขึ้น
- Front Frame ใหม่ ลดความแข็งด้านข้างลง 12% ยืดหยุ่นขึ้น กริปมากขึ้น
- Dynamic Engine Brake และ Race Brake Control ระบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ที่ช่วยให้เบรกได้ลึกมากขึ้นและเข้าโค้งเร็วขึ้น
- V4 S เข้าร่วม Ducati Factory Made สั่งสีและอุปกรณ์จากโรงงานได้ ทั้ง 11 สี รวมถึงสีจาก Lamborghini Ad Personam
จากมรดกซูเปอร์ไบค์ สู่ Panigale V4 MY2027
Ducati ปูพื้นไว้ว่า Panigale V4 สืบทอดมรดกซูเปอร์ไบค์มาเกือบ 40 ปี ครอบคลุม 7 เจเนอเรชัน และสร้างความโดดเด่นต่อเนื่องในการแข่งขันรถโปรดักชัน ล่าสุดคือการครองแชมป์ World Superbike 2026
ตอนเปิดตัวรุ่นปี 2024 ที่ WDW 2024 Ducati ส่ง Panigale V4 ลงแข่ง Race of Champions ซึ่งเร็วกว่ารุ่นก่อนหน้าราว 1 วินาทีเต็ม รุ่น MY2027 ต่อยอดจากฐานนั้น และ Ducati บอกว่านำประสบการณ์จากสนามแข่งมาใช้ตลอดการพัฒนา
ฟีเจอร์หลายอย่างของ MY27 ถูกทดสอบจริงในสนามโดยนักแข่ง Ducati ใน Lenovo Race of Champions ซึ่งส่งผลให้ทำเวลาเร็วกว่า สถิติโพลโพซิชันของ Nicolò Bulega ถึง 0.7 วินาที
แชมป์ที่เจเนอเรชันที่ 7 ทำได้ตั้งแต่เปิดตัว
- 2025 Italian Production SBK Championship ด้วย Panigale V4 S
- 2026 British Superbike ด้วย Panigale V4 R
- 2026 EuroMoto SBK ด้วย Panigale V4 R
เป้าหมายของการอัปเดตรอบนี้คือทำให้รถ เร็วขึ้นและขับที่ลิมิตได้ง่ายขึ้น ให้ผู้ขี่ดึงศักยภาพออกมาใช้ได้เต็มกว่าเดิม
เครื่องยนต์ Desmosedici Stradale แรงขึ้น ลื่นขึ้น
หัวใจของรถยังเป็น Desmosedici Stradale ที่ Ducati ถือว่าเป็นสายตรงเชื่อมระหว่างซูเปอร์ไบค์ถนนกับเทคโนโลยีจาก MotoGP ปี 2027 ไม่ได้เน้นเพิ่มความจุ แต่เน้น ประสิทธิภาพโดยรวม ผ่าน 3 จุด
- ระบบท่อไอเสียปรับใหม่
- ช่องรับอากาศแบบ High-flow ใหม่ แรงดันอากาศเพิ่ม +0.6% ที่ 300 กม./ชม.
- วงจรหล่อลื่นปรับค่าใหม่ ลดการสูญเสียกำลัง
ผลลัพธ์คือ 218 แรงม้า (+2 แรงม้า) ในสเปก Euro5+ จุดที่เพิ่มมากที่สุดอยู่ในช่วง 12,000-14,000 รอบ/นาที โดยพีคอยู่ที่ +3.5 แรงม้าที่ 13,000 รอบ/นาที ซึ่งตรงกับช่วงที่ใช้ตัดสินเวลาต่อรอบในสนาม เพราะเร่งได้แรงขึ้นและนานขึ้น
ที่ความเร็วสูง ช่องรับอากาศใหม่ยังเพิ่มกำลังอีก 1.3 CV ที่ 300 กม./ชม.
อัตราทดยาวขึ้น และ Rev limiter 15,000 รอบ
เพื่อใช้กำลังที่เพิ่มขึ้นให้คุ้ม Ducati ทำ 2 อย่างพร้อมกัน
- เปลี่ยนอัตราทดสเตอร์ใหม่ 17/42 จากเดิม 16/41 (ยาวขึ้น)
- ยก Rev limiter ขึ้น 500 รอบ เป็น 15,000 รอบ/นาที ในเกียร์ 2 ถึง 5
ผลคือผู้ขับอยู่ในเกียร์ที่เหมาะสมได้นานขึ้นและเปลี่ยนเกียร์น้อยลง ที่สนาม Vallelunga เปลี่ยนเกียร์ลดไป 2 ครั้งต่อรอบ ทำให้ไปโฟกัสเส้นทางเข้าโค้งและเทคนิคการขับได้มากขึ้น
ท่อ Akrapovič Full Racing Exhaust PRO [V4 S]
สำหรับคนที่ต้องการสมรรถนะสูงสุดในสนาม มีท่อ Akrapovič Full Racing Exhaust PRO ในรุ่น V4 S ให้ซื้อเพิ่ม
- กำลังเพิ่ม +11 แรงม้า (เฉพาะใน EU) / เพิ่มขึ้น +20 แรงม้า (เฉพาะใน US)
- แรงบิดเพิ่ม +7 Nm (เฉพาะใน EU) / เพิ่มขึ้น +6 Nm (เฉพาะใน US)
- น้ำหนักลด 6.6 กก.
รถจะเร่งดีขึ้น เปลี่ยนทิศทางไวขึ้น และใกล้เคียงรถแข่งมากขึ้น
แชสซี: ฟีลลิ่งดีขึ้น กริปมากขึ้น ความเร็วกลางโค้งสูงขึ้น
Ducati มองว่ารถที่อยู่ท็อปของคลาสอยู่แล้วจะพัฒนาได้ต้องปรับที่ สมดุลโดยรวม วิศวกรจึงโฟกัสที่การรีดประสิทธิภาพยางที่มุมเอียงสูงมาก
Front Frame ใหม่ ลดความแข็งด้านข้าง 12%
จุดสำคัญที่สุดของการปรับแชสซีคือ Front Frame ที่ ลดความแข็งด้านข้างลง 12% เพื่อให้ยางหน้าแนบพื้นได้ดีขึ้นที่มุมเอียงสูง ผลที่ผู้ขับจะรู้สึกคือ
- กริปหน้ามากขึ้น
- ฟีลลิ่งตอนเลี้ยวเข้าโค้ง (turn-in) แม่นยำขึ้น
- ตวัดรถเข้าหา apex ได้ง่ายขึ้น
- รักษาความเร็วกลางโค้งได้สูงขึ้น และเปิดคันเร่งออกโค้งได้เร็วขึ้น
เฟืองท้ายใหม่ ช่วยให้ระยะฐานล้อสั้นลง (เป็นไปได้ยังไง?)
เฟืองท้ายใหม่ยังส่งผลทางอ้อมต่อการควบคุม เพราะทำให้ระยะฐานล้อสั้นลงโดยประสิทธิผล 8 มม. รถเปลี่ยนทิศทางไวขึ้น คล่องตัวในทางโค้งต่อเนื่อง และเหนื่อยน้อยลงเวลาขี่
แฮนด์ clip-on ปรับได้ (เฉพาะ V4 S)
V4 S ได้ แฮนด์ clip-on แบบปรับได้สำหรับใช้ในสนาม ยกสูงขึ้น 10 มม. ท่านั่งสูงขึ้นตามเทรนด์ที่เห็นใน MotoGP ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้เลเวอเรจที่แฮนด์ดีขึ้น คุมรถง่ายขึ้นและลดแรงที่ต้องใช้ตอนเปลี่ยนทิศทางหรือเบรกหนักนานๆ *Ducati สงวนไว้ใช้ในสนามเท่านั้น*
ระบบอิเล็กทรอนิกส์: ดึงเทคนิคระดับนักแข่งมาไว้บนรถถนน
Ducati บอกว่าชุดอิเล็กทรอนิกส์ของ V4 S ก้าวไปอีกขั้น ด้วยกลยุทธ์ควบคุมที่ทำให้ความรู้สึกและเทคนิคการขับใกล้เคียงกับนักแข่ง MotoGP และ Superbike ของ Ducati มากขึ้น
Dynamic Engine Brake (DEB)
เป็นฟีเจอร์ใหม่หลักที่มาแทน Engine Brake Control เดิม ใช้อัลกอริทึม DVO (Ducati Vehicle Observer) ปรับแรงเอนจินเบรกตามแรงที่ยางหลังรับอยู่จริง ผลที่ได้คือ
- อาการของรถตอนเข้าโค้งสามารถคาดเดาได้ง่ายขึ้น
- เสถียรขึ้นเวลาเบรกในมุมเอียง
- มั่นใจมากขึ้นเวลาขี่ที่ลิมิต
Race Brake Control (RBC)
เปิดตัวครั้งแรกในรุ่นนี้ สืบทอดมาจากประสบการณ์ในรุ่นพิเศษที่สุดของ Ducati ระบบนี้ เพิ่มบทบาทของล้อหลังตอนชะลอรถ ใช้กริปที่มีอยู่ได้เต็มขึ้น
ผลลัพธ์เมื่อทำงานร่วมกัน
DEB และ RBC ทำงานประสานกัน ให้ผู้ขับใช้พลังเบรกล้อหลังแบบที่ปกติเป็นของนักแข่งอาชีพ ผลคือ
- เบรกช้าลงได้ (จุดเบรกลึกขึ้น)
- รักษาความเร็วเข้าโค้งได้มากกว่า
- ตวัดไลน์ได้แคบและมีประสิทธิภาพขึ้น
- ประสิทธิภาพต่อรอบดีขึ้น และผู้ขับในวงกว้างขึ้นก็รู้สึกคุมรถได้มั่นใจ
Ducati Factory Made: Panigale V4 S ได้สั่งสร้างจากโรงงาน
เป็นครั้งแรกที่ Panigale (เฉพาะ V4 S) เข้าร่วมโปรแกรม Ducati Factory Made ซึ่งให้เลือกคอนฟิกรถได้ตั้งแต่ขั้นตอนผลิตที่ Borgo Panigale
- 11 สี รวมถึง 5 สีจาก Automobili Lamborghini Ad Personam
- 2 ลิเวอรี่ คือ Performance และ Corse
- ชิ้นส่วนที่ผ่านการรับรอง (homologated) ติดตั้งจากโรงงาน เช่น
- ชุดเบรกหน้า Front Brake PRO และ PRO+
- STM dry clutch
- Footpegs แบบปรับได้
ข้อดีที่ Ducati ชูคือ รถมาพร้อมคอนฟิกตามใจชอบ ไม่ต้องติดตั้งเพิ่มภายหลัง เป็นโซลูชันที่ผ่านการรับรองจาก Ducati และยังคงคุณภาพของการผลิตจาก Borgo Panigale
สเปกที่อัปเกรด Ducati Panigale V4 S 2027
ตัวเครื่องและสมรรถนะ
- เครื่องยนต์ Desmosedici Stradale 1,103 cc
- กำลังสูงสุด 218 แรงม้า ที่ 13,500 รอบ/นาที
- แรงบิดสูงสุด 120.6 Nm ที่ 11,000 รอบ/นาที
- Rev limiter 15,000 รอบ/นาที
- ช่องรับอากาศหน้าใหม่ขนาดใหญ่ขึ้น (แรงดันอากาศ +0.6% ที่ 300 กม./ชม.)
- น้ำหนักรถ (ไม่รวมน้ำมัน) 187 กก.
แชสซีและช่วงล่าง
- เฟรม Front Frame ปรับความแข็งด้านข้างใหม่
- ถังน้ำมันอะลูมิเนียม 17 ลิตร
- Ducati Electronic Suspension (DES) 3.0
- โช้คหน้า Öhlins NPX-30 พร้อมระบบควบคุม Öhlins Smart EC 3.0
- โช้คหลัง Öhlins TTX 36 พร้อม Smart EC 3.0
- สตีริ่งแดมเปอร์ Öhlins พร้อม Smart EC 3.0
- ล้ออะลูมิเนียมหล่อขึ้นรูป (Forged)
- แบตเตอรี่ลิเธียม
- เบรก Brembo Hypure™ monobloc
- ยาง Pirelli Diablo Supercorsa V4 ล้อหลัง 200/60
- แฮนด์ clip-on ปรับได้ (ใช้ในสนามเท่านั้น)
แอโรไดนามิก
- ปีกแบบ biplane สองชั้น ดีไซน์ผสานเข้ากับตัวรถ พร้อม side endplates ที่ใหญ่ขึ้น
อิเล็กทรอนิกส์
- IMU 6 แกน (6D IMU)
- Race eCBS พร้อมฟังก์ชันเบรกในโค้ง (cornering)
- Ducati Traction Control (DTC) DVO
- Ducati Slide Control (DSC)
- Ducati Wheelie Control (DWC) DVO
- Ducati Power Launch (DPL) DVO
- Ducati Quick Shift (DQS) 2.0
- Dynamic Engine Brake (DEB)
- Race Brake Control (RBC)
- Ducati Vehicle Observer (DVO)
- ปุ่มปรับเลเวลอย่างรวดเร็ว
- Riding Modes: Race A, Race B, Sport, Road, Wet
หน้าจอ ไฟ และอื่นๆ
- หน้าจอ Full-TFT 6.9 นิ้ว อัตราส่วน 8:3 (ใหม่)
- ไฟ Full-LED พร้อม DRL และไฟเลี้ยวที่รวมอยู่ในโคมหน้า
- เบาะแบบ Single-seat (มีชุดสำหรับคนซ้อนเป็นอุปกรณ์เสริม)
- เตรียมระบบสำหรับ Ducati Data Logger (DDL) และ Ducati Multimedia System (DMS)
Panigale V4 (รุ่นสแตนดาร์ด) ต่างจาก V4 S ตรงไหน
อุปกรณ์มาตรฐานเหมือน V4 S ยกเว้นจุดต่อไปนี้
| รายการ | Panigale V4 | Panigale V4 S |
|---|---|---|
| น้ำหนัก (ไม่รวมน้ำมัน) | 191 กก. | 187 กก. |
| โช้คหน้า | Showa Big Piston Fork (BPF) 43 มม. ปรับได้เต็มระบบ | โช๊คไฟฟ้า Öhlins NPX-30 + Smart EC 3.0 |
| โช้คหลัง | Sachs ปรับได้เต็มระบบ | โช๊คไฟฟ้า Öhlins TTX 36 + Smart EC 3.0 |
| กันสะบัด | Sachs ปรับได้เต็มระบบ | Öhlins + Smart EC 3.0 ระบบไฟฟ้า |
| แฮนด์ clip-on | แบบ fixed | แบบปรับได้ (ใช้ในสนามเท่านั้น) |
| ล้อ | อัลลอย 5 ก้านน้ำหนักเบา | อะลูมิเนียมหล่อขึ้นรูป (Forged) |
| แบตเตอรี่ | ตะกั่ว-กรด | ลิเธียม |
| สี | Ducati Red + เฟรม Urban Grey + ล้อสีดำ | เลือกได้ 11 สี + 2 ลิเวอรี่ |
| Factory Made | ไม่มี | มี |
สีของ Panigale V4 S
- Icon (2 สี): Ducati Red, Ducati Yellow
- Style (2 สี): Thrilling Black, GP19 Red
- Sophistication (2 สี): Aviator Grey, Arctic White Silk
- Lamborghini Ad Personam (5 สี): Arancio Xanto, Giallo Belenus, Verde Scandal, Viola Pasifae, Blu Uranus
- ลิเวอรี่ (2 แบบ): Performance, Corse
ส่วน Panigale V4 รุ่นสแตนดาร์ดมีสีเดียวคือ Ducati Red + เฟรม Urban Grey + ล้อดำ
วางจำหน่ายเมื่อไหร่
- ยุโรป: ถึงดีลเลอร์ Ducati ตั้งแต่ มีนาคม 2027
- อเมริกาเหนือ: ตั้งแต่ เมษายน 2027
- ประเทศอื่นๆ: ทยอยตามมาในอีกไม่กี่เดือนถัดไป
ราคาและกำหนดการสำหรับไทยยังไม่มีการประกาศ
สรุป
2027 Panigale V4 Series ไม่ได้เพิ่มพลังแบบก้าวกระโดด (+2 แรงม้า) แต่ Ducati ใช้ตัวเลขนั้นร่วมกับเฟืองท้ายยาว Rev limiter ที่สูงขึ้น เฟรมหน้าที่นิ่มลง และ DEB กับ RBC เพื่อให้รถเร็วขึ้นทั้งรอบ จุดขายคือ รถที่ขับที่ลิมิตง่ายขึ้น ไม่ใช่แค่ตัวเลขแรงม้า ซึ่งสอดคล้องกับสถิติ 0.4 วินาทีที่ Vallelunga
ถ้าเน้นสมรรถนะและงบไม่จำกัด V4 S มาพร้อม Öhlins Smart EC 3.0 ทั้งชุด ล้อ Forged แบตลิเธียม และเข้าโปรแกรม Factory Made ส่วน V4 รุ่นสแตนดาร์ด ได้เครื่องยนต์และชุดอิเล็กทรอนิกส์ชุดเดียวกัน ต่างกันที่ช่วงล่างและอุปกรณ์ จึงเป็นทางเลือกที่คุ้มกว่าสำหรับคนที่ไม่ได้ต้องการรีดสมรรถนะถึงขีดสุด
เรื่องราคาไทย รอประกาศอย่างเป็นทางการจาก Ducati Thailand
อ่านข่าว Ducati เพิ่มเติมที่นี่

