Harley-Davidson 338R ถือเป็นว่าที่รถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ของทางค่ายที่หลายๆคนกล่าวถึงบ่อยครั้งมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เพราะมันคือรถมอเตอร์ไซค์ทรงเนคเก็ทไบค์รุ่นใหม่ของทางค่ายที่พวกเขาหมายมั่นปั้นมือทำขึ้นมาเพื่อตีตลาดเอนทรีไบค์ระดับไม่เกิน 400cc ที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบันเป็นครั้งแรก ซึ่งล่าสุดเราก็มีข้อมูลใหม่ๆของมันมานำเสนอให้เพื่อนๆได้อัพเดทกันอีกครั้งแล้วในวันนี้ โดยข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับตัวรถ 338R ที่ว่า ก็คือภาพสิทธิบัตรรอบคันของมันที่ทำให้เราสามารถเห็นรายละเอียดตัวรถได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนของ ชุดเฟรมโครงเหล็กถัก, สวิงอาร์มท่อเหล็กกลม, ระบบกันสะเทือนโช้กหน้าตะเกียบคู่หัวกลับ/โช้กหลังเดียววางนอนติดตั้งเยื้องศูนย์กลางลำตัวรถ, ระบบเบรกหน้าดิสก์คู่(แต่ยังไม่มีการใส่คาลิปเปอร์เบรกมาให้เห็น)/หลังดิสก์เดี่ยวทำงานร่วมโฟลทติ้งคาลิปเปอร์ 1 พอร์ท, และชุดล้อขอบ 17 นิ้วหน้า/หลังของรถคันนี้ แม้แต่ตัวเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง พิกัดราวๆ 338cc ที่ล้วนมีหน้าตาเหมือนกับเป็นของรถมอเตอร์ไซค์จากทาง Benelli แทบทั้งสิ้น แต่เพื่อให้ตัวรถมีความเป็น Harley-Davidson เจ้า 338R คันนี้ จึงมาพร้อมกับชุดไฟหน้า LED โคมกลม, ชุดเรือนไมล์ทรงถ่วยกลม, ถังน้ำมันทรงเดียวกับครุยเซอร์ตระกูล Sportster, กับชิ้นแฟริ่งช่วงใต้เบาะนั่งตอนเดียวยกระดับที่ออกแบบให้มีเส้นสายที่บึกบึนสมกับชื่อรถมอเตอร์ไซค์แบรนด์จากประเทศสหรัฐอเมริกา และจะมีการปรับระดับแฮนด์บาร์ให้เตี้ยลงอีกหน่อยเพื่อปรับท่านั่งผู้ขี่ให้มีความหมอบเตี้ยลงเมื่อเทียบกับท่านั่งของรถมอเตอร์ไซค์จาก Benelli ส่วนข้อมูลในเรื่องของช่วงเวลาเปิดตัว Harley Davidson 338R ก็คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงไม่เกินสิ้นปีนี้ ทว่าด้วยความที่คลาดเป้าหมายหลักของมัน คือการตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศจีนเป็นหลัก…
Author: admin
หลังสร้างปรากฏการณ์คว้าชัยให้กับทีมไปได้ครั้งหนึ่ง Franco Morbidelli ก็กลับมาร้อนแรงอีกครั้งในศึก CatalanGP ด้วยการกดเวลาเร็วที่สุดรอบ FP2 ได้กับตัวเลขเวลา 1’39.789 นาที ตามด้วย Johann Zarco ที่ช้ากว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้นด้วยตัวเลข +0.109 วินาที และอันดับ 3 เป็น Brad Binder ที่กดเวลาช้ากว่าผู้นำไป +0.219 วินาที โดยสำหรับผลเวลาของนักบิด 10 อันดับแรกในรอบ FP2 ศึก CatalanGP 2020 มีรายละเอียดดังนี้ 1 : F. MORBIDELLI : 1’39.789 2 : J. ZARCO : +0.109 3 : B. BINDER : +0.219…
แม้จะพึ่งบ่นไปว่าตัวแข่งที่ตนเองใช้อยู่มีเรี่ยวแรงน้อยเกินไปจนยากที่จะแซงชาวบ้านได้ในช่วงทางตรง แต่พอถึงเวลาที่ต้องลงสนามจริงๆ Fabio Quartararo ก็ยังคงสามารถกดเวลาในรอบซ้อมได้ดีที่สุดอยู่ดี และในการฝึกซ้อมรอบ FP1 ของศึก CatalanGP 2020 ครั้งนี้ เจ้าตัวก็สามารถบันทึกเวลาดีที่สุดเอาไว้ได้ด้วยตัวเลข 1’40.431 นาที ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง Andrea Dovizioso ไป +0.430 วินาที และอันดับ 3 อย่าง Joan Mir ไปอีก +0.629 วินาที โดยสำหรับผลเวลาของนักบิด 10 อันดับแรกในรอบ FP1 ศึก CatalanGP 2020 มีรายละเอียดดังนี้ 1 : F. QUARTARARO : 1’40.431 2 : A. DOVIZIOSO : +0.430…
ยอดนักบิดแห่งยุค มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลก 8 สมัย จาก เรปโซล ฮอนด้า คัมแบ็กสู่ศึกโมโตจีพีในรอบ 2 เดือน โดยเข้าประจำการที่แพดด็อกต้นสังกัด ณ สนามโฮมเรซ เซอร์กิต เดอ บาร์เซโลน่า-คาตาลุนญ่า ประเทศสเปน เพื่อพูดคุยถึงแผนงานการคัมแบ็กล่าแชมป์พรีเมียร์คลาสปี 2021 “การกลับมาพบกับครอบครัว HRC แบบพร้อมหน้าพร้อมตา แน่นอนย่อมเป็นเรื่องน่ายินดีมากๆ แม้ว่าพวกเราจะโทรศัพท์อัพเดตกันอยู่เสมอ แต่ก็เทียบไม่ได้กับการได้มาเจอกันต่อหน้าแบบนี้” “ผมคิดถึงทีม คิดถึงรถแข่ง Honda RC213V ของผม ยิ่งได้ขึ้นคร่อมแล้ว อยากลงไปแข่งขันใจจะขาด แต่ตอนนี้ต้องอดทนไว้ก่อน คงมีส่วนร่วมได้เพียงนั่งดูทางทีวีเท่านั้น ส่วนการมาที่นี่นอกจากได้พูดคุยเรื่องทั่วไปแล้ว พวกเรายังได้เริ่มวางแผนสำหรับปี 2021 ด้วย” แชมป์โลก หมายเลข 93 กล่าว. อ่านข่าว MotoGP เพิ่มเติมได้ที่นี่
โช้กแก๊ส ถือเป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนที่หากรถมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนๆหลายคนไม่มีติดตั้งมาให้แต่แรก เราก็มักจะหาโช้กอัพแก๊ส หรือโช้กอัพแก๊สแบบมีซับแทงค์แยกมาเปลี่ยนเข้าไป โดยเชื่อว่ามันจะช่วยให้การซับแรงสะเทือนด้านหลังจะดีขึ้นกว่าโช้กน้ำมันเดิมๆที่ติดรถมา แล้วมันดีกว่ายังไง ? มันดีกว่าในด้านไหน เรามาว่ากันเลยครับ ก่อนอื่น เพื่อนๆต้องเข้าใจหลักการทำงานแบบคร่าวๆของโช้กอัพ (จริงๆถ้าเรียกตามสำเนียงภาษาอังกฤษเป๊ะๆ ช็อค แอบซอร์บเบอร์) ก่อนว่า ในโช้ก 1 ต้น ไม่ว่าจะเป็นแบบคอยล์โอเวอร์ (สปริงอยู่นอกกระบอกโช้ก) หรือแบบโช้กตะเกียบ (สปริงโช้กกับชุดวาล์วอยู่ในกระบอกโช้กและแกนโช้กด้วยกัน) มันต่างก็จะมีชุดสปริงที่เอาไว้รับน้ำหนัก และเป็นตัวซับแรงกระแทกต่างจากผิวถนนที่จะส่งขึ้นมายังตัวรถ และตัวโช้กก็จะมีหน้าที่เป็นตัวหน่วงจังหวะการยืดและยุบของสปริงไม่ให้เกิดขึ้นเร็วหรือช้าจนเกินไป โดยอาศัยชุดวาล์วเป็นตัวควบคุมแรงดันและอัตราการไหลของน้ำมันที่อยู่ในตัวกระบอกโช้ก แล้วแก๊ส(ไนโตรเจน)ที่อัดเข้ามาในตัวกระบอกโช้ก เอามาทำหน้าที่อะไร ? ปกติแล้ว หากโช้กยืด-ยุบสลับกันไปมาด้วยความเร็วระดับหนึ่ง น้ำมันที่ผ่านวาล์วควบคุมแรงดันด้านในจะยังคงสามารถไหลขึ้นลงได้โดยไม่มีอะไรมารบกวน แต่ถ้าหากโช้กยืด-ยุบสลับกันไปมาเร็วมากๆ เช่นตอนเราขี่ไปเจอถนนขรุขระรัวๆเพราะขี่เร็วมากๆ หรือรูดรถผ่านอุปสรรคเร็วๆ มันก็มักจะมีฟองอากาศเกิดขึ้นในน้ำมัน ซึ่งถ้าหากเกิดขึ้นเร็วและรัวมากๆแรงดันกับความหนาแน่นของน้ำมันที่ผ่านตัววาล์วก็จะผิดเพี้ยนไปจากปกติ(ไหลผ่านวาล์วง่ายขึ้น) ส่งผลให้โช้กเกิดอาการวืดเพราะไม่สามารถหน่วงจังหวะการยุบตัวและคืนตัวของสปริงได้ดีเท่าเดิม และเพื่อป้องกัน หรือลดอาการดังกล่าว ทางวิศวกรจึงเลือกที่จะอัดแก๊สไนโตรเจน ซึ่งมีความหนาแน่นมากกว่าอากาศเข้าไปในตัวโช้ก เพื่อหวังให้มันแทรกตัวในน้ำมันแทนฟองอากาศที่เกิดขึ้นนั่นเอง ดังนั้นผลประโยชน์ที่ได้ของการอัดแก๊สเข้าไปในกระบอกโช้กก็คือ มันจะสามารถทำงานได้สเถียรกว่าในยามที่เราใช้งานรถหนักๆเมื่อเทียบกับโช้กน้ำมันธรรมดาๆ อย่างไรก็ดี หากโช้กแก๊สที่เพื่อนๆใช้เป็นแบบ “แก๊สชาร์จ” อยู่ภายในกระบอกสูบ งานนี้คงไม่ต้องพะวงเรื่องการเกิดอาการรั่วซึมมากไปกว่าโช้กน้ำมันธรรมดาๆเท่าไหร่นัก…
ย้อนไปเมื่อปลายปีที่แล้ว นอกจาก Aprilia จะทำการเผยโฉม RS660 เวอร์ชันขายจริง และ Tuono 660 เวอร์ชันโปรโตไทป์ ในงาน EICMA Show 2019 แล้ว พวกเขายังมีการ “แอบ” เผยโฉม Aprilia Tuareg 660 ว่าที่ทัวร์ริ่ง-แอดเวนเจอร์ไบค์น้องใหม่ของทางค่ายในตู้กระจกแบบเงียบๆด้วย และในตอนนี้เราก็มีภาพ Spyshot ของมันนำมาให้เพื่อนๆได้รับชมรายละเอียดตัวรถเพิ่มขึ้นอีกเป็นที่เรียบร้อย จากข้อมูลในเบื้องต้น ทางสื่อต้นทางได้ระบุว่า ตัวรถ Tuareg 660 ที่ว่านี้ แท้จริงแล้วดูเหมือนจะมีแค่เพียงเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 660cc ที่คาดว่าจะทำแรงม้าสูงสุดได้ราวๆ 95 HP เท่านั้น ที่เป็นชิ้นส่วนร่วมกันกับ RS660 และ Tuono 660 แต่ในส่วนของชุดเฟรม, ชุดระบบกันสะเทือนหน้า/หลังที่ยกสูงขึ้นมา, สวิงอาร์มที่ยาวขึ้นกว่าเดิม, และระบบเบรกก็ล้วนแต่เป็นของใหม่ที่สร้างขึ้นมาเฉพาะตัวรถรุ่นนี้ทั้งสิ้น และจากภาพ Spyshot…
ระบบแทร็คชันคอนโทรล และระบบ ABS ถือเป็นระบบความปลอดภัยที่สำคัญอย่างมากในรถมอเตอร์ไซค์สมรรถนะสูงยุคปัจจุบัน แต่ด้วยความที่มันจะทำงานหลังจากที่พบว่าล้อหน้ากับล้อหลังหมุนไม่สัมพันธ์กับกันในแบบที่ควรจะเป็นแล้วเท่านั้น จึงทำให้มันอาจจะทำงานช้าเกินไปในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัยจริงๆก็ได้ ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหานี้ ทาง BMW จึงคิดค้นและพัฒนากระบวนการใหม่ที่ทำให้ระบบแทร็คชันคอนโทรลฉลาดล้ำยิ่งขึ้น จนถึงขนาดที่สามารถ “ทำนาย” อาการลื่นไถลของล้อได้ตั้งแต่เนิ่นๆเลยทีเดียว เกี่ยวกับเรื่องนี้ มีหลักฐานเป็นข้อมูลสิทธิบัตรชุดใหม่ที่ทาง BMW พึ่งจดเอาไว้ได้ไม่นานนัก ซึ่งในเอกสารดังกล่าวก็จะว่าด้วยเรื่องของระบบเรดาร์ที่ใช้กล้องหลายตัว ที่ติดตั้งในตำแหน่งที่ต่างกันเพื่อบันทึกภาพผิวถนนทั้งด้านหน้ารถ และใต้ท้องรถตรงด้านหลังล้อหน้า กับใต้ท้องรถตรงข้างหน้าล้อหลัง เพื่อนำภาพที่ได้ทั้งหมดมาประมวลผลให้เกิดเป็นข้อมูลพื้นผิวถนนแบบ 3 มิติขึ้นมา หลังจากที่ได้ข้อมูลโมเดล 3 มิติของสถาพพื้นผิวถนนที่อยู่ด้านหน้าล้อแล้ว กล่อง ECU ก็จะทำการนำโมเดลผิวถนนที่ได้ไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลที่มีอยู่แล้วตั้งแต่แรก ว่าสภาพผิวถนนที่ล้อกำลังจะเหยียบ เป็นผิวถนนที่ลื่นจนต้องตอนกำลังเครื่องยนต์ หรือปรับความถี่การทำงานของระบบ ABS หรือไม่ ? (ซึ่งอันที่จริงปัจจุบันระบบ Dynamic ABS ของ BMW สามารถแปรผันความถี่การทำงานได้ตามสภาพพื้นผิวถนนอยู่แล้ว) ไม่เพียงเท่านั้น เพื่อให้ระบบ Traction Control ทำงานอย่างแม่นยำมากขึ้น ทาง BMW ยังเพิ่มใช้ข้อมูลทั้งแรงดันลมยาง,…
อาจจะจริงอยู่ว่าในศึก MotoGP ปีนี้ เหล่านักบิดของ Yamaha จะสามารถคว้าชัยไปไมากมาย และผลงานในช่วงควอลิฟายก็มีอันดับดีๆให้เห็นหลายครั้ง ทว่าพอแข่งจริงเมื่อไหร่กลับกลายเป็นว่าถ้าหากอันดับของพวกเขารูดลงตอนออกตัวทีไร การไล่อันดับกลับมาใหม่ก็จะเป็นเรื่องอย่างทุกที ซึ่งสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็ไม่ใช่เพราะเรื่องอื่นใด แต่เป็นเรื่องของเครื่องยนต์ที่มีเรี่ยวแรงไม่มากพอจนโดนคนอื่นทิ้งห่างช่วงออกตัว หรือเร่งได้ไม่เร็วพอในช่วงทางตรงนั่นเอง “พวกเรามีปัญหาอย่างมากกับการแซงคนอื่น, และถ้าคุณไม่ทำเหมือน Maverick (อยู่แถวหน้าตั้งแต่แรก), มันก็ยากมาที่จะชนะการแข่งขัน” Quartararo กล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในตอนนี้กับตัวแข่งของเหล่านักบิด Yamaha “คือผมชนะในสองเรซแรกก็เพราะแบบนี้, แบบ Franco, แบบ Maverick” “ดังนั้น พอคุณอยู่ข้างหลักใครสักคนที่มีเครื่องยนต์แรงกว่าคุณ, คุณจะไม่สามารถทำดีกว่านั้นได้เลย, ดังนั้นผมมีความสุขกับ Maverick เพราะเค้าสมควรได้รับมัน”, “มารอดูกันที่บาเซโลน่า, มันคือแทร็คที่ผมชอบแต่มันมีทางตรงตั้ง 1 กิโลเมตร, ดังนั้นผมไม่รู้ว่าผมจะคิดกับมันยังไงดี”, “แต่มันก็เป็นแทร็คที่ผมรอคอยจริงๆ เพราะผมคิดว่ามันน่าจะเป็นแทร็คที่ทำให้เราได้อะไรดีๆกลับมา” นอกจากนี้ ในฝั่ง Maverick Vinales เองก็ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับปัญหาเครื่องยนต์ ในทิศทางเดียวกันกับที่ Fabio Quartararo กล่าวไว้ “ผมเห็นด้วยกับเค้านะ จากใจเลย”, “ในตอนนี้มันเป็นจุดอ่อนของเรา,…
อย่างที่เราได้มีการนำเสนอไปเมื่อวันก่อนว่า ในตอนนี้ New BMW M1000RR ได้ถูกเผยโฉมอย่างเป็นทางการแล้วเรียบร้อย หลังจากถูกลือกันมาแรมปี ดังนั้นเพื่อให้เพื่อนๆได้เข้าใจลึกซึ้งว่ามันมีความพิเศษที่แตกต่างจาก S1000RR ร่างต้นของมันอย่างไรบ้าง ในวันนี้ เราจึงจะมาไขข้อสงสัยเหล่านั้นให้เพื่อนๆได้รับทราบกันครับ เริ่มกันที่ไฮไลท์แรกเลยก็คือเครื่องยนต์ ที่ในเบื้องต้นอย่างที่เพื่อนๆทราบกันว่ามันยังคงใช้บล็อค 4 สูบเรียง 999cc DOHC ผสานระบบวาล์วแปรผัน ShiftCam พื้นฐานเดียวกับ S1000RR แต่แท้จริงแล้วเครื่องยนต์ในตัว M1000RR นั้น จะได้รับการปรับแต่งเพิ่มจาก S1000RR ทั้งลูกสูบฟอร์จที่เบากว่าเดิม 12 กรัมต่อชิ้น, ก้านสูบไทเทเนียมที่เบากว่าเดิม 85 กรัม เพรียวกว่าและยาวกว่าเดิม 2 มิลลิเมตร จนส่งผลให้กำลังอัดเพิ่มขึ้นจาก 13.3 : 1 เป็น 13.5 : 1 ขณะที่ในส่วนชุดฝาสูบก็มีการปรับพอร์ทไอดีใหม่และปรับปากแตรให้แปรผันได้ในช่วงกว้างมากขึ้นเพื่อเพิ่มความสามารถในการไหลเวียนของไอดีในช่วงรอบปลาย, ลดขนาดกระเดื่องกดวาล์วไอเสียให้เล็กลงเพื่อรีดน้ำหนักและลดแรงเฉื่อย, เปลี่ยนวาล์วไอเสียเป็นไทเทเนียมและเปลี่ยนสปริงไอเสียใหม่ เพื่อให้รับกับการเพิ่มเรดไลน์ขึ้นอีก 500 รอบ/นาที…
แม้จะผ่านการแข่งขันไปเกินครึ่งฤดูกาล แต่จนตอนนี้เรากลับยังไม่สามารถตีกรอบนักบิดได้เลยว่าใครกันแน่จะได้เป็นเข้าของแชมป์โลก MotoGP 2020 โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ 2 นักบิดอย่าง Fabio Quartararo ที่ทำผลงานได้สวยหรูอย่างมากเมื่อต้นฤดูกาล แต่สุดท้ายก็ฟอร์มรูดระนาวลงไม่เป็นท่า กับ Andrea Dovizioso ที่อาจจะไม่ได้ฟอร์มร่วงเหมือนรายแรก แต่คะแนนเฉลี่ยก็ยังถือว่าไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก จากผลงานของทั้ง 2 นักบิดที่กล่าวมา จึงทำให้ในการให้สัมภาษณ์ของ Marc Marquez ล่าสุด เขาก็ได้มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้ด้วยว่า ตนเองก็แปลกใจเช่นกัน เพราะอันที่จริงตัวเขาก็คาดหวังผลงานของคู่แข่งไว้ค่อนข้างสูงกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ “คือมันก็ใช่นะที่ในออสเตรีย ผมเคยให้สัมภาษณ์ว่าไม่ Quartararo ก็ Dovizioso น่าจะเป็นนักบิดที่มีลุ้นแชมป์โลก” Marquez ผู้พี่กล่าวในบทสัมภาษณ์ “แต่จากใจผมเลยนะ ผมอยากให้พวกเค้าทำอะไรได้มากกว่านี้” “โดยเฉพาะความคาดหวังกับ Qaurtararo เพราะเค้าชนะในสองเรซแรกแบบขาดลอย, แต่ในตอนนี้ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเค้ากันแน่ ?”, “มันทำให้เค้าเสียหายอย่างมาก, แม้แต่กับจุดเด่นของเค้า นั่นคือการควอลิฟาย (ที่ปกติ Quartararo มักทำผลงานได้ดีจนติดโพลเสมอๆ)” “ในฝั่ง Dovizioso เองก็มีความนิ่ง,…
