อย่างที่เพื่อนๆทราบกันว่าในช่วงที่ผ่านมานี้ จู่ๆข่าวคราวของเจ้า 2021 Honda Forza โฉมใหม่ก็ถูกประโคมหนักขึ้นเรื่อยว่ามันจะต้องมีความเคลื่อนไหวบางอย่างแน่นอนภายในเร็วๆนี้ ซึ่งก่อนหน้านั้นเราอาจจะระบุว่ามันเป็นข่าวลือ แต่ล่าสุดมันกลับไม่ใช่แค่นั้นเสียแล้ว เพราะจากข้อมูลที่เราได้รับมานั้น ณ ขณะนี้ สามารถยืนยันได้แล้วว่า ทาง Honda กำลังมีแผนที่จะเปิดตัวเจ้า Forza รุ่นใหม่ที่งาน Motor Show 2020 แน่นอน แถมยังดูเหมือนว่าทางค่ายจะไม่มีแพลนเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ที่ไม่ใช่ในกลุ่ม Big Wing อื่นเลยนอกจากเจ้าสกู๊ตเตอร์รุ่นนี้ด้วย ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงมากว่ามันจะเป็นโฉมที่ถูกปรับหน้าตาใหม่(เป็นอย่างน้อย)ไม่ใช่แค่การปรับสี ส่วนข้อมูลภาพโลโก้ Forza 350 ที่เพื่อนๆเห็นไปก่อนนหน้านี้เราคงต้องขอชี้แจงอีกครั้งว่าสรุปแล้วมันเป็นเพียงภาพตัดต่อเท่านั้น ไม่ใช่เอมเบลมโลโก้ตัวรถของจริง ดังนั้นในตอนนี้เราจึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า 2020/2021 Honda Forza ที่กำลังจะเปิดตัวในเร็วๆนี้ จะได้รับการขยายความจุเครื่องยนต์เป็นพิกัดราวๆ 350cc อย่างที่เป็นข่าวจริงหรือไม่ ? แต่ยังไงอีกเพียงแค่ 1 สัปดาห์นิดๆนับจากนี้ เราก็จะได้รู้คำตอบกันแล้ว อดใจรอกันไว้ได้เลยครับ แล้วเราจะรีบอัพเดทข้อมูลให้เพื่อนๆทราบโดยเร็วที่สุดครับ อ่านข่าวสาร Honda เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers…
Author: admin
เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ EICMA Show 2019 ต่อมาในอีกไม่กี่สัปดาห์ Triumph Motorcycles Thailand ก็ได้ทำการเปิดจองตัวรถสำหรับลูกค้าชาวไทยในทันทีสำหรับ 2020 Triumph Bobber TFC และในตอนนี้เราก็ได้รับการยืนยันค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า ก่อนถูกส่งมอบให้กับลูกค้า มันจะถูกนำมาจัดแสดงในงาน Motor Show 2020 ที่จะจัดขึ้นภายในกลางเดือนนี้ด้วย ก่อนอื่นสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ตระกูล TFC ที่ออกจากแบรนด์แดนน้ำช้ารายนี้นั้น จะหมายถึง Triumph Factory Custom หรือก็คือ เป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่ถูกตกแต่งพิเศษ โดยโรงงาน Triumph ในประเทศอังกฤษ ซึ่งแน่นอน ด้วยความที่มันเป็นรถ Limited Edition และผลิตแค่เพียง 750 คันบนโลกเท่านั้น ตัว 2020 Triumph Bobber TFC จึงมีการติดตั้งเพลท รัน No. บอกตัวเลข บนแผงคออลูมิเนียมงาน CNC…
แม้ในปัจจุบัน Moto Guzzi จะมีการทำตลาดรถมอเตอร์ไซค์ตระกูล V85 แค่ในรูปแบบแอดเวนเจอร์-ทัวร์ริงไบค์สไตล์โมเดิร์นคลาสสิคภายใจ้ชื่อ “V85TT” แต่ด้วยความที่ปกติแล้วพวกเขามักจะนำตัวรถที่มีอยู่แล้วไปปรับเปลี่ยนแพลทฟอร์มใหม่ให้สามารถวางจำหน่ายได้หลายรูปแบบ จึงทำให้เกิดเป็นไอเดียที่ว่าสักวันพวกเขาอาจทำเจ้า V85 ให้กลายเป็นสปอร์ตไบค์ขึ้นมา ดังผลงานการออกแบบของดีไซน์เนอร์ชาวอิตาลีที่เพื่อนๆเห็นอยู่ตอนนี้ โดยสำหรับผลงานการอกแบบล่าสุดของ Oberdan Bezzi นั้น ก็จะว่าด้วยการเอาโครงสร้างหลักของเจ้า V85TT ได้แก่ชุดเฟรมถัก และเครื่องยนต์ V-Twin วางขวางตัวรถพร้อมระบบส่งกำลังแบบเพลาขับ มาเปลี่ยนชิ้นส่วนเปลือกนอกใหม่เพื่อให้มันกลายเป็นรถมอเตอร์ไซค์แนวสปอร์ต-ฮาล์ฟแฟริ่งเต็มขั้น ทั้งชุดล้ออัลลอยด์หน้า/หลัง, ระบบกันสะเทือนอย่างโช้กตะเกียบคู่หัวกลับด้านหน้าที่สั้นลง กับชุดสวิงอาร์มหลังที่ปรับดีไซน์ใหม่, ถังน้ำมันที่เตี้ยลงแต่ยาวกว่าเดิม, ชุดโม่งหน้าใหม่, ท้ายสั้น, และท่อไอเสียสุดเฉี่ยวที่ออกทางด้านซ้ายของตัวรถ อย่างไรก็ดี หากทาง Moto Guzzi เลือกดัดแปลงเจ้า V85TT ให้กลายเป็นสปอร์ต-ฮาล์ฟแฟริ่งอย่างเช่น Moto Guzzi V85 : Black Eagle Concept ที่ Orberdan Bezzi ออกแบบขึ้นมาจริง มันก็ถือว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาเคยทำอยู่ดี เพราะก่อนหน้านี้ทางค่ายก็เคยทำรถมอเตอร์ไซค์ชื่อ…
ผ่านไปครึ่งไป แต่จนตอนนี้ 2020 Suzuki V-Strom 1050 ก็ยังไม่ได้ถูกนำเข้ามาให้เราชาวไทยได้สัมผัสกัน ทว่าสำหรับในทวีปยุโรปนั้นพวกเขากลับได้รับมอบตัวรถกันมาพักใหญ่แล้ว และนั่นก็ทำให้ทางสื่อท้องถิ่นไม่พลาดที่จะนำมันมาทดสอบ ซึ่งหนึ่งในข้อมูลที่พวกเขาพึ่งนำเสนอออกมานั้นก็คือเรื่องของค่า “แรงม้าลงล้อหลัง” ที่วัดได้จากเจ้าแอดเวนเจอร์ไบค์น้องใหม่ของค่ายคนบ้าคันนี้ ก่อนอื่น สำหรับตัวเลขกำลังสูงสุดของ V-Strom 1050 ที่ได้จากขุมกำลังบล็อค V-Twin 1,037cc นั้น ก็จะเคลมตัวเลขไว้ในข้อมูลทางเทคนิคว่าอยู่ที่ 106 HP ที่ 8,500 รอบ/นาที กับแรงบิดสูงสุดอีก 100 นิวตันเมตร ที่ 6,000 รอบ/นาที ส่วนตัวเลขแรงม้าที่ได้จากการวัดที่ล้อหลังนั้นก็จะอยู่ที่ 93.4 WHP ที่ 8,650 รอบ/นาที และแรงบิดอีก 87.45 นิวตันเมตรที่ 4,630 รอบ/นาที ซึ่งจะเห็นได้ว่าแม้แรงม้าอาจจะลดลงไปไม่มากเท่าไหร่นัก แต่แรกบิดนั้นหายไปค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว นอกจากนี้ แม้ในตอนแรกเราจะระบุว่าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา 2020 Suzuki V-Strom…
แม้ว่าผลกระทบของเชื้อไวรัส COVID-19 ระบาดจะทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับในประเทศอิตาลีที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในยุโรปซึ่งด้วยเหตุนี้จึงทำให้แบรนด์สัญชาติอิตาเลียนอย่าง Piaggio Group บริษัทแม่ของ Aprilia นั้นต้องหาเงินก้อนใหญ่มาหมุนภายในบริษัท เพื่อให้โปรเจ็กท์ใหม่ๆของตนเองยังสามารถก้าวต่อไปได้ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ทาง Piaggio ต้องกู้เงินจากธนาคาร Banca Monte dei Paschi di Siena และ ธนาคาร Cassa Depositi e Prestiti ของประเทศอิตาลีเป็นจำนวนเงินรวมกัน 60 ล้านยูโร หรือกว่า 2,100 ล้านบาท โดยทางค่ายได้ระบุว่าเงินส่วนนี้พวกเขาตั้งใจจะนำไปใช้เพื่อการวิจัยและพัฒนา (ฝ่าย R&D) เป็นหลัก ทั้งในเรื่องของการพัฒนาระบบความปลอดภัยตัวรถและในเรื่องของการพัฒนาเครื่องยนต์ให้รองรับกับมาตรฐานมลพิษยุคปัจจุบันและอนาคตมากขึ้น โดยสำหรับแบรนด์รถมอเตอร์ไซค์ที่อยู่ภายใต้เครือของ Piaggio Group นั้น ก็จะมีทั้งหมด 7 แบรนด์ด้วยกัน ได้แก่ Piaggio, Aprilia, Vespa, Moto Guzz, Scarabeo,…
ยังคงขยันพัฒณาโปรเจ็กท์รถมอเตอร์ไซค์ 3 ล้อกันอยู่เรื่อยๆสำหรับทาง Yamaha ที่ล่าสุดพกวเขาพึ่งมีการจดสิทธิบัตรคอนเซปท์รถมอเตอร์ไซค์แนวนี้ออกมา โดยใช้เทคโนโลยีระบบบังคับเลี้ยวล้อคู่หน้าแบบใหม่อย่างที่เราได้เคยนำเสนอข้อมูลไปก่อนหน้านี้ไม่นานนักด้วย โดยสำหรับภาพที่เพื่อนๆเห็นกันอยู่ในตอนนี้ มันก็คือภาพสิทธิบัตรของคอนเซปท์รถมอเตอร์ไซค์ 3 ล้อคันใหม่ล่าสุดจากทาง Yamaha ที่นอกจากมันจะมาพร้อมกับดีไซน์ดูแปลกตาเน้นออกไปทางทัวร์ริ่งไบค์จ๋าจัดๆแล้ว ระบบบังคับเลี้ยวล้อคู่หน้าของมันยังเป็นแบบที่ใช้ชุดปีกนก 2 ชั้น ทำงานร่วมกับโช้กแก๊ส 2 ต้น ที่ตัวหูโช้กด้านบนจะยึดกับแกนเหล็กที่สามารถโยกซ้าย/ขวาได้อย่างอิสระไม่ยึดตายกับตัวเมนเฟรม อันเป็นกลไกการบังคับเลี้ยวล้อหน้าแบบใหม่ที่พวกเขาพึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากไอเดียของ Brudeli ผู้ผลิตสัญชาตินอร์เวย์ ไม่เพียงเท่านั้น ในเอกสารสิทธิบัตรดังกล่าว ยังระบุอีกว่าตัวคอนเซปท์ไบค์คันนี้ จะใช้ขุมกำลังลูกผสม หรือก็คือเป็นมอเตอร์ไซค์ไฮบริด ที่จะผสานการทำงานระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ร่วมกับเครื่องยนต์แบบ 2 สูบเรียง ซึ่งหากมองจากขนาดตัวรถแล้ว อย่างน้อยๆเครื่องยนต์ที่สามารถใช้กับมันได้ ก็ควรจะต้องเป็นของรถมอเตอร์ไซค์อย่าง Tmax 560 ขึ้นไป ทีนี้หากเพื่อนๆถามว่าแล้วมันมีโอกาสมากแค่ไหนที่ Yamaha จะผลิตเจ้าคอนเซปท์ไบค์ดีไซน์แปลกตาคันนี้ออกมาวางจำหน่ายจริงๆ ? โดยส่วนตัวแล้วทีมงานมองว่าคงมีน้อยมากๆ หรืออาจจะไม่เกิดขึ้นเลยในช่วง 3-5 ปีนับจากนี้ เพราะนี่อาจจะเป็นแค่ดีไซน์ตัวรถคอนเซปท์ที่ทางค่ายตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อเอาไว้อวดเทคโนโลยีของตนเท่านั้นเหมือนอย่างที่พวกเขาเคยทำในหลายๆปีที่ผ่านมานั่นเอง อ่านข่าว Yamaha เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers…
ราวกับว่าอัดอั้นกันมานานเลยทีเดียวสำหรับทาง Ducati ที่จู่ๆในช่วง 2-3 วันมานี้ พวกเขาเลือกที่จะนำตัวรถต้นแบบออกมาวิ่งทดสอบกันทีเดียวหลายๆรุ่น ซึ่งนอกจากเจ้า Monster 950 ที่เรานำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนี้ก็ถึงคิวของ Ducati Multistrada V4 กันบ้าง โดยหลังจากที่ต้องเว้นว่างการทดสอบไปนับเกือบครึ้งปีเพราะพิษ COVID-19 ระบาด ตอนนี้ Multistrada V4 ก็ถูกนำมาวิ่งทดสอบบนถนนสาธารณะอีกครั้ง แถมในครั้งนี้ก็ดูเหมือนว่าตัวรถจะมีความสมบูรณ์ขึ้นมาก (คลิกชมภาพได้ที่นี่) เพราะไม่มีทั้งการพรางลายสติ๊กเกอร์รอบคัน แถมยังมีการใส่แฟริ่งมาให้ครบๆตั้งแต่หัวจรดท้าย ซึ่งหากมองในผิวเผินมันก็อาจจะไม่ได้มีเส้นสายที่ต่างจาก Multistrada รุ่นปัจจุบันเท่าไหร่นัก แต่ถ้าหากมองจากมิติตัวรถดีๆแล้ว ก็จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่ามันมี”ความแน่น” ของช่วงลำตัวรถตรงกลางพอสมควรเลยทีเดียว นอกจากนี้ในส่วนของชุดโคมไฟหน้าเอง แม้จะยังคงเป็นแบบหลอด LED คล้ายๆเดิม แต่มันก็มีขนาดโคมที่ใหญ่กว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ไม่เพียงเท่านั้นชุดสวิงอาร์มหลังเองก็ยังเปลี่ยนจากแบบแขนเดี่ยวเป็นแขนคู่ด้วย ทั้งนี้ก็คาดว่าจะเป้นเพราะทาง Ducati ไม่อยากให้ต้นทุนของมันสูงเกินไป เพราะลำพังแค่เครื่องยนต์ V4 ความจุ 1,103cc ที่ปรับจูนใหม่มาจาก Panigale V4 ก็ใช้งบในการผลิตสูงพอแล้ว แน่นอนว่าสำหรับกำหนดการเปิดตัว…
ด้วยความที่โฉมปรับใหญ่ครั้งล่าสุดนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2014 ในที่สุด Ducati Monster ก็จะได้รับการปรับปรุงคราใหญ่อีกครั้ง โดยในคราวนี้ก็จะมาพร้อมกับการปรับพื้นฐานเครื่องยนต์อีกเช่นเคยจากรหัสปัจจุบันคือ 821 ให้กลายเป็น 950 ใช่ครับ หลังจากที่ในฝั่ง Hypermotard นั้น ได้เปลี่ยนรหัสเครื่องยนต์จาก 821 ไปเป็น 950 ได้พักใหญ่ ในตอนนี้ทางฝั่ง Monster ก็ได้ฤกษ์ที่ปรับโฉมในทิศทางดังกล่าวบ้างเพราะเมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีหลักฐานชิ้นสำคัญเป็นภาพสปายช็อตที่เผยให้เห็นตัวรถ Ducati Monster รุ่นปริศนากำลังถูกวิ่งทดสอบอยู่บนถนนสาธารณะของประเทศอิตาลี และจากการสังเกตภาพสปายช็อตดังกล่าว (คลิกชมที่นี่) เราจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่าในตัวรถ Monster 950 นี้ จะไม่ได้มีแค่การปรับเปลี่ยนในเรื่องของเครื่องยนต์บล็อคใหม่เท่านั้น แต่ทาง Ducati ได้ลงทุนถึงขั้นเปลี่ยนเอาเฟรมถักซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ทิ้งไป แล้วแทนที่ด้วยชุดเฟรมแบบอลูมิเนียมหล่อขึ้นรูปเหมือนกันกับรถมอเตอร์ไซค์รุ่นอื่นๆที่ค่ายทำอยู่ในตอนนี้ด้วย ด้านชิ้นส่วนหลักอื่นๆของตัวรถที่ติดมานั้น ดูเหมือนจะยังไม่สมบูรณ์เท่าไหร่นัก (เพราะอย่างที่บอกว่ามันคือรถต้นแบบ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับชุดล้อที่ด้านหน้าเป็นแบบ 3 ก้านตัว Y ขณะที่ด้านหลังเป็นแบบ 10 ก้านตรง และตัวท่อไอเสียเองก็เป็นแบบออก 2 ใบไซส์เล็กจิ๋ว แต่ไม่ได้มีการเก็บงานในส่วนของค่อท่อเท่าไหร่นัก…
อย่างที่เพื่อนๆทราบกันว่าในเร็วๆนี้ Kawasaki ZX-25R กำลังจะได้ฤกษ์เปิดตัววางขายอย่างเป็นทางการเสียทีหลังเจอพิษ COVID-19 ระบาดจนต้องหยุดชะงักตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นักที่ในช่วงนี้จะมีข้อมูลที่ไม่ใช่แค่ทีเซอร์ของมันออกมาเรื่อยๆให้เราได้อัพเดทกัน โดยสำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดของ ZX-25R ที่ถูกเผยออกมาโดย Kawasaki Indonesia นั้น ก็คือหลังจากที่พวกเขาได้เปิดตัวมันอย่างเป็นทางการบนโลกออนไลน์ในวันที่ 10 กรกฏาคมไปแล้ว ภายในวันที่ 11-12 กรกฏาคมพวกเขาก็จะเปิดจองตัวรถในทันที ซึ่งสาเหตุที่พวกเขาต้องจำกัดวันเปิดจองไว้เพียงแค่ 2 วัน นั่นก็เป็นเพราะว่าตัวรถล็อตแรกที่พวกเขาสามารถนำเข้าจากบ้านเราไปให้ลูกค้าชาวอินโดนีเซียได้จับจองกันนั้น จะมีอยู่แค่เพียง 100-200 คันเท่านั้น ส่วนกำหนดการส่งมอบตัวรถ Kawasaki ZX-25R ทาง Kawasaki Indonesia ไม่ได้ระบุว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่กันแน่ แต่คาดว่าอาจจะต้องใช้เวลาอีกนับเดือนเลยทีเดียวเนื่องจากมาตรการป้องกันเชื้อไวรัส COVID-19 ของรัฐบาลอินโดนีเซียยังค่อนข้างเข้มงวดอยู่นั่นเอง ด้านความเคลื่อนไหวของ Kawasaki Thailand เกี่ยวกับ ZX-25R ณ ขณะนี้ยังค่อนข้่างเงียบ ทว่าจากการที่ทางทีมงาน MotoRival ได้มีโอากาสเข้าไปสัมภาษณ์ผู้บริหารแล้ว ก็คาดว่าเราคงได้เห็นเจ้า ZX-25R เปิดตัวที่บ้านเราในอีกไม่นานนักหลังจากการเปิดตัวที่อินโดนีเซีย และด้วยความที่มันเป็นรถมอเตอร์ไซค์ซึ่งผลิตในไทยอยู่แล้ว…
สุดยอดทีมแข่งอันดับหนึ่งแห่งศึกโมโตจีพี “เรปโซล ฮอนด้า” เผยกุญแจสำคัญ 5 ข้อ ที่นำไปสู่การคว้าแชมป์รายการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกหลายต่อหลายครั้งตลอดหลายปีที่ผ่านมา 1.วางแผนการทดสอบอย่างมีประสิทธิภาพ แม้รอบชิงชนะเลิศจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ แต่การทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมจะเริ่มต้นตั้งแต่สมาชิกทีมแข่งเดินทางไปถึงสนามอย่างช้าที่สุดในวันพุธ โดยทีมงานจะต้องตรวจสอบข้อมูลอย่างพิถีพิถัน ก่อนนำมาใช้วางแผนการทดสอบในรอบการซ้อมแต่ละเซสชั่นให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งวิเคราะห์จากสภาพแวดล้อมต่างๆ อย่างละเอียด เช่น ลักษณะพื้นผิวแทร็ก สภาพอากาศ อุณหภูมิ ความชื้น แรงลม รวมถึงรายละเอียดอื่นๆ ทั้งหมดที่มีผลกระทบต่อการปรับเซตอัพรถแข่ง 2.เลือกยางที่ใช่ การเลือกยางที่เหมาะสมมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการวางแผนกลยุทธ์เพื่อเป้าหมายคว้าชัยชนะการแข่งขัน สำหรับปัจจัยหลักที่ต้องพิจารณา ได้แก่ สภาพอากาศ ลักษณะเฉพาะของสนาม ระยะทางต่อรอบ จำนวนโค้งในสนาม จำนวนรอบการแข่งขัน และที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเลือกใช้ยางแบบ Hard, Medium หรือ Soft ก็ตาม นั่นคือ สไตล์การขับขี่ของตัวนักแข่งฮอนด้าแต่ละคนที่มีผลต่อการสึกหรอของยางโดยตรง 3.รับฟังเสียงตอบรับจากนักแข่ง ไม่ว่าทีมช่างที่ปรับแต่งรถแข่งจะมีจำนวนกี่คนก็ตาม แต่ผู้ขับขี่ก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ดังนั้น ข้อมูลจากนักแข่งฮอนด้าหลังจากที่ได้สัมผัสรถแข่งในสนามแล้วจะมีความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความมั่นใจของผู้ขับขี่ก็เป็นกุญแจสำคัญในการชนะการแข่งขันด้วยเช่นกัน การนำเสียงตอบรับมาปรับแต่งรถให้เป็นไปตามที่นักแข่งต้องการ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและขับขี่ได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น 4.ทำงานแบบทีมเวิร์ค ฮอนด้าให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก…
