ย้อนไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ทางผู้บริหาร GPX ได้ทำการนำเสนอข้อมูลกับเหล่าดีลเลอร์ไปว่า ในปี 2019-2020 พวกเขาจะมีแผนการเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ทั้งหมด 9 รุ่น โดย 2 คันจากในนั้นก็เป็นรถมอเตอร์ไซค์แนวสกู๊ตเตอร์ที่หลายๆคนชื่นชอบอยู่ด้วย และตอนนี้ก็มีคนพบเห็นมันเริ่มถูกทดสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้วบนถนนประเทศไทย จากภาพที่เพื่อนๆเห็นกันอยู่ในขณะนี้ คือรถต้องสงสัยที่คาดว่าจะเป็นสกู๊ตเตอร์รุ่นใหม่ของ GPX ซึ่งถูกถ่ายเอาไว้ได้ขณะที่มันกำลังถูกจอดพักบริเวณปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ซึ่งเมื่อดูจากหน้าตาและรูปทรงของมันแล้ว ก็ถือว่ามีความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวใช้ได้เลยทีเดียวโดยเฉพาะกับช่วงหน้าตัวรถที่ใช้โคมไฟ LED แบบแยกฝั่งซ้ายขวาและออกแบบให้องศาแหงนตวัดขึ้นมาเพื่อความดุดันประมาณหนึ่ง และจุดที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือเครื่องยนต์สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำของมัน ที่เมื่อดูจากรูปทรงแล้วดูเหมือนว่าจะเป็นเครื่องยนต์ 278cc ลูกเดียวกันกับ Aprilia SR Max 300 ที่สามารถทำแรงม้าสูงสุดได้ 22 PS ที่ 7,250 รอบ/นาที กับแรงบิดสุงสุดอีก 23 นิวตันเมตร ที่ 6,000 รอบ/นาที ซึ่งก็เป็นตัวเลขที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว ทว่าอันที่จริง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนไทยได้พบเห็นว่ามันกำลังถูกทดสอบในบ้านเรา เพราะก่อนหน้านี้ในช่วงปี 2019 ก็มีคนพบเห็นมันกำลังถูกวิ่งทดสอบอยู่บนถนนเช่นกัน เพียงแต่ตอนนั้นมันถูกอำพรางตัวไว้มิดชิดกว่านี้ และยังไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่าใครคือผู้ที่จะจัดจำหน่ายมัน…
Author: admin
แม้จะเลิกทำตลาดในบ้านเราไปนานแล้ว แต่ Honda icon ก็ยังคงทำตลาดต่อไปที่ประเทศอินโดนีเซียอย่างรุ่งโรจน์ในชื่อ Honda Beat ซึ่งล่าสุดทาง ก็ดูเหมือนว่ามันพร้อมจะกลับไปโลดแล่นทำตลาดในประเทศอื่นอีกครั้ง หลังทางบริษัทแม่ได้จดสิทธิบัตรภาพของมันเอาไว้ในยุโรป โดยสำหรับหน้าตาของ 2020 Beat ที่ถูกนำไปจดสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาของยุโรปนั้น ถือว่ามีหน้าตาเหมือนกันกับตัวรถที่ขายจริงในประเทศอินโดนีเซียทุกประการ ทั้งรายละเอียดแฟริ่งภายนอก, ชุดไฟหน้า LED โคมเดี่ยวดีไซน์ใหม่ รับกับแถบไฟเลี้ยวด้านบน ซึ่งคล้าย Click 125i โฉมแรกมากๆ ส่วนไฟท้ายที่แยกฝั่งกันซ้าย-ขวานั้นก็ดูเหมือน CBR1000RR-R คันใหม่ล่าสุดแทน อย่างไรก็ดี ยังมีจุดสังเกตุอยู่เล็กน้อยว่า หากทางค่ายอยากขายมันในทวีปยุโรปจริง ? ทำไมมันถึงมีตัวฐานยึดทะเบียนด้านหน้ามาด้วย ทั้งๆที่ในประเทศเหล่านั้นไม่ได้มีข้อกำหนดตรงนี้เหมือนประเทศอินโดนีเซีย ทว่าหาก Beat รุ่นนี้จะถูกนำไปวางจำหน่ายในยุโรปเร็วๆนี้จริงล่ะก็ โอกาสที่มันจะถูกนำมาขึ้นไลน์ผลิตในบ้านเราก็พอมีความเป็นได้อยู่บ้างเช่นกัน เนื่องจากโดยปกติแล้ว หน้าที่การผลิตรถมอเตอร์ไซค์พิกัดต่ำกว่า 650cc ลงมามักจะเป็นของ Honda Motorcycle Thailand เสมอ ไม่ใชของ Astra Honda Motors ที่เน้นผลิตไว้ขายในบ้านของตนเองเป็นหลัก…
ด้วยสถานการณ์ของเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งกำลังแพร่ระบาดหนักทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศอิตาลี ณ ขณะนี้ ที่รุนแรงถึงขั้นต้องประกาศปิดประเทศชั่วคราว ทำให้ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นักที่จู่วันหนึ่งทาง Ducati จะออกมาประกาศว่าพวกเขาเลือกปิดโรงงานชั่วคราว เพื่อรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ จากข้อมูลระบุไว้ว่า แม้ Ducati จะเลือกปิดโรงงาน Borgo Panigale ณ เมืองโบโลนญ่า ประเทศอิตาลีไป ตามมาตรการความปลอดภัยของสหภาพแรงงานและทางบริษัท ทว่าด้วยความที่ช่วงนี้ทางบริษัทมียอดการผลิตที่รอการส่งมอบให้กับลูกค้าค่อนข้างสูง จึงทำให้พวกเขาจะกลับมาเปิดโรงงานอีกครั้งในช่วงสัปดาห์หน้า แต่ก็จะเป็นการเปิดแค่บางส่วนเท่านั้น และที่สำคัญคือพวกเขาก็จะมีวิธีตรวจวัดหรือรับมือผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่หนาแน่นรัดกุมขึ้นกว่าเดิมแน่นอน เพื่อความปลอดภัยของบุคลากรในโรงงาน ซึ่งอันที่จริงทาง Ducati ก็ได้เริ่มต้นสรรหาวิธีป้องกันตัวขั้นต้นให้กับพนักงานมาแล้วสักพักหนึ่ง เช่นกำหนดระยะห่างขั้นต่ำระหว่างพนักงานกันเอง ว่าจะต้องอยู่ห่างกันอย่างน้อย 1 เมตรขึ้นไป หรือการปรับรูปแบบสายการผลิตใหม่ โดยอาจจะเพิ่มระยะเวลาการผลิตไปบ้าง แต่มันก็ดีกว่าให้เชื้อไวรัสนี้แพร่ระบาดไปทั่วโรงงานอย่างรวดเร็ว (หากมีพนักงานคนใดคนหนึ่งติดเชื้อจากภายนอกขึ้นมา) อ่านข่าวสาร Ducati เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
ด้วยผลกระทบที่รุนแรงและต่อเนื่องเรื่อยๆของเชื้อไวรัส COVID-19 ต่อเวที MotoGP จนเป็นเหตุให้ทางผู้จัดต้องเลื่อนการแข่งไปช่วงสิ้นปีเสียหลายสนาม ซึ่งล่าสุด ประธาน FIM ก็ได้ออกมาเกริ่นเปรยๆว่า ถ้าหากยังเป็นช่นนี้ไปเรื่อยๆ ไม่แน่ว่าศึกการแข่งขัน ประจำฤดูกาล 2020 อาจจะต้องลากยาวข้ามปี ไปสิ้นสุดในช่วงมกราคม 2021 ก็ได้ “ใช่ ถ้าจำเป็น” Jorge Viegas ประธาน FIM กล่าวตอบบทสัมภาษณ์สื่อที่ได้เข้าไปถามถึงความพยายามรักษาจำนวนสนามในศึก MotoGP 2020 ให้ครบตามกำหนดเดิมมากที่สุด แม้หลายสนามช่วงต้นปีต้องเลื่อนหนี COVID-19 ที่ระบาดหนักในช่วงนี้ “ลองนึกภาพถึงการแข่งต่างๆที่ยังไม่ได้ถูกยกเลิก และเราต้องเริ่มการแข่งในภายหลังสิ, เราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษาแชมเปี้ยนชิพนี้ให้สมกับชื่อของมัน, ถ้ามันจำเป็น, พวกเราก็จัดจัดกันไปจนถึงมกราคมปี 2021, สำหรับพวกเรามันไม่ใชเรื่องที่ห้ามทำ” ขอบคุณข้อมูลจาก Crash.net อ่านข่าว MotoGP เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
ย้อนไปก่อนหน้านี้เมื่อปี 2018 Sarolea ได้เคยสร้างเสียงฮือฮาด้วยการเปิดตัว Manx7 ซุปเปอร์ไบค์ไฟฟ้า 204 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร ราคา 1.67 ล้านบาทมาแล้ว ล่าสุดพวกเขาก็ได้เปิดตัวเนคเก็ทไบค์รุ่นใหม่อีกหนึ่งรุ่นออกมา ในชื่อ N60 MM.01 ซึ่งเราบอกได้เลยว่ามันเองก็มีความนาสนใจไม่แพ้กับพี่น้องร่วมค่ายเช่นกัน เผลอๆอาจจะน่าสนใจกว่าด้วยซ้ำ สำหรับจุดขายของ N60 MM.01 คันนี้ หลักๆๆแล้วก็จะเริ่มจากดีไซน์ภายนอก ซึ่งถูกออกแบบให้มีความล้ำสมัยแต่เรียบง่ายเข้ากับขุมกำลังของตัวรถสุดๆ ไม่เพียงเท่านั้นตัวบอดี้พาร์ทชิ้นกลางขนาดใหญ่ก็เป็นชุดเฟรมคาร์บอนที่ทำขึ้นจากวันสุดคาร์บอนไฟเบอร์ลามิเนต และทางค่ายก็นำมันไปใช้กับสวิงอาร์มด้วยเช่นกัน นอกนั้นในส่วนระบบกันสะเทือนก็เป็นแบบยกชุดจาก Ohlins โดยฝั่งด้านหน้าจะเป็นโช้กตะเกียบคู่หัวกลับรุ่น FGR200 ส่วนด้านหลังที่เป็นโช้กอัพแก๊สเดี่ยวมีซับแทงค์แยกรุ่่น TTX36 เพื่อรองรับน้ำหนักตัวเปล่าๆที่สูงถึง 215 กิโลกรัม ขณะที่ปั๊มเบรกยกชุดก็เป็นของแบรนด์หรู Beringer และชุดล้อก็เป็นแบบอลูมิเนียมอัลลอยด์สจาก O.Z. รัดด้วยยางไซส์ 120/70 กับ 190/55 ตามลำดับหน้า-หลัง ด้านชุดมอเตอร์ไฟฟ้า น่าเสียดายที่ทาง Sarolea ไม่ได้ระบุว่ามันสามารถทำกำลังสูงสุดได้ไหร่…
สิ่งหนึ่งที่อาจจะไม่ใช่สิ่งแรกที่นึกถึง แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าลต้องถูกมองข้างอยู่หลายครั้งก็คือน้ำหนัก แต่สำหรับเจ้า Torp Motorbike มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันนี้ กลับมีความแตกต่างออกไปเพราะมีนมีน้ำหนักพร้อมขี่เพียง 29 กิโลกรัมเท่านั้น โดยสำหรับจุดเด่นของ Torp Bike ก็คงหนีไม่พ้นหน้าตาภายนอกที่ถูกออกแบบให้ผสมความล้ำสมัยปนกับภาพลักษณ์แบบเอนดูโร่ไบค์แท้ๆ ส่วนชุดเฟรมก็ถูกทำขึ้นจากวัสดุอลูมิเนียมน้ำหนักเบา ด้านแบตเตอรี่น้ำหนัก 8 กิโลกรัมของมัน ก็สามารถประจุไฟเอาไว้เพื่อรองรับการใช้งานได้ไกลสุดถึง 110 กิโลเมตร และสามารถชาร์จไฟให้เต็มได้ภายในเวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง นอกจากนี้ตัวมอเตอร์ไฟฟ้าของมันยังมีกำลังสูงสุดถึง 20 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุดให้เรียกใช้อีก 300 นิวตันเมตร ซึ่งถือว่าสูงมากๆสูงกว่าซุปเปอร์ไบค์ 1,000cc เกือบ 3 เท่าเลยทีเดียว ขณะที่ความเร็วสูงสุดของเจ้า Torp ก็ยังถูกระบไว้ว่าอยู่ที่ราวๆ 80 กม/ชม. แถมยังมีโหมดปรับการใช้งานอีก 3 รูปแบบตามความต้องการของผู้ขี่ด้วย ส่วนราคาของ Torp Motorbike EV คันนี้ ก็จะอยู่ที่ 7,000 ยูโร…
แม้ในตอนนี้ทางประเทศจีน จะประกาศว่าการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในประเทศตนเอง ได้สิ้นสุดการระบาดไปแล้ว แต่ในช่วงเวลาเดียวกันสำหรับประเทศอื่นๆทั่วโลกโดยเฉพาะกับทวีปยุโรปนั้น กลับพึ่งเริ่มขึ้นเท่านั้น ซึ่งด้วยแนวโน้มตัวเลขผู้ติดเชื้อที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้ทาง KTM เลี่ยงไม่ได้ที่จะประกาศปิดโรงงานผลิตของตนชั่วคราว เพื่อลดปัญหาที่เชื้อไวรัสนี้อาจจะระบาดในหมู่พนักงานด้วยกันเอง โดยสำหรับการประกาศในเบื้องต้น ทาง KTM ได้ระบุว่าพวกเขาจะทำการปิดโรงงานผลิตรถมอเตอร์ไซค์ของตนที่ตั้งอยู่ในประเทศออสตรียเป็นการชั่วคราว ใช้ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดเชื่อ COVID-19 ซึ่งการประกาศนี้จะครอบคลุมไปถึงแบรนด์รถมอเตอร์ไซค์ย่อยอื่นๆอย่าง Husqvarna และGasGas ด้วย โดยการหยุดผลิตครั้งนี้ก็ย่อมแน่นอนว่าจะกระทบถึงตลาดผู้ต้องการรถมอเตอร์ไซค์ทั่วโลก และอาจรวมถึงกำหนดการเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ของพวกเขาในช่วงงาน Motor Show 2020 ของบ้านเราด้วย แต่จะมากน้อยแค่ไหน เราคงต้องรอดูข้อมูลกันต่อไปครับดูกันครับ อ่านข่าว KTM อื่นๆเพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
ยังคงต้องคอยติดตามสถานการณ์ของการแข่งขัน MotoGP 2020 กันอยู่เรื่อยๆ ซึ่งหลังจากที่ก่อนหน้านี้ทาง Dorna และ FIM ได้มีการประกาศเลื่อนการแข่งขัน FrenchGP ในประเทศฝรั่งเศสไปแล้ว ล่าสุดสำหรับการแข่งขัน Jerez ที่แม้กว่าจะจัดก็คือช่วงวันที่ 1-3 พฤษภาคม แต่ด้วยสถานการณ์ของการระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 จึงทำให้กำหนดการแข่งขันนี้ยังไม่สามารถการันตีแบบ 100% ได้อยู่ดีว่าจะเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ ? โดยจากรายงาน ทางสื่อสายมอเตอร์สปอร์ตของทวีปยุโรปได้ระบุว่า แม้กำหนดการเทสรอบหลังเปิดฤดูกาล MotoGP ครั้งแรก จะมีกำหนดจัดในช่วงวันที่ 18-20 มีนาคม ณ สนามแข่งขันเฆเรซ ประเทศสเปน แต่ด้วยสถานการณ์ไวรัส COVID-19 จึงทำให้ทีมแข่งสังกัด KTM ตัดสินใจไม่เข้าร่วมเทส ต่อมาทางผู้จัดสนามก็พึ่งประกาศอีกว่ามีความจำเป็นต้องปิดสนาม 15 วันนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทำให้ Aprilia, Honda, และ Suzuki เอง ก็จะไม่ได้ทำการทดสอบตัวแข่งของพวกเขาด้วยเช่นกันโดยปริยาย (ส่วน Ducati…
เงียบหายไปพักใหญ่นับตั้งแต่งาน EICMA Show 2019 เพราะสุดท้ายทางค่ายก็เลือกเปิดตัวแค่เพียง Ducati Multistrada 1260 รุ่นย่อยใหม่ออกมาเท่านั้นเพื่อจำหน่ายในปี 2020 แต่ล่าสุด Multistrada V4 ก็เริ่มปรากฏกายให้ให้เห็นอีกครั้ง หลังมีผุ้พบเห็นมันกำลังถูกขี่ทดสอบในทวีปยุโรปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ก่อนอื่น เราอยากให้เพื่อนๆเปิดดูภาพ Spyshot ในลิ้งค์ตรงนี้เพื่อสังเกตหน้าตาของมันโดยคร่าวๆก่อน หลังจากนั้นเราก้จะเห็นได้ว่าในภาพรวมแล้ว Multistrada V4 ก็จะยังคงมาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่คล้ายเดิมอยู่เนื่องจากเป็นลายเซ็นของมันไปแล้ว ทว่าเพื่อให้ตัวรถดูโดดเด่น ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ทาง Ducati จึงปรับเส้นสายรอบคันของมันใหม่ให้ดูเฉียบคมกว่าเดิม โดยเฉพาะกับชุดไฟหน้า LED พร้อมแถบไฟ DRL, ชุดจงอยกันดีดด้านหน้า, และแฟริ่งข้าง ด้านชุดเมนเฟรมก็แน่นอนว่าจะต้องเป็นของใหม่ชัดเจน เนื่องจากต้องออกแบบเพื่อให้มันรองรับกับเครื่องยนต์ลูกใหม่ที่เป็นบล็อก V4 ซึ่งยกมาจาก Panigale V4 แบบแทบทั้งดุ้น และถูกปรับจูนใหม่เพื่อให้มีบุคลิกตอบสนองตามโจทย์ทัวร์ริ่งไบค์จนแรงม้าสูงสุดอาจจะไปหยุดอยู่ที่ราวๆ 190 HP อย่างไรก็ดี แม้ระบบกันสะเทือนหน้าจะยังคงเป็นแบบตะเกียบคู่หัวกลับเช่นเดิม แต่ชุดระบบกันสะเทือนด้านหลังนั้น ถึงจะใช้โช้คเดี่ยววางนอนสไตล์ Ducati ทว่าสวิงอาร์มกลับเป็นแบบอลูมิเนียมแขนคู่แน่นอน…
ขณะที่ค่ายอืนทยอยมีข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์โมเดลใหม่ ไม่ก็ปรับโฉมโมเดลที่มีอยู่ในปัจจุบันใหม่ แต่ทาง Suzuki ที่ยังคงต้องลุ้นอยู่เสมอว่าพวกเขาจะมีการปรับโฉมรุ่นใดบ้างอยู่ตลอดนั้น กลับยังคงมีแค่ความเคลื่อนไหวในการปรับสีใหม่ของโมเดลที่ขายอยู่ในปัจจุบันสำหรับปี 2020 นี้เท่านั้น ซึ่งรุ่นล่าสุดที่ถูกปรับสีที่ว่านี้ก็คือ 2020 Suzuki SV650X ที่เพื่อนๆเห็นอยู่ในตอนนี้ และสำหรับชุดสีของ SV650X เวอร์ชันปี 2020 จะมาในโทนสีดำสนิทเกือบทั้งคัน ไล่ตั้งแต่ชุดล้อ, ชิ้นแฟริ่งกรอบโคมไฟหน้า, ชิ้นแฟริ่งกาบข้าง, ถังน้ำมัน, แฟริ่งครอบซับเฟรมด้านท้าย, ชุดเฟรม, แม้แต่ท่อไอเสียกับการ์ดความร้อนก็ยังเป็นสีดำ ส่วนบอดี้พาร์ทที่ไม่ได้ทำสีดำก็มีแค่เพียงเบาะนั่งเท่านั้น ที่ยังคงเย็บทรงขนมปังปอนด์และทำสีเป้นสีน้ำตาลสไตล์คลาสสิค นอกนั้นในส่วนของระบบกันสะเทือน, ระบบเบรก, ระบบอิเล็กทรอนิสก์ต่างๆ ยังคงเป็นแบบเดิมกับที่ใช้ใน SV650X MY2019 รวมถึงเครื่องยนต์ก็ยังคงเป็นบล็อคเดิมที่มีความจุ 645cc วางเลย์เอาท์แบบ V-Twin 90 องศา มอบกำลังสูงสุดที่ 76.1 แรงม้า (PS) กับ แรงบิดสูงสุด 64 นิวตันเมตร ทว่าดูเหมือนมันจะยังคงผ่านแค่มาตรฐานไอเสียระดับ Euro4 เท่านั้น…
