ด้วยดีไซน์ที่ผสานระหว่างความคลาสสิคฉบับคาเฟ่ต์ไบค์ และสมัยใหม่ฉบับซุปเปอร์สปอร์ไบค์ และเส้นสายที่สวยงามในแบบที่ไม่ว่าใครก็ต้องเหลียวมอง ทำให้ 2020 MV Agusta Superveloce 800 สามารถคว้ารางวัลประเภทงานออกแบบ “Lombardy’s Design Excellence” จากแคว้นตอนเหนือของประเทศอิตาลี ที่มีเมืองมิลานเป็นศูนย์กลางมาได้สำเร็จในปีนี้ ด้านข้อมูลโดยละเอียดของ Superveloce 800 คันนี้ ก็มีอยุ่ว่า แท้จริงแล้วมันคือ F3 800 ซุปเปอร์ไบค์ตัวดังของค่าย ที่ถูกนำมาเปลี่ยนไปใช้เปลือกนอกแบบใหม่ ด้วยดีไซน์แบบรถมอเตอร์ไซค์แนวคาเฟ่ต์-เรซเซอร์ ดังนั้นเราจึงเห็นได้ว่าภาพลักษณ์โดยรวมของมัน มีกลิ่นอายของตัวแข่งยุคก่อนปี 80 มาเต็มมากๆ ทั้งการใช้แฟริ่งด้านหน้าแบบหัวกระสุน และแฟริ่งด้านท้ายทรงตูดมด, ไฟหน้า/ไฟท้ายโคมกลม (แต่หลอดข้างในเป็น LED เรียบร้อย), ถังน้ำมันดีไซน์ร่วมสมัย เพียงแต่จะไม่มีการใส่ชุดเข็มขัดหนังรัดถังน้ำมัน และไม่ได้ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ในการขึ้นรูปบอดี้พาร์ทต่างๆที่เรากล่าวมา รวมถึงชุดล้อเองก็เป็นแบบอลูมิเนียมธรรมดา ไม่ได้เป็นแบบล้อซี่ลวดดีไซน์สวยงาม เหมือนตัว Serie ORO ที่เปิดตัวเมื่อปลายปี 2018 นอกนั้นในส่วนของพาร์ทหลักๆ ด้วยความที่พื้นฐานจริงๆของมันคือ F3 800…
Author: admin
ผ่านไป 2 เดือนกว่าๆแล้ว นับตั้งแต่เผยโฉมเป็นครั้งแรกใน Tokyo Motor Show 2019 ตอนนี้ทาง Kawasaki Indonesia ก็ยังคงทยอยปล่อยคลิปทีเซอร์ของ All-New Kawasaki ZX-25R ออกมาเรื่อยๆ จนถึงตอนที่ 7 กันแล้ว ซึ่งในคลิปทีเซอร์ที่ว่านี้เอง ก็ช่วยไขข้อสงสัยที่ใครหลายคนน่าจะอยากรู้พอสมควรอีกด้วย โดยสำหรับคลิปทีเซอร์ของ ZX-25R ตอนที่ 7 นี้ ก็จะว่าด้วยเรื่อง เรือนไมล์, ระบบแทร็คชันคอนโทรล, โหมดการขับขี่, และควิกชิฟท์เตอร์ ความจัดจ้านของเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 249cc ที่สามารถปั่นเรดไลน์ หรือรอบสูงสุดได้ถึง 17,000 รอบ/นาที แทบจะเทียบเท่ากับตัวแข่ง MotoGP ในปัจจุบันอยู่แล้ว ทั้งๆที่มันยังใช้ชุดกลไกขับวาล์วด้วยเพลาลูกเบี้ยวและสปริงเหมือนรถมอเตอร์ไซค์ทั่วๆไป ไม่ใช่นิวเมติกวาล์วแต่อย่างใด และด้วยการรีบรอบที่จัดจ้านเช่นนี้ ประกอบกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ จึงทำให้หลายคนคาดว่าเจ้า ZX-25R อาจจะสามารถทำแรงม้าได้สูงถึงเฉียดๆ 50…
ย้อนไปเมื่อต้นเดือนตุลาคม เราได้เคยนำเสนอไปว่าทาง ที่นี่KTM มีแผนที่จะทำตลาดรถมอเตอร์ไซค์รุ่นขยายความจุของ 390-Series นั่นก็คือ 490-Series ซึ่งในตอนนี้ผู้บริหารใหญ่ของค่ายก็ได้ออกมาเปิดเผยชื่อรุ่นของแต่ละคันในตระกูลแล้วเรียบร้อย แถมยังมีการเปิดเผยชื่อรถมอเตอร์ไซค์รุ่นอื่นๆที่เตรียมทยอยเปิดตัวในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันด้วย จากภาพที่เห็นตรงนี้ เป็นแผนภาพที่เว็บไซต์ Pierer Mobility ของผู้บริหาร KTM ที่เกี่ยวข้องกับรถมอเตอร์ไซค์ใหม่ๆ 13 รุ่นที่พวกเขาจะเปิดตัวในช่วงปลายปี 2019 เป็นต้นไป และจาก 2 ในนั้น ได้แก่ 890 Duke R และ 390 Adventure ก็ถูกเผยโฉมไปแล้วเป็นที่เรียบร้อยในงาน EICMA Show 2019 ที่ผ่านมา ส่วนโมเดลอื่นๆที่น่าสนใจที่สุดในแผนภาพก็คงหนีไม่พ้น 490-Series ที่มีทั้ง RC490, 490 Duke (R?), 490SMC R, 490 M R, 490SM T, 490…
หลังทาง บริษัท เบิร์นรับเบอร์ จำกัด ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อต้นปี 2019 ว่าพวกเขาจะไม่ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์แบรนด์ KTM อีกต่อไป จนต่อจากนั้นไม่นานนัก ก็มีสื่อหลายเจ้าระบุว่าผู้แทนรายใหม่ของแบรนด์ส้มรายนี้อาจจะเป็นเจ้าใดเจ้าหนึ่งระหว่าง Motorcycle Kingdom (ผู้แทน MV Agusta), Dynamic Motor (ผู้แทน CFmoto, Lambretta, Peugeots), หรือ Ducati Thailand แต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบหายไปเนื่องจากไม่มีใครสามารถปีดดีลกับบริษัทแม่ได้ ทว่าจากข้อมูลล่าสุดที่เราพึ่งได้รับมาสดๆร้อน ดูเหมือนว่าในตอนนี้ทาง KTM ใกล้พร้อมแล้วที่จะกลับมาเป็นรูปเป็นร่างในบ้านเราอีกครั้งภายในไม่เกินต้นปีหน้า และคาดว่าครั้งนี้ทาง KTM บริษัทแม่ในประเทศออสเตรียที่ลงทุนตั้ง KTM Thailand ด้วยตัวเอง ไม่ใช่การทำตลาดโดยมีผู้ใดเป็นตัวแทนเหมือนครั้งผ่านๆมาเพื่อให้การขายดำเนินไปในแนวทางของตนอย่างตรงใจมากที่สุด ดังนั้นงานนี้หากเพื่อนๆคนไหนที่เป็นผู้ใช้หรือกำลังสนใจในตัวรถ KTM อยู่ล่ะก็ เตรียมเฮกันได้เลยครับ เพราะหากเราได้รับข้อมูลอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมออกมาอีกเมื่อไหร่ ทั้งโมเดลที่จะทำตลาด, ราคา และแผนธุรกิจ เราจะรีบอัพเดทให้เพื่อนๆได้รับทราบกันในทันทีแน่นอน รอชมกันได้ครับ อ่านข่าว KTM เพิ่มเติมได้ที่นี่…
ย้อนไปเมื่อเดือนมิถุนายนเราได้เคยนำเสนอไปว่าทาง Zongshen หรือที่รู้จักกันในบ้านเราว่า Ryuka กำลังพัฒนารถมอเตอร์ไซคฺ์แนวเรโทร-โรดสเตอร์ คันใหม่ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 380cc ซึ่งล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ พวกเขาก็ได้เผย “โฉมขายจริง” ของมันออกมาเป็นที่เรียบร้อยในชื่อ Zongshen RE3 โดย Zongshen RE3 จะมาพร้อมกับการดีไซน์ชุดเฟรมแบบใหม่ที่สร้างขึ้นมาเพื่อตัวมันเองโดยเฉพาะ ขณะที่การตกแต่งตัวรถในภาพรวม ก็จะเน้นไปที่ภาพลักษณ์แบบฉบับ เรโทร-โรดสเตอร์ ซึ่งจะประกอบไปด้วย ชุดโคมไฟหน้าทรงกลม มีแผ่นบังลมชิ้นจิ๋วด้านบน, แฮนด์บาร์ทรงกว้างและสูง, ถังน้ำมันทรงหยดน้ำ, เบาะนั่งตอนยาวดีไซน์เรียบและแบน, ชุดโช้กหลังแก๊สคู่ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มทรงเหล็กกล่อง, และท่อไอเสียทรงวินเทจ ออกแยกกันฝั่งซ้าย/ฝั่งขวา อันเป็นแนวทางพื้นฐานในการสร้างรถมอเตอร์ไซค์แนวนี้ ส่วนเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ขนาดความจุ 378cc มีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ สามารถกำลังสูงสุดไว้ 36.2 แรงม้า ที่ 9,000 รอบ/นาที และแรงบิดอีก 35 นิวตันเมตร ที่ 6,000 รอบ/นาที…
แม้วาจะเผยโฉมออกมาครั้งแรกตั้งแต่ปลายปี 2015 และมีการปรับหน้าเล็กน้อยเมื่อปี 2017 (สำหรับโฉม USA) แต่จนตอนนี้จะเข้าปีที่ 5 ของมัน Kawasaki Z125 Pro รุ่นปี 2020 ก็ยังคงมีหน้าตาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ภายนอก แต่ภายในอย่างหัวใจสำคัญซึ่งก็คือเครื่องยนต์สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ SOHC ขนาดความจุ 125cc กำลังสูงสุด 9.5 แรงม้า PS และแรงบิดอีก 9.6 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยระบบคลัทช์มือกับชุดเกียร์ 4 สปีด พร้อมฉุดน้ำหนักตัวรถเปล่าๆรวมของเหลว แต่ไม่รวมผู้ขี่อีก 102 กิโลกรัม เท่าเดิมทุกอย่างไม่เปลี่ยนแปลง และจุดที่ต่างออกไปจริงๆของ 2020 Kawasaki Z125 Pro เวอร์ชันตลาด USA นั้นก็ยังคงเป็นชุดสีใหม่ 3 เฉดด้วยกัน ได้แก่ Metallic Matte Mysterious…
หลังออกไปพักยาวๆตั้งแต่จบศึกปี 2019 โดยไม่ได้เข้าร่วมเซสชันทดสอบใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่ต้องแข่งขันอีกต่อไปในฤดูกาลหน้า ล่าสุด Jorge Lorenzo ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อเจ้าใหญ่รายหนึ่งของประเทศออสเตรียเอาไว้ว่า เขาเตรียมที่จะกลับเข้ามาสู่วงการของ MotoGP อีกครั้ง “แน่นอน, ผมจะกลับเข้าแพ็ดด็อกอีกครั้ง, แต่ผมยังไม่รู้รายละเอียดของมัน” Lorenzo กล่าว “เรากำลังทำงานกับมัน, และผมคงพูดถึงมันได้ในเร็วๆนี้” และด้วยความที่ความจริงแล้ว ในตอนนี้ทาง Yamaha Factory เลือกที่จะไม่ต่อสัญญากับ Jonas Folger อดีตนักแข่งในสังกัด Tech3 Yamaha อีกต่อไปหลังจบ MotoGP 2019 แถมพวกเขายังโดน Johann Zarco ที่ตนตั้งใจมอบโอกาสให้เนื่องจากเห็นแววตอนที่เขายังอยู่ในสังกัดทีมรองของตนเช่นกัน ทว่านักบิดรายนี้กลับเลอกปฏิเสธ เพราะอยากอยู่ในทีมโรงงานของคู่แข่งอย่าง Repsol Honda แทน (แต่สุดท้าย JZ5 ก็โดนเท เพราะทีมสีส้มเลือกน้องชายอสูรอย่าง Alex Marquez ที่มีแววรุ่งมากกว่า) นั่นจึงเท่ากับว่าในตอนนี้ทางทีมมีแค่เพียงนักบิดจากโรงงาน ที่ Yamaha…
ประเทศไทย ประกาศความพร้อมเจ้าภาพศึกมอเตอร์สปอร์ตอันดับหนึ่งของโลก โมโตจีพีปีที่ 3 “โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2020” ที่สุดแห่งอีเวนต์กีฬาระดับโลกฝีมือคนไทยยิ่งใหญ่แน่นอน รมว.ท่องเที่ยวและกีฬามั่นใจเงินสะพัดเพิ่มขึ้นเกิน 3,500 ล้านบาท พร้อมชวนแฟนความเร็วร่วมสร้างประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่อีกครั้ง 20-22 มี.ค.ปีหน้า ตอกย้ำปรากฎการณ์ความนิยมอีกครั้ง หลังเปิดจำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการวันแรก บัตรแกรนด์ สแตนด์ Sold Out ภายใน 5 นาทีแรก ความเคลื่อนไหวการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือศึกโมโตจีพี 2020 สนาม 2 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ภายใต้ชื่อรายการ “โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2020” (OR THAILAND GRAND PRIX 2020) ซึ่งจะชิงชัยกันที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 20-22 มี.ค. 63 นอกจากนี้ภายในงานยังได้มีการแถลงเปิดขายบัตรเข้าชมการแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยแฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถซื้อได้แล้วตั้งแต่วันที่…
ยังคงอยู่กับผลงานการคัสตอมไบค์อีกเช่นเคยในวันนี้ กับ Yamaha Niken ที่ทาง Yamaha Poland ได้ร่วมมือกับสำนักสุดบ้าแห่งหนึ่งนามว่า Game Over Cycles (GOC) ให้ช่วยคัสตอมรถมอเตอร์ไซค์ 3 ล้อขนาดยักษ์รุ่นนี้เป็นคันแรกในโลก โดยมีคอนเซปท์ว่ามันต้อง “เงาวับ” ที่สุดในงาน Bad Salzuflen ซึ่งเป็นงานรวมคัสตอมไบค์ที่ใหญ่ระดับต้นๆของประเทศเยอรมัน และในเมื่อคอนเซปท์เป็นเช่นนั้น ทาง GOC จึงไม่รอช้า เลือกถอดชิ้นแฟริ่งพลาสติคของ Niken ที่ติดออกมาจากโรงงานทิ้งไปทั้งหมด แล้วแทนที่ด้วยแผ่นอลูมิเนียมที่ตนตัดแต่งขึ้นรูปเองทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็น กรอบโคมไฟหน้า (พร้อมดวงไฟ LED แบบใหม่), บังโคลนหน้า, ครอบถัง, เฟรมหลัก, แครงก์เครื่องด้านข้าง, ข้างเบาะนั่ง (และเบาะนั่งใหม่ที่ติดตั้งพร้อมซับเฟรมแบบโครงเหล็กถัก) ไม่เว้นแม้แต่ครอบแฮนด์บาร์, การ์ดแฮนด์ , กรอบกระจกมองข้าง ลามไปถึงชุดล้อหน้า/หลัง, แผงคอบน/ล่าง, กระบอกโช้ก, สวิงอาร์มหลัง, กันดีด, และแผ่นครอบปลายท่อไอเสีย…
กลับมาอีกครั้งกับการพาเพื่อนๆไปรับชมรถคัสตอมไบค์คันงามๆจากทั่วมุมโลก มาวันนี้เราก็จะพาเพื่อนๆไปรู้จักกับ Harley-Davidson Softail – “NEO BOARD TRACKER” อีกหนึ่งผลงานสุดแนวคันนี้ โดยสำนักเจ้าดังที่ตั้งอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย “Smoke Garage” โดบสำหรับที่มาของเจ้าคัสตอมไบค์คันนี้ก็มีอยู่ว่า ทาง Smoke Garage ตั้งใจสร้างมันขึ้นมาเพื่อส่งไปร่วมจัดแสดงในงาน Suryanation Motorland ซึ่งเป็นรวมรถคัสตอมที่ใหญ่ที่สุดในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ตามคำเชิญของผู้จัดที่อยากให้พวกเขาช่วยสร้างผลงานที่น่าจดจำสักชิ้นไว้โชว์ของในงาน และดูเหมือนว่าผู้จัดจะไม่ผิดหวัง เพราะเจ้า “NEO BOARD TRACKER” คันนี้ก็สามารถดึงดูดสายตาจากผู้เข้าร่วมงานได้ดีสุดๆจริงๆ และถึงแม้เราจะบอกว่าโครงสร้างพื้นฐานของคัสตอมไบค์คันนี้ แท้จริงแล้วจะเป็น Harley-Davidson Softail แต่ทางสำนักก็เลือกที่จะเหลือเค้าเดิมแค่เครื่องยนต์ V-Twin ‘Evolution’ ขนาดความจุ 1,340cc ที่สามารถสร้างแรงบิดได้สูงสุด 103 นิวตันเมตรเอาไว้เพียงอย่างเดียว จากนั้นจึงเริ่มใส่ของแต่งแรงอย่างลิ้นปีกผีเสื้อทรง Ramjet ที่ยื่นออกมาทางด้านขวาของตัวรถอย่างชัดเจนเข้าไป ตามด้วยการทำโครงรถขึ้นใหม่ถึงท่อนเหล็กโครโมลี่ที่ดัดทรงโค้งมนสวยงาม พร้อมทำชุดถังน้ำมันอลูมิเนียม แล้วไล่ต่อไปที่การทำชุดแกนคอ กับระบบกันสะเทือนหน้าแบบปีกนกอันใหม่ ซึ่งต้องทำมาให้พอดีกับ ชุดไฟหน้า LED…
