ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าในปีนี้เศรษฐกิจของบ้านเรานั้นถือว่าซบเซากว่าปีก่อนๆพอสมควร ถึงขนาดที่ผู้บริหารระดับสูงค่ายรถบางเจ้าออกมายอมรับโดยตรงว่ายอดขายปีนี้อาจจะลดลงจากปีก่อนๆ ทว่าทางฝั่ง Harley-Davidson ดูจะไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากในข้อมูลที่เราได้รับมาล่าสุดนั้นระบุไว้ว่า ในช่วง 3 ไตรมาสแรก (เดือนมกราคม-เดือนกันยายน) ของปีนี้ทางค่ายตำนานสัญชาติอเมริกาสามารถทำยอดขายได้สูงกว่าเดิมถึง 178% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว นอกจากนี้ในฝั่ง Piaggio ที่เป็นแบรนด์นอกญี่ปุ่นอีกเจ้าหนึ่ง ก็สามารถทำยอดขายได้มากกว่าของปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกันได้ 27.6% นอกนั้นล้วนยอดขายหดกันแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น BMW ที่หายไป 13.9%, Ducati หดลง 32.7% และ KTM ที่ยังหาตัวแทนจำหน่ายรายใหม่ไม่ได้ก็มียอดขายต่ำลงถึง 70.4% ส่งผลให้ภาพรวมยอดขายใน 3 ไครมาสแรกปีนี้หดตัวลงเล็กน้อยคือ 2.8% โดยสำหรับสาเหตุที่คาดว่ามีผลอย่างมากสำหรับยอดขายในช่วง 3 ไตรมาสแรกปี 2019 ของ Harley-Davidson ก็คือราคาที่ปรับลดลงมาพอสมควรนั่นเอง ขอบคุณข้อมูลจาก motorcyclesdata อ่านข่าวสาร Harley-Davidson เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ…
Author: admin
ยังคงตามติดกันอย่างต่อเนื่องสำหรับสิทธิบัตรเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ืวิศวกรตั้งใจออกแบบไว้สำหรับ Honda CBR1000RR รุ่นถัดไป โดยหลังจากที่ก่อนหน้านี้เราได้นำเสนอ “ชิ้นแฟริ่งแบบมีระบบมอเตอร์สั่นได้” ที่ทำขึ้นมาเพื่อลดแรงกดที่ล้อหน้าของลมจังหวะเลี้ยวโค้งไปแล้ว มาตอนนี้เราก็จะนำเสนอสิทธิบัตรอีกใบที่พวกเขาคิดขึ้นมาด้วยจุดประสงค์เดียวกันอย่าง “ชิ้นแฟริ่งหน้าแบบหักตัวได้” บ้าง และอย่างที่เราได้เคยอธิบายไปในบทความก่อนหน้านี้ว่า แม้แรงกดที่ล้อหน้าจะจำเป็นเมื่อรถเปิดคันเร่งออกสู่ทางตรง แต่ในทางโค้งแรงกดที่เกิดขึ้นดังกล่าวนั้น ก็จะสามารถกดล้อจนไถลออกไปจากโค้งได้เช่นกัน ดังนั้นนอกจากวิธีการ “ใส่มอเตอร์เข้าไปเพื่อสั่นแฟริ่งหน้ารถให้รบกวนทิศทางการไหลเวียนของลม” แล้ว “การลดพื้นที่ของแฟริ่งด้านหน้าลงด้วยวิธีหักจมูกของรถ” เอาไว้จึงเป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่วิศวกรของ Honda มองว่าน่าสนใจเช่นกัน ส่วนวิธีการควบคุมระบบว่าเมื่อไหร่กันแน่ ? จมูกของรถถึงควรจะหักลง ทาง Honda ก็แค่ใช้วธีดึงข้อมูลองศาการเลี้ยวจากเซนเซอร์ IMU ที่มีมาให้ตั้งแต่ CBR1000RR โฉมปัจจุบัน (ที่ยังขายอยู่ในบ้านเรา) ไปใช้เพื่อบ่งบอกสถานการเลี้ยวของตัวรถก็เท่านั้น อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าหากมองโดยผิวเผิน “วิธีการหักจมูกของรถ” อาจจะช่วยลดแรงกดช่วงหน้าตัวรถได้ดีกว่า “วิธีสั่นแฟริ่งหน้า” แต่ก็สามารถใช้ได้แค่สำหรับกรณีที่รถไม่ได้มีปากท่อ Ram-Air อยู่ตรงกลางเท่านั้น ซึ่งผิดกับที่เป็นอยู่ใน CBR1000RR-R ณ ขณะนี้ และถ้ากล่าวถึงความสวยงามแล้ว เราขอเลือกวิธีหลังดีกว่าครับ หรือเพื่อนๆอยากให้ Honda CBR1000RR…
หลัง Ducati Streetfighter V4 ที่เกิดมาเป็นตัวตายตัวแทนใหม่ของ Streetfighter 1099 ได้ถูกเปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยเมื่อ 2 เดือนก่อนหน้า มาตอนนี้ Claudio Domenicali บอสใหญ่ของทางค่ายก็ได้ออกมาเปิดเผยว่า ตัวตายตัวแทนใหม่ของ Streetfighter รุ่นรองรหัส 848 เองก็เตรียมเกิดใหม่ด้วยเช่นกันในชื่อ Streetfighter V2 เกี่ยวกับเรื่องนี้ Claudio ได้ระบุกับสื่อยุโรปรายหนึ่งเอาไว้ว่าขณะที่ในตอนนี้พวกเขามีเจ้า Panigale V2 ไว้ตีตลาดสปอร์ตไบค์ระดับรอง มันเองก็จะมีเวอร์ชันเนคเก็ทไว้รองรับกับลูกค้าในตลาดอีกกลุ่มหนึ่งด้วยเช่นกัน ซึ่งแน่นอนว่านั่นย่อมหมายถึงเจ้า Ducati Streetfighter V2 ที่เรากล่าวถึงกันในตอนต้น ส่วนสเปคแบบคร่าวๆของ Ducati Streetfighter V2 ก็คาดว่าจะถูกสร้างขึ้นมาในแนวทางที่ไม่ต่างจากพี่ใหญ่ Streetfighter V4 เท่าไหร่นัก นั่นก็คือการเอาแฝดร่างสปอร์ตเรพลิก้ามาดัดแปลงใหม่ให้เป็นเนคเกทไบค์ด้วยการยังคงใช้พื้นฐานโครงสร้างหลักอันได้แก่ชุดเฟรม, เครื่องยนต์, และระบบกันสะเทือน, กับบอดี้พาร์ทช่วงหลังถังน้ำมันเป็นต้นไปร่วมกัน แต่ในส่วนแฟริ่งหน้าและแฟริ่งข้างต่างถูกโลกทิ้งไปทั้งหมดเพื่อให้ตรงคตอนเซปท์รถสายเปลือย ด้านเวลาเปิดตัวในช่วงปลายปีหน้าที่งานเดิมคือ EICMA Show 2020…
เป็นประจำทุกปีอยู่แล้วที่เมื่อถึงเวลาสิ้นปีทาง MotoGP จะประกาศผลโหวต “ศึกการแข่งขันยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล” ซึ่งในศึกเวิร์ลกรังด์ปรีซ์ ปี 2019 นี้ก็เป็นศึก AustrainGP ณ สนาม Red Bull Ring จากประเทศออสเตรียที่ได้รางวัลดังกล่าวไป โดยสำหรับยอดผู้ชมประจำศึก AustrainGP 2019 นั้นก็มียอดสูงถึงเกือบๆ 200,000 คน โดยผู้ชมทั้งหมดที่ว่านี้ก็จะได้รับชมช็อตการแข่งขันสุดมัน ของทั้ง Andrea Dovizioso และ Marc Marquez ที่บดกันอย่างเข้มขน โดยเฉพาะโค้งสุดท้ายที่ Dovi ยอมตบะแตกแซง Marquez จากวงใน ในแบบที่ตนไมเคยทำมาก่อน อ่านข่าวสาร MotoGP เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
ต่อจากวันก่อนที่เราได้นำเสนอไปว่าทาง Honda พึ่งทำการจดสิทธิบัตรวิงเล็ทไฟฟ้าแบบใหม่ของ Honda CBR1000RR ไป มาวันนี้เราก็จะกล่าวถึงเทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์อีกชิ้นที่พวกเขาจดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งมันไม่ใช่ชิ้นวิงเล็ทที่ติดตั้งไว้เพื่อสร้างแรงกดช่วงหน้าตัวรถแต่อย่างใด ทว่าเป็นชิ้นแฟริ่งสั่นได้ ที่สร้างมาเพื่อสลายแรงกดช่วงหน้าตัวรถเสียอย่างนั้น หากกล่าวในเบื้องต้น แม้รถซุปเปอร์ไบค์ที่มีพละกำลังมหาศาลในปัจจุบัน จะต้องการใช้วิงเล็ท หรือปีกเพื่อสร้างแรงกดช่วงหน้าตัวรถไว้ไม่ให้ล้อลอย ทว่าในขณะเดียวกัน หากพอถึงเวลาเลี้ยวโค้ง ที่รถเอียงอยู่ แรงกดดังกล่าวก็จะทำให้ล้อหน้ามีโอกาสไถลออกจากไลน์ที่วิ่งอยู่ได้เช่นกัน ดังนั้นเพื่อสลายแรงกดที่ว่านี้ในโค้ง ทาง Honda จึงๆออกแบบชิ้นแฟริ่งสั่นได้ขึ้นมาเมื่อจำเป็น โดยฝังมอเตอร์ไฟฟ้า (ชิ้นส่วนหมายเลข 71) สำหรับสร้างแรงสั่นสะเทือนใต้แฟริ่งเข้าไปด้านใต้เหมือนกับที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้การสั่นสะเทือนมอเตอร์ใต้ของแฟริ่งดังกล่าวนั้น ไปสลายกระแสลมที่สร้างแรงกดช่วงหน้าลำตัวรถ เรียกได้ว่าเป็นวิธีที่แลาดพอสมควรเลยทีเดียว อย่างไรก็ดี ดูเหมือนเทคโนโลยีนี้จะยังไม่ถูกนำมาใช้ในระยะเวลาอันใกล้ และทาง Honda อาจจะแค่จดเอาไว้เพื่อป้องกันเลียนแบบแนวคิดเท่านั้น แต่มันก็ถือเป็นไอเดียที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวหากสักวันหนึ่งพวกเขาเลือกนำมาใส่ใน Honda CBR1000RR รุ่นถัดไปจริงๆ ขอบคุณข้อมูลจาก Bikesocial อ่านข่าวสาร Honda เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
หลังมีข่าวออกมาตั้งแต่ราวๆ2 เดือนที่แล้วเห็นจะได้ ในที่สุดตอนนี้ทาง MotoGP ก็ได้ปล่อยคลิปบรรยากาศการแลกเปลี่ยนกันขี่ตัวแข่งระหว่าง Valentino Rossi ที่ย้ายไปขับรถฟอร์มูล่าวัน “2017 Mercedes W08” กับ Luis Hamilton ที่ย้ายไปขี่ตัวแข่ง “2019 Yamaha YZR-M1” เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา View this post on Instagram OMG ??? #theswap #LH44VR46 ? it's what we have now WOOW??? ? @lorenzofaraoni7 . Follow for more ? @ValeYellow462 . . #valentinorossi #valeyellow46…
หลังจากที่เราได้เคยนำเสนอไปว่า Harley-Davidson ได้มีแผนที่จะสร้างรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ที่มาพร้อมพิกัดในช่วง 350cc โดยมี Benelli เป็นผู้สนับสนุนหลักเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และในตอนนี้ทั้ง 2 บริษัทก็ได้ร่วมกันลงนามเพื่อเดินโปรเจกท์ดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้วเรียบร้อย สำหรับข้อมูลอื่นๆเกี่ยวกับตัวรถดังกล่าว ทาง Harley-Davidson ไม่ได้มีการระบุรายละเอียดไว้มากมายเท่าไหร่นัก นอกจากการที่พวกเขายืนยันว่ามันจะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงที่ใช้ขนาดกระบอกสูบ 69 มิลลิเมตร x ช่วงชักอีก 45.2 มิลลิเมตร และใช้ชื่อโปรเจ็กท์ว่า “HD350” ขณะที่ทั้งชุดเฟรม และระบบกันสะเทือนต่างๆไปจนถึงระบบเบรกนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นของที่ Benelli มีใช้อยู่แล้วใน 302S แน่นอนว่าในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทาง Bnenlli เองก็มีแผนจะนำเครื่องยนต์ที่พัฒนาเพื่อเจ้า HD350 ไปใช้กับรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ของตนเองเช่นกัน โดยจะเป็นตัวตายตัวแทนใหม่ของสปอร์ตเนคเก็ท 302S ที่ใช้ชื่อว่า ‘350S’ ด้านตัวเลขราคาตัวรถหากอิงจากข้อมูลก่อนหน้านี้ ที่ทางสื่ออินเดียเคาวิเคราะห์เอาไว้ ก็คาดว่า Harley-Davidson จะตั้งราคาแบบไม่รวมภาษีไว้ที่ราวๆ 1.1-1.4 แสนบาทไทย ขณะที่ช่วงเวลาเปิดตัวก็คาดว่าจะเกิดขึ้นภายใน กลาง-ปลายปี 2020…
แม้จะเป็นประเด็นที่ผ่านมานานแล้ว แต่ในที่สุด Alberto Puig บอสใหญ่ฝีปากจัดจาก Repsol Honda Team ก็ได้ออกมายอมรับว่า แม้ในปีนี้ทีมของตนจะความแชมป์ MotoGP ไปแบบครบทั้ง 3 ประเภทรางวัล (นักบิด, ทีม, และผู้ผลิต) จากผลงานของ Marc Marquez ที่เป็นหัวหอก แต่ในทางกลับกันเมื่อมองจากผลงานนักบิดอื่นๆที่ย่ำแย่ลงทุกวันๆแล้ว (โดยเฉพาะ Lorenzo) ตัวเขาก็ยอมรับว่ามันเป็นสิ่งที่ผิดหวังพสมควรสำหรับการแข่งขันในปีนี้ เกี่ยวกับเร่ื่องดังกล่าว Puig ได้ระบุไว้ว่า “ในด้านหนึ่งเราก็มีความสุขที่ Marquez ได้แชมป์ปีนี้, แต่ในทางกลับกัน, มันเห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เราคาดหวัง, น่าเสียดายที่ Lorenzo ไม่สามารถหาทางของตัวเองกับรถของเราได้, ในตอนสุดท้าย เขาเลยเลือกตัดสินใจในสิ่งที่เราเคารพ(การรีไทร์), สำหรับเรานี่คือสิ่งที่เรามองว่ามันเป็นแง่ลบของปีนี้” “ถ้าคุณมีนักบิดซึ่งไม่สามารถเข้ากับรถได้, มันก็จะเป็นปัญหากับทุกๆคน, คุณพยายามที่จะมอบเครื่องมือให้เค้าเพื่อให้เค้าทำผลงานที่ดีได้, แต่มันก็ไม่ช่วยอะไร, นี่คือสิ่งที่ยากมากสำหรับทุกๆคน, ผมไม่มีอะไรจะพูดมากไปกว่านี้, แน่นอนว่าคุณก็คงไม่มีความสุขหรอกกับสถานการณ์แบบนี้, แต่มันก็เป็นแบบนี้ไปแล้ว” นอกจากนี้ หากพูดถึงประเด็นในเรื่องที่ครั้งหนึ่ง Lin…
ตลอดระยะเวลาราวๆ 5 ปีที่ผ่านมานี้เรามักจะเห็นทาง BMW เริ่มสนใจพัฒนารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอย่างจริงจงมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งโปรเจ็กต์ล่าสุดที่พวกเขาพึ่งเปิดเผยข้อมูลออกมานั้นก็คือเจ้า S1000R E-Power Roadster Concept ที่มาพร้อมกับแรงบิดเฉียด 1,500 นิวตันเมตรคันนี้ สำหรับข้อมูลในเบื้องต้นของเจ้า S1000R EV (ชื่อเล่น) คันนี้ ก็มีอยู่ว่า ถึงชุดไฟหน้าและระบบกันสะเทือนด้านหน้าของมันจะเป็นของสปอร์ตเนคเก็ท S1000R ทว่าชุดสวิงอาร์มและระบบขับเคลื่อนแบบเพลาด้านหลังนั้นเป็นของที่ยกมาจาก R1200GS ขณะที่ชุดเฟรมก็เป็นแบบโครงเหล็กถักที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อรองรับกับแบตเตอร์รี่ขนาด 13 กิโลวัตต์โดยเฉพาะ ส่วนสาเหตุที่ทาง BMW จ้องเลือกใช้ชุดระบบส่งกำลังแบบเพลาขับนั้นก็เป็นเพราะว่าแม้ในสภาวะการใช้งานปกติ ตัวมอเตอร์ไฟฟ้าของ S1000R EV คันนี้ จะมีแรงบิดที่ 200 นิวตันเมตร ซึ่งถือว่าสูงมากพอที่จะฉุดลากตัวรถหนัก 290 กิโลกรัมได้สบายๆประมาณหนึ่งอยู่แล้ว แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องออกตัวแรงๆ หรือเร่งแซงจริงๆขึ้นมา แรงบีดสูงสุดของมันก็พร้อมจะดีดขึ้นเป็น 1,499.5 นิวตันเมตรในทันที (ใช่ครับ เกือบ 1,500 นิวตันเมตรจริงๆ) และด้วยแรงบิดมหาศาลขนาดนั้นจึงทำให้มันสามารถทำอัตราเร่งจาก 0-96…
แม้ว่าตอนเปิดตัวครั้งแรกในโลกเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม Ducati Streetfighter V4 จะได้กระแสตอบรับค่อนข้างดีเลยทีเดียวจากเหล่าสาวกหน้าเก่าที่รอคอย และสาวกหน้าใหม่ที่ไม่เคยรู้จักมันมาก่อน ทว่าแต่นั้นอาจจะยังไม่เพียงพอเท่าไหร่นักสำหรับ Ducati จึงทำให้พวกเขาเลือกส่งมันไป Tie-In ในภาพยนต์เรื่องใหม่ของ Ryan Reynold แบบเนียนๆเพิ่มเพื่อเรียกกระแสทางอ้อม และสำหรับภาพยนต์เรื่องใหม่ของ Ryan Reynold ผู้เคยรับบทแอนไท-ฮีโร่สุดกวน “Dead Pool” ก็คือเรื่อง Free Guy ซึ่งมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับตัวละครในเกมออนไลน์เกมหนึ่งซึ่งใกล้จะปิดตัวลง และตัวละครตัวนี้ก็ต้องออกมาทำอะไรสักอย่างที่เป็นการกระทำนอกบทบาทตนเองเพื่อกู้สถานการณ์ โดยหนึ่งในฉากของเรื่องนี้ก็มีตอนที่ Guy (ตัวละครในเกมที่รับบทโดย Ryan) สู้กับตัวร้าย และต้องใช้ Ducati Streetfighter V4 หลบหนีจากโรงเก็บรถ (คาดว่าจะเป็นของบอสใหญ่ของเกม) ทว่าหลังโดดลงมาจากจึกสูงเสียดฟ้าแล้วเจ้าซุปเปอร์เนคเก็ทคันนี้จะยังมีสภาพแบบไหน จะเละไปเลย หรือยังขี่ต่อไปได้ (เพราะเป็นการขี่ในเกมเท่านั้น) เพื่อนๆคงต้องรอลุ้นเมื่อภาพยนต์เรื่องนี้เข้าโรงฯ ช่วงกลางปีหน้านู่นแล้วล่ะครับ ฮ่าๆ อ่านข่าว Ducati เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers…
