เหลืออีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า การแข่งขัน MotoGP 2019 สนามที่ 6 “Gran Premio d’Italia Oakley – Autodromo Internazionale del Mugello” ก็จะเริ่มขึ้นแล้ว และด้วยความที่นี่ถือเป็นแทร็คแรกของฤดูกาลที่ได้มาเยือนประเทศอิตาลี ดังนั้นทีมสัญชาติอิตาเลียนแท้ๆอย่าง SKY Racing Team VR46 เองจึงเตรียมสร้างสิ่งพิเศษสำหรับการแข่งขันในโฮมเรซของตนขึ้นมา ด้วยการลงทุนเปลี่ยนลวดลายทีมแข่งในวันอาทิยต์ของตนใหม่เพื่อการนี้โดยเฉพาะ สำหรับการเปลี่ยนลวดลายที่ว่าก็คือการเปลี่ยนลายจากสีน้ำเงินดำที่คุ้นตาในตอนนี้ ให้กลับไปใช้ลายกราฟฟิกธงชาติอิตาลี สีเขียว/ขาว/ แดง ซึ่งอันที่จริงเป็นลายดั้งเดิมของทีม SKY Racing Team VR46 ที่เคยใช้เมื่อตอนก่อตั้งใหม่ๆช่วงปี 2014 โดยการเปลี่ยนกราฟฟิกครั้งนี้จะครอบคลุมสิ่งของแทบทุกอย่างของทีม อันได้แก่ ตัวแข่งทั้งในรุ่น Moto2 / Moto3, ชุดแข่งรวมหมวกกันน็อค ถุงมือ รองเท้าของนักบิดทั้งสองรุ่น ไปจนถึงชุดของสมาชิกทีมในพิท ไม่เพียงเท่านั้นในฝั่งของ Aprilia MotoGP Team เองก็มีแว่วๆว่าจะปรับลายกราฟฟิกเป็นลายธงชาติอิตาลีเช่นกัน…
Author: admin
ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าในช่วงปี 2019 นี้ พระเอกที่ได้รับสนใจอย่างมากของ Aprilia ก็คงหนีไม่พ้นว่าที่ซุปเปอร์สปอร์ทไบค์น้องใหม่ “Aprilia RS660” ที่มีการเผยโฉมออกมาครั้งแรกในฐานะ “คอนเซปท์โมเดล” ที่งาน EICMA Show 2018 และตอนนี้ เราก็มีชุดภาพสิทธิบัตรของมันมาให้เพื่อนๆได้รับชมกันเพื่อแสดงว่าทางค่ายนั้นเองก็จริงจังในการพัฒนากับเจ้านี่ไม่น้อยไปกว่าความต้องการครอบครองที่สาวกมี โดยจากการสังเกตภาพในเบื้องต้น จะเห็นได้ว่าตัวสิทธิบัตรชุดนี้ ยังเป็นสิทธิบัตรที่ Aprilia จดขึ้นมาสำหรับบันทึกข้อมูลของ RS660 โฉมคอนเซท์เท่านั้น ไม่ใช่โฉมที่เอาไว้ขายจริง เพราะตัวรถในรูปยังขาดชิ้นส่วนสำคัญที่จำเป็นในการใช้งานบนถนนหลวงหลายรายการด้วยกัน ได้แก่ กระจกมองข้าง, ไฟเลี้ยว, บังโคลนท้ายที่มาพร้อมกับขายึดป้ายทะเบียน, และท่อไอเสียยังเป็นดีไซน์ทรงกระป๋อง ไม่ใช่แบบมีแคทตาไลติกหรือหม้อพักแต่อย่างใด แต่ทว่าหากไม่นับชิ้นส่วนที่เรากล่าวไปในข้างต้น ตัวส่วนควบอื่นๆนั้น ล้วนแล้วแต่มีความเป็นไปได้สูงที่ Aprilia จะนำมาใช้กับ RS660 ตัวขายจริงทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ชุดเปลือกแฟริ่งที่คงเอกลักษณ์ความเป็น Aprilia ไว้อย่างครบถ้วน, เฟรมหลัก ซับเฟรมกับสวิงอาร์มอลูมิเนียม, และเครื่องยนต์สองสูบเรียง 660cc ที่คาดว่าจะสามารถทำแรงม้าได้ราวๆ 100 ตัว ส่วนประเด็นในเรื่องของเทคโนโลยี…
แม้ว่าในปัจจุบัน ชื่อเสียงของ MV Agusta ในเรื่องงานออกแบบดีไซน์ตัวรถ จะยังคงเป็นเบอร์ต้นๆของอุตสาหกรรมมอเตอร์ไซค์ แต่ในขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป จึงทำให้ลายเส้นพลิ้วไหวแบบดั้งเดิมที่เคยมีมาตั้งแต่แรกเริ่มของพวกเขานั้นได้เลือนลางหายไปจนกลายเป็นตัวรถที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามสมัยนิยมแทน จากจุดที่ว่านี้เองจึงทำให้ Chun Hung นักคัสตอมมือดีชาวไต้หวันเจ้าของสำนัก “Onehandmade” เกิดอยากเอา MV Agusta Brutale 675 สปอร์ตแน็คเก็ทเครื่องยนต์ 3 สูบเรียง 675cc กำลังม้าสูงสุด 108 ตัว รุ่นปี 2013 ที่ลูกค้าจ้างให้เขาออกแบบดัดแปลงให้ มาตกแต่งดัดแปลงใหม่ทั้งหมดด้วยโจทย์ “จำลองตัวแข่ง WorldGP ยุคปี 60-70’s” ซึ่งผลงานที่เกิดขึ้นมาก็คือเจ้า “60’s GP Replica” ที่เพื่อนๆกำลังเห็นกันอยู่ในขณะนี้ โดยจุดเด่นแรกที่เราจะเริ่มพูดถึงก่อนเลยก็คือ ชุดบอดี้พาร์ทรอบคัน ตั้งแต่ชุดคาวลิ่งหน้าทรงหัวกระสุน, บังโคลน, ถังน้ำมัน, อกล่าง, และชุดท้ายรวมซับเฟรม ที่ล้วนแล้วแต่เป็นชิ้นงานอลูมิเนียมที่ถูกตีขึ้นหรือทำขึ้นแบบแฮนด์เมดทั้งสิ้น ซึ่งเพื่อนๆก็จะสังเกตได้ว่าเส้นสายโดยรวมของชิ้นส่วนต่างๆเหล่านี้ที่ถูกนำมาประกอบรวมกันหลังสาดสีดำเงาสุดดุดัน ก็ล้วนให้อารมณ์ที่พลิ้วไหวสวยงาม ตามแบบฉบับตัวแข่งของ MV…
ย้อนไปช่วงต้นยุค 2000 ทาง BMW เคยเปิดตัวรถมเตอร์ไซค์ติดหลังคามาแล้วครั้งหนึ่งในชื่อ BMW C1 ซึ่งน่าเสียดายที่ตอนนั้นมันอาจจะดูล้ำยุค หรือแปลกประหลาดไปนิด แถมยังมีข้อเสียหลายจุดทั้งน้ำหนักตัวเยอะ, ไม่มีความอเนกประสงค์ในการใช้งาน, และสำคัญคือราคาแพงเกินคุ้มค่า จึงทำให้พวกเขาต้องยุติสายการผลิตมันหลังทำตลาดไปได้แค่เพียง 2 ปีนิดๆเท่านั้น เพราะยอดขายทำได้ไม่ถึงเป้า แต่ทว่าล่าสุด ดูเหมือนพวกเขาจะมีความต้องการดึงเอาไอเดียของเจ้า C1 ให้กลับมาสู่ยุคปัจจุบันอีกครั้งหลังจากที่พวกเขาได้จดสิทธิบัตรตัวรถสกูตเตอร์ไฟฟ้า C-Evolution ที่มาพร้อมกับชุดหลังคาดีไซน์คล้ายๆกับ C1 ซึ่งมีจุดเด่นเห็นชัดเจนหลายอย่างทั้ง ชุดโครงหลังคาขนาดใหญ่ที่ต่อยาวตั้งแต่ด้านหน้าจรดไปรับกับพนักเบาะนั่งทรงกึ่งบักเก็ทซีทขนาดใหญ่ด้านหลัง และที่สำคัญคือพวกเขาไม่ลืมที่จะใส่ชุดเข็มขัดนิรภัยแบบ 4 จุดมาให้ด้วย แน่นอนว่าจุดประสงค์หรือข้อดีของการติดตั้งชุดหลังคาแบบนี้เข้าไปบนตัวรถสกูตเตอร์ไฟฟ้า BMW C-Evolution ก็คือ ความปลอดภัยของผู้ใช้ ทั้งในเรื่องทัศนวิสัยตอนฝนตก, การที่ไม่ต้องเจอลมปะทะตอนหน้าหนาว, ไม่เสียงต่อการเจอเศษหินกระเด็น หรือกิ่งไม้หล่นใส่หัว รวมไปถึงความสะดวกสบายในการเดินทางไกลเพราะมีพนักพิงแบบเต็มหลังให้ใช้แต่แรกนั่นเอง ขณะเดียวกัน สำหรับรายละเอียดในช่วงเวลาการเปิดตัวโฉมขายจริงยังไม่สามารถระบุได้ในตอนนี้ เพราะพวกเขาอาจจะต้องลองเชิงกับการเผยโฉมคอนเซปท์ออกมาเพื่อเช็คกระแสตอบรับก่อน ซึ่งอย่างเร็วที่สุดก็อาจจะเป็นการแสดงตัวรถ BMW C-Evolution “Roof” คันนี้ในงาน EICMA Show 2019 นี้เลยก็ได้…
หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามกับการจัดงาน Suzuki GD Club Meeting ที่ผ่านมาทั่วภูมิภาค ทำให้มีเสียงเรียกร้องจากแฟนๆ สาวกชาว GD ให้จัด Meeting ขึ้นอีกครั้ง จึงทำให้บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด จัดกิจกรรมเพื่อสาวกชาว GD ขึ้นอีกครั้ง กับกิจกรรม Suzuki GD Club Meting 2019 ที่มาภายใต้คอนเซ็ปต์ GD Retro Style พร้อมทั้งมีกิจกรรมต่างๆ มาให้สาวกชาว GD ร่วมสนุกกันอย่างมากมาย เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา ณ ร้าน Est.33 (CDC เรียบด่วนรามอินทรา) รถจักรยานยนต์สไตล์เรโทรอย่าง Suzuki GD110 ด้วยรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร สะท้อนความเป็นตัวตนของคุณได้อย่างชัดเจน อีกทั้งเป็นรถจักรยานยนต์ที่ตอบสนองได้ทุกความต้องการ และมีผู้ใช้งานอย่างกว้างขวาง ทำให้กิจกรรมในครั้งนี้มีชาว…
หลังจากที่สร้างเสียงฮือฮาได้ประมาณหนึ่งเมื่อช่วงปลายปีที่แล้วสำหรับการปล่อยภาพ Honda CB125M และ CB125X สองคอนเซ็ปท์ไบค์ดีไซน์สุดโดนใจออกมา ล่าสุดเมื่อคืนก่อนชุดสิทธิบัตรของรถต้นแบบทั้งสองคันก็ได้ถูกปล่อยบนโลกอินเตอร์เน็ทเป็นครั้งแรก เพื่อแสดงว่าพวกเขาเองก็จริงจังในสองโมเดลนี้ไม่ใช่น้อย เริ่มจาก CB125M ที่ออกแบบมาด้วยคอนเซปท์ความเป็น “Naked street-focused machine” ที่ผสมผสานเอารูปแบบการตกแต่งของรถมอเตอร์ไซค์แนว “Supermotard” เข้าไป โดยเฉพาะกับแฮนด์บาร์ทรงกว้าง, การ์ดแฮนด์, ครอบโช้ก, การ์ดแครงก์, เบาะนั่งตอนยาว, เส้นสายที่ขึ้นเหลี่ยมจัดตั้งแต่ช่วงหน้าแล้วเสยยาวไปจนท้ายลำตัวรถ, และโคมไฟ LED ทรงเหลี่ยมชิ้นเล็กจิ๋วแบบรถซุปเปอร์โมโต ด้านทางฝั่ง CB125X ก็ถูกตกแต่งด้วยคอนเซปท์ “Adventure-focused” ดังนั้นงานตกแต่งโดยรวมของมันจึงมีความเป็น Adventure-Bike สูงมาก ไล่ตั้งแต่ชิลด์หน้าทรงสูง, แฮนด์บาร์ทรงกว้างพร้อมการ์ดแฮนด์, โช้กหน้าหัวกลับช่วงยาวแบบใหม่ ซึ่งจะสังเกตได้ว่าตัวปั๊มเบรกเองก็สลับฝั่งไปอยู่ด้านซ้าย แต่ตัวปั๊มยังเป็นแบบเรเดียลเมาท์เช่นเดิม, ล้อซี่ขอบ 19 นิ้วด้านหน้า/ขอบ 17 นิ้วด้านหลัง, และแผงข้างแบบพี่ใหญ่ CRF1000L Africa Twin และสำหรับประเด็นที่น่าสนใจในครั้งนี้ก็คือการที่แท้จริงแล้วทั้ง CB125M และ…
หนึ่งในแนวทางการตกแต่งรถซุปเปอร์ไบค์ของเหล่าท่านชายทั้งหลายที่นิยมอย่างมากก็คงไม่พ้นการพยายามจำลองอาชาสุดจี๊ดคู่ใจของพวกเขาให้ เหมือน, ใกล้เคียง, หรือมีประสิทธิภาพ และสมรรถนะให้เหมือนกับตัวแข่งทีมโรงงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน WSBK ซึ่งด้วยแนวคิดนี้เองจึงทำให้ทาง Aprilia เลือกเปิดตัวชุดเซ็ท “ของแต่งแฮปปี้มีล” หรือ “เซ็ทแห่งความสุข” สำหรับลูกค้าที่ใช้ Aprilia RSV4 RR ออกมา โดยสำหรับชุดเซ็ทแห่งความสุขที่ว่าของ Aprilia สำหรับ RSV4 RR ที่ว่านั้น จะถูกแบ่งออกเป็น 3 เซ็ทย่อย ตามจุดประสงค์เชิงสมรรถนะที่ลูกค้าต้องการเพิ่มเข้าไปให้กับซุปเปอร์ไบค์คู่ใจของพวกเขา เริ่มจากเซ็ทแรกคือ “เซ็ทเพิ่มสมรรถนะในด้านการรีดน้ำหนัก และความแรง” ที่จะปรับกอบไปด้วยชุดท่อไอเสียฟูล-ซิสเต็ม จาก Akrapovic ที่มีน้ำหนักเบากว่าท่อเดิมติดรถถึง 5 กิโลกรัม และช่วยเรียกแรงบิดได้ดีขึ้นกว่าเดิมตั้งแต่ 4,500 รอบ/นาที ตามด้วยชุดแบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออนน้ำหนักเบาที่เบากว่าแบตฯเดิมติดรถลงไปอีก 2.5 กิโลกรัม และปิดท้ายด้วยชุดล้ออลูมินัมฟอร์จ ที่ Aprilia ไม่ได้เคลมว่ามันช่วยลดน้ำหนักลงได้เท่าไหร่ แต่ก็คาดว่าจะหายไปหลายกิโลเช่นันจากการใส่ชุดล้อใหม่นี้แทนล้อเดิม ต่อไปก็เป็นเซ็ทที่สองซี่งเป็น “เซ็ทเพิ่มสมรรถนะในด้านการควบคุม” ซึ่งจะประกอบไปด้วยชุดโช้กหน้าหัวกลับ…
จากผลงานที่เปรี้ยงปร้างอย่างมากในเวที WSBK ปี 2019 ของ Alvaro Bautista ทำให้เกิดกระแสข่าวลือออกมาว่าทาง Ducati อาจพิจารณาดึงนึกบิดรายนี้กลับสู่เวที MotoGP อีกครั้ง โดยตำแหน่งที่เขาจะได้ไปนั่งอยู่อาจจะเป็นเก้าอี้ในทีมโรงงานก็ได้ เพราะตัวเขาเองก็ต้องการแบบนั้นเช่นกัน อย่างไรก็ดี ล่าสุด ผู้จัดการทีมของ Ducati Corse – Paolo Ciabatti ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ทาง Ducati ไม่มีเหตุผลเลยที่จะต้องดึง Alvaro Bautista จาก WSBK มาลง MotoGP อีกครั้ง “แนวคิดก็คือการเริ่มใหม่กับ Alvaro เมื่อไหร่ก็ตามที่เค้าตัดสินว่าเค้าต้องการจะอยู่กับเรา”, “เราจะเริ่มพิจารณาเรื่องนักบิดซุปเปอร์ไบค์(WSBK)ของเราหลังจบศึก MotoGP ที่ Mugello และ Bracelona ” (แสดงว่าอาจจะมีการดึงนักบิดใน MotoGP ตอนนี้ไปลง WSBK ปี 2020 จริง…
MV Agusta ยังคงเป็นแบรนด์ที่โดดเด่นในเรื่องความสวยงามในเชิงศิลปะอยู่เสมอ ซึ่งล่าสุดตัว MV Agusta Superveloce 800 Concept ของพวกเขาก็พึ่งชนะการประกวด THE CONCORSO D’ELEGANZA VILLA D’ESTE ประจำปี 2019 ในรุ่น CONCEPT BIKES CLASS มาหมาดๆ เรียกได้ว่าเป็นการการันตีชื่อเสียงของแบรนด์ในด้านการออกแบบจริงๆ สำหรับพื้นฐานของ Superveloce 800 ถูกยกมาจาก F3 800 รถซุปเปอร์สปอร์ต เครื่อง 3 สูบ 800cc แต่มีการปรับจูน ECU รวมไปถึงปรับปรุงท่อไอเสียใหม่ ให้สามารถปั่นกราฟแรงม้าแรงบิดได้เหมาะกับการใช้งานมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าในส่วนของดีไซน์ภายนอกก็มีการออกแบบใหม่ให้มันกลายเป็นรถมอเตอร์ไซค์แนวโมเดิร์นคาเฟ่ต์-เรซเซอร์ ทั้งแฟริ่งด้านหน้าแบบหัวกระสุน และแฟริ่งด้านท้ายทรงตูดมด ส่วนไฟหน้า/ไฟท้าย เป็นแบบโคมกลม แต่หลอดข้างในเป็น LED ขณะที่ถังน้ำมันเลือกแก้เลี่ยนเล็กน้อยด้วยการใช้ดีไซน์แบบร่วมสมัย แต่มีการเสริมชุดเข็มขัดหนังสีน้ำตาลรัดเอาไว้เพื่อคงคอนเซปท์ของตัวรถ ซึ่งชิ้นส่วนบอดี้พาร์ทรอบคันนั้นต่างก็ทำขึ้นจากวัสดุคาร์บอนทั้งสิ้น (แต่คาดว่าโฉมขายจริงจะถูกลดสเปคมาเป็นพลาสติค ABS)…
เผยโฉมออกมาครั้งแรกที่งาน EICMA Show 2018 ในฐานะคอนเซปท์ไบค์ หรือรถต้นแบบ แต่มาวันนี้ทาง MV Agusta ได้ยืนยันแล้วว่า Superveloce 800 โมเดิร์นสปอร์ต-คาเฟ่ต์ ที่ได้รับกระแสฮือฮาอย่างมากของพวกเขาคันนี้ จะพร้อมแสดงตัวในฐานะโฉมขายจริงอีกครั้งที่งาน EICMA Show 2019 สำหรับพื้นฐานของ Superveloce 800 ถูกยกมาจาก F3 800 รถซุปเปอร์สปอร์ต เครื่อง 3 สูบ 800cc แต่มีการปรับจูน ECU รวมไปถึงปรับปรุงท่อไอเสียใหม่ ให้สามารถปั่นกราฟแรงม้าแรงบิดได้เหมาะกับการใช้งานมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าในส่วนของดีไซน์ภายนอกก็มีการออกแบบใหม่ให้มันกลายเป็นรถมอเตอร์ไซค์แนวโมเดิร์นคาเฟ่ต์-เรซเซอร์ ทั้งแฟริ่งด้านหน้าแบบหัวกระสุน และแฟริ่งด้านท้ายทรงตูดมด ส่วนไฟหน้า/ไฟท้าย เป็นแบบโคมกลม แต่หลอดข้างในเป็น LED ขณะที่ถังน้ำมันเลือกแก้เลี่ยนเล็กน้อยด้วยการใช้ดีไซน์แบบร่วมสมัย แต่มีการเสริมชุดเข็มขัดหนังสีน้ำตาลรัดเอาไว้เพื่อคงคอนเซปท์ของตัวรถ ซึ่งชิ้นส่วนบอดี้พาร์ทรอบคันนั้นต่างก็ทำขึ้นจากวัสดุคาร์บอนทั้งสิ้น (แต่คาดว่าโฉมขายจริงจะถูกลดสเปคมาเป็นพลาสติค ABS) นอกจากนี้ จากการให้ข้อมูลล่าสุด ทาง MV Agusta…
