นายปิยะวัฒน์ วิริยะรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด และนายดอม เหตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริทไบค์ จำกัด ร่วมเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐาน “ไทรอัมพ์ วิภาวดี” อย่างเป็นทางการ ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานไทรอัมพ์ เวิลด์ สแตนดาร์ด เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าพรีเมี่ยมบิ๊กไบค์ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ รวมถึงการเป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ของคนรักมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะ ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ โชว์รูมไทรอัมพ์ วิภาวดี กรุงเทพฯ คำบรรยายภาพจากซ้าย 1. นางสาวลภรัฐ เกียรติกรธาดา ผู้ประสานงานฝ่ายการตลาด บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด 2. นายสังสิทธิ์ สุขวิทยานุสรณ์ ผู้จัดการฝ่ายบริการหลังการขาย บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด 3.…
Author: admin
ข่าวล่ามาเร็ว หลังปล่อยให้ชาวไทยรอคอยกันอยู่นาน ในที่สุดทาง Dorna และ สนามช้างฯ ก็พร้อมแล้วที่จะเปิดขายบัตร MotoGP 2019 รอบ ThaiGP ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ โดยสำหรับวันแข่งขัน ThaiGP จะมีขึ้นในวันที่ 4-6 ตุลาคม หรือช่วงปลายปี อยู่เช่นเดิม นอกจากนี้ทางผู้จัดสนามช้างฯ ยังให้ข้อมูลเสริม หากผู้ซื้อบัตร MotoGP 2019 (รอบ ThaiGP) ท่านใดอยากเข้าชมการแข่งขัน WSBK ในสนามช้างฯ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 17 มีนาคม ที่จะถึงนี้ ก็สามารถใช้บัตร MotoGP เป็นตั๋วดู WSBK ได้ฟรีๆอีกด้วย เรียกว่าคุ้มกันสุดๆไปเลย สำหรับการอัพเดทในส่วนของราคาบัตร และรายละเอียดต่างๆ สามารถรอติดตามกันได้ทาง MotoRival ของเราครับ อ่านข่าวสาร MotoGP เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ…
แม้ว่าจะล่วงเข้าสู่ช่วงปลายเดือนที่ 2 ของปี 2019 แล้ว แต่ทาง Suzuki ก็ยังทยอยเปิดตัวสีใหม่ของโมเดลที่พวกเขามีอยู่เรื่อยๆ ซึ่งกลุ่มล่าสุดที่มีการปรับโฉมใหม่ก็คือเหล่าคู่แฝด GSX-S1000 / GSX-S1000F และ GSX-S750 ที่เรากำลังเห็นกันอยู่ในขณะนี้ และสำหรับการปรับโฉมปี 2019 ของคู่แฝด GSX-S1000 และ GSX-S1000F นั้น หลักๆก็จะอยูที่การปรับปรุงระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ใหม่ เพื่อให้เครื่องยนต์สามารถสตาร์ทได้ง่ายยิ่งขึ้น และยังมีการปรับปรุงระบบจัดการเอนจิ้นเบรกให้นิ่มนวลมากขึ้น ส่วนชุดสีในฝั่งของตัวสปอร์ตก็จะปรับใหม่ทั้งหมด ประกอบไปด้วย สีน้ำเงิน – Triton Blue Metallic และ สีดำเงา Grass Sparkle Black ขณะที่ตัวแน็คเก็ทจะยังคงมีสี น้ำเงิน/ดำ – Grass Sparkle Black / Triton Blue Metallic เป็นสีหลักเหมือนเดิม ส่วนเฉด ขาวมุก…
หลังมีประเด็นให้ถกกันอยู่พักเดียว ไม่ทันไรทาง Dorna ก็ประกาศออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าในอีก 2 ปีนับจากนี้ การแข่งขัน MotoGP จะมีสนามลำดับที่ 20 ให้นักบิดได้ทำการแข่งขัน และสนามที่ว่าจะจัดขึ้นในประเทศอินโดนีเซีย แถมยังเป็นสนามที่ใช้ถนนสำหรับการสัญจรของคนทั่วไปจริงๆเป็นแทร็คในการวิ่ง เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การแข่งขัน MotoGP โดยจากข้อมูลในเบื้องต้น ระบุไว้ว่า สัญญาการบรรจุสนามแห่งนี้นั้น ได้มีการลงนามที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน กับทาง Dorna ผู้ถือลิขสิทธิ์ MotoGP ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม ซึ่งตัวสนามที่ว่านี้จะมีจำนวนโค้งทั้งหมด 18 โค้ง, มีระยะทางรอบสนามที่ยาวราวๆ 4.32 กิโลเมตร และได้รับการรับรองโดย Franco Uncini ผู้ดูแลด้านความปลอดภัยของทาง FIM แล้วเป็นที่เรียบร้อย ส่วนช่วงเวลาที่การแข่งขัน MotoGP – Street Race (ชื่อสมมุติ) จะมีขึ้นก็คือตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นไปจนถึงปี 2023 ซึ่งเมื่อดูจากระยะเวลาแล้ว…
ขณะที่ Honda PCX 150 กับ Yamaha Aerox 155 กำลังไปได้ดีในการลุยตลาดพรีเมียมสกูตเตอร์ แต่ไม่รู้ด้วยเหตุใด ทำไมทาง Suzuki ถึงไม่ยอมปรับโฉม Burgman 200 เพื่อแก้เกมเสียทีทั้งๆที่โมเดลนี้มีการเปิดตัวมาได้พักใหญ่แล้ว แถมการเดินตลาดยังไม่ค่อยสู้ดีนัก ทว่า ดูเหมือนตอนนี้เขาจะเริ่มดำเนินโปรเจกท์พัฒนาเจ้า Burgman ที่ว่ากันแบบอ้อมๆ ซึ่งอิงจากชุดภาพสิทธิบัตรพรีเมียมสกูตเตอร์รุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า HJ150 ของค่าย Haojue ที่เราเห็นกันอยู่ในขณะนี้ โดยจากภาพจะเห็นได้ว่าเจ้า Haojue HJ150 คันนี้ มีดีไซน์ที่ดูโฉบเฉี่ยวชนิดที่ว่าแทบไม่เหมือนกับแนวทางที่ Suzuki Burgman เคยเป็นมา ทั้ง ไฟหน้า LED ที่มีการกรีดขอบบนล่างเป็นเส้นกรีดออกด้านข้าง, แม้แต่ชิ้นแฟริ่งรอบข้างเองก็ให้ความรู้สึกเฉียบคมจนเอาจริงๆแล้ว มันดูเหมือน Honda PCX150 เสียมากกว่า แต่อาจจะพิเศษกว่าหน่อยตรงที่ระบบเบรกของมันเป็นแบบดิสก์หน้า/หลัง ไม่เหมือนกับเจ้า PCX สเปกไทยที่ยังใช้เบรกหลังแบบดรัมเบรก (แต่สเปกอินโดนีเซียเป็นดิสก์เบรกแล้วนะครับ) ส่วนสาเหตุที่เราต้องบอกว่าเจ้า HJ150…
ขณะที่รถมอเตอร์ไซ์ไฟฟ้าเองก็กำลังได้รับการพัฒนาให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่ารถมอเตอร์ไซค์เครื่องยนต์สันดาปภายในมากขึ้นเรื่อยๆ การพัฒนารถมอเตอร์ไซค์ไฮบริด ที่รวมเอาข้อดีของมอเตอร์ไฟฟ้า เข้ากับเครื่องยนต์สันเาปภายใน ก็เริ่มปรากฏให้เห็นชัดขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือทาง BMW ที่กำลังออกแบบและพัฒนาเครื่องยนต์ Boxer แบบใหม่ที่มีการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามา เพื่อช่วยกันทำงานในแบบผสมผสาน ดังภาพสิทธิบัตรที่เราได้นำมาให้เพื่อนๆชมกันอยู่ในขณะนี้ โดยจากการดูข้อมูลระบุไว้ในสิทธิบัตร ทาง BMW ได้ออกแบบให้เครื่องยนต์ Boxer 2 สูบนอน มีตัวมอเตอร์ไฟฟ้า (หมายเลข 11) ติดตั้งเพิ่มเข้ามาเพื่อส่งแรงผ่านชุดคลัทช์ (หมายเลข 4 ซึ่งคนละชุดกับคลัทช์ที่ใช้ต่อเข้าเฟืองเกียร์หมายเลข 13) ไปยังเพลาข้อเหวี่ยงของเครื่องยนต์ ซึ่งมอเตอร์ตัวนี้จะสามารถทำหน้าที่เป็นเจเนอเรเตอร์ที่เอาไว้ชาร์จประจุไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ไปในตัว และจากการประมาณในแบบคร่าวๆ คาดว่าตัวมอเตอร์ที่ถูกเพิ่มติดตั้งเพิ่มเข้ามาเพื่อช่วยเสริมแรงเครื่องยนต์ Boxer นั้น จะสามารถเสริมแรงบิดสูงสุดเมื่อวัดจากข้อเหวี่ยงได้อีกอย่างน้อย 20% หรือถ้าหาก BMW เลือกใช้มอเตอร์ที่มีกำลังขับมากพอ อาจจะทำได้ถึง 200% ซึ่งถือว่าสูงมากชนิดที่ว่าต่อให้เจ้า R1250GS บรรทุกน้ำหนักมาเต็มอัตรา มันก็น่าจะมีกำลังลากตัวเองขึ้นไต่เขาหรือทางชันได้สบายๆ โดยเราคงต้องมาติดตามกันต่อว่าสุดท้ายแล้วเมื่อทางค่ายเปิดตัวมันออกมาจริงๆมันจะเป็นอย่างไรกันแน่ แต่จากที่เราได้เคยสัมผัสยานพาหนะขุมกำลังไฮบริดมา ก็ต้องบอกตามตรงว่าอัตราเร่งของมันนั้น ติดมือมากเลยทีเดียว ขอบคุณข้อมูลจาก Motorcycle.com…
จากกระแสการตลาดที่เหล่าผู้ผลิตเริ่มให้ความสำคัญกับรถมอเตอร์ไซค์แนว นีโอ-คลาสสิค กันมากขึ้นเรื่อยๆ และทาง Suzuki เองก็คิดแบบนั้นเช่นกัน จึงได้เริ่มพัฒนา นีโอ-คาเฟ่ต์ รุ่นใหม่ขึ้นมา ซึ่งจากลักษณะในเบื้องต้นคาดว่าพวกเขาจะเลือกตีตลาดรถมอเตอร์ไซค์พิกัดยอดนิยม 300cc ก่อนดังสิทธิบัตรที่เราเห็นอยู่ขณะนี้ โดยจากภาพตัวรถอ้างอิงในสิทธิบัตรนั้น ถือว่าเผยให้เห็นรายละเอียดชิ้นส่วนหลักๆของตัวรถ Suzuki Cafe-Racer ค่อนข้างชัดเจนพอสมควร ทั้งเฟรมถัก, เครื่องยนต์สูบเดียวที่ (คาดว่า) มีขนาดความจุในระดับ 300cc, โช้กหน้าหัวกลับ, ถังน้ำมันทรงยาว, ซับเฟรมสั้น, โช้กเดี่ยวพร้อมกระเดื่องทดแรง, สวิงอาร์มอลูมิเนียมทรงปีกนกกลับหัว, และพักเท้าที่วางตำแหน่งค่อนข้างสูง (สังเกตจากความสูงในแนวดิ่งที่ยกขึ้นมาจากแกนล้อหลังอย่างเห็นได้ชัด) ส่วนช่วงเวลาการเปิดตัวยังไม่เป็นที่แน่ชัดเท่าไหร่นัก ว่าทาง Suzuki วางแผนไว้เมื่อไหร่กันแน่ แต่ด้วยความที่พวกเขาเริ่มปล่อยเอกสารให้หลุดออกมาสู่โลกภายนอกแบบนี้ เชื่อว่าคงใช้เวลาอีกไม่นานเท่าไหร่นัก ซึ่งเราคาดว่ามันคงจะไล่เลี่ยกับ Honda CB300 TT ที่จะเป็นบทต่อไปของ CB300R – Neo Sport Cafe นั่นเอง ขอบคุณข้อมูลจาก Indianautosblog ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก Pinterest…
หลังจากมีการเปิดตัวแบบเซอร์ไพรซ์คนไทยที่งาน Motor Expo 2018 ในที่สุดตอนนี้เราก็มีข่าวดีสำหรับเหล่าสาวกผู้รอคอยสกูตเตอร์ทรงคลาสสิคทั้ง V125 และ V200 จาก Labretta นั่นก็คือเหลือเวลาีกเพียงไม่กี่อึดใจ ตัวรถก็พร้อมจะส่งมอบให้กับดีลเลอร์ต่างๆทั่วประเทศแล้ว โดยจากข้อมูลที่เราได้รับมา ระบุไว้ว่าการส่งมอบตัวรถ Lambretta V125 และ V200 ล็อตแรกนั้น มีกำหนดเวลาคือช่วงปลายเดือนเมษายน หรือในอีกราวๆ 2 เดือนนับจากนี้ ซึ่งกำหนดการตรงนี้ยังอาจคลาดเคลื่อนได้อยู่บ้าง แต่ก็บวกลบไม่เกิน 1 เดือน ดังนั้นสำหรับเพื่อนๆคนไหนที่ถือใบจองไว้ก็เตรียมลาดจอดรถที่บ้านไว้ได้เลยครับผม อ่านข่าว Lambretta เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ แต่แท้จริงแล้วในการแข่งขัน WSBK นับตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา ทางคณะกรรมการได้มีการเปลี่ยนกฏกติกาการจำกัดรอบเครื่องยนต์ตัวแข่งของแต่ละทีม จากแบบรถทุกคันห้ามไม่ให้เซ็ทเครื่องยนต์ปั่นรอบได้เกิน 15,000 รอบ/นาที ในรุ่น 4 สูบ และ ไม่เกิน 12,700 รอบในรุ่น 2 สูบ ที่มีผลบังคับใช้จนถึงปี 2017 ให้กลายเป็นแบบ บวกเลขรอบขึ้นอีกราวๆ 3% จากเรดไลน์ที่เกียร์ 4 และ/หรือ บวกขึ้นอีก 1,100 รอบ/นาทีจากรอบแรงม้าสูงสุดที่วัดได้จากไดโน่ของรถรุ่นนั้นๆตอนออกโรงงาน เพื่อแก้ปัญหาความเป็นต่อของตัวรถที่รอบน้อยตอนออกโรงงาน แต่อาศัยช่องว่างของรอบเครื่องยนต์ที่ตั้งไว้ในการปั่นแรงม้าจนเกินหน้าเกินตาชาวบ้าน ดังนั้น ไหนๆทางคณะกรรมการก็ตั้งกฏกติกาขึ้นมาแบบนี้แล้ว เรามาส่องดูกกันหน่อยดีกว่าครับว่า รถซุปเปอร์ไบค์แต่ละรุ่น แต่ละคันที่ถูกส่งเข้าแข่งขันใน WSBK ปี 2019 นี้ ถูกตั้งเลขรอบสูงสุดไว้ให้ไม่เกินเท่าไหร่กันบ้าง 2019 Aprilia RSV4 RR : 14,700 รอบ/นาที 2019…
จากความสำเร็จของทาง Royal Enfield ที่สามารถบุกตลาดรถมอเตอร์ไซค์แนวเรโทรไบค์ดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เริ่มมีผู้ผลิตอื่นๆอยากร่วมชิงส่วนแบ่งตรงนี้บ้าง และหนึ่งในนั้นก็คือทาง Benelli ที่เตรียมส่ง Imperiale 400 คู่กัดสายตรง Royal Enfield Classic 350 ลงสู้ในตลาดแบบถึงถิ่นศัตรูที่ประเทศอินเดียกันเลยทีเดียว โดยจุดเด่นอื่นๆของเจ้า Imperiale 400 ก็คือดีไซน์แบบเรโทรไบค์ ซึ่งมีรายละเอียดทั้ง ถังน้ำมันดีไซน์หยดน้ำ, ไฟหน้าทรงกลม, แฮนด์บาร์ทรงกว้าง, เบาะนั่งแยกตอนผู้ขี่ผู้ซ้อน, กันตกทรงคลาสสิค, และตกแต่งชิ้นส่วนยิบย่อยมากมายด้วยโครเมียม ไม่ว่าจะเป็น ล้อ, แครงก์เครื่องยนต์, บังโคลน, และกระจกมองหลัง ด้านข้อมูลรายละเอียดเครื่องยนต์ของ Imperiale 400 ก็เป็นแบบสูบเดียว 373.5cc, แคมเดี่ยว, ระบายความร้อนด้วยอากาศ, จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีด, ผ่านมาตรฐานไอเสียระดับ Euro4, สามารถทำกำลังได้สูงสุด 19.7 แรงม้า (ในหน่วย PS) ที่ 5,500 รอบ/นาที…
