ท่ามกลางกระแสข้อมูลที่ว่า “รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันแรกของ Ducati” กำลังจะเปิดตัวในไม่ช้านี้ ทำให้หลายคนต่างเสนอไอเดียไปต่างๆนาๆว่ารูปลักษณ์รวมถึงสเปคต่างๆของมันจะป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งเจ้า Ducati Zero ที่เพื่อนๆกำลังเห็นอยู่ตอนนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ผุดขึ้นมาโดยสำนักออกแบบดังในอิตาลีนามว่า Scuola Politecnica di Design สำหรับแนวคิดในการออกแบบเจ้า Zero ในเบื้องต้นก็มีอยู่ว่า แม้พื้นฐานตัวรถจริงๆจะเป็นรถไฟฟ้า แต่ทางสำนักยังต้องการให้มันมีกลิ่นอายของความเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่ยังใช้เครื่องยนต์แบบสันดาปภายใน ส่วนหน้าต้าก็ได้รับแรงบันดาลใจจาก งูเห่าตั้งท่าเตรียมฉกศัตรู นั่นจึงทำให้หน้าตาของมันดูก้าวร้าว ดุดัน และพร้อมจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าตลอดเวลา และจุดเด่นที่น่าสนใจนอกเหนือจากดีไซน์ภายนอกก็ยังมี แถบโลโก้ “Zero” ที่แปะอยู่ข้างลำตัวรถ ซึ่งเจ้าแถบโลโก้ตัวนี้จะสามารถปรับสีตนเองได้ตามโหมดการใช้งาน ได้แก่ สีเขียว ที่หมายถึง Eco Mode หรือโหมดประหยัด, สีขาว ที่หมายถึง Strada Mode หรือโหมดใช้งานทั่วไป, และ สีแดง ที่หมายถึง Race Mode หรือโหมดแข่งขัน อันเป็นโหมดที่ทรงพลังที่สุดของเจ้าซีโร่คันนี้ ไม่เพียงเท่านั้น ตัวโลโก้ที่ว่า ยังมีฟังก์ชันซ่อนอีกหนึ่งอย่างก็คือ…
Author: admin
ย้อนไปเมื่อ 2 วันก่อนทาง Astra Honda หรือผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าประเทศอินโดนีเซีย ได้มีการเปิดตัวสกูตเตอร์ไฟฟ้าคันแรกของค่าย All-New Honda PCX EV ซึ่งอันที่จริงแล้วเจ้านี่มีแผนงานที่จะเปิดตัวในบ้านเราตั้งแต่ปีก่อน แต่สุดท้ายกลับเจอปัญหาในเรื่องข้อกฏหมายจึงทำให้ต้องเลื่อนการเปิดตัวออกไปอย่างไม่มีกำหนด ทำให้ใครหลายคนที่รอคอยต้องรอเก้อต่อไปโดยปริยาย แต่หากย้อนไปอีกหน่อยเมื่อช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ในงานแถลงนโยบายประจำปี 2019 ของ A.P. Honda ทางผู้บริหารได้มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางต่อไปของสกูตเตอร์ไฟฟ้าที่ว่าในบ้านเรา โดยการเกริ่นแบบสรุปใจความคร่าวๆว่า PCX EV จะเปิดตัวในไทยในฐานะรถทดสอบก่อนภายในปีนี้ และสถานที่ทดสอบก็คือเขตมหาวิทยาลัย อย่างเช่น มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ และมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่อื่นๆ รวมถึงโครงการหมู่บ้านที่อยู่ในเครือแสนสิริ เพื่อเก็บข้อมูลตัวรถและศึกษาความเป็นไปได้ต่อๆไปของรถมอเตอร์ไซค์โมเดลนี้ โดยส่วนหนึ่งที่ทางผู้บริหารตัดสินใจเช่นนั้น อาจจะไม่ใช่แค่มีสาเหตุเพราะข้อกฏหมายในบ้านเราที่ยังคลุมเครือเท่านั้น แต่ถ้าหากดูจากสเปคตัวรถที่สามารถใช้งานได้เพียง 50 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (อ้างอิงข้อมูลจาก PCX EV ที่พึ่งเปิดตัวไปในอินโดนีเซีย) ทำให้มันยังไม่เหมาะวางจำหน่ายเพื่อให้บุคคลทั่วไปใช้งานเท่าไหร่นัก เนื่องจากระยะทางน้อยเกินไปที่จะหาสถานีชาร์จไฟฟ้าได้ กรณีประจุไฟในแบตฯหมด เพราะถ้าไม่เช่นนั้นผู้ขี่ก็จะไม่สามารถนำมันไปใช้ที่ไหนได้เลยนอกจากแถวที่พักอาศัยใกล้ๆ เนื่องจากระยะทาง 50 กิโลเมตรตรงนี้อาจจะดูเหมือนเยอะ แต่มันคือตัวเลขสูงสุดที่ทำได้ โดยการใช้ความเร็วคงที่ตอนทดสอบ…
แชมป์โลกการแข่งขัน MotoGP คนล่าสุด Marc Marquez ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับอาการที่หัวไหล่ซ้ายของเขาว่าในขณะนี้มัน “ยังมีปัญหา” อยู่ หลังจากที่เจ้าตัวได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์ครั้งแรกนับตั้งแต่ผ่าตัดเสร็จเมื่อเดือนธันวาคม โดยหลังจากจบงานเปิดตัวทีม Repsol Honda ที่สเปน Marquez ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อเอาไว้ว่า ในการทดสอบครั้งแรกของฤดูกาลที่สนามเซปัง มาเลเซีย ร่างกายของเขาคงจะยังไม่กลับฟิตแบบ 100% แต่เมื่อช่วงค่ำของคืนที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาทาง Repsol Honda ก็ได้โพสต์คลิปการเช็คความพร้อมร่างกายของนักบิดหมายเลข 93 ด้วยการลองขี่มินิไบค์ Honda NSF100 เอาไว้ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้พูดในช่วงท้ายคลิปหลังทดสอบร่างกายเสร็จว่า “โดยปกติแล้วนักบิดจำเป็นจะต้องทำให้สมองตัวเองปลอดโปร่ง, อย่างน้อยตอนที่ต้องเดินทางไปมาเลเซีย ที่ต้องใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 14 ชั่วโมง ผมจะต้องคิดว่าตัวเองกำลังขี่รถ, ใช้เบรก, รู้สึกถึงคันเร่ง และการใช้คลัทช์” “เราได้ลองขี่ไปไม่กี่รอบ แต่มันก็ช่วยแสดงให้ผมเห็นว่าอาการอยู่ในขั้นไหน และเราต้องทำงานกับมันสัปดาห์นี้” “มันเป็นไปตามสิ่งที่ผมคาดไว้มาก, แรงกดขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นตอนเบรก โดยเฉพาะกับที่มือซ้าย, จุดที่ผมต้องระวังไหล่ซ้ายของผม นั่นแหล่ะที่เป็นปัญหา” “นั่นแหล่ะคือสิ่งที่เราต้องทำงานกับมัน ต้องอดทนในมาเลเซีย…
แม้ว่าข่าวลือของบอร์ดบริหารด้านบนจะฟังดูน่ากลัวไปนิด (เกี่ยวกับการที่ทาง VW พิจารณาว่าจะขายพวกเขาทิ้งดีหรือไม่) แต่ Ducati เองก็ยังสามารถรักษาตนเองในสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกถดถอยแบบนี้ได้ ด้วยการรักษายอดขายรวมของตนเองให้ตกลงแค่เพียง 5% (ปี 2018 ขายไปได้ราวๆ 53,000 คัน ส่วน ปี 2017 ขายไปได้ทั้งหมด 55,871 คัน) ทว่า แม้ตัวเลขยอดขายรวมทั้งปีของค่ายจะดรอปลงไป แต่ถ้าเจาะลึกลงไปก็จะพบว่าในกลุ่มรถสปอร์ตไบค์ตระกูล Panigale นั้น พวกเขาสามารถจำหน่ายมันให้กับลูกค้าทั่วโลกไปได้ถึง 9,700 คัน ซึ่งถือว่าโตขึ้นกว่าปีก่อนหน้าถึง 70% และด้วยตัวเลขนี้จึงทำให้ยอดขายรถมอเตอร์ไซค์คลาสนี้ของพวกเขากลายเป็นรถมอเตอร์ไซค์แนวซุปเปอร์ไบค์ที่ทำยอดขายได้เยอะที่สุดในปี 2018 ไปอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่สูงถึง 26% นอกจากนี้ ในข้อมูลของ Ducati ยังระบุอีกว่า กว่า 6,100 คันใน 9,700 คันของสปอร์ตไบค์คตระกูล Panigale นั้น คือตัวเลขยอดขายของพี่ใหญ่สุด Panigale V4 ที่พึ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปี…
Alvaro Dal Farra ชื่อนี้อาจจะฟังดุไม่คุ้นหูเราเท่าไหร่นัก แต่แท้จริงแล้วเค้าคือนักบิดดาวเด่นคนหนึ่งที่สร้างชื่อไว้ในโลกการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ประเภทโมโตครอส ซึ่งด้วยบุคลิกที่ชอบความแปลกใหม่ของเขา จึงทำให้เกิดไอเดียที่จะสร้างรถแต่งที่ชื่อว่า Kawa 3D Core บนพื้นฐานตัว Kawasaki KX450F ที่เจ้าตัวใช้อยุ่ประจำคันนี้ออกมา โดยโปรเจ็กการแต่งตัวแข่ง KX450F ครั้งนี้นั้น ได้รับความร่วมมืแในการสร้างจากทางสำนัก Scorpion Engineering, Codoro Studio และอีกยิบย่อยจากแบรนด์ย่อยอื่นๆ ซึ่งชิ้นส่วนแฟริ่งทั้ง ชิลด์หน้า, ถังน้ำมัน, กาบข้าง, บังโคลน, การ์ดโช้ก, เบาะนั่ง, และสวิงอาร์มถูกทำขึ้นโดยกรรมวิธีสุดล้ำสมัยอย่าง 3D Printed ทำให้รูปลักษณ์ของมันดูโดดเด่นแบบที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนโดยเฉพาะลวดลายแบบตารางสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ส่วนชุดสีของมันก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากมินิครอสไบค์ยุคปี 80 ที่เจ้าของโปรเข็ค Dal Farra เคยใช้เมื่อตอนยังเด็ก และหากเพื่อนๆถามว่า Alvaro Dal Farra หมดเงินไปกับโปรเจ็กท์ Kawa 3D Core ไปเท่าไหร่ล่ะก็ เราคงไม่สามารถระบุตัวเลขได้…
“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ฉายา “อินทรีก้อง” นักบิดดาวรุ่งไทยจากโครงการ Honda Race to The Dream สปิริตไทย ท้าทายสู่ฝัน และนักบิดชาวไทยคนแรกที่คว้าแต้มในรายการ โมโตทรี ที่โฮมเรซบ้านของตัวเอง ต่อหน้าผู้ชมชาวไทย เตรียมเก็บกระเป๋าออกเดินทางไปยังเมืองเฆเรซ ประเทศสเปน เพื่อพบปะกับทีมงานต้นสังกัดใหม่ “อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย” ก่อนเรียนรู้ฝึกซ้อมและนำรถลงทดสอบสนามในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เพื่อเตรียมตัวสู้ศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตทู ฤดูกาล 2019 ในฐานะตัวแทนนักแข่งหนึ่งเดียวของประเทศไทย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2562 “อินทรีก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดหนุ่มดาวรุ่งหมายเลข 35 ภายใต้การผลักดันจากค่าย เอ. พี. ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ เดินทางมาที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อโดยสารเครื่องบินไปยังเมืองเฆเรซ ประเทศสเปน ก่อนเข้ารับการทดสอบรถกับต้นสังกัดใหม่ “อิเดมิตสึ ฮอนด้า…
การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ถือเป็นงานการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากในการแข่งขันแต่ละรอบที่จัดขึ้น จะเป็นการจัดแข่งกีฬาหลากหลายประเภทที่อยู่ในตารางการแข่งขัน และรวมเอานักกีฬาระดับหัวแถวของโลกไว้ที่งานนี้ แต่ตลอดระยะเวลาร้อยกว่าปีที่ผ่านมา กลับไม่เคยมีการบรรจุกีฬาประเภทมอเตอร์สปอร์ตลงในงานแข่งขันโอลิมปิกนี้เลยแม้แต่ปีเดียว ทว่าล่าสุด ได้มีข้อมูลออกมาว่า ทาง International Motorcycling Federation – สหพันธ์จักรยานยนต์ระหว่างประเทศ หรือ ที่รู้จักกันดีในชื่อ FIM มีแผนที่อยากจะผลักดันกีฬาการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ Trail-E หรือ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแนวใต่เขา ถูกบรรจุไว้ในการแข่งขันโอลิมปิกปี 2024 ที่จะจัดขึ้นในประเทศฝรั่งเศส เพื่อให้งานแข่งขันกีฬาระดับโลกนี้มีึความหลากหลายมากขึ้นไปอีกขั้น และถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ เพราะมันจะเป็นครั้งแรกที่กีฬาการแข่งขันประเภทมอเตอร์สปอร์ตจะได้ถูกบรรจุในโอลิมปิก อย่างไรก็ดีแม้ในภาพรวมดูเหมือนคณะกรรมการจะค่อนข้างเปิดไฟเขียวให้การแข่งขัน Trail-E ได้รับการบรรจุเข้าสู่โอลิมปิก แต่พวกเขายังต้องรอการหาข้อสรุปเกี่ยวกับกฏกติกาต่างๆอีกครั้งในการแข่งขันโอลิมปิกปี 2020 ที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง ซึ่งเราก็ได้แต่หวังว่าจะไม่มีอะไรติดขัดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะเราเองก็อยากเห็นกีฬามอเตอร์สปอร์ตถูกถ่ายทอดสดในวาระการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลกเสียทีเช่นกัน ขอบคุณข้อมูลจาก Morebikes ขอบคุณภาพจาก Actu-Moto.ch, Trials and Motocross News อ่านข่าว มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers…
เข้าสู่ช่วงปีที่ 4 เข้าไปแล้วสำหรับรถมอเตอร์ไซค์แนวแอดเวนเจอร์-ทัวร์ริ่งรุ่นใหญ่สุดของ Honda เจ้า Africa Twin ซึ่งนั่นย่อมหมายความว่าอีกไม่นานนับจากนี้ มันอาจจะได้รับการปรับโฉมเพื่อเพิ่มความสดใหม่ให้กับตนเองตามอายุขัยเสียที ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนักที่เราจะเริ่มได้รับข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางใหม่ๆของมันในอนาคตให้พูดถึงกันในช่วงเวลานี้ และสำหรับข้อมูลล่าสุดที่เราได้รับมาจากสื่อประเทศญี่ปุ่น ก็มีใจความหลักๆคือว่า New Africa Twin นั้น อาจจะได้รับการปรับโฉมหน้าใหม่ให้ดูโฉบเฉี่ยวมากขึ้น ด้วยการยืมเอาเส้นสาย หรือดีไซน์ของสปอร์ตเรพลิก้าเรืองธงอย่าง CBR1000RR โฉมปัจจุบันมาใช้ ดังภาพเรนเดอร์ด้านบนสุด และไม่เพียงเท่านั้น มันยังจะได้รับการปรับปรุงเครื่องยนต์ครั้งใหญ่ด้วยการขยายความจุเป็น 1,100cc เพื่อหวังรีดแรงม้า/แรงบิดให้ทัดเทียมคู่แข่งรายอื่นในคลาสแอดเวนเจอร์-ทัวร์ริ่ง ระดับเรือธงของค่ายอื่นๆด้วย โดยในส่วนแรงม้าสูงสุดของ Honda CRF1000L – Africa Twin รุ่นปัจจุบันนั้นถูกแจ้งตัวเลขไว้ที่ 94 แรงม้า ที่ 7,500 รอบ/นาที ส่วนแรงบิดสูงสุดก็อยู่ที่ 98 นิวตันเมตร ที่ 6,000 รอบ/นาที ซึ่งเอาจริงๆทางผู้บริหารของบริษัทแม่ก็ได้เคยให้ข้อมูลไว้แล้วว่า ด้วยตัวเลขกำลังสูงสุดของมันที่มีอยู่ตอนนี้ก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานสำหรับรถมอเตอร์ไซค์แนวแอดเวนเจอร์-ทัวร์ริ่งแล้ว แต่ด้วยกระแสเรียกร้องของลูกค้าพวกเขาอาจจะเปลี่ยนใจก็เป็นได้ ? ขอบคุณข้อมูลจาก…
ผ่านเวลามาได้ปีนิดๆนับตั้งแต่มีการเผยตัวครั้งแรกของคู่หู Royal Enfield Twin 650 โดยจุดเด่นของมันก็คือเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงขนาดความจุ 649cc บล็อกใหม่ที่ทางค่ายสร้างขึ้นมา ซึ่งใครหลายคนอยากให้พวกเขานำมันไปใช้กับโมเดลทัวร์ริ่งอย่างเจ้า “แพะภูเขา – Himalayan” ด้วย และตอนนี้ดูเหมือนความต้องการนี้จะใกล้เป็นจริงแล้ว เพราะมีข่าวลืออกมาว่าขณะนี้ทาง Royal Enfield ได้เตรียมการพัฒนาเจ้า Himalayan 650 แล้วเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งอันที่จริงพวกเขาได้เริ่มทำโรปเจ็กต์นี้ตั้งแต่ปี 2017 แล้วด้วยซ้ำ ปต่กว่าจะถึงเวลาเปิดเปิดตัวจริง หากอิงจากข้อมูลครั้งก่อนหน้า และข้อมูลครั้งล่าสุดที่เราได้รับมา มีโอกาสสูงมากที่เราจะได้เห็น “แพะภูเขา” รุ่นใหญ่อย่างช้าที่สุดก็ไม่เกินช่วงกลางปี 2020 โดยสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า ในช่วงประมาณเดือนเมษายนปี 2020 ทางรัฐบาลอินเดียได้มีแผนที่จะเริ่มปรับใช้มาตรฐานมลพิษใหม่ที่เข้มงวดกว่าของปัจจุบัน ดังนั้นช่วงเวลาต่อจากการบังคับใช้ข้อกฏหมายดังกล่าวจึงมีผลต่อช่วงเวลาการเปิดตัวของ Himalayan 650 คันนี้ในอินเดีย ทว่าโดยปกติแล้ว ก่อนที่ทาง Royal Enfield จะเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์โมเดลใหม่ในอินเดีย พวกเขามักจะนำโมเดลเหล่านั้นไปเปิดตัวในงานมหกรรมยานยนต์ประจำปีที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลกนั่นก็คือ EICMA Show ซึ่งงานนี้จะมีตารางจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี…
หลังมีกระแสข่าวออกมาได้พักใหญ่ว่านับจากนี้ทาง เบิร์นรับเบอร์ จะไม่นำเข้าและทำตลาดรถมอเตอร์ไซค์ KTM ในบ้านเราอีกต่อไป ในที่สุดทางบริษัทก็ได้มีการเอกสารเพื่อยืนยันเรื่องนี้อย่างเป็นทางการตามที่ทุกคนคาดคิดไว้ โดยรายละเอียดมีทั้หมด ดังนี้ บริษัท เบิร์นรับเบอร์ จำกัด (“บริษัทฯ”) ในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์และผลิตภัณฑ์อื่นๆ สัญชาติออสเตรียภายใต้แบรนด์ “เคทีเอ็ม – KTM” แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ขอแจ้งเรื่อง การประกาศยกเลิกการเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์สัญชาติออสเตรียแบรนด์ “เคทีเอ็ม – KTM” อย่างเป็นทางการ ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมาในการมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจในประเทศไทย บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะนำเสนอประสบการณ์การขับขี่อย่างเหนือระดับให้แก่ผู้บริโภค พร้อมทั้งส่งเสริมแบรนด์รถมอเตอร์ไซค์ “เคทีเอ็ม – KTM” ซึ่งเป็นผู้นำในตลาดรถมอเตอร์ไซค์พรีเมี่ยมจากยุโรป ให้บุกเบิกตลาดรถมอเตอร์ไซค์ระดับชั้นนำในไทย ในทุกกลุ่มประเภทของการขับขี่ และมุ่งเน้นด้านการจัดจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ และเข้าใจผู้ขับขี่ในทุกๆ ด้าน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุดและสอดคล้องกับปรัชญาของเคทีเอ็มอย่าง “READY TO RACE” ทั้งนี้ ในระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากปัจจัยแวดล้อมภายนอกหลายประการ ซึ่งส่งผลให้สินค้า เคทีเอ็ม-KTM ไม่สามารถทำการจัดจำหน่ายตามเป้าหมายที่กำหนดไว้…
