ด้วยกระแสความนิยมในภาพยนต์เฟรนไชส์ชื่อดัง “Star Wars” ที่ยังคงไม่เสื่อมคลายแม้วาจะเปิดตัวออกมาได้เป็นระยะเวลาเกิน 40 ปี เข้าไปแล้ว ทำให้ทาง HJC ผู้ผลิตหมวกกันน็อคชื่อดังจากประเทศเกาหลี ผู้ไม่เคยพลาดเลยซักคร้งที่จะหยิบเอาเหล่าหมวกกันน็อคในเครือของตนเองมาสกรีนลวดลายเอกลักษณ์ของตัวละครดังๆ แล้ววางจำหน่ายเพื่อเอาใจสาวกตัวละครเหล่านั้น อย่างเช่น RPHA90 และ CS-R3 “Star Wars” Edition ทั้ง 2 ใบที่เรากำลังเห็นอยู่ในตอนนี้ โดยในส่วนของหมวกใบแรกที่เราจะกล่าวถึงก็คือ RPHA90 ที่ถูกสกรีนด้วยลวดลายของ “Darth Vader” ซิทลอร์ดผู้เป็นตัวร้ายหลักของเรื่อง และแน่นอนว่าในเมื่อมีผู้นำ ก็ต้องมีลูกสมุน กับหมวก CS-R3 “Storm Trooper” ลายเดียวกับทหารหาญผู้อ่อนด้อยในการยิงปืน ด้านราคาในเบื้องต้นของหมวกทั้งสองใบแบบไม่รวมภาษีนั้นอยู่ที่ราวๆ 23,400 บาท สำหรับ HJC RPHA90 “Darth Vader” และ 5,700 บาทสำหรับ HJC CS-R3 “Storm Trooper”…
Author: admin
ด้วยในวันที่ 28 กรกฎาคม ปี พ.ศ. 2561 ที่จะถึงนี้เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์ุพืช จึงได้ใช้โอกาสนี้ “ยกเว้นการจัดเก็บค่าบริการและค่านำยานพาหนะเข้าเขตอุทยาน จากนักท่องเที่ยวชาวไทย ในวันที่ 28 กรกฎาคม” เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและน้อมถวายความจงรักภักดีสนองต่อพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
หลังจากถอยรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจมาได้ 4 ปีกว่าๆ เชื่อว่าเพื่อนๆบางคนคงเริ่มมีปัญหากับระบบไฟกันบ้างแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอาการสตาร์ทติดยาก ซึ่งส่วนหนึ่งแล้วมักเกิดจากการที่แบตเตอร์รี่มีีประจุมาขับไดสตาร์ทน้อยเกินไป อาจจะด้วยอายุการใช้งานที่นานเกินจนตัวแบตฯไม่สามารถเก็บประจุไฟได้ดีเหมือนเมื่อก่อน ดังนั้นสิ่งที่เพื่อนๆต้องทำเพื่อแก้ปัญหานี้ก็ึือการเปลี่ยนแบตฯใหม่ แต่กระนั้นแล้ว ถ้าจะให้ขับรถมอเตอร์ไซค์เข้าร้าน ถ้าโชคดีก็เจอช่างใจดีไม่คิดกับไรกับค่ามือกับเราเยอะเท่าไหร่ แต่ถ้าโชคร้ายก็อาจจะโดนฟันค่าแบตฯ ค่ามือกันจนหัวแบะ ดังนั้นในวันนี้เราจึงจะมาสาธิตวิํธีการเปลี่ยนแบตที่ถูกต้องให้เพื่อนๆได้ลองทำตามกัน เผื่อวันใดวันหนึ่งจะได้สามารถเดินเข้าร้านอะไหล่ยนต์เพื่อซื้อแบตฯมาเปลี่ยนด้วยตนเองได้ แต่ก่อนที่เราจะเริ่มลงมือทำกันนั้น เพื่อนๆต้องทำความเข้าใจก่อนว่าในรถมอเตอร์ไซค์แต่ละคัน จะมีตำแหน่งการติดตั้งแบตเตอรี่ต่างกันไป โดยเราสามารถทราบได้จากการอ่านคู่มือติดรถ ซุึ่งส่วนใหญ่แล้วอยู่ใต้เบาะนั่ง ดังนั้นสิ่งแรกท่ีต้องทำเลยสำหรับการเปลี่ยนแบตฯคือ เปิด หรือ ถอดเบาะนั่งออกมา ตามวิธีที่คู่มือแนะนำ หลังจากนั้นถ้าหากเราพบว่าแบตฯถูกล็อคไว้ด้านแผ่นเหล็กก็ใช้บล็อคตัวที หรือไขควง (แล้วแต่ว่าผู้ผลิตจะใช้น็อตประเภทใหนยึดเอาไว้) ขันน็อตที่ยึดอยู่ออกมา แล้วยกแผ่นเหล็กออกไป ในลำดับต่อมาคือการขันขั้วแบตฯซึ่งจำเป็นอย่างมากที่จะต้องขันน็อตขั้วลบ แล้วถอดสายขั้วลบออกก่อนเพื่อป้องกันการช็อตของประจุไฟในแบตฯที่ยังเหลืออยู่ โดยหลังถอดสายขั้วแบตฯออกมาแล้ว เราขอแนะนำว่าพยายามอย่าให้สายขั้วแบตฯไปแตะกับโครงรถหรืออะไรก็ตามที่เป็นเหล็กเพื่อป้องกันอีกชั้นหนึ่ง หลังจากนั้นจึงค่อยถอดน็อคขั้วบวก แล้วยกสายขั้วออกมา แล้วค่อยยกแบตฯลูกเก่าทิ้งไป คราวนี้มาดูที่แบตฯก้อนใหม่ ซึ่งปกติแล้วทางผู้ผลิตจะมีน็อตตัวผู้/ตัวเมียแถมมาให้ 2 คู่ โดยถ้าหากเพื่อนคนไหนอยากเก็บไว้เป็นอะไหล่ก็ทำได้เลย ด้วยการเอาน็อตตัวผู้/ตัวเมียของแบตฯเก่ามาใช้แทน สำหรับขั้นตอนต่อไปแน่นอนว่าต้องเป็นการใส่แบตฯลูกใหม่เข้าไป (อย่าลืมใส่น็อตตัวเมียไว้ในขั้วแบตฯนะครับ) ตามด้วยการขันยึดขั้วแบตฯ โดยเริ่มจากใส่สายขั้วบวกก่อน หลังจากนั้นค่อยใส่สายขั้วลบตามทีหลัง ห้ามจำสลับเด็ดขาดเพราะอาจจะเกิดการสปาร์คของไฟโดยไม่ตั้งใจ หลังจากนั้นก็ย้อนขั้นตอนที่เรากล่าวในขั้นต้น…
แม้ว่าตอนนี้ทาง Honda จะได้ทำการขายเจ้า RC213V-S ที่ได้โควต้านำเข้ามาจำหน่ายทั้งหมด 250 คันสำหรับลูกค้าทั่วโลกจนหมดแล้ว แต่เพื่อนๆทราบหรือไม่ว่ายังมี 1 ใน 250 คันที่ว่านี้ยังไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อนเลยเพราะมันถูกขายให้กับดีลเลอร์แห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ ซึ่งตอนนี้มันกำลังถูกประกาศขายอยู่บนเว็บไซต์ซื้อ/ขายออนไลน์ระดับโลก eBay โดยความพิเศษของ RC213V-S คันดังกล่าวนั้นไม่ได้มีแค่พื้นฐานของตัวรถที่ยกเอาตัวแข่ง MotoGP – Honda RC213V ปี 2012 มาดัดแปลงให้เหมาะกับการใช้งานบนท้องถนนเท่านั้น แต่มันยังมาพร้อมกับชุดแต่ง HRC ที่ช่วยปลดปล่อยม้าในเครื่องยนต์ให้ทะลุ 212 ตัว ซึ่งสนนราคาคิดเป็น 47% ของค่าตัว รวมถึงรถหมายเลขลำดับการผลิตของมันเองก็ยังเป็นหมายเลข 7 หรือ “Serial No. 007” ซึ่งคล้ายกับรหัสลับของตัวละครสายลับผู้โด่งดังประจำประเทศอังกฤษ “Jame Bond” สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่สนใจในตัว Honda RC213V-S หมายเลข 007 คันนี้ล่ะก็สามารถคลิกเข้าไปติดต่อตามข้อมูลในเว็บ eBay ที่เราแนบไว้ตรงนี้ได้เลยนะครับ (แต่ระวังค่าภาษีดีๆล่ะ…
ก่อนหน้านี้ตอนเดือนเมษายน เราได้เคยนำเสนอภาพสิทธิบัตรของรถแน็คเก็ทไบค์ปริศนาจาก Haojue รุ่น HJ300 ออกมา ซึ่งรถมอเตอร์ไซค์ปริศนาที่ว่านี้หลายฝ่ายต่างตั้งข้อสังเกตุกันว่ามันอาจจะกลายเป็น Suzuki GSX-S250 ในอนาคต และในตอนนี้ก็มีข้อมูลเสริมออกมาแล้วว่าข้อสันนิษฐานดังกล่าวที่ว่านั้นกำลังจะเกิดขึ้นจริงในเร็วๆนี้ โดยจากข้อมูลทางสื่ออินเดียได้ระบุเอาไว้ว่าขณะนี้ทาง Suzuki India กำลังอยู่ในระหว่างพัฒนา GIXXER 250 แน็คเก็ทไบค์รุ่นใหม่ต่อยอดจาก GIXXER 250R โฉมสปอร์ตที่เปิดตัวออกมาเมื่อปี 2017 แต่มีการปรับเปลี่ยนให้เครื่องยนต์เป็นแบบสูบเดียว 250cc ระบายความร้อนด้วยอากาศ กำลังสูงสุด 22 แรงม้า ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ 5 สปีด ซึ่งดูๆแล้วอาจจะด้อยกว่าคู่แข่งทั้งหมด แต่ก็ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าชาวอินเดียที่ต้องการเน้นในเรื่องของความถึกทนและความไม่จุกจิกของเครื่องยนต์เป็นพิเศษเหนือสิ่งอื่นใด ส่วนหน้าตาโดยรวมของตัวรถ 2019 Suzuki GIXXER 250 แน่นอนว่าจะต้องนำเอาเส้นสายของรุ่นพี่ตระกูล GSX-S มาปรับเปลี่ยนให้เข้ากับขนาดตัวรถ ส่วนราคาก็คาดการณ์ไว้ไม่สูงมากนักตามสไตล์รถมอเตอร์ไซค์อินเดียนั่นก็คือราวๆ 73,000 บาทเท่านั้น ขอบคุณข้อมูลจาก Indianautosblog อ่านข่าวสาร Suzuki เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ…
แม้ว่าโดยพื้นฐานแล้ว Ducati Scrambler จะถูกออกแบบให้รองรับการบุกตะลุยได้นิดหน่อยอยู่แล้ว แต่แค่นั้นคงไม่ดูเพียงพอต่อการเอาไปลุยอย่างจริงจังเท่าไหร่นัก ทำให้ทางค่ายได้ออกแบบรุ่นย่อย Desert Sled ออกมาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของรถมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้มากขึ้นแต่ก็ยังมีแค่เฉพาะในโฉม Scrambler 800 เท่านั้น แต่ถ้าหากยังจำกันได้เมื่อราวๆ 1 เดือนก่อนหน้านี้ เราได้มีการนำเสนอ Ducati Scrambler Desert Sled concept ออกมาให้เพื่อนๆได้ชมกัน โดยที่พื้นฐานของเจ้าคอนเซปท์ไบค์คันนี้นั้นแท้จริงแล้วก็คือ Scrambler 1100 ที่เราพึ่งทำการทดสอบไปก่อนหน้านี้ไม่นานนัก และดูเหมือนว่าทาง Ducati กำลังจะผลิตมันขึ้นมาเพื่อขายจริงในเร็วๆนี้ โดยสำหรับการตกแต่งภายนอกจากภาพนั้นจะเห็นได้ว่ามีทั้งสวิงอาร์มและโช้กหลังที่ได้รับการจัดวางตำแหน่งใหม่, ถังน้ำมันดีไซน์แปลกตาขนาดใหญ่, มีถังน้ำมันสำรองด้านหลังเบาะผู้ขี่ซึ่งถูกขนาบข้างซ้าย/ขวาด้วยท่อไอเสียจาก Akrapovic, ชุดบังโคลนหน้าขนาดใหญ่ที่ดูไปดูมาช่างคล้ายกับพี่น้องร่วมค่ายอย่าง Multistrada 1200, และระบบกันสะเทือนหน้าชุดใหม่ที่ถูกยืดยาวเพื่อทำให้ความสูงของตัวรถเพิ่มขึ้น ส่วนช่วงเวลาการเปิดตัวนั้นมีความเป็นไปได้ว่าทาง Ducati จะขนเจ้า 2019 Scrambler 1100 Desert Sled เปิดตัวที่งาน EICMA Show 2018 ซึ่งเป็นงานมหกรรมยานยนต์ที่ใหญ่อันดับๆต้นๆของโลกแถมยังเป็นงานที่จัดขึ้นในบ้านเกิดของตัวเอง…
เอ.พี. ฮอนด้า ร่วมมือกับสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย หรือ TESF (THAILAND E-SPORTS FEDERATION) และTwitch จัดการแข่งขัน “Honda eSports Championship 2018 บวกให้สุด อย่าให้อะไรมาหยุด” รอบชิงชนะเลิศ ภายใต้แบรนด์แคมเปญ WHAT STOPS YOU? มุ่งไป อย่าให้อะไรมาหยุด หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากด้วยกระแสความสนใจจากเหล่าเกมเมอร์ทั่วประเทศมากกว่า 200 ทีมที่เข้าร่วมแข่งขัน โดยมีสุดยอดเกมเมอร์จาก 4 ภูมิภาค ได้แก่ ทีม BangkokDynamo.Forever.Young แชมป์ภาคกลาง, ทีม Lao-G แชมป์ภาคเหนือ, ทีม Murderer แชมป์ภาคอีสาน และทีม MafiaGay แชมป์ภาคใต้ ผ่านสู่รอบชิงชนะเลิศ ลงชิงชัยคว้าตั๋วที่นั่งบินลัดฟ้าชมการแข่งขัน The International 8 ณ ประเทศแคนนาดา แบบติดขอบสนาม…
อีกหนึ่งการแข่งขันอีสปอร์ตที่กำลังมาแรง สำหรับการแข่งขัน Honda eSports Championship บวกให้สุด อย่าให้อะไรมาหยุด – DOTA2 Tournament 2018 ที่จัดโดย เอ.พี.ฮอนด้า ร่วมมือกับสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย หรือ TESF (THAILAND E-SPORTS FEDERATION) และ Twitch สนับสนุนเด็กรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่น ไม่หยุดที่จะพัฒนาตนเอง ผลักดันเด็กที่เป็นเกมเมอร์ ให้เป็นเพลย์เยอร์ ต่อยอดเป็นนักกีฬา ตอกย้ำแบรนด์แคมเปญ WHAT STOPS YOU? มุ่งไป อย่าให้อะไรมาหยุด ที่สำคัญรางวัลก็เป็นที่สนใจสำหรับบรรดาเกมเมอร์อย่างมาก เพราะทีมผู้ชนะการแข่งขัน จะได้บินลัดฟ้าสู่ประเทศแคนาดา เพื่อนั่งติดขอบสนามรับชมการแข่งขัน TI8 (The International DOTA2 CHAMPIONSHIPS) พร้อมชิงเงินรางวัลมูลค่า 800,000 บาท เปิดโอกาสร่วมการแข่งขันได้ เพราะต้องการปลุกความฝัน เติมไฟในใจในการเป็นนักกีฬาอาชีพให้โชติช่วงอีกครั้ง เปิดโอกาสให้เกมเมอร์รุ่นใหม่ ไม่จำกัดเพศ จำกัดวัย…
CSC บริษัทผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สัญชาติจีนเปิดตัวรถมินิไบค์ไฟฟ้าน้องใหม่ที่ใช้พื้นฐานตัวรถจากเจ้า Break Out แต่ปรับเปลี่ยนขุมกำลัง, แหล่งพลังงาน, และระบบขับเคลื่อนใหม่ให้เป็นแบบ Full EV แทนที่เครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 150cc ของเดิมเพื่อเอาใจลูกค้าสายเขียว (รักษ์โลก) โดยเฉพาะแล้วใช้ชื่อใหม่ประจำตัวรถว่า City Slciker สำหรับข้อมูลในเบื้องต้นของเจ้า City Slicker คันนี้มีอยู่ว่าชุดแบตเตอร์รี่ลูกใหม่ของมันนั้นสามารถจ่ายไฟให้มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถขี่ได้ใกลสูงสุดถึง 100 กิโลเมตร (เมื่อขับด้วยความเร็วราวๆ 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง) และสามารถทำความเร็งสูงสุดได้ที่ 75 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยที่น้ำหนักตัวรถนั้นออกจะสูงไปซักนิดคือราวๆ 150 กิโลกรัม ซึ่งเป็ฯข้อเสียดั้งเดิมของรถมอเตอร์ไซค์ระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้านี้อยู่แล้ว ส่วนราคาในเบื้องต้นสำหรับจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นอยู่ที่ราวๆ 66,500 บาทซึ่งไม่ได้ดูแพงเกินไปเลยเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีที่ทางค่ายจัดมาให้ อ่านข่าว CSC Motorcycle เพิ่มเติมได้ที่นี่ อ่านข่าว มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
เมื่อ 5 ปีก่อนทาง Kawasaki ได้ทำการเปิดตัวเจ้า J Concept มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 3 ล้อดีไซน์แปลกตาออกมา ซึ่งในตอนนั้นมันได้สร้างเสียงฮือฮาให้กับเหล่าผู้ที่สนใจอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งต่อมาเมื่อต้นปีทางค่ายได้มีการปล่อยคลิปแสดงฟีเจอร์เด็ดของมันออกมาเพื่อย้ำกระแสอีกครั้ง และในวันนี้ก็ดูเหมือนว่ามันจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น หลังพวกเขาได้เริ่มจดสิทธิบัตรระบบขับเคลื่อนของรถคอนเซปท์คันนี้เรียบร้อยแล้ว แม้ว่าในตอนนี้จะยังไม่มีข้อมูล หรือรายละเอียดมากมายนักว่าทาง Kawasaki จะจดสิทธิบัตรชิ้นส่วน ล้อ และระบบบังคับเลี้ยว ไปเพื่ออะไร แต่จากแนวโน้มความเป็นไปได้ต่างๆ มีโอกาสสูงมากที่ชุดสิทธิบัตรใบนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็คท์ J Concept ซึ่งสังเกตุได้จากลักษณะของชุดขาสวิงอาร์ม, คอม้า, ดุมล้อ, และอื่นๆอีกมากมายที่ไม่น่าเป็นของคอนเซปท์รถคันอื่นไปได้ โดยจุดเด่นที่น่าสนใจของเจ้า Kawasaki J Concept คันนี้ก็คือมันมาพร้อมกับโหมดการขับขี่ที่ไม่ใช่แค่ปรับกราฟเครื่องยนต์เหมือนรถมอเตอร์ไซค์ทั่วไปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปรับลักษณะทางกายภาพของตัวรถให้แตกต่างไปจากเดิมตามความต้องการของผู้ขี่ด้วย ยกตัวอย่างเช่น Up Right Mode ที่จะปรับระบบกันสะเทือนหน้าและหลังให้หดเข้ามาเพื่อให้แฮนด์บาร์สูงขึ้น ดังนั้นผู้ขี่จึงต้องนั่งหลังตรงไปโดยปริยาย ซึ่งเหมาะกับการใช่งานที่ต้องการกระฉับกระเฉงสำหรับการขับขี่ในเมือง และ Attack Mode ที่จะปรับให้ระบบกันสะเทือนหน้า/หลัง ยืดออกจากกัน และแฮนด์บาร์ต่ำลง ส่งผลให้ผู้ใช้ต้องโน้มตัวไปข้างหน้าซึ่งเหมาะกับการขี่ขี่ด้วยความเร็วสูงๆมากกว่า ขอบคุณภาพจาก…
