Author: admin

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหากเราต้องการซื้อรถมอเตอร์ไซค์ซักคันด้วยการผ่อนจ่าย มักจะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเราจะต้องเสียเงินค่าดอกเบี้ยให้กับทางผู้ให้สินเชื่อ ซึ่งอัตราการการคิดดอกเบี้ยสัญญาเช่าซื้อนั้นส่วนใหญ่แล้วจะคิดแบบใช้ราคาเต็มของรถเป็นตัวตั้งมาคูณกับอัตราดอกเบี้ยที่ทางผู้ให้สินเชื่อกำหนดไว้ว่าจะคิดกี่เปอร์เซ็นต์ต่อปีและคูณกับตัวเลขระยะเวลาที่ทำสัญญาผ่อนทั้งหมด หรือว่าง่ายๆคือเป็นการคิดดอกเบี้ยแบบคงที่ตลอดอายุสัญญา (Flate Rate) ส่งผลให้ไม่ว่าเราจะผ่อนไปนานจนยอดหนี้คงเหลือหายไปเท่าใดก็ตาม เราก็ยังต้องจ่ายดอกเบี้ยเท่ากับเงินต้นตอนแรกที่เราทำสัญญาอยู่ดี ซึ่งดูเหมือนว่าการคิดดอกเบี้ยแบบนี้จะเป็นการเอารัดเอาเปรียบผู้ซื้ออย่างเราๆไปมาก จนทำให้ล่าสุดเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ทาง สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ส.ค.บ. ได้ออกร่างบังคับใหม่ให้เหล่าผู้ให้สินเชื่อ หรือไฟแนนซ์คิดเรทดอกเบี้ยใหม่เป็นแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) แบบเดียวกับที่ใช้ในสัญญาเช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ โดยข้อดีของการคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกนี้ก็ คือ การที่ผู้ซื้ออย่างเราๆจะต้องจ่ายดอกเบี้ยตามเงินต้นที่คงเหลือปีต่อปีเท่านั้น นั่นจึงหมายความว่าหากพ้นเข้าสู่ช่วงปีที่สองของการเช่าซื้อ ทางไฟแนนซ์จะต้องคิดเรทดอกเบี้ยใหม่จากยอดหนี้คงค้างที่เราติดไว้ ไม่ได้คิดเต็มจากราคารถตั้งต้นในตอนแรก ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อคิดยอดเงินที่เราต้องจ่ายทั้งหมดให้กับไฟแนนซ์ตามข้อบังคับใหม่นี้ ตัวเลขยอดผ่อนจะลดลงกว่าแบบเดิมที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันพอสมควรเลยทีเดียว สำหรับการบังคับใช้ตามกฏหมายนี้จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคมเป็นต้นไป ดังนั้นหากเพื่อนๆคนไหนไม่รีบใช้รถมอเตอร์ไซค์ล่ะก็ อดใจรอกันอีกไม่ถึง 3 เดือนแล้วค่อยทำสัญญาซื้อน่าจะดีกว่าครับ หากเพื่อนๆคนไหนสนใจอ่านรายละเอียดประกาศข้อบังคับนี้สามารถคลิกดาวน์โหลดจากลิ้งค์ตรงนี้ได้เลยครับผม เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival

Read More

จากเหตุการณ์ที่ Jorge Lorenzo สังกัดทีีม Ducati ได้พลาดล้มขณะทำการแข่งขัน MotoGP สนามแรกเปิดฤดูกาล 2018 ที่การ์ตา ซึ่งทั้งนักบิดและข้อมูลจากเซนเซอร์ตัวรถต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าสาเหตุที่นักบิดหมายเลข 99 แหกโค้งนั้นเป็นเพราะระบบเบรกไม่ทำงานไปซะดื้อๆ และแน่นอนว่าฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ครั้งนี้ก็คือทาง Brembo ซึ่งพวกเขาเองได้ออกมาชี้แจงเรียบร้อยแล้วว่าในตอนนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ถูกนำมาวิเคราะห์พร้อมแก้ไขเป็นที่เรียบร้อย และจะไม่มีทางเกิดขึ้นอีก โดยผู้ผลิตระบบเบรกรายใหญ่รายนี้ก็ได้กล่าวเอาไว้ว่า “เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับ Jorge Lorenzo ในการแข่งขัน MotoGP ที่การ์ตานั้น ทาง Brembo รู้สึกเสียใจอย่างมากที่ตนเองเป็นสาเหตุทำให้นักบิดต้องพลาดล้มลงไปในรอบการแข่งขันที่ 12 เนื่องจากความผิดพลาดในส่วนของระบบเบรก” “ท้ายที่สุด จากการรวบรวมข้อมูลและการนำมาวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญ, เราสามารถยืนยันได้เลยว่าในตอนนี้ปัญหาดังกล่าวได้รับการระบุสาเหตุและแก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นความผิดปกติแบบนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นอีกแน่นอน” ขอบคุณข้อมูลจาก Crash.net อ่านข่าว MotoGP เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival

Read More

จากจุดเด่นในเรื่องของความแข็งแรงทนทานแต่น้ำหนักกลับเบาอย่างเหลือเชื่อเมื่อเทียบกับวัสดุอื่นๆที่ให้ความแข็งแรงเท่าๆกัน ทำให้วัสุดประเภทคาร์บอนไฟเบอร์ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มทีมแข่งทั้งหลาย แต่ด้วยกรรมวิธีการผลิตหรือขึ้นรูปที่ซับซ้อนบวกกับต้องใช้ระยะเวลาในการผลิตพอสมควร จึงส่งผลให้ราคาชิ้นส่วนที่ใช้วัสดุประเภทนี้มีตัวเลขสูงลิ่วมาโดยตลอด ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่อย่างนั้นอีกต่อไปแล้วในระยะเวลาอันใกล้นี้ สาเหตุที่เราต้องบอกอย่างนั้นเป็นเพราะว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาทาง BMW ได้สร้างสวิงอาร์มชิ้นหนึ่งขึ้นมาเพื่อส่งเข้าประกวดในเวทีการแข่งขันเทคโนโลยีที่มีชื่อว่า JEC Innovation Award โดยคุณสมบัติเด่นของสวิงอาร์มชิ้นนี้ก็คือการที่มันใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เป็นส่วนผสมหลักและมีส่วนผสมรองเป็นเทอร์โมพลาสติก ซึ่งทางนักวิจัยของค่ายได้นำสองวัสดุนี้มาผสมกันแล้วขึ้นรูปด้วยวิธีการใหม่ (คาดว่าเป็นวิธีการขึ้นรูปแบบ 3D Print) ที่สามารถทำได้ง่ายและสะดวกรวดเร็วกว่าเดิมชนิดที่ว่าแทบลืมวิธีการผลิตชิ้นส่วนคาร์บอนแบบที่เราคุ้นชินไปได้เลย จากจุดเด่นนี้ทำให้มีความเป็นไปได้สูงมากว่าตัวเลขราคาชิ้นส่วนคาร์บอนใดๆก็ตามที่ถูกขึ้นรูปด้วยวิธีการนี้จะมีราคาถูกลงกว่าในปัจจุบัน เนื่องจากมันสามารถผลิตได้ง่าย รวดเร็วตอบสนองตามความต้องการของลูกค้าในตลาดได้ดียิ่งขึ้น ในขณะที่คุณสมบัติในเรื่องความทนทานแต่มีน้ำหนักเบาก็ยังคงอยู่เช่นเดิมแทบไม่ผิดเพี้ยน รอชมกันได้เลยครับ ขอบคุณข้อมุลจาก Morebikes อ่านข่าว BMW เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival

Read More

นอกจากเจ้า 2018 CBR1000RR SP1 “Suzuka 8 Hours” ที่เราได้เสนอไปเมื่อวันก่อนนั้น ทาง Honda JP ก็ยังได้ทำการเปิดตัวพี่น้องแฝดคนละฝาอย่าง 2018 CB1000R เวอร์ชั่นพิเศษเพิ่มขึ้นมาอีกคันในงานเดียวกัน ซึ่งบอกได้เลยว่าเจ้านี่ก็มีดีไม่แพ้กันกับฝาแฝดร่างสปอร์ตเรพลิก้าของมันแม้แต่น้อย เพราะมันมาพร้อมกับชุดแต่งคาร์บอนรอบคันเท่าที่มอเตอร์ไซค์คันนึงจะเปลี่ยนได้เลยทีเดียว โดยสำหรับชุดพาร์ทคาร์บอนรอบคันที่ทาง Honda JP ได้ทำการติดตั้งลงไปบนเจ้า 2018 CB1000R นั้นก็มีตั้งแต่ บังโคลนหน้า, แฮนด์บาร์, กาบแฟริ่งข้างหม้อน้ำ, แผงข้างใต้เบาะนั่ง, ครอบสวิงอาร์ม, อกไก่ด้านล่าง, กระจกมองหลัง, ซึ่งทั้งหมดนี้ต่างเป็นผลงานของสำนัก Magical Racing ในขณะที่ชุดพาร์ทคาร์บอนอีกหนึ่งชิ้นที่ไม่ได้ผลิตโดยสำนักเดียวกันนั้นก็คือ ชุดล้อหน้าหลังจากสำนัก BST ซึ่งเราต่างก็รู้กันดีว่าถ้าพูดถึงชุดล้อคาร์บอนล่ะก็ นี่ถือเป็นชื่อแรกๆที่เราจะนึกถึงกันก่อนใคร และแน่นอนว่าแต่งบอดี้พาร์ทคาร์บอนไปซะขนาดนี้ จะไม่เปลี่ยนท่อไอเสียเพื่อเสริมลุคเรซซิ่งซักนิดก็คงไม่ได้ ดังนั้นทาง Honda ปิดงานทั้งหมดด้วยท่อไอเสียไทเทีนยมสวยๆซักใบจาก Yamamoto Exhaust ก็เป็นอันเสร็จสิ้น ขอบคุณภาพจาก MCN, Visordown…

Read More

อีกไม่กี่วันจะได้เวลาเริ่มการแข่งขัน MotoGP สนามที่ 2 ประจำฤดูกาล 2018 กันแล้ว โดยสนามที่ว่านั้นก็คือ Termas de Rio Hondo circuit ประเทศอาร์เจนติน่า ซึ่งดูเหมือนว่าหลังจบการแข่งขันเมื่อปีที่แล้วทางผู้จัดการสนามจะได้ทำการปรับปรุงผิวแทร็คครั้งใหญ่ จนทำให้การแข่งขันสุดสัปดาห์นี้ทางคณะกรรมการได้มีมติร่วมกับ Michelin ว่าจะเพิ่มประเภทยางสลิกให้นักบิดได้เลือกใช้อีก 1 ชนิดทั้งล้อหน้าและล้อหลัง จากเดิมที่มีอยู่อย่างละ 3 คอมปาวน์ รวมเป็นอย่างละ 4 คอมปาวน์ สำหรับคอมปาวน์ทั้ง 4 ชนิดนั้นในส่วนของล้อหน้าทาง Michelin จะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 ระดับความแข็งด้วยกัน ได้แก่ 1 Hard, 2 Medium , และ 1 Soft ซึ่งจุดแตกต่างหลักๆของยาง Medium ก็คือความแข็งของเนื้อยางที่ไม่เท่ากัน (คือมีตัวเลือกยางที่อาจจะแข็งเพิ่มขึ้นจาก Medium ปกติ แต่ไม่มากเท่า Hard)…

Read More

หนึ่งในการแข่งขันที่โด่งดังอย่างมากในประเทศญี่ปุ่นที่เราๆต่างรู้จักกันดีเพราะมักข่าวคราวว่าเหล่าผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์สัญชาติอาทิตย์อุทัยนำนักบิดที่รายการ MotoGP สังกัดตนเองไปร่วมแข่งขันอยุุ่เสมอ นั่นก็คือรายการ Suzuka 8 Hours Endurance และจากความนิยมนี้ทำให้ทาง Honda Japan ได้เปิดตัว CBR1000RR SP1 รุ่นพิเศษที่ได้รับการตกแต่งภายในธีมการแข่งขันดังกล่าวออกมาเพื่อเกาะกระแสนี้เอาไว้ด้วย สำหรับจุดเด่นแรกของเจ้า CBR1000RR SP Suzuka 8 Hours Edition ที่เห็นในทันทีก็คือลวดลายรอบคันที่ตกแต่งตามแบบลายตัวแข่งเป๊ะๆ นั่นก็คือเฉดสีน้ำเงิน ขาว และแดง ตามด้วยการแปะหายเลข 1 ไว้หน้าตัวรถเพื่อบ่งบอกว่านี่คือเจ้าของแชมป์เมื่อปีล่าสุดประจำรายการแข่งขันนี้ ด้านชิ้นส่วนแต่งเสริมอื่นๆก็มีทั้ง ชุดปั๊มบน Brembo รุ่น RCS, ชุดล้อหน้าหลังจาก OZ รุ่น Piega แบบเดียวกับตัวแข่งจริงๆในสนาม, กันแครงก์จาก GB Racing, พักเท้าแต่งจาก Agras, บังโคลนหลังคาร์บอนจาก Active, การ์ดปลายแฮนด์จาก Gilles Tooling, และปลายท่อไอเสียแต่งแต่ผ่านมาตรฐานมลพิษสุดเข้มงวด…

Read More

จากข่าวคราวก่อนหน้านี้ที่ทางสื่อญี่ปุ่น Young-Machine ได้ปล่อยภาพเรนเดอร์ของ All-New Yamaha YZF-R25 ออกมา โดยรูปแบบเส้นสายส่วนใหญ่ค่อนข้างคล้ายกับพี่น้อง R-Series อยู่ไม่น้อย ในวันนี้เราจะพาเพื่อนๆไปชมอีกหนึ่งภาพเรนเดอร์จากสื่อฝั่งอินโดนีเซียกันบ้าง พร้อมอัพเดทข้อมูลความเปลี่ยนแปลงต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นกับเจ้า R25 คันนี้ เริ่มจากรูปทรงภายนอกที่คราวนี้ถูกออกแบบโดยสำนัก MotoBlast เช่นเคย ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าช่วงกลางแฟริ่งหน้าตัวรถนั้นได้มีการนำช่องแรมแอร์ของ YZF-R6 รุ่นก่อนล่าสุดมาปะติดปะต่อเข้าไป ส่วนชุดโคมไฟหน้าซ้าย-ขวาอ้างอิงจาก YZF-R15 รุ่นปัจจุบันแต่มีการปรับขนาดให้เพรียวบางกว่าเดิม ขยับลงมาด้านล่างก็แน่นอนว่าคือโช้กอัพคู่แบบหัวกลับ ซึ่งทางสื่ออินโดทั้ง TMCblog, Iwabanaran, และ MotoBlast ต่างให้ข้อมูลเป็นเสียงเดียวกันว่าถูกผลิตโดยค่าย KYB ส่วนชุดปั๊มเบรกล่างยังคงเป็นแบบ Axial Mount ธรรมดาๆไม่ใช่แบบ Radial Mount ด้านแฟริ่งข้าง ไปจนถึงช่วงกลาง และท้ายตัวรถนั้นดูเหมือนว่าใน R25 รุ่นใหม่จะไม่ได้มีการปรับเส้นสายอะไรมากมายนักเมื่อเทียบกับ R25 รุ่นปัจจุบัน โดยจะมีการปรับรายละเอียดแค่พอประมาณโดยอ้างอิงดีไซน์โดยรวมจากพี่น้องทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น R15, R6, และ R1 เพื่อให้ดูว่ามีการปรับรุ่นแค่นั้น…

Read More

ไม่แน่ใจว่าแค่สร้างเอกคลูซีฟไบค์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบสันดาปภายในด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงแบบแก๊สโซลีน (เบนซิน) จะยังเอกคลูซีฟไม่พอหรืออย่างไร ทำให้ทางผู้บริหารใหญ่แห่ง MV Agusta อย่าง Giovanni Castiglioni ได้ให้ข้อมูลกับสื่อออกมาว่าในตอนนี้ทางค่ายได้เริ่มดำเนินการสร้างรถมอเตอร์ไซค์พลังงานทางเลือกใหม่ที่ไม่ใช่พลังงานไฟฟ้า แต่เป็นเครื่องยนต์เจ็ท โดยทาง Castiglioni ได้ให้สัมภาษณ์กับทางสื่อเอาไว้ว่า “พลังงานทางเลือกที่ผมกล่าวนั้นไม่ได้หมายถึงพลังงานไฟฟ้า แต่ผมหมายถึงอะไรซักอย่างที่มีกำลังและเสียงดังมากกว่านั้นเยอะ, มันเป็นอะไรที่แตกต่างจากชาวบ้านอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่แค่รูปร่างหน้าตา แต่คือทุกอย่างที่เป็นมันทั้งหมด” อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าโปรเจ็กต์นี้จะเป็นการสร้างแบบ One-Off หรือผลิตเพียงคันเดียวในโลกให้กับลูกค้าสุด VIP เท่านั้น ตามชื่อโปรเจ็กต์ของมันที่เรียกว่า “One-To-One” เหมือนอย่างตอน MV Agusta F4Z Zagato ซึ่งเราน่าจะได้เห็นโฉมจริงอย่างเร็วก็ช่วงปลายปีนี้ รอติดตามกันได้เลยครับผม ขอบคุณข้อมูลจาก Morebikes อ่านข่าว MV Agusta เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival

Read More

ยังคงมีกระแสข่าวหรือข้อมูลเทคโนโลยีที่จะถูกนำไปใช้ในเจ้า All-New Suzuki Hayabusa ออกมาให้เห็นกันเรื่อยๆ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีข้อมูลทั้ง การปรับรีดน้ำหนักตัวให้เบาและปรับดีไซน์รอบคันให้เพรียวลง, การติดตั้งระบบอัดอากาศเข้าไปให้กับเครื่องยนต์ที่ยังไม่ชัวร์ว่าจะเป็นซุปเปอร์ชาร์จเจอร์หรือเทอร์โบชาร์จเจอร์, และล่าสุดคือระบบเข้าเกียร์แบบไร้สาย จนกระทั่งตอนนี้มีข้อมูลว่าเจ้า “เหยี่ยวอ้วน” จะมาพร้อมกับระบบเฟรมยืดหยุ่นได้ จากข้อมูลระบุไว้ว่าในเอกสารสิทธิบัตรล่าสุดที่ทาง Suzuki ได้ทำการยื่นจดไว้นั้น มีการชี้แจงในเรื่องของชุดโครงสร้างหลักตัวรถหรือเฟรมที่สามารถขยับจุดยึดสวิงอาร์มให้หดมาด้านหน้าหรือถอยไปด้านหลังได้ โดยตัวระบบนี้จะทำงานร่วมกับชุดโช้กหลังปรับไฟฟ้าที่สามารถยืดหดตัวเองได้เช่นกัน จนส่งผลให้ตัว All-New Hayabusa สามารถปรับได้ทั้งความสูงตัวรถ รวมถึงระยะฐานล้อได้อย่างอิสระ โดยการเปลี่ยนแปลงตัวรถทั้งหมดนั้นจะถูกควบคุมผ่านชุดโปรแกรมโหมดขับขี่ในกล่อง ECU อีกทีหนึ่ง คล้ายๆกับระบบโช้กไฟฟ้าแบบ Semi-Active ของซุปเปอร์ไบค์ค่ายอื่นๆ ซึ่งจะแตกต่างก็ตรงที่ใน Hayabusa ใหม่นั้นจะสามารถปรับตัวรถให้เหมาะกับทุกสถานการณ์การใช้งานมากกว่ารถมอเตอร์ไซค์ทั่วไป เพราะมันสามารถปรับตัวรถให้สูง ฐานล้อยาวเพื่อใช้งานในแนวทัวร์ริ่งก็ได้ หรือจะปรับตัวรถให้เตี้ยพอประมาณ แล้วหดฐานล้อสั้น เพื่อใช้งานในสนามเซอร์กิตก็ได้ หรือที่จะตอบโจทย์กับเจ้าเหยี่ยวอ้วนที่สุดก็คือ ยืดฐานล้อออก แล้วโหลดตัวรถให้เตี้ยลงเท่าที่ทำได้ เพื่อใช้งานในโหมดแข่งทางตรงหรือ ‘Drag Mode’ ก็ยังได้ ซึ่งทั้งหมดที่เราว่ามานี้ตัวผู้ขี่สามารถปรับตั้งได้ผ่านหน้าจอบนตัวรถเท่านั้น ไม่ต้องไปเปลี่ยนชิ้นส่วนใดๆของตัวรถโดยไม่จำเป็น แต่กระนั้น…สุขสันต์วัน April’s Fool day ครับผม…

Read More

จากเหตุการณ์การร้องเรียนของยูสเซอร์เฟสบุ๊ครายหนึ่งถึงกลุ่มผู้ใช้บิ๊กไบค์ที่ใช้พื้นที่ “ลานจอดรถแหลมแท่น หาดบางแสน” เพื่อทำการฝึกซ้อมขับขี่ว่าเป็นการรบกวนคนในพื้นที่ เนื่องจากที่ตรงนี้เป็นที่สาธารณะที่สร้างมาเพื่อให้คนทั่วไปได้นำรถมาจอดและชมวิวหาดบางแสนแต่กลับมีกลุ่มบิ้กไบค์ดังกล่าวมาตั้งกรวยเพื่อทำการฝึกซ้อมดังกล่าวขึ้น ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะชนผู้คนที่ใช้พื้นที่ในเวลาเดียวกันรวมถึงเด็กๆที่ผู้ปกครองมาวิ่งเล่น จนในเวลาต่อมาก็ได้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์นี้ขึ้น ว่าการฝึกซ้อมขับขี่ที่ลานจอดรถแห่งนี้เหมาะสมหรือไม่ และทำไมเจ้าหน้าที่ถึงไม่เข้ามาดำเนินการ ซึ่งเรา MotoRival ก็ได้ทราบข้อมูลมาว่าทางกลุ่มบิ้กไบค์ที่ว่านี้ก็คือกลุ่ม Bangsaen Gymkhana Club หรือ BGC นี้เอง และเราก็ไม่พลาดที่จะทำการติดต่อไปยังเหล่าแอดมินเพื่อถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นมาอย่างไร มาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ – เหตุการณ์เกิดขึ้นได้อย่างไร ? จากคลิปเหตุการณ์ที่ทางกลุ่มที่ร้องเรียนได้โพสต์ออกมา ไม่แน่ใจว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่คาดว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนานแล้ว เนื่องจากในปัจจุบันทางกลุ่มได้ย้ายไปจัดในพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งก็คือลานจตุจักรตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 มกราคม หรือเมื่อต้นปีที่ผ่านมา – ทำไมตอนแรกถึงเลือกใช้ที่ตรงนั้นสำหรับการฝึก ? เนื่องจากทางกลุ่มมองว่าพื้นที่ตรงนั้นถือเป็นลานกิจกรรมอย่างนึง เพราะแต่เดิมในทุกๆวันมีทั้งกลุ่มวัยรุ่นที่ใช้เป็นลานฝึกซ้อมสเก็ท, กลุ่มรถมามีทติ้งอยู่บ่อยๆที่ลานแห่งนี้ ซึ่งทางกลุ่มมองว่าการฝึกซ้อมของเราเองก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ไม่ต่างจากสิ่งที่เรายกตัวอย่างมาเช่นกัน และถ้าพูดถึงการรบกวนชาวบ้าน ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อก็ได้เข้ามามาตรวจสอบอยู่เสมอในทุกกิจกรรม แน่นอนว่าไม่ได้ยกเว้นถึงการฝึกซ้อมของทางกลุ่มเองด้วย เพราะในตอนแรกที่มีการร้องเรียนก็ได้มีเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจและเทศกิจ หรือพนักงานเทศบาลมานั่งเฝ้าตรวจสอบตลอดระยะเวลาการทำกิจกรรมของพวกเรา แต่ไม่ได้เข้ามาจับกุมหรือขับไล่ จะมีก็แค่การเข้ามาตรวจสอบเอกสารตัวรถเท่านั้น เพราะกิจกรรมของกลุ่มไม่ได้มีการก่อเสียงดังสร้างความรำคาญจนถึงขั้นที่เจ้าหน้าที่เห็นว่าต้องเชิญออกนอกพื้นที่ ซึ่งทางกลุ่มก็พยายามหลีกเลี่ยงในจุดนี้ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้อยู่แล้ว จากตรงนี้ทางแอดมินกลุ่มได้ให้ข้อมูลกับเราทาง MotoRival เพิ่มเติมอีกว่า…

Read More