เชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนคงจะได้ชมเจ้า Panigale V4 ตัวจริงกันที่งาน TIME2017 กันไปบ้างแล้ว แต่ในคราวนี้เราจะขอพาเพื่อนๆย้อนกลับไปชมคลิปการออกแบบเจ้าซุปเปอร์ไบค์คันนี้อีกครั้ง ซึ่งนี่คือคลิปที่ทาง Ducati ได้ปล่อยออกมาเอง เพื่อบ่งบอกว่าพวกเค้าใส่ใจอย่างมากในเรื่องของระบบอากาศพลศาสตร์ของเจ้า Panigale คันนี้ “Shape By The Wind” คือชื่อหรือนิยามในการออกแบบเจ้า Panigale V4 ซึ่งแน่นอนว่าทาง Ducati ต้องการจะสื่อถึงลักษณะการออกแบบตัวรถที่นอกจากจะมีปัจจัยหลักคือการคงเส้นสายดั้งเดิมของตระกูล Panigale ไว้แล้ว ทิศทางลมต่างๆที่เกิดขึ้นในการทดสอบที่อุโมงค์ลมของพวกเค้าก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีผลถึงรูปแบบและดีไซน์ ดังที่เราได้เห็นในช่วงต้นคลิปว่าทีมทดสอบได้ทำการป้ายสีลงไปบนชิ้นส่วนแฟริ่งเพื่อสังเกตุทิศทางการไหลของมันและใช้เป็นข้อมูลในการปรับแต่งแฟริ่งใหม่ให้รบกวนการไหลของอากาศให้น้อยที่สุด ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะนอกจากคลิปที่นำเสนอถึงความใส่ใจเกี่ยวกับหลักอากาศพลศาสตร์แบบสุดๆแล้ว ทาง Ducati ยังได้นำเสนอคลิปฟูตเทจอีกหลายอย่างด้วยกันทั้งคลิปอธิบายจุดเด่นต่างๆในเครื่องยนต์ Desmosedici Stradale ที่มีทั้งระบบท่อไอดีแปรผัน, วาล์วเดสโมโดรมิกแบบใหม่, ขนาดลูกสูบกว้างถึง 81 มิลลิเมตรแบบเดียวกับตัวแข่ง MotoGP และอื่นๆอีกมากมาย แม้กระทั่งคลิปเสียงที่อัดได้จากห้องแลปขณะจำลองการขับขี่บนสนาม Mugello ประเทศอิตาลีก็ยังมีให้รับชม ซึ่งเพื่อนๆสามารถเข้าไปชมรายละเอียดจากลิ้งค์ Ducati ตรงนี้ได้เลยครับผม อ่านข่าวสาร Ducati เพิ่มเติมที่ได้ที่นี่…
Author: admin
เริ่มขึ้นแล้วนะครับ สำหรับงานมหกรรมยานยนต์สุดท้ายของปีนั่นก็คืองาน Thailand International Motor Expo 2017 ซึ่งในงานดงักล่าวนั้นก็ได้มีเหล่าผู้ผลิตมากหน้าหลายตาพากันยกขบวนจัดแสดงและเปิดตัวทั้งรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ที่อยู่ในสังกัดของตัวเองกันแบบจัดเต็ม โดยในคราวนี้เราก็จะขอพาเพื่อนๆไปพบกับ 5 รถมอเตอร์ไซค์ดาวเด่นจากงาน TIME2017 ที่พึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทยให้ได้ชมกัน จะมีโมเดลไหนบ้างนั้น ชมไปพร้อมๆกันเลยครับ 2018 GPX Demon 150 GR อีกหนึ่งมินิสปอร์ตไบค์ที่ได้รับกระแสตอบรับไปทางบวกไม่น้อยเช่นกันเนื่องจากมีหน้าตาหลุดกรอบจากชาวบ้านที่ส่วนใหญ่แล้วจะออกแบบให้รถกลุ่มนี้มีหน้าตาไปในทางแน็คเก็ทไบค์ ซึ่งในส่วนของเจ้า Demon 150GR นั้นถูกออกแบบดีไซน์ภายนอกใหม่ให้เป็นแบบสปอร์ตเรพพลิก้าขนาดย่อม โดดเด่นด้วยชุดไฟหน้าและไฟท้าย LED, โช้กคู่หน้าแบบหัวกลับจาก KYB, และชุดแฮนด์จับโช้กทรงต่ำตามสไตล์ของสปอร์ตไบค์ พร้อมเปิดราคาที่ 63,800 บาทในรุ่นมาตรฐาน และ 64,500 บาท ในรุ่นพิเศษ Sport Edition 2018 Ducati Panigale V4 ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านี่คือรถซุปเปอร์สปอร์ตโมเดลใหม่ที่กำลังเป็นกระแสหรือทอล์คออฟเดอะทาวน์มากที่สุดในตอนนี้สำหรับเจ้า Panigale V4 โดยจุดเด่นของมันก็คือการเป็นตัวตายตัวแทนของซุปเปอร์ไบค์ 1299 Panigale เครื่องยนต์…
ในที่สุดทาง Yamaha ก็ยอมเอาเข้ามาเปิดตัวในงาน TIME2017 และทำตลาดอย่างเป็นทางการตามกระแสเรียกร้องกันจริงๆซักที กับเจ้า XSR700 สปอร์ตเฮอร์ริเทจไบค์พิกัดเครื่องยนต์ 2 สูบ 689cc ซึ่งในครั้งนี้ทางค่ายก็ไม่ได้นำมาแค่เรโทรไบค์โมเดลเดียวเท่านั้น แต่ยังนำเจ้า SCR950 ที่เปิดตัวด้วยรูปโฉมแสครมเบลอร์และพกพาเครื่องยนต์แบบ V-Twin ขนาด 942cc มาเป็นคู่หูในการทำตลาดไปด้วย โดยในส่วนของ XSR700 นั้นมีไฟหน้ากลมตามแบบฉบับคลาสสิค และไฟท้ายทรงกลม เบาะเป็นแบบตอนเดียวสไตล์รถ Retro แฮนด์บาร์เปลี่ยนใหม่ ถังน้ำมันสไตล์ย้อนยุค ล้ออลูมีเนียม 10 ก้านน้ำหนักเบา ไมล์แบบถ้วยกลม แฟริ่งข้างปรับเปลี่ยนใหม่ และจากการที่มันมีใช้วัสดุอลูมีเนียมเป็นส่วนประกอบอยู่หลายชิ้น ส่งผลให้มันมีน้ำหนักเปียกที่ 186 กิโลกรัมเท่านั้น ด้าน SCR950 อย่างที่เรากล่าวไปในข้างต้นแล้วว่ามันใช้เครื่องยนต์ V-Twin ขนาด 942cc ระบายความร้อนด้วยอากาศ SOHC(แคมเดี่ยวต่อลูกสูบ) เกียร์ 5 สปีด และส่งกำลังทั้งหมด 49 แรงม้าไปยังล้อหลังด้วยสายพาน…
ขณะที่ใครหลายๆคนกำลังให้ความสนใจในตัว Ducati Panigale V4 ที่ใกล้ถึงวันเปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการอยู่นั้น วันนี้เราจะขอเอาใจสาวกปีกนกที่รอคอยการปรากฏตัวของว่าที่ซุปเปอร์ไบค์เครื่องยนต์ V4 ที่จะวางตลาดคั่นกลางระหว่าง RC213V-S กับ CBR1000RR กันบ้าง ซึ่งแม้ว่าจะเป็นการอัพเดทเพียงน้อยนิดแต่อย่างน้อยก็ยังพอมีความเคลื่อนไหวให้เห็นอยู่บ้าง กันหายคิดถึง สำหรับข้อมูลอัพเดทล่าสุดที่เราได้รับมานั้น ถูกเปิดเผยจากสื่อแดนอาทิตย์อุทัย Young-Machine ซึ่งเกี่ยวกับภาพสิทธิบัตรชุดเฟรมของซุปเปอร์ไบค์เครื่องยนต์ V4 ของ Honda รุ่นใหม่ที่จดไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคม หรือต้นปีที่ผ่านมา (คาดว่าน่าจะเป็นสิทธิบัตรชุดเดียวกับชิ้นส่วนแฟริ่งหน้าและแฟริ่งด้านท้ายที่เราเคยเสนอไปก่อนหน้านี้เมื่อราวๆ 4-5 เดือนก่อน) โดยจากภาพเพื่อนๆจะเห็นได้ว่าชุดเฟรมดังกล่าวนั้นมีหน้าตาแตกต่างจาก RC213V-S อยู่มากพอสมควร เพราะในตัวไฮเปอร์ไบค์ RCV นั้นจะใช้เฟรมอลูมิเนียมแบบไดมอนด์พื้นฐานเดียวกับตัวแข่ง MotoGP ในขณะที่เจ้าซุปเปอร์ไบค์รุ่นใหม่นั้นจะใช้เฟรมแยกส่วนกัน ซึ่งจะอธิบายได้คร่าวๆก็คือ มีชุดเฟรมด้านหน้าที่ออกแบบมาเพื่อทำงานร่วมกับชุดแผงคอโดยมีจุดยึดแค่เพียงบริเวณท่อนล่างเครื่องยนต์ด้านหน้ากับหน้าเสื้อสูบตัวหลังเท่านั้น ส่วนชุดเฟรมด้านหลังก็ออกแบบให้เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างเครื่องยนต์ด้านหลัง, สวิงอาร์ม ส่วนชุดซับเฟรมสำหรับรองรับผู้ขับขี่และผู้ซ้อนนั้นจากภาพก็จะเห็นได้ว่ามันทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างเฟรมส่วนหน้าและเฟรมส่วนล่างไว้ด้วยกันอีกทีหนึ่ง สำหรับเหตุผลที่ทาง Honda ออกแบบเฟรมให้เป็นแบบแยกส่วนหน้าหลังกันนั้น อาจจะเป็นเพราะว่าเพื่อความง่ายในการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ V4 ที่ซับซ้อนกว่าเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียง และแน่นอนว่าคนที่จะได้ประโยชน์สูงที่สุดคือทีมแข่งทั้งหลายซึ่งนี่คือกลุ่มลูกค้าหลักที่ทาง Honda ตั้งใจเจาะไว้แต่แรกอยู่แล้วสำหรับซุปเปอร์ไบค์…
จากกระแสแรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่ของเฟรม Kalex จนแทบจะเป็นการแข่งขัน Kalex One Make Race อยู่แล้วในการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลกคลาส Moto2 ทำให้ล่าสุดทางผู้ผลิตและออกแบบเฟรมจากสวิสเซอร์แลนด์ชื่อดัง Suter ประกาศงดให้การสนับสนุนใดๆให้กับทีมแข่งตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หลังจากทีม Keifer Racing ได้หนีไปใช้บริการเฟรมจาก KTM แทน แม้ว่าเอาจริงๆจะเหลือสัญญากับทีมแข่งอยู่หนึ่งทีมซึ่งก็คือ Dynavolt ก็ตาม โดยถ้าหากจะพูดกันจริงๆแล้วล่ะก็ ชื่อชั้นของเฟรมรถ Moto2 จากค่าย Suter นั้นไม่ได้ถือว่าด้อยคุณภาพเลยแม้แต่น้อย เพราะถ้าหากว่าเพื่อนๆยังจำกันได้ เฟรมของค่ายนี้คือเฟรมที่ส่งแชมป์โลก 6 สมัยคนปัจจุบัน Marc Marquez สามารถคว้าแชมป์รุ่น Moto2 ประจำฤดูกาลแข่งขันปี 2012 ได้ ซึ่งในขณะนั้นไม่ว่าใครก็ต่างพากันใช้เฟรมจากผู้ผลิตแดนสวิสเซอร์แลนด์นี้กันทั้งนั้น อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นในปี 2013 เมื่อ Marc ได้เลื่อนชั้นไปขับ RC213V ให้กับ Repsol Honda ทาง Suter…
เรียกได้ว่าเป็นธรรมเนียมที่ต้องเกิดขึ้นทุกปีเลยก็ได้สำหรับการเปิดตัวลายหมวกแบบใหม่ของ Valentino Rossi ที่ใช้ในรอบทดสอบตัวแข่ง MotoGP หลังจบฤดูกาล หรือที่เรียกง่ายๆว่า “Winter Test” ซึ่งในปีนี้เค้าและทีมแข่ง Moviestar Yamaha Factory และ Tech3 Yamaha จะขนทัพกันไปทดสอบที่สนามเซปังประเทศมาเลเซียแบบโดดเดี่ยวค่ายเดียวไม่เกี่ยวกับใคร สำหรับลวดลายใหม่ของหมวก AGV Pista GPR “Winter Test” รอบท้ายฤดูกาล 2017 ที่เพื่อนๆกำลังเห็นอยู่ตอนนี้ ก็ยังคงได้รับการออกแบบโดย Aldo Drudi นักออกแบบลายหมวกกันน็อคชื่อดังคู่ใจของ Valentino Rossi คนเดิม ซึ่งอดีดแชมป์โลก 9 สมัยหมายเลข 46 รายนี้ก็ได้กล่าวไว้ว่าหมวกใบใหม่ของเค้ามีลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานศิลปะของชนเผ่าพื้นเมืองประเทศเมกซิโกที่มีชื่อว่า “Huichol” ผสมผสานกับลายสักอันขึ้นชื่อของชาวเมกซิกันซึ่งก็คือ “Sugar Skull” เป็นต้นแบบของหมวกทดสอบฤดูหนาวปีนี้ นอกจากนี้หากเพื่อนลองสังเกตุดูก็จะพบว่าในหมวก Pista GPR Winter Test 2017 นั้นยังคงแฝงลวดลาย…
จากกรณีการเปิดตัวมอเตอร์ไซค์ยอดนิยม 2 รุ่น จาก 2 ค่ายในไทย ทั้ง 2018 KTM Duke 390 และ 2018 Kawasaki Ninja 400 ซึ่งผลปรากฏว่าตัวเลขราคาที่ถูกตั้งไว้เพื่อทำตลาดนั้น ถือว่าชนกันในระดับ 2 แสนบาทพอดีเป้ะ ทำให้หลายคนเริ่มเปรียบเทียบกันว่าหากพวกเค้ามีเม็ดเงินราวๆนี้ การเลือกซื้อโมเดลไหนถึงจะเหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด ดังนั้นในบทความนี้เรา ทาง MotoRival จึงจะขอพาเพื่อนมาชมออพชั่นของทั้งสองคันว่าคันไหนที่ให้ข้อเสนอมาครบครันยิ่งกว่าให้เพื่อนๆได้ทราบไปพร้อมๆกัน เครื่องยนต์ 2018 Kawasaki Ninja 400 : Inline 2 / 70 mm x 52.8 mm / 45 Bhp @ 10,000 RPM / 38 Nm @…
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในตลาดการซื้อขายรถมอเตอร์ไซค์บ้านเรานั้น รูปแบบหรือดีไซน์หลักๆที่ได้รับความนิยมมากที่สุดนอกจากกลุ่มรถแม่บ้าน 4 เกียร์ และแฟชั่นสกูตเตอร์ราคาไม่เกิน 80,000 ก็คือสปอร์ตไบค์ฟูลแฟริ่งทั้งหลายที่มีกระแสและเสียงตอบรับที่ดีตลอดช่วงหลายสิบปีมานี้ โดยเฉพาะนักบิดที่รักความเร็วสายซิ่งทั้งหลาย โดยสาเหตุหลักๆนั้นก็คือการที่รถมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับการเปิดตัวในฐานะรถสปอร์ตไบค์นั้น ต่างก็ได้ชื่อว่านำดีไซน์มาจากตัวแข่งทั้งหลายที่เรารู้จัก ทั้ง MotoGP, WSBK และอื่นๆอีกมากมาย ดังที่เราจะเห็นได้จากการมีวินชิลด์ที่ช่วยแหวกลมให้กับตัวผู้ขับ ช่วงท้ายปลายเชิด รวมถึงการติดตั้งชุดแฟริ่งขนาดใหญ่ครอบทั้งตัวคันรถเพื่อทำให้ลมที่ปะทะเข้ามาขณะขับขี่สามารถไหลผ่านตัวรถได้อย่างไหลลื่น และนอกจากการติดตั้งชุดแฟริ่งครอบทั้งคันแล้ว พวกส่วนควบต่างๆของสปอร์ตไบค์ก็ยังอ้างอิงหน้าตาชิ้นส่วนที่มีประดับในตัวแข่งแทบทั้งสิ้น โดยที่เราพอจะเห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือ แผงคอ 2 ชั้น, แฮนด์จับโช้ก, ชุดครอบแฟริ่งด้านหน้าพร้อมวินชิลด์, ถังน้ำมันวางกลางคันรถ, โช้กหลังแบบเดี่ยว และที่นิยมกันอย่างมากในช่วงปีปัจจุบันก็คือ โช้กหัวกลับคู่หน้าที่ไม่ว่าใครก็ตามที่นึกถึงสปอร์ตไบค์ต่างก็อยากได้เจ้าสิ่งนี้ติดตั้งมาให้แต่แรกตอนออกโรงงานกันทั้งนั้น อย่างไรก็ตามปัญหาสำคัญของรถสปอร์ตไบค์ทั้งหลายนั้นคงหนีไม่พ้นเรื่องของขนาดตัวที่ทั้งกว้างและยาวกว่ารถมอเตอร์ไซค์ทั่วไปพอสมควร จนทำให้การซอกแซกไปตามช่องจราจรต่างๆทำได้ลำบากกว่าเดิม (แต่จะมากแค่ไหนขึ้นอยู่กับความสามารถและประสบการณ์ผู้ขับขี่นะครับ) ดังนั้นเพื่อนๆหลายคนจึงเลือกที่จะซื้อมินิไบค์ที่ในปัจจุบันเราเริ่มเห็นค่ายผู้ผลิตน้อยใหญ่พากันยัดออพชั่นมาให้ชนิดไม่ได้น้อยหน้ากว่าสปอร์ตไบค์รุ่นใหญ่ทั้งหลาย แต่ในขณะเดียวกันขนาดตัวรถก็ยังคงเป็นมิตรกับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากกว่ารถมอเตอร์ไซค์แบบอื่นๆ แต่ด้วยความที่ว่าเหล่ามินิไบค์ทั้งหลายในปัจจุบันมีหน้าตาของตัวรถแบบสปอร์ตแน็คเก็ทไบค์ ไม่ใช่สปอร์ตฟูลแฟริ่งซึ่งได้อารมณ์แบบตัวแข่งเต็มๆ ทำให้เหล่าผู้ใช้ที่อยากได้หน้าตาตัวรถแบบดังกล่าวต้องหาสำนักแต่ง ที่สามารถออกแบบและสร้างแฟริ่งมาครอบตัวรถมินิไบค์คันเก่ง ซึ่งถือว่าไม่ได้ทำกันง่ายๆนัก เนื่องจากมันเป็นงานสร้าง และต้องใช้งบประมาณในการแต่งมากพอสมควร เพราะนอกจากทำชุดครอบแฟริ่ง ซึงต้องเปลี่ยนแฟริ่งชุดหน้ายกชุดแล้ว ยังต้องมาทำแฮนด์บาร์ให้กลายเป็นแบบจับโช้กอีก และจะเป็นอย่างไรถ้าในอนาคต ผู้รักมินิไบค์ จะมีทางเลือกที่มากขึ้นกับการที่ได้รถสไตล์ Sport Full Faring…
จากกระแสความนิยมในกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์ทรงแน็คเก็ทไฟกลมที่กำลังสูงขึ้นเรื่อยๆจนลามมาถึงตลาดรถเล็กพิกัด 150cc อย่างที่เราเห็นไปแล้วกับการถือกำเนิดของ Honda CB150R ซึ่งในตอนนี้ดูเหมือนว่าทางค่ายปีกนกต้องการเปิดตลาดใหม่เพื่อกินส่วนแบ่งตรงนี้เพียงคนเดียว แต่จากความเคลื่อนไหวล่าสุดของทาง Suzuki ทำให้เราเชื่อว่าพวกเค้าคงทำแบบนี้ไปได้อีกไม่นานเท่าไหร่นัก เนื่องจากทางฝั่งซุ้มคนบ้าเองก็มีแนวโน้มที่จะตีตลาดนี้ด้วยเช่นกันโดยใช้ชื่อโมเดลว่า “GSX Bandit” ภาพตารางที่เพื่อนกำลังเห็นอยู่ตอนนี้ คือภาพที่ทาง TMCBlog แหล่งข่าวชั้นดีจากอินโดนีเซียได้ให้ข้อมูลไว้ว่ามันถูกถ่ายจาก “ภารโรง” ของโรงงาน Suzuki ซึ่งจากลำดับขั้นจะเห็นได้ว่าเจ้า Bandit นั้นจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับ GSX-R150 และ GSX-S150 ดังนั้นจึงหมายความว่าเจ้า “จอมโจร” รุ่นใหม่นั้นจะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 147.3cc DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ พละกำลังสูงสุด 19 แรงม้าที่ 10,500 รอบต่อนาที ซึ่งได้ชื่อวาแรงที่สุดในคลาส (เว้นแต่ว่าทางค่ายจะปรับจูนกราฟใหม่ให้แรงน้อยลงกว่าเดิมแล้วไปเน้นเรื่องแรงบิด ซึ่งเป็นไปได้ยากกับการปรับปรุงในรถเล็กแบบนี้ เนื่องจากไม่คุ้มทุน) ในส่วนของข้อมูลวันเปิดตัวนั้น ทาง TMCBlog ไม่ได้ทำการระบุใดๆไว้ทั้งสิ้น เนื่องจากพวกเค้าเองก็น่าจะไม่ได้รับข้อมูลในส่วนนี้เช่นกัน แต่จากการที่มันถูกจัดอยู่ในตารางควบคู่กับรถมอเตอร์ไซค์โฉมปัจจุบันทำให้มีความเป็นไปได้สูงอย่างมากว่าเราจะได้เห็นเจ้า Suzuki GSX “Bandit” ในเร็วๆนี้…
ถือเป็นข่าวร้ายที่น่าหวั่นใจอยู่ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว หลังจากที่ทาง Honda ประเทศอเมริกาได้ออกมาประกาศรีคอลล์สปอร์ตไบค์รุ่นเรือธงของทางค่ายตัวใหม่ล่าสุดซึ่งก็คือเจ้า 2017 CBR1000RR จำนวนกว่า 2,443 คัน ครอบคลุมทั้งรุ่นมาตรฐานและรุ่น SP, SP2 จากปัญหาการออกแบบและติดตั้งชิ้นส่วนบริเวณถังน้ำมัน โดยชิ้นส่วนที่ว่าก็คือ “ฝาถังน้ำมัน” และ “ท่อกรอกน้ำมัน” ซึ่งดูเหมือนว่ามันไม่ได้รับการออกแบบให้ติดตั้ง และต่อกันได้สนิทจนเสี่ยงต่อการที่น้ำจะซึมเข้ามาในถังน้ำมันจนไหลไปกวนระบบภายในของเครื่องยนต์ทั้งหมด สำหรับวิธีการแก้ปัญหาแน่นอนว่าคงหนีไม่พ้นการเปลี่ยนชิ้นส่วนทั้งสองอย่างที่ติดรถตอนแรกทิ้งไป แล้วติดตั้งชิ้นส่วนชุดใหม่ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างถูกต้องเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้หากทาง Honda พบว่ารถของลูกค้าท่านใดมีปัญหาจากการซึมของน้ำจนเข้าไปกวนระบบภายในแล้วเรียบร้อย ทางค่ายก็ยินดีที่จะรับผิดชอบเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เกี่ยวเนื่องทั้งหมดให้กับลูกค้าไปแบบฟรีๆไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น (มันก็แน่อยู่แล้วล่ะครับงานนี้) ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก NHTSA อ่านข่าว Recall เพิ่มเติมได้ที่นี่ อ่านข่าว Honda เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
