Author: admin

จากข่าวที่เราพึ่งได้ทำการนำเสนอไปก่อนหน้านี้ว่าทาง Astra Honda หรือ ฮอนด้าอินโดนีเซีย ได้ทำการปล่อยคลิปทีเซอร์ว่าที่น้องเล็กขาลุยคันใหม่ CRF150L ซึ่งเราเชื่อว่าสิ่งนึงที่เพื่อนหลายคนตั้งคำถามกันขึ้นมาแทบจะทันที นอกจากเรื่องสเปคตัวรถล่ะก็ มันคงหนีไม่พ้นเรื่องราคา โดยข้อมูลเรื่องตัวเลขราคาของ CRF150L นั้น ถูกเปิดเผยจากทางสื่ออินโดนีเซียเจ้าประจำอย่าง Iwabanaran ซึ่งเค้าได้ระบุไว้ว่าตัวเลขคร่าวๆนั้นจะอยู่ที่ช่วงระหว่าง 74,000 บาท ถึง 85,000 บาทด้วยกันสำหรับการวางจำหน่ายในตลาดอินโดนีเซีย ส่วนสถานะล่าสุดของตัวรถตอนนี้คาดว่าน่าจะอยู่ในช่วงเตรียมส่งมอบให้กับลูกค้า เนื่องจากว่าในตอนนี้กลุ่มดีลเลอร์ทั้งหลายเริ่มเปิดโควต้าให้ลูกค้าที่สนใจเข้ามาติดต่อเพื่อขอคิวจองตัวรถเป็นที่เรียบร้อย ส่วนราคาและวันเวลาในการเปิดตัวเจ้า CRF150L เพื่อวางจำหน่ายในบ้านเรานั้น อาจจะต้องใช้เวลาอีก 1 เดือน (ช่วงจัดงาน Motor Expo) เป็นอย่างน้อยเลยทีเดียว กว่าจะได้คำตอบเรื่องนี้ ขอบคุณที่มาจาก Iwabanaran และภาพเพิ่มจาก TMCBlog อ่านข่าว Honda เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival

Read More

จานเบรกคาร์บอน ถือเป็นจานเบรกประสิทธิภาพสูงที่คนทั่วไปอย่างเราไม่ค่อยได้เห็นบนถนนทั่วไปมากนัก สาเหตุหลักๆเลยก็คือราคาที่สูงจนแทบประเมินค่าไม่ได้ ในขณะที่ระยะเวลาการใช้งานก็สั้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นอีกมากมายซึ่งเราจะขออธิบายให้เพื่อนๆได้รับทราบกันโดยอ้างอิงจากคลิปของทาง MotoGP ที่เพื่อนๆกับได้รับชมอยู่ตอนนี้ และด้วยความที่คลิปดังกล่าวเป็นของทางผู้จัด MotoGP ทำให้ข้อมูลของตัวจานเบรกจะอ้างอิงจากฃุดจานที่ใช้ในการแข่งขัน ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีให้เลือกอยู่ทั้งหมด 2 รัศมีหน้ากว้าง และอีก 2 ความหนาจานเบรก รวมเป็น 4 แบบด้วยกัน ซึ่งเราจะไล่รายเอียดตามคลิปดังนี้ 1. แบบมาตรฐาน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 320 มม.(น้ำหนัก 850 กรัม) 2. แบบ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง  320 มม. แต่เพิ่มความกว้างตัวจานเบรกให้มากขึ้น ซึ่งเพิ่มพื้นที่ผิวขึ้นจากเดิมอีก 80% (น้ำหนักรวมเพิ่มเป็น 1,000 กรัม) 3. แบบ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง  340 มม. ซึ่งใหญ่ที่สุดแล้วตามกฏการแข่งขัน โดยจานเบรกนี้จะเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัสขึ้นอีก 5% จากจานเบรกอันก่อนหน้านีั แต่มีน้ำหนักรวมเท่ากันคือ 1,000 กรัม 4. แบบ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง …

Read More

เมื่อช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมา ทาง Astra Honda หรือฮอนด้าประเทศอินโดนีเซียได้ทำการปล่อยคลิปหนึ่งในรถมอเตอร์ไซค์ที่ขาลุยรอคอยรุ่นใหม่ นั่นก็คือ CRF150L ที่มีข่าวลืออกมามากมายว่ามันจะปรากฏกายในไม่ช้าตลอดช่วงเกือบปีมานี้ ด้วยความที่ว่าคลิปดังกล่าวยังเป็นแค่แบบทีเซอร์หรือคลิปยั่วน้ำลายคร่าวๆเท่านั้น ทำให้เรายังไม่เห็นรายละเอียดในเรื่องของรูปโฉมโดยรวมได้ชัดเจนมากมายนักและสามารถบอกได้แค่เพียงว่าขนาดตัวรถคร่าวๆนั้นดูเป็นมิตรกับผู้ขับขี่มากขึ้น ทั้งความสูงและความกว้างตัวรถ โดยชิ้นส่วนที่เราพอจะเห็นได้แบค่อนข้างชัดเจนก็จะมีแค่เพียง จานเบรกแบบขอบคลื่นตามสมัยนิยมทั้งหน้าและหลัง, ขนาดวงล้อหน้าหลังไม่สมมาตรกัน (จากข้อมูลก่อนหน้านั้นระบุไว้ว่าขอบลงล้อหน้าจะเป็นแบบ 21 นิ้ว และขอบล้อหลังแบบ 18 นิ้ว), ชุดไฟท้ายยกมาจาก CRF250L รุ่นปี 2017 ด้านไฟเลี้ยวที่แม้ว่าดูจากภายนอกจะคล้ายๆกับของพี่ 250 แต่ตัวหลอดไฟด้านในน่าจะเป็นแบบ LED, ส่วนสวิงอาร์มถูกลดสเปคลงให้เป็นแบบเหล็กกล่องธรรมดาเหมือนรถแม่บ้านทั่วๆไป แต่ถ้าหากเพื่อนๆลองสังเกตุจากภาพตัวคอนเซ็ปท์ที่เราแนบไว้ด้านล่างก็จะเห็นได้ว่ามันยังคงได้รับการติดตั้งระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบกระเดื่องทดแรง Pro-Link เหมือนของพี่ๆอยู่ สำหรับวันเปิดตัวน่าเสียดายที่ท้ายคลิปทาง Astra Honda ไม่ได้ระบุไว้ว่าพวกเค้าจะเผยโฉมมันออกมาเมื่อไหร่กันแน่ แต่จากความเป็นไปได้ที่บริษัทแม่ในญี่ปุ่นอาจจะนำเจ้า CRF150L ไปจัดแสดงที่งาน Tokyo Motor Show 2017 ซึ่งเพื่อนๆ รอกดติดตามแบบ Seen First ทางแฟนเพจ MotoRival เราได้เลยครับทางเราจะรีบมาอัพเดทสดๆ…

Read More

นับตั้งแต่การเปิดตัวโฉมคอนเซปท์ครั้งแรกเมื่อต้นปี 2016 จนกระทั่งล่าสุดทาง GPX ก็ได้ทำการเปิดตัวเจ้า Demon X ในฐานะตัวทำตลาดจริงๆเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งยอดขายจากสองแบรนด์ใหญ่อย่าง Honda MSX 125SFและ Kawasaki Z125 ซึ่งในคราวนี้เราจะขอพาเพื่อนๆมาชมข้อแตกต่างระหว่างออพชั่นต่างๆที่ติดรถมา ว่าคันไหนกันแน่จะเจ๋งกว่ากัน กับการเป็นเจ้าแห่งรถมอเตอร์ไซค์แนวมังกี้พิกัด 125cc โดยจุดแรกที่เราจะพูดถึงก็คือชุดโคมไฟหน้า ที่ทั้งทางฝั่งของ Honda MSX 125SF และ GPX Demon X ต่างก็ให้มาในรูปแบบของโคมไฟ LED ทั้งคู่ แต่อาจจะแตกต่างในเรื่องของรายละเอียดเล็กน้อยนั่นก็คือตัว MSX เป็นแบบโคม LED ซ้อน 2 ชั้นให้ความรู้สึกเหมือนหน้ากากหุ่นยนต์ ในขณะที่ตัว Demon มีแถบกากบาทวางตรงกลางซึ่งเป็นจุดเด่นดั้งเดิมที่ติดมาตั้งแต่ตอนยังเป็นโฉมคอนเซปท์ ส่วนทางฝั่งของ Kawasaki Z125 นั้นยังคงใช้หลอดแบบมัลติ-รีเฟลคเตอร์ (หลอดใส่มีหมวกครอบธรรมดาๆนี่แหล่ะครับ) แล้วล้อมกรอบด้วยโคมไฟที่มีเส้นสายคล้ายคลึงกับพี่ใหญ่ตระกูล Z ทั้งหลาย (ส่วนไฟท้ายติดรถของทั้งสามคันนั้นต่างก็เป็นแบบ LED เหมือนกันทั้งหมด…

Read More

หนึ่งในเรื่องขึ้นชื่อของประเทศดูไบที่เราเชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนน่าจะรู้กันดีก็คือ พวกเค้ามีกรมตำรวจที่มีรถซุปเปอร์คาร์ในสังกัดไว้มากมาย ซึ่งเราก็ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่สามารถนำมันมาไล่กวดเศรษฐีตีนผีบนถนนหลวงได้ดีสมราคา แม้ว่าจริงๆรถซุปเปอร์คาร์ที่ถูกบรรจุไว้ในกรมเหล่านั้น จะนำเข้ามาเพื่อเป็นมาสคอตการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าแค่มุขการนำรถซุปเปอร์คาร์มาบรรจุในกรมตำรวจใช้ดึงดูดนักท่องเที่ยวคงจะเริ่มไม่น่าสนใจมากพอซะแล้ว ทำให้ช่วงไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ทางกรมตำรวจของดูไบได้ประกาศว่ายานพาหนะใหม่ที่จะถูกบรรจุเข้าสู่กรมนั้น จะเป็นมอเตอร์ไซค์บินได้ (จริงๆ ควรเรียกว่า โดรนขนาดยักษ์ ซะมากกว่า) นามว่า “Scorpion” ผลิตโดยบริษัทสัญชาติรัสเซีย Hoverserf โดยสเปคคร่าวๆของโดรนลำดังกล่าวนั้น จากข้อมูลระบุไว้ว่ามันสามารถลอยได้สูงสุด 5 เมตร มีระยะเวลาทำการบินราวๆ 25 นาที สามารถบินแบบไร้คนขับจากการสั่งการผ่านรีโมทบังคับวิทยุ และมีรัศมีการควบคุมไกลถึง 6 กิโลเมตรด้วยกัน ส่วนความเร็วสูงสุดที่มันสามารถทำได้นั้นไม่ได้ถูกระบุไว้ แต่มันสามารถบรรทุกของหนักกว่า 300 กิโลกรัมแล้วบินไปมาด้วยความเร็วสูงสุดที่ 70 กิโลเมตร/ชั่วโมง ว่าแต่ เพื่อนๆคนไหนอยากให้มันถูกประจำในกรมตำรวจของบ้านเราบ้างมั้ยล่ะครับ ? เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival

Read More

จากประวัติศาสตร์การเปิดตัวครั้งแรกในโลกของ Triumph เมื่อปี 1902 ทำให้ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่านี่คือหนึ่งในยอดแบรนด์มอเตอร์ไซค์สมความเป็นเชื้อสายผู้ดีอังกฤษอย่างแท้จริง และเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 115 ปี ตามอายุของแบรนด์ Triumph ทำให้ล่าสุดพวกเค้าเลือกเปิดตัวพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมแทบทุกประวัติศาสตร์ความเป็นมาของค่ายตลอดศตวรรษที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นทั้งการจัดแสดงภาพถ่าย และรถมอเตอร์ไซค์สุดคลาสสิคอีกหลากหลายรุ่นตั้งแต่ Triumph No.1 รุ่นปี 1902, Triumph ‘Trusty’ Model H รุ่นปี 1919, Bonneville รุ่นแรกที่ผลิตเมื่อปี 1952, Hurricane X75 คลาสสิคไบค์สุดแนวโดดเด่นด้วยท่อ 1 เส้นต่อ 1 สูบ รวมเป็นท่อไอเสีย 3 เส้น, T595 Trident ต้นกำเนิดสปอร์ตไบค์สามสูบตระกูล Daytona, Speed Triple รุ่นต้นสายที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1994 และอื่นๆอีกมากมายนับไม่ถ้วน สำหรับพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวนั้นจัดตั้งที่เมือง Hinckley, Leicestershire ประเทศอังกฤษ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเดินเข้าชมสถานที่นี้ได้ในแบบที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น…

Read More

พบกับ Triumph Tiger “Tramontana” แอดเวนเจอร์ไบค์ตัวแข่งคันล่าสุดที่ถูกสร้างออกแบบและปรับแต่งโดยสองพี่น้อง David และ Felipe Lopez เพื่อในไปใช้ในการแข่งขันแรลลี่ทะเลทรายระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตรที่มีชื่อรายการว่า “Panafrica Rally” โดยพื้นฐานของเจ้า Triumph Tiger Tramontana นั้นก็คือเจ้าเสือรอง Tiger 800 รุ่น XC ที่แต่เดิมมันก็ถูกสร้างมาเพื่อการลุยป่าลุยเขาอยู่แล้ว แต่แน่นอนว่าแค่นั้นมันไม่พอกับการแข่งขันบนทะเลทรายสุดโหด สองพี่น้อง Lopez จึงได้ทำการปรับแต่งตัวรถใหม่ทั้งหมด โดยไล่จากการถอดชุดแฟริ่งและโคมไฟด้านหน้าเดิมๆทิ้งไป แล้วแทนด้วยชุดวินชิลด์สไตล์ตัวแข่งดาการ์ และติดตั้งชุดไฟหน้าขนาดจิ๋วแต่ลำแสงไม่จิ๋วตามตัวเข้าไป ขณะที่ด้านหลังชุดวินชิลด์ดังกล่าวก็มีอุปกรณ์นำทางทั้วงแผนที่, GPS, และ ICO ด้านชุดแฟริ่งแบบใหม่ของ Tiger Tramontana ที่ดูเพรียวบางมากขึ้น ติดตั้งการ์ดแครงก์กันกระแทกเข้าไป ตัดซับเฟรมหลังทิ้งเพื่อลดน้ำหนักและช่วยย้ายจุดศูนย์ถ่วงไปในตัว ระบบกันสะเทือนได้รับการสนับสนุนจาก Ohlins ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนเครื่องยนต์น่าเสียดายที่เราไม่สามารถหาข้อมูลได้ว่าพวกเค้าทำอะไรกับมันไปบ้าง แต่ดูเหมือนว่าพวกเค้าจะได้รับการสนับสนุนในส่วนนี้โดยตรงจากทาง Triumph (ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าพวกเค้าจะแอบยัดเทคโนโลยีใหม่ที่เตรียมใช้ใน Tiger 800…

Read More

อัพเดทข้อมูลกันเพิ่มเติมอีกซักนิดก่อนถูกเปิดตัวจริงๆต้นเดือนหน้าสำหรับ All-New 2018 Honda CB1000R รุ่นใหม่ที่ทางค่ายพึ่งปล่อยคลิปออกมาก่อนหน้านี้ โดยข้อมูลที่เราจะทำการอัพเดทในครั้งนี้ก็คือพื้นฐานเครื่องยนต์สี่สูบเรียงที่จะถูกติดตั้งเป็นขุมกำลังหลักใน 2018 CB1000R ซึ่งแต่เดิมในรุ่นปี 2017 หรือรุ่นปีปัจจุบันนั้น มันมีพละกำลังแค่เพียง 125 PS เท่านั้น ซึ่งนัน่ไม่น่าจะเพียงพอที่จะสู้รบปรบมือกับแน็คเก็ทตัวจี้ดจากค่ายอื่นๆที่ขุนกันไว้ไม่ต่ำกว่า 150 ตัวเอาไว้ได้ แต่เราต้องขอแสดงความเสียใจกับสาวกปีกนกทั้งหลายด้วย เพราะเมื่อคืนวันพฤหัสที่ผ่านมาทางสื่อใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น Autoby ได้ให้ข้อมูลไว้ว่าเครื่องยนต์ที่จะถูกนำมาติดตั้งใน 2018 CB1000R นั้นจะไม่ใช่รุ่นปรับกราฟแรงม้าลงจาก CBR1000RR รุ่นปี 2017 เหมือนกับที่ค่ายอื่นทำกันแต่อย่างใด (หมายถึงการนำเครื่องยนต์ในรุ่นสปอร์ตเรือธงปีปัจจุบันมาปรับกราฟให้ม้าลดเพื่อเหมาะกับการใช้งานแนวแน็คเก็ทมากขึ้น) เพราะเอาจริงๆแล้วทาง Honda ได้เลือกที่จะนำเอาเครื่องยนต์ของ CBR1000RR เจเนอเรชั่นที่ 2 มาปรับปรุงใหม่ หรือถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายมากขึ้นก็คืือเครื่องยนต์ของ 2018 CB1000R จะใช้พื้นฐานเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงของ CBR1000RR รหัส SC59 รุ่นปี 2004-2007 มาปรับปรุงแทนเนื่องจากว่ามันง่ายต่อการปรับแต่งให้เข้ากับลักษณะการใช้งานแนวแน็คเก็ทมากกว่าเครื่องยนต์เจนอื่นๆ…

Read More

จากคลิปทีเซอร์ที่ทาง Kawasaki ได้ปล่อยออกมาเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ก็เป็นที่แน่นอนแล้วว่าทางค่ายมีแผนที่จะทำตลาด Ninja H2 ในเวอร์ชั่นของรถทัวร์ริ่งจริงๆ ซึ่งในครั้งนี้เราจะพาเพื่อนไปเจาะรายละเอียดความเป็นไปได้ที่เราอาจจะได้เห็นใน H2 GT ที่จะเปิดตัวในช่วงต้นเดือนหน้า มาเริ่มกันเลยครับ โดยสิ่งแรกที่เพื่อนๆต้องทราบกันก่อนก็คือ ดูเหมือนว่าทาง Kawasaki ต้องการออกแบบเจ้า H2 GT ให้มาทำตลาดแทน ZZR1400 หรืออาจจะรวมถึง ZX-14R สองสปอร์ตทัวร์ริ่งไบค์เรือธงของค่ายที่พึ่งถูกหยุดสายการผลิตไปเพราะปัญหาในเรื่องการปรับปรุงมาตรฐานไอเสียให้ผ่านกฏ Euro4 นั่นจึงหมายความว่า เราน่าจะได้เห็นอุปกรณ์อันล้ำสมัยอีกมากมายเพื่อให้มันต่อกรกับคู่แข่งได้ ทั้งหน้าจอ TFT, ระบบนำทาง GPS, และระบบกันสะเทือนแบบ Semi-Active มาให้ตั้งแต่ออกโรงงาน ในขณะที่ตัวเลขกำลังแรงม้านั้น ด้วยความที่ว่าพื้นฐานเดิมๆของเครื่องยนต์ติดรถใน H2 GT นั้นคือลูกเดียวกันกับ Ninja H2 ทำให้แรงม้าสูงสุดน่าจะป้วนเปี้ยนแถวๆ 200 แรงม้า และเพื่อให้มันเหมาะสมกับการใช้งานแนวท่องเที่ยวมากขึ้น ทาง Kawasaki จึงน่าจะติดตั้งระบบซุปเปอร์ชาร์จแปรผัน เพื่อเพิ่มย่านกำลังช่วงรอบต่ำ-กลางให้กว้างยิ่งขึ้น โดยอ้างอิงจากสิทธิบัตรก่อนหน้านี้ที่ว่าทางค่ายกำลังพัฒนาระบบอัดอากาศรุ่นที่ 2…

Read More

ในที่สุดก็ถึงทีของน้องคนรองอย่าง Tiger 800 กันบ้าง หลังจากที่ช่วงสัปดาห์ก่อนเราได้ทำการนำเสนอภาพ Spyshot ของ Triumph Tiger รุ่นใหญ่พิกัด 1,215cc กันไปแล้ว โดยจุดสังเกตุแรกที่เราพอจะบอกได้ก็คือ เจ้ารถทดสอบที่ๆเพื่อนๆกำลังเห็นอยู่ในตอนนี้ จะต้องเป็น Tiger 800 รุ่นย่อย XR ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานบนถนนดำเป็นหลักอย่างแน่นอน จากการที่ว่ามันได้รับการติดตั้งชุดระบบกันสะเทือนที่ไม่ได้สูงมากมายนัก ประกอบกับการใช้ชุดล้อและยางขนาดใหญ่ซึ่งเหมาะกับการขับขี่บนพื้นถนนปกติมากกว่านำไปลุยฝุ่น ในขณะที่จุดแตกต่างของตัวรถทดสอบคันนี้มีต่างออกไปจาก Tiger 800 โฉมปัจจุบัน (จริงๆรวมถึงรุ่น 1200 ก็ด้วย) นั่นก็คือแผงหม้อน้ำแบบแยกซ้ายขวา ซึ่งแต่เดิมแล้วมันจะต้องเป็นแบบแผงขนาดใหญ่ชิ้นเดียว ส่วนสาเหตุที่ทาง Triumph ออกแบบหม้อน้ำใหม่อาจจะเป็นเพราะว่าเครื่องยนต์ที่จะติดตั้งในเสือรองรุ่นถัดไปนั้นจะมีความจุเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย เพื่อให้สามารถรับมือกับคู่แข่งตัวสำคัญอย่าง F900GS จาก BMW ที่กำลังจะเปิดตัวในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน อย่างไรก็ตาม ถ้าดูจากภาพรวมแล้วจะเห็นได้ว่าการเก็บงานหรือการติดตั้งชิ้นส่วนต่างๆรอบคันของรถทดสอบคันนี้นั้นยังอยู่ห่างไกลกับคำว่าเสร็จสมบูรณ์ ดังนั้นตลอดระยะเวลาอีก 1 เดือนก่อนเปิดตัวจริงๆนับจากนี้เราอาจจะได้เห็นภาพ Spyshot ออกมาอีกหลายๆชุดแน่นอนครับสำหรับว่าทื่โฉมอัพเดทของเสือรอง Triumph Tiger 800 ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก…

Read More