หลังจากทำตลาดมานานพอสมควร ก็ได้เวลาอัพเกรดกันจริงๆจังๆซักทีกับ CRF250R ตัวแข่งโมโตครอสพันธุ์แท้ ที่คนทั่วไปอย่างเราๆสามารถครอบครองได้จริง ซึ่งล่าสุดทาง Honda ได้ปล่อยคลิปทีเซอร์ความยาว 26 วินาทีพร้อมสโลแกน “Absolute Holeshot” สำหรับเนื้อหาในคลิปยั่วนั้นมีเพียงแค่เสียงท่อที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวแข่งเท่านั้น ส่วนหน้าตาตัวรถแทบไม่ได้โผล่มาให้เห็น (อาจจะมีบ้างตอนท้ายๆ แต่ก็โดนเศษดินกลบซะเกือบมิด) ซึ่งก็ต้องทำใจอยู่แล้วล่ะครับเพราะยังไงมันก็แค่คลิปทีเซอร์ ส่วนการอัพเดท คาดว่าในตัว CRF250R คงได้รับการปรับปรุงในแนวทางที่คล้ายๆกันกับพี่ใหญ่ ทั้งการปรับปรุงเครื่องยนต์ใหม่ให้ตอบสนองต่อคันเร่งติดมือมากขึ้น พร้อมเพิ่มช่วงแรงบิดให้กว้างขึ้น ส่วนเฟรมหรือโครงตัวรถก็ออกแบบใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะที่ล้อหลัง และลดจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำลงเพื่อความสมดุลของตัวรถ ด้านวันเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบ ทาง Honda ก็ได้ระบุท้ายคลิปไว้ว่าจะปล่อยข้อมูลออกมาในวันที่ 31 กรกฏาคม หรือสิ้นเดือนที่จะถึงนี้แล้ว ดังนั้นเพื่อนๆอดใจรอไม่นานครับ อีกไม่ถึงสัปดาห์เราจะได้เห็นเจ้า New 2017 CRF250R กันแน่นอน อ่านข่าว Honda เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
Author: admin
Vespa เปิดตัวสกูตเตอร์ผลิตจำนวนจำกัดคันล่าสุดในชื่อ “Vespa GTV “Sei Giorni” Limited Edition เพื่อย้อนรำลึกถึงรถสกูตเตอร์สองจังหวะสุดคลาสสิครุ่นปี 1951 ที่มีชื่อคล้ายกันว่า “Sport Sei Giorni” พื้นฐานตัวรถ Vespa GTV “Sei Giorni” Limited Edition นั้นเป็นของ Vespa รุ่น GTS ที่มีเครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 300cc เป็นขุมกำลังหลัก โดยมันสามารถสร้างแรงม้าได้ถึง 21 ตัว ที่ 7,750 รอบ/นาที และมีแรงบิดสูงสุด 21.7 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที พร้อมอัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นที่ทันสมัยที่สุดเท่าที่ทางค่ายจะจัดให้แล้วในตอนนี้ ทั้งพอร์ท USB ในช่องเก็บของใต้แผงคอ, ระบบไฟ DRL, ระบบเบรก ABS และอื่นๆอีกมากมาย ส่วนการตกแต่งภายนอก…
ในขณะที่เหล่าสาวกสายสปอร์ตนั้น กำลังให้ความสนใจกับว่าที่ S1000RR ฉลามบุกรุ่นใหม่ ที่จู่ๆก็มีภาพ Spyshot หลุดออกมานั้น ก็ดูเหมือนว่าในตอนนี้ทางฝั่งของไบค์เกอร์สายแอดเวนเจอร์ หรือ ADV-Bike นั้น ก็กำลังจะมีอีกหนึ่งข่าวดีเช่นกันเมื่อเราได้ข้อมูลมาว่าทาง BMW กำลังพัฒนาเครื่องยนต์ลูกใหม่สำหรับติดตั้งใน R1200GS รุ่นต่อไป โดยข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยบนเว็บหน้าปกนิตยสาร Motorrad ซึ่งระบุไว้ว่าในตอนนี้ทาง BMW กำลังพัฒนาเครื่องยนต์บอกเซอร์รุ่นใหม่สำหรับรถมอเตอร์ไซค์ตระกูล R1200 โดยเริ่มจากการขยายความจุเป็น 1,250cc และติดตั้งระบบวาล์วแปรผัน ซึ่งคู่แข่งอย่าง Ducati ได้นำหน้าไปก่อนแล้วในรุ่น Multistrada 1200 (แถมตอนนี้ยังมีข่าวว่าคายอิตาลีกำลังจะอัพความจุเครื่อง V-Twin หนีไปเป็น 1,262cc อีกด้วย) ส่วนวันเปิดตัวนั้นคาดว่าจะต้องใช้เวลาไปอีกสักพักนึง เนื่องจากในตอนนี้ทาง BMW มีแพลนเปิดตัว F900GS และ F750GS ภายในสิ้นปี แถมยังมีการทดสอบเจ้าฉลาม S1000RR อีกหนึ่งคัน ดังนั้นกว่าเราจะได้เห็น R1250GS(ชื่อสมมุติ) นั้นอาจจะต้องรออย่างน้อยๆก็ปีหน้าเลยทีเดียว อ่านข่าว…
ไม่รู้ว่าเพราะความนิยมหรือความง่ายในการแกะแบบของเจ้า Ducati Monster อย่างไหนกันแน่ ที่ทำให้เหล่าผู้ผลิตหลายๆค่ายต่างเลือกที่จะเปิดมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ในเครือของพวกเค้า ให้มีดีไซน์คล้ายกับมอเตอร์ไซค์ยอดนิยมจากอิตาลี โดยอ้างว่าได้รับแรงบันดาลใจมากจากเจ้าปีศาจตนนี้ และล่าสุดทาง Chongqing Yingang ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทจากประเทศจีนก็ได้ปล่อยภาพสิทธิบัตรแน็คเก็ทไบค์รุ่นใหม่ออกมา โดยมันมีรูปทรงแทบจะเดียวกันกับของ Ducati Monster เป้ะๆ ไม่ว่าจะเป็นชุดกรอบโคมไฟด้านหน้า ถังน้ำมันที่เหมือนยกดีไซน์มาจาก Monster M796 แม้กระทั่งโครงถักสีแดงก็ยังหยิบดีไซน์มาใช้อย่างครบครัน ในส่วนของเครื่องยนต์นั้น จากข้อมูลในเอกสารยังได้ระบุไว้ว่ามันมีขนาดความจุดเท่าใด แต่อย่างน้อยเราก็มั่นใจได้ว่ามันเป็นแบบลูกสูบเดียวระบายความร้อนด้วยอากาศแน่นอนเมื่อสังเกตุจากครีบที่อยู่รอบๆเสื้อสูบ แต่อย่างน้อยก็ยังมีอยู่แผงออยคูลเลอร์ติดตั้งมาให้กันเหนียวอีกชั้นหนึ่งสำหรับปัญหาความร้อน ในขณะที่ระบบท่อไอเสียดีไซน์ออกข้างเหมือน Monster รุ่น M821 แม้กระทั่งสวิงอาร์มก็ยังเป็นแบบขาคู่เช่นเดียวกัน แต่ลดต้นทุนลงมาหน่อยให้เป็นแบบเหล็กกล่องแทนที่จะเป็นอลูมิเนียมทรงปีกนกแบบเดียวกับต้นแบบ ขอบภาพจาก TMCBlog เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
ในขณะที่ทางฝั่ง Yamaha เลือกเล่นตลาด สปอร์ต-แน็คเก็ทไบค์ โดยใช้ M-Slaz เป็นตัวรุก แต่ดูเหมือนว่าทางฝั่ง Honda เลือกที่จะเล่นตลาดฝั่ง เรโทร-แน็คเก็ทไบค์ แทน ดังที่เรากำลังจะได้เห็นจากว่าที่ Honda CB150F (150SS) คันนี้ หากยังจำกันได้ทาง Honda ได้เคยนำ “150SS Concept” มาปรากฏตัวให้เห็นที่งาน BIMS2017 ซึ่งจัดเมื่อต้นปีที่แล้ว และทำให้มีกระแสตอบรับออกมาว่าทางปีกนกจะทำออกมาแค่เพื่อขายฝันแบบครั้งก่อนๆหรือไม่ จนกระทั่งในงานประชุมดีลเลอร์ประเทศไทยที่จัดขึ้นเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ได้ปรากฏภาพทีเซอร์ของเรโทร-แน็คเก็ทคันนี้ขึ้นอีกครั้ง แต่มาในรูปลักษณ์ที่ดูเป็นแมสโปรดักมากขึ้น จากภาพจะเห็นได้ว่าชุดโคมไฟหน้าของตัวรถในทีเซอร์นั้นมีลักษณะเป็นโคมไฟ LED 2 ชั้น ทรงกลม ซึ่งคล้ายคลึงกับโฉมคอนเซทป์พอสมควร แถมเมื่อดูจากลักษณะกระบอกโช้กแล้วก็แน่นอนว่ามันเป็นแบบตะเกียบหัวกลับ ขยับมาอีกนิดที่ชุดพาร์ทบริเวณรอบฝาถังน้ำมัน ที่ดูแตกต่างจากโฉมคอนเซปท์ไปเล็กน้อย ส่วนตัวฝาถังยังคงใช้แบบเดียวกันเป้ะๆ แถมยังเป็นใช้เป็นบานพับ ไม่ใช่ฝาถังถอดติดกุญแจในแบบที่ใครๆหลายคนมักบ่นกัน ในส่วนของเบาะนั่งถูกปรับให้เป็นแบบเบาะแยกส่วน 2 ตอนเรียบร้อย โดยทางฝั่งเบาะคนนั่งมีดีไซน์ที่คล้ายกับของ CBR150R รุ่นปัจจุบัน รวมไปถึงเบาะนั่งตอนหลังก็ด้วย ส่วนพาร์ทข้างซ้ายขวานั้นดูเหมือนว่าจะเป็นแบบปิดทึบสนิท ไม่ใช่แบบเจาะรูระบายอากาศตามสมัยนิยม (ตรงจุดนี้อาจจะต้องรอวันเปิดตัวจริงอีกที…
เรียกได้ว่าปล่อยให้คลาดสายตาไม่ได้เลยจริงๆ สำหรับว่าที่เจ้าของคนใหม่ของ Ducati ที่เมื่อวันก่อนเราได้เสนอข่าวไปว่าในตอนนี้ทาง Harley-Davidson ได้เตรียมถอนตัวจากการประมูล และล่าสุดในวันนี้กลับเป็นทาง Bajaj แบรนด์ยักษ์ใหญ่จากอินเดียซะงั้นที่กำลังจะได้เป็นเจ้าของยอดแบรนด์จากอิตาลี ซึ่งข้อมูลต่างๆนั้นหลุดออกมาจากปากของผู้บริหารของเค้าเองเลยทีเดียว “เราใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงการซื้อขายกับพวกเค้าแล้ว” นี่คือคำพูดของ Rajiv Bajaj บอสใหญ่ของ Bajaj Motorcycle ที่ถือหุ้นกว่า 47% ของ KTM ซึ่งเค้ายังกล่าวเสริมอีกว่า “ในตอนนี้เราอาจจะยังให้การยืนยันไม่ได้ว่าแบรนด์ดังกล่าวเป็นของเราเรียบร้อย, แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริงเราก็จะเป็นบริษัทที่มีประสิทธิภาพทางการตลาดสูงขึ้น, และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เราเก็บเงินไว้มากมายเพื่อการนี้” จากข้อมูลเกี่ยวกับเม็ดเงินในบัญชีของบริษัท Bajaj นั้นคาดว่าจะมีอยู่สูงถึง 13,000 ล้านยูโร (ราวๆ 435,000 ล้านบาท) ซึ่งแน่นอนว่าด้วยมูลค่าการประมูลในปัจจุบันของ Ducati ที่มีตัวเลขอยู่ราวๆ 1,500-1,600 ล้านยูโร ( 50,190 – 53,536 ล้านบาท) คงไม่ใช่เรื่องยากในการตัดสินใจเท่าไหร่สำหรับยักษ์ใหญ่แดนโรตีรายนี้กับการปาดหน้าผู้ผลิตรายอื่นที่ตามขอซื้อแบรนด์ดังจากอิตาลีนี้เช่นกันทั้ง Eicher Motors, Polaris, และ Benetton ขอบคุณที่มาจาก…
แม้ว่าในสถานการณ์ปกติแล้วทาง Yamaha และ Honda มักจะเกิดมาเพื่อเป็นคู่ปรับกันเสมอ ไม่ว่าจะในสนามแข่งหรือบนตลาดโลก แต่ล่าสุดทั้งสองค่ายเลือกที่จะจับมือกันเพื่อพัฒนารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่กำลังจะถึงยุคของมันในเวลาอีกไม่นานนับจากนี้ สำหรับการให้ความร่วมมือครั้งนี้ พวกเค้าเลือกที่จะใช้โรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดไซตามะ ประเทศญี่ปุ่นเป็นสถานที่สำหรับวิจัยและพัฒนารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า รวมไปถึงสถานีชาร์จและเปลี่ยนแบตเตอรี่ของตัวรถอีกด้วย ซึ่งสาเหตุที่พวกเค้าเลือกที่นี่ก็เพราะว่า จังหวัดนี้จะเป็นจังหวัดนำร่องในการลดมลพิษทางอากาศแห่งแรกๆของญี่ปุ่นนั่นเอง โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา เราก็ต่างเคยได้รับข้อมูลว่าทั้ง Yamaha แล Honda ต่างก็กำลังง่วนอยู่กับการสร้างรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ากันทั้งคู่ โดยเฉพาะฝั่งปีกนกที่กำลังมีข่าวว่าจะเปิดตัวมอเตอร์ไซค์รักษ์โลกนี้ภายในปีหน้า ดังนั้นนี่จึงอาจจะเป็นก้าวสำคัญเลยทีเดียว เพื่อให้พวกเค้าขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของตลาดรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในอนาคต ขอบคุณที่มาจาก Asphaltandrubbers อ่านข่าว Honda เพิ่มเติมได้ที่นี่ อ่านข่าว Yamaha เพิ่มเติมได้ที่นี่ อ่านข่าวสาร มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เพิ่มเติมที่ได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
มหากาพย์นี้คงไม่จบง่ายๆแน่นอน สำหรับคำถามที่ว่าใครจะเป็นเจ้าของรายใหม่ของ Ducati หลังจากที่ทาง VW Group ได้ประกาศขายแบรนด์มอเตอร์ไซค์ในเครือของพวกเค้า โดยตลอดเวลา 3 เดือนที่ผ่านมามีหลายค่ายอุตสาหกรรมหนักพากันจีบ Volkswagen ให้ยอมขายแบรนด์ Ducati ให้กับพวกเค้าจนถึงขึ้นต้องประมูลราคาการซื้อขาย ซึ่งก่อนหน้านี้หลายฝ่ายต่างคาดว่า Harley-Davidson เป็นเต็งหนึ่งจะได้ชื่อแบรนด์มอเตอร์ไซค์ชื่อดังจากอิตาลีไปครอบครอง แต่ล่าสุดทางสำนักข่าว Reuters ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า ในตอนนี้ได้มีตระกูลหนึ่งในอิตาลี (บริษัทในเครือ Benetton) ออกมาประมูลยอดเงินในการซื้อขายเพิ่มอีกหนึ่งราย จนทำให้ตัวเลขพุ่งสูงขึ้นอีกมหาศาล และสุดท้ายทาง Harley “อาจจะ” ต้องยอมยกธงขาวถอนตัวออกจากการยื่นข้อเสนอนี้ไปด้วยความผิดหวัง เพราะตัวเลขสูงเกินจะรับได้ (ก่อนหน้านี้ Harley-Davidson ได้ยื่นข้อเสนอสู่ขอ Ducati สูงถึง 1.67 พันล้านเหรียญ หรือราวๆ 56,750 ล้านบาท) ส่วนแบรนด์จากจีนอย่าง Loncin Motor ก็ได้ยืนยันมาแล้วว่าขณะนี้พวกเค้าถอนตัวออกมาจากการประมูลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และถ้าหากว่าเป็นอย่างนั้นจริง ทาง Polaris เจ้าของแบรนด์ Victory และ…
หลังจากที่ก่อนหน้านี้เราเคยเสนอข่าว Indian ประกาศที่จะเข้าทดสอบบันทึกความเร็วสูงสุดบนถนนเกลือโดยใช้ครุยเซอร์ยอดนิยมของค่ายรุ่น Scout โฉมปี 2017 มาปรับแต่งใหม่แล้วใช้ชื่อติดตัวว่า “Spirit Of Munro 50th Anniversary” ไปเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว โดยมีเป้าหมายคือการทำลายท็อปสปีดเดิมที่ทางค่ายเคยทำไว้เมื่อ 50 ปีก่อน โดยการทำลายสถิติในครั้งนี้ เป็นของ Lee Munro ที่จะเข้ามาทำลายสถิติของลุง Burt Munro ของเขานั่นเอง และจากผลการทดสอบล่าสุดเมื่อวันที่ 16 กรกฏาคมที่ผ่านมา พวกเค้าก็สามารถทำได้สำเร็จจริง โดยสถิติครั้งใหม่นั้นถูกบันทึกตัวเลขไว้ที่ 186.681 ไมล์/ชั่วโมง หรือราวๆ 300.4 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งสูงกว่าสถิติเดิมที่เคยทำไว้ก่อนหน้านี้ ที่มีตัวเลขคือ 295.46 กิโลเมตร/ชั่วโมง นอกจากนี้ทาง Indian ยังส่งครุยเซอร์รุ่น 2015 Chief Classic และ 2015 Scout ลงบันทึกตัวเลขเพิ่มอีกสองรุ่น…
เรียกได้ว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจไม่น้อยจริงๆเมื่อ Corrado Cecchinelli ผู้ควบคุมฝ่ายเทคนิคการแข่งขัน MotoGP ได้ออกมาให้ข้อมูลกับสื่อ Crash.net ว่า แม้ในตอนนี้การแข่งขันพรีเมียร์คลาสจะใช้ ECU กลางก็จริง แต่ก็ยังมีความเหลื่อมล้ำในการแข่งขันระหว่างทีมงบน้อยและทีมงบเยอะอยู่ หรือจะเรียกว่า “ลักไก่” ก็ว่าได้ โดยทาง Corrado ได้ระบุไว้ว่า แม้ในตอนนี้ทุกทีมจะใช้ ECU กลางก็จริง แต่ด้วยความที่เซนเซอร์ในกล่องนั้นไม่มีความฉลาดมากพอ แต่ละทีมจึงสรรหาเซนเซอร์อื่นๆมาติดตั้งเพิ่มเข้าไปเพื่อจับค่าให้แม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้ในแต่ละทีมยังสามารถเปลี่ยนแปลงค่าที่เซนเซอร์จับได้ก่อนส่งกลับไปที่ ECU กลางที่ทาง Dorna ควบคุม ซึ่งนี่ไม่ผิดกฎที่ระบุไว้ในตอนต้น คำถามก็คือ แล้วการเปลี่ยนค่าที่เซนเซอร์จับได้มีผลมากน้อยแค่ไหนถึงเรียกว่าลักไก่ ? ก่อนอื่นเพื่อนๆต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เซนเซอร์แต่ละจุดที่ใช้ในตัวแข่ง MotoGP แต่ละคันนั้น ไม่ได้วัดค่าต่างๆโดยตรง แต่จะใช้การคำนวณจากตัวเลขอัตราความเปลี่ยนแปลง และเข้าสูตรการคำนวณที่วิศวกรออกแบบไว้อีกทีหนึ่ง ซึ่งตรงจุดนี้แหล่ะครับที่ทำให้แต่ละทีมสามารถตั้งค่าด้วยตัวเองได้ทั้งหมด ดังนั้นตัวเลขของค่าต่างๆที่จะส่งเข้า ECU นั้นจะถูกโปรแกรมไว้หมดแล้วโดยชุดเซนเซอร์ของทีมแข่งแต่ละทีม หรือจะพูดง่ายๆก็คือ มีโปรแกรมจากเซนเซอร์ของทีมแข่งครอบชุดโปรแกรมของ ECU กลางอีกทีหนึ่ง (คล้ายๆกับการติดตั้งกล่อง Piggy Back…
