น่าจะเป็นข่าวดีไม่น้อยสำหรับสาวกค่ายใบพัดสีฟ้า เมื่อ Harald Kruger บอสใหญ่แห่ง BMW ได้ออกมาเผยว่าในปี 2018 ที่จะถึงนี้พวกเค้ามีแผนทำตลาดรถมอเตอร์ไซค์โมเดลใหม่ต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 1 ปีนับจากนี้ถึง 14 รุ่นด้วยกัน นอกจากนี้เค้ายังบอกอีกว่า “ลูกค้าสามารถเลือกว่าจะใช้ระบบส่งกำลังแบบไหนกับรถโมเดลใหม่ของเราได้กว้างขึ้น” โดยในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่เริ่มปี 2017 เราก็ได้เห็นว่าที่โมเดลใหม่ที่จะทำตลาดในปี 2018 ไปแบบพอหอมปากหอมคอกันบ้างแล้วถึง 2 รุ่นด้วยกัน นั่นก็คือ F900GS/F850GS ที่ถูกอัพเกรดใหม่หมดทั้งขุมพลังและเฟรมตัวรถ, TVS Apache RTR 310 ที่จะกลายมาเป็น BMW G310RR ในอนาคต และ S1000RR “HP4 Race” ที่เปิดตัวเมื่อกลางเดือนเมษาที่ผ่านมา ซึ่งดูเหมือนว่าจะประสบความสำเร็จอย่างมาก เนื่องจากมีเสียงตอบรับจากลูกค้าค่อนข้างดีเลยทีเดียว ดังนั้นจึงหมายความว่ายังมีโมเดลใหม่อีกถึง 11 รุ่นด้วยกันที่เรายังไม่มีโอกาศได้เห็นในตอนนี้ และจะมีกี่โมเดลจากทั้งหมดที่เป็นการอัพเดทแบบไมเนอร์เชนจ์, โมเดลเชนจ์ หรือนิวซีรี่ยส์ไปเลยซึ่งเราคงต้องติดตามกันต่อไป ขอบคุณที่มา Morebikes…
Author: admin
กลับมาอีกครั้งกับสถิติการยกล้อที่ไกลที่สุดในโลก โดยก่อนหน้านี้เป็นข่าวบิดชาวยุโรปที่ทำสถิติโลกด้วยการบิดมอเตอร์ไซค์ยกล้อไปบนถนนสำหรับแข่งขัน Isle Of Man TT เป็นระยะทางราวๆ 60 กิโลเมตร ซึ่งนี่ก็มากจนเราเองก็เมื่อยแทน แถมยังคิดต่ออีกว่าใครจะทำได้มากกว่านี้ แต่เชื่อหรือไม่ครับว่ามีคนๆนั้นอยู่จริงๆ Masaru Abe สตั๊นท์ไรเดอร์จากญี่ปุ่นผู้มีฉายาว่า “Wheelie King” รายนี้คือนักบิดที่เราพูดถึง โดยสถิติที่เค้าทำได้นั่นก็คือ 500.53 กิโลเมตร หรือเกือบ 3 ใน 4 ของระยะทางจากกรุงเทพไปเชียงใหม่เลยทีเดียว สำหรับสถิติกรายกล้อไกลที่สุดในโลกครั้งก่อนนั้นถูกสร้างไว้เมื่อปี 1991 โดย Yasuyuki Kudo นักบิดรุ่นพี่ชาติเดียวกันด้วยระยะทาง 331 กิโลเมตร ซึ่ง Abe ต้องบิดยกล้ออยู่ถึง 8 ชั่วโมง 18 นาที 43 วินาทีถึงจะทำลายสถิติเก่าได้ แล้วก็บิดต่อไปอีกเกือบ 5 ชั่วโมงด้วยกันถึงจะทะลุ 500 กิโลเมตรจึงปล่อยล้อหน้าลงก็เป็นอันจบสถิติ อย่างไรก็ตามเป้าหมายที่แท้จริงที่ Abe…
ในขณะที่ค่ายยักษ์รายอื่นทำได้แค่เพียงเสนอ Concept หรือภาพตัวอย่างเท่านั้น ดูเหมือนว่าทาง KTM จะไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้นเมื่อล่าสุดได้มีภาพ Spyshot รถทดสอบที่ใช้พื้นฐานจาก Duke 390 แล้วพบว่ามันได้รับการติดตั้งชุดแบตเตอร์รี่ขนาดใหญ่สำหรับจ่ายกระแสไฟให้มอเตอร์ขับเคลื่อนแทนเครื่องยนต์สันดาปภายในลูกเดิม โดยเป้าหมายที่ทาง KTM เลือกเจ้า Duke 390 มาเป็นพื้นฐานในการออกแบบนั้นอาจจะเป็นเพราะว่า ไม่อยากจะโฟกัสไปที่รถสปอร์ตไบค์ซึ่งต้องสร้างสมรรถนะให้สูงเข้าไว้ แต่ก็ต้องพะวงกับระยะทางในการใช้งาน หรือจะให้ไปโฟกัสกับรถแนวทัวร์ริ่งที่เน้นในเรื่องการขับไกลๆ แต่ต้องลดความจี้ดจ๊าดลงก็คงไม่ใช่ทาง ดังนั้นแน็คเก็ทไบค์จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุดเพราะอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 จุดนั้นพอดี เพื่อป้องกันไม่ให้วิศวกรต้องปวดหัวในการแก้ปัญหาจากโจทย์ที่เรากล่าวไว้ซะก่อน และพับโปรเจ็กต์ไปในที่สุด อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันแรกที่ KTM สร้างขึ้น เพราะก่อนหน้านี้พวกเค้ามีทั้ง Freeride E-SX, E-XC, E-SM ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามานี้เป็นรถที่มีรูปทรงแนวเอนดูโร่ไบค์เป็นพื้นฐานหลักในการสร้างทั้งสิ้น และจัดอยู่ในกลุ่ม E-Ride Family ด้วยกันทั้งหมด และแน่นอนว่า Duke-E คันนี้ก็จะถูกบรรจุในครอบครัวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าดังกล่าวด้วยเช่นกันถ้าโปรเจ็กต์เสร็จสิ้น ขอบคุณที่มา MCN อ่านข่าวสาร KTM เพิ่มเติมที่ได้ที่นี่ ชมภาพ Spyshot เพิ่มเติมที่ได้ที่นี่…
เมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเราได้เคยนำเสนอรถมอเตอร์ไซค์แนวแฟลทแทร็คที่มีชื่อว่า Spitfire จาก CCM Motorcycles ไปแล้ว และในครั้งนี้พวกเค้าก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับโมเดลใหม่ที่ออกแบบให้สามารถใช้งานแบบลุยๆได้มากขึ้นโดยใช้ชื่อว่า “Spitfire Scrambler” และล่าสุดมันก็ได้ถูกเปิดตัวไปแล้วเรียบร้อย สำหรับพื้นฐานตัวรถของ Spitfire Scrambler นั้นยังคงเป็นพื้นฐานเดียวกับโฉมแฟลทแทร็คที่เปิดตัวเมื่อ 2 เดือนก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ 600cc สูบเดียว 55 แรงม้า, ชุดระบบเบรกหน้าหลังจาก Brembo ต่างก็สามารถใช้ร่วมกันได้ทั้งหมด แต่ในส่วนของเฟรมถักตัวรถที่ประกอบด้วยมือนั้นอาจจะมีหน้าตาคล้ายเดิมอยู่บ้าง เว้นก็แค่เพียงซับเฟรมที่ยาวกว่าเดิมเพื่อรองรับกับเบาะนั่งที่ยาวขึ้น และท่อไอเสียที่ย้ายจากการเดินออกใต้ท้องรถมาเป็นท่อคู่เดินขนาบข้างเบาะนั่งแทน ระบบกันสะเทือนหน้าหลังปรับปรุงใหม่ให้มีความสูงและระยะยืดยุบเพิ่มมากขึ้น, ติดตั้งการ์ดแครงก์ขนาดกำลังพอเหมาะไว้ใต้ท้องรถ, ล้อแม็กขนาดวง 17 นิ้ว หน้า/หลัง รัดด้วยยางแฟลทแทร็คของเดิมถูกเปลี่ยนเป็นล้อซี่รัดด้วยยางหนามขนาดวงล้อหน้า 19 นิ้ว และขนาดวงล้อหลัง 17 นิ้ว, ติดตั้งตะแกรงกันเศษหินให้กับโคมไฟด้านหน้า และพร้อมออกลุยในทันทีด้วยน้ำหนักตัวที่สูงขึ้นอีกเล็กน้อยคือ 123 กิโลกรัม ด้านราคาค่าตัวของ Spitfire Scrambler ทาง CCM ก็ได้ตั้งไว้ที่ 8,995…
Yamaha อินโดนีเซียเปิดตัวแน็คเก็ทไบค์รุ่นเล็กสุดของทางค่าย Vixion R 155 โดยใช้พื้นฐานเดียวกันกับ YZF-R15 ปี 2017 แทบทุกชิ้นส่วน จุดเด่นของ Vixion R คือ เครื่องยนต์สูบเดียวขนาดความจุ 155cc ที่มีระบบวาล์วแปรผันหรือ VVA มาให้เป็นลูกแรกในคลาสเดียวกัน แถมยังจัดเต็มด้วยระบบสลิปเปอร์คลัชท์ทำงานร่วมกับเกียร์ 6 สปีด เพื่อการควบคุมแรงม้าขนาด 19.4 HP และแรงบิดอีก 14.7 นิวตันเมตรให้อยู่หมัด ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามานี้ถูกยกมาอยู่ใน Vixion R ทุกระเบียดนิ้ว ด้านบอดี้พาร์ทภายนอก Vixion R ออกแบบด้วยเส้นสายใหม่ให้มีความเฉียบคมยิ่งขึ้น แล้วจัดการเปลี่ยนระบบไฟส่องสว่างด้านหน้าและด้านหลังเป็นแบบ LED ยกเว้นแค่ไฟเลี้ยวที่ยังเป็นหลอดไส้ปกติ ส่วนเรือนไมล์ก็แน่นอนว่าจับยกมาจาก 2017 YZF-R15 ด้วยเช่นกัน ระบบกันสะเทือนด้านหน้าน่าเสียดายที่ไม่ใช่แบบหัวกลับเหมือนกับที่ใช้ในฝาแฝด แต่ชุดเบรกหน้าหลัง สวิงอาร์ม และไซส์ยางต่างก็เป็นแบบเดียวกับสปอร์ตไบค์พิกัดเดียวกันนั่นก็คือ 90/80-17 ที่ล้อหน้าและ 130/70-17…
หลังจากที่ Honda ได้เปิดตัว CBR1000RR โฉมปี 2017 ออกมาได้สั กพัก ก็มีหลายสำนักพากันออกแบบของแต่งมาเพื่อให้ลูกค้าได้นำไปติดตั้งและตกแต่งเจ้าสปอร์ตไบค์คันนี้กันเรื่อยๆ และล่าสุดก็เป็นท่อ Slip-On รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Spec-A ที่เมื่อดูรูปทรงแล้วก็สวยใช่ย่อยเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีน้ำหนักเบากว่าของเดิมติดรถถึง 1.5 กิโลกรัมอีกด้วย สำหรับท่อ Slip-On รุ่นใหม่นั้นทาง Spec-A ได้ออกแบบไว้ทั้งหมด 2 รุ่นด้วยกัน โดยแต่ละรุ่นยังมีอีก 2 รุ่นย่อย ซึ่งจะแตกต่างกันในเรื่องของสี,ราคาเท่านั้น และลักษณะของปลายท่อที่แตกต่างกันเล็กน้อยเท่านั้น ได้แก่ Spec-A Slip-On “Type-SA” จุดเด่นคือปลายหม้อพักเป็นงานอลูมิเนียมขึ้นรูปทรงเดียวกับตัวหม้อพัก สนนราคาที่ 120,000 เยน หรือราวๆ 37,200 บาท Spec-A Slip-On “Type-SA” จุดเด่นเหมือนกับตัว SA ธรรมดา แต่ใช้หม้อพักสีทองอโนไดซ์ สนนราคาที่ 126,000 เยน…
วันนี้เราจะพาเพื่อนๆไปชมน้องใหม่จาก Yamaha ที่พึ่งเปิดตัวในงาน Bangkok International Motor Show 2017 เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นั่นก็คือ MT-09 ที่ได้รับการตกแต่งด้วยชุดพาร์ทที่สร้างขึ้นแบบโปรโตไทป์ เพื่อยั่วน้ำลายลูกค้าที่กำลังจะได้ครอบครองเจ้าตั๊กแตนคันนี้ด้วยคอนเซปท์ “Dark Side” ตามสโลแกนของตัวรถ เริ่มกันด้วยท่อไอเสีย Akrapovic รุ่นล่าสุดจากตระกูล Racing Line ทำจากไทเทเนียมทั้งเส้น แต่ใช้ครอบปลายท่องานคาร์บอน และสะดุดตาสุดๆด้วยปลายท่อ 3 รูแบบเดียวกับปืนแกทลิ่ง, ครอบถังวัดสุหนังสีดำเงาตัดเย็บอย่างดีรองรับการติดตั้งกระเป๋าติดถัง และยังมีเบาะนั่งตัดเข้ารูปกับสรีระผู้ขับขี่/ผู้ซ้อนจาก BAGSTER ขยับมาที่ชุดแฮนด์บาร์กันบ้าง ในส่วนนี้จะมีใช้เป็นของ EFFEX สีเงินด้านสามารถติดตั้งกับตุ๊กคาแฮนด์ของเดิมได้ทันที และยังมีขาจับมือถือจาก RAM Mount ที่เพื่อนๆจะมั่นใจแน่นอนว่ามันสามารถยึดมือถือได้อยู่หมัดเพราะใช้ขาจับแบบ X-Grip, ก้านเบรกและก้านคลัชท์อลูมิเนียมดีไซน์หรูจาก LSL ปรับระดับได้ 6 ระดับ, ปิดท้ายด้วยตุ้มปลายแฮนด์งานอลูมิเนียมสีดำเงาโทนเดียวกับตัวรถ นอกจากนี้ยังมีของแต่งที่ช่วยเพิ่มทั้งความปลอดภัย ความมั่นใจ และความสะดวกสบายให้กับผู้ชขับขี่อีกนิดหน่อย ได้แก่ แครชบาร์สีน้ำตาลไหม้จาก Profest,…
Honda มาเลเซียเปิดตัว 2017 Honda Wave 125i รุ่นใหม่โฉมปี 2017 ที่ได้รับการอัพเดทรูปโฉมใหม่ นี่ไม่ใช่แค่เพียงเปลี่ยนสติ๊กเกอร์เท่านั้น การปรับปรุงที่ว่านั่นก็คือ 2017 Honda Wave 125i รุ่นใหม่นั้นจะมีออพชั่นดิสก์เบรกหลังให้เลือกซื้อหลังจากที่ห่างหายไปนานนับตั้งแต่ปี 2012 ที่ Honda ยุบสายการผลิต Wave 125X ไปเพราะต้องการจะยุบตลาดรถมอเตอร์ไซค์จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ให้หมด นอกจากนี้ 2017 Honda Wave 125i ยังมีชุดโคมไฟท้าย, และแผงบังลมปิดหัวน็อตด้านหน้า ที่แตกต่างจากบ้านเราอีกด้วย ส่วนตัวเครื่องยนต์สูบเดียวขนาดความจุ 124.9cc จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดนั้นยังคงสามารถสร้างแรงม้าสูงสุดได้ 9 HP ที่ 7,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 10 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบ/นาที เหมือนกับสเป็กไทยไม่ผิดเพี้ยน อ่านข่าวสาร Honda เพิ่มเติมที่ได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ…
กลับมาอีกครั้งกับการจดสิทธิบัตรใบใหม่ของทาง Suzuki โดยในเอกสารชิ้นล่าสุดกว่า 13 ชุดนั้นเป็นเรื่องของเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ดูคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นลูกเดียวกับที่พวกเค้าเคยเปิดตัวเมื่อ 2 ปีก่อนที่โตเกียว โดยใช้ชื่อว่า XE7 สำหรับใจความสำคัญของเอกสารชุดนี้เป็นเรื่องของระบบหล่อเย็นซะส่วนใหญ่ ซึ่งทาง Suzuki ได้ระบุไว้ว่ามันจะใช้หม้อน้ำถึงสองลูกด้วยกันเพื่อให้เพียงพอกับอุณหภูมิที่เกิดจากการเผาไหม้เนื่องจากมีการอัดอากาศด้วยตัวเทอร์โบชาร์จเจอร์ แม้ว่าจะมีระบบอินเตอร์คูลเลอร์อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามเราก็พบว่ามีอยู่สองสิ่งด้วยกันที่ถูกเปลี่ยนแปลงจากสิทธิบัตรชุดก่อนๆ นั่นก็คือตำแหน่งของอินเตอร์คูลเลอร์ที่ถูกย้ายกลับมาอยู่เหนือฝาสูบอีกครั้งหลังจากที่ก่อนหน้านี้มันเคยถูกออกแบบให้ไปนอนอยู่ด้านหลังเสื้อสูบ และโครงรถที่ใช้ในการยึดเครื่อง ซึ่งแต่เดิมในรถ Suzuki Recursion ใช้โครงแบบอลูมิเนียมหล่อขึ้นรูป แต่เมื่อเรากลับมามองที่ภาพในสิทธิบัตรใบล่าสุดกลับพบว่ามันคือโครงแบบท่อคู่ (Twinspar) แทนซะอย่างงั้น อ่านข่าว Suzuki เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
เป็นไปได้หรือไม่ว่า Ducati จะถูกเปลี่ยนมือเจ้าของอีกครั้ง หลัง Reuters สื่อใหญ่แห่งโลกการลงทุน ได้ลงข่าวว่าทาง VW Group (โฟล์คสวาเก้นกรุ๊ป) เจ้าของบริษัท Audi ที่เป็นเจ้าของบริษัทมอเตอร์ไซค์จากอิตาลีอีกทีนึง ได้ทำการว่าจ้างบริษัท Evercore มาประเมินมูลค่าแบรนด์ในเครือด้วยเหตุผลบางอย่าง หากยังจำกันได้ในปี 2015 ทาง VW Group ต้องประสบปัญหา Deiselgate จนถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย และปรับเป็นเงินหลักหมื่นล้านหรือมากกว่านั้น จนต้องระดมเงินทุนแบบกระทันหันด้วยวิธีการลดจำนวนพนักงานในเครือลง ไปจนถึงการขายแบรนด์ในเครือแต่นั่นก็ยังไม่พอจนต้องหันมามองแบรนด์ Ducati ที่พวกเค้าเคยซื้อมาในปี 2012 ด้วยเงินราวๆ 38,730 ล้านบาท ว่าจะขายดีหรือไม่ในช่วงเวลานั้น นอกจากนี้ Reuters ยังระบุอีกว่าทาง VW Group ได้ทำการติดต่อบริษัทจากประเทศจีนไว้บ้างแล้วเกี่ยวกับเงื่อนไขการซื้อขาย แต่ตัวเต็งที่น่าจะได้เป็นเจ้าของแบรนด์ Ducati รายใหม่นั้นกลับเป็น Hero Motocorp จากอินเดีย ที่มีหุ้นส่วนหนึ่งเป็นของ Honda ด้วยการซื้อขายที่เม็ดเงินราวๆ 51,870…
