เข้าครึ่งหลังของการแข่งขัน MotoGP 2023 อดีตแชมป์โลกในปีที่แล้วอย่าง Francesco Bagnaia กำลังตกที่นั่งลำบากเนื่องจากต้องต่อสู้กับคู่แข่งร่วมค่ายที่ทั้งสดใหม่พอกัน และมาพร้อมตัวแข่งสเปคเดียวกันอย่าง Jorge Martin ซึ่งทั้งสื่อและผู้ชมก็ต่างตั้งคำถามว่าปีนี้เราจะได้เห็น Team Order หรือใบสั่งจากฝั่งทีมโรงงาน ที่บังคับให้ผู้ชิงแชมป์รายใหม่นี้ต้องหลีกทางให้กับแชมป์เก่าเสื้อแดงหรือไม่ แต่ไม่ว่าตอนนี้ฝั่งทีมโรงงานจะเตรียมแผนการสำหรับใบสั่งไว้หรือไม่ ล่าสุดเจ้าตัวก็ได้ออกมาบอกเองว่า “ต่อให้มีก็จะไม่ทำตาม” ซึ่งเขาได้ให้ข้อมูลหลังถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “เราจะรู้ว่ามันมี Team Order ไหมก็ต่อเมื่อเราทั้งสองคนต้องตั้งคำถามว่าจะเสี่ยงเสียทุกอย่าง เพื่อผลงานในเรซเดียวไหม” Jorge Martin กล่าว “ผมเชื่อว่า Ducati เชื่อใจในตัวผม ผมจะได้รับตัวเลือกแบบเดียวกับที่เขา(Francesco Bagnaia)ได้” “ช่วงต้นฤดูกาล พวกเราขับอย่างระวังตอนอยู่ใกล้เขา(Francesco Bagnaia) แต่สุดท้ายมันจะกระทบกับการแข่งของเรา แต่สำหรับปีนี้จะไม่มีแบบนั้น ต่อให้ Ducati บอกให้ผมทำ ผมก็จะไม่ทำ” เขากล่าว “ในวันที่ผมชนะเขาในเยอรมนี ผมเติบโตขึ้น และเขาก็เห็นมันได้ และทุกการแข่งขันหลังจากนั้นผมจะไปอยู่ตรงนั้นด้วย(ที่หัวแถวเพื่อสู้กับ Pecco) แน่นอนว่าแผนของผมคือการไปอยู่ทีมโณงงานให้เร็วที่สุด ผมได้ผลงานที่ยืนยันตัวมันเองได้ และหวังว่า…
Author: Kristha
หลังจากการเปิดราคาอย่างเป็นทางการของ Triumph Speed 400 และ Scrambler 400X สำหรับจำหน่ายในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่าวันเดียวกันนี้เองก็เป็นวันที่รถทั้งสองรุ่นในตลาดอื่นก็ทำการเปิดราคาด้วยเช่นกัน เพราะก่อนหน้านี้มีแค่การเปิดราคาในฝั่งตลาดอินเดียไปเพียงอย่างเดียว วันนี้เราเลยจะพาทุกคนมาเปรียบเทียบราคาของรถดังกล่าวในแต่ละประเทศกันบ้าง ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร ราคาในประเทศไทย Triumph Speed 400 ราคา 157,900 บาท Triumph Scrambler 400X ราคา 179,900 บาท ราคาในประเทศสหราชอาณาจักร Triumph Speed 400 ราคา 4,995 ปอนด์ หรือประมาณ 225,000 บาท Triumph Scrambler 400X ราคา 5,595 ปอนด์ หรือประมาณ 253,000 บาท ราคาในประเทศอิตาลี Triumph Speed 400 ราคา 5,495…
หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการยืนยันอย่างเป็นทางการออกมาแล้วว่า Marc Marquez และ Honda ได้ประกาศยุติสัญญาฉบับปัจจุบันร่วมกันภายในสิ้นฤดูกาลนี้ แต่คำถามถัดไปก็คือ “ทีมแข่งที่นักแข่งแชมป์โลกผู้นี้จะย้ายไปอยู่คือทีมอะไร?” เพราะถึงแม้จะมีแววว่าทีมดังกล่าวจะเป็น Gresini แต่นั่นอาจจะไม่ใช่ทีมที่เขาจะต้องไปอยู่ในระยะยาว เนื่องจากเป็นแค่ทีมอิสระที่อาจจะไม่สามารถตอบสนองความต้องการของเขาได้จนจบอาชีพนักแข่ง คำถามนี้เองคือคำถามในหัวของ Giacomo Agostini อดีตนักแข่งแชมป์โลกชาวอิตาลีที่เป็นเจ้าของตำแหน่งแชมป์รุ่นใหญ่ 8 สมัย ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ “มาร์คเป็นนักแข่งคนเดียวที่ตัดสินใจออกจาก Honda(ปกติทางค่ายเป็นคนเลิกต่อเอง) ตอนแรกผมคิดว่าเขาจะอยู่ต่อ เพราะนี่คือค่ายผู้ผลิตที่ใหญ่ที่สุด เป็นค่ายที่มีเครื่องยนต์ที่เป็นแชมป์โลก F1 ตอนนี้มันมีบางอย่างที่ดูไม่มีเหตุผลในมุมของผม เพราะตอนนี้ค่าตัวเขาอยู่ที่ 12 ล้านยูโร ใครจะเป็นคนจ่ายค่าตัวของเขาไหว” “ตอนผมได้แชมป์โลกผมก็ย้ายค่ายจาก MV Agusta ไป Yamaha แต่ตอนนั้นมันดูมีเหตุผลเพราะค่ายที่ผมไปก็ใหญ่เป็นอันดับที่สอง และตอนนั้นก็เริ่มเข้าขาลงของ MV Agusta เพราะมีการเปลี่ยนไปใช้เครื่อง 2 จังหวะ ตอนนั้นช่างประจำตัวของผมยังแนะนำให้ผมย้ายเลย” “มันดูมีเหตุผลกว่าถ้าเขาย้ายไปอยู่ KTM ถ้าไม่นับปัญหาเรื่องนักแข่งที่มีเต็มค่าย ทางนั้นก็ไม่มีปัญหาอื่นเลยโดยเฉพาะเรื่องค่าตัว บอกตามตรงว่าผมมองไม่เห็นภาพที่ Marc Marquez…
Royal Enfield Classic 650 รถมอเตอร์ไซค์คลาสสิกคลาสกลางรุ่นใหม่จาก Royal Enfield ค่ายรถอังกฤษสัญชาติอินเดีย ที่ดูเหมือนว่าช่วงหลังจะขยันแตกไลน์อัพรถที่ใช้เครื่องยนต์คลาส 650 มากเป็นพิเศษ ตั้งแต่การเปิดตัวครุยเซอร์เมื่อปีที่แล้ว ไปยันแผนที่จะเพิ่มเจ้าแพะภูเขาเข้าไปเสริมทัพ แต่วันนี้เราขอมาพูดถึงรถคลาสสิกที่คลาสสิกจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของค่าย Royal Enfield Classic 650 รถมอเตอร์ไซค์ในภาพหลุด ซึ่งกำลังวิ่งทดสอบอยู่ในประเทศอินเดีย จะเห็นได้ว่ารถคันดังกล่านั้นมาพร้อมกับรูปลักษณ์สไตล์รถมอเตอร์ไซค์จากยุคสงครามโลก ดูมีความเป็นลูกผสมของรถแนว Roadster และ Cruiser ถือว่าเป็นแนวที่เป็นเอกลักษณ์ของทางค่าย(เพราะไม่มีค่ายไหนทำตาม) ที่โดยปกติแล้วจะอยู่บนรถเครื่องยนต์สูบเดียวในคลาส 350-500 ซีซี แต่ในคราวนี้รถรุ่นดังกล่าวกลับถูกนำมาสร้างใหม่บนพื้นฐานของ Royal Enfield Super Meteor 650 ครุยเซอร์รุ่นใหม่ของค่ายที่ใช้เครื่องยนต์แบบระบายความร้อนด้วยอากาศและน้ำมัน 2 สูบเรียง 648 ซีซี ที่ให้พละกำลังสูงสุด 46 Hp ที่ 7,250 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 52.3 Nm ที่…
อัพเดทกริดสตาร์ท 2024 MotoGP หลังจากที่ Marc Marquez ฉีกสัญญา กับทาง HRC อย่างเป็นทางการ Ducati Lenovo Team Francesco Bagnaia #63 มีสัญญาโดยตรงกับ Ducati ไปถึงสิ้นปี 2024 Enea Bastianini #23 มีสัญญาโดยตรงกับ Ducati ไปถึงสิ้นปี 2024 Repsol Honda Team Marc Marquez ฉีกสัญญา แล้ว รอหาคนแทนเก้าอี้ Joan Mir #36 มีสัญญาโดยตรงกับ Honda ไปถึงสิ้นปี 2024 Monster Energy Yamaha MotoGP Team Fabio Quartararo #20 มีสัญญาโดยตรงกับ Yamaha…
ประกาศครั้งใหญ่ในวงการ MotoGP หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวลือการแยกทางระหว่าง Marc Marquez และ Honda มาให้เราเห็นตั้งแต่ช่วงกลางปี ไม่ว่าแฟนกีฬาความเร็วจะเชื่อข่าวลือนี้หรือไม่ก็ไม่สำคัญอีกต่อไป เพราะในตอนนี้มีประกาศออกมาอย่างเป็นทางการว่านักแข่งแชมป์โลกผู้นี้ ได้แยกทางอย่างเป็นทางการกับค่ายรถญี่ปุ่นที่ทำงานร่วมกันมานานถึง 11 ปี การประกาศล่าสุดนี้มีใจความเกี่ยวกับการยุติสัญญาที่มีอายุยาวนานถึง 4 ปีของ Marc Marquez จะลงแข่งให้กับ Repsol Honda โดยตามปกติแล้วสัญญาชิ้นปัจจุบันจะต้องสิ้นสุดลงเมื่อสิ้นปี 2024 แต่เนื่องจากรถแข่งของค่ายปีกนกในตอนนี้ไม่สามารถทำให้แชมป์โลกที่อยู่ด้วยกันมานานสามารถพึงพอใจกับผลงานได้ ทั้งสองฝั่งจึงได้ตกลงที่จะยุติสัญญาดังกล่าวร่วมกัน View this post on Instagram A post shared by Repsol Honda Team MotoGP (@hrc_motogp) นั่นทำให้ข่าวลือก่อนหน้านี้ที่ว่า Marc Marquez จะไปลงแข่งร่วมกับน้องชาวตัวเองกับทีม Gresini ในฤดูการถัดไปนั้นใกล้ความจริงขึ้นมาทันที จนแทนจะเหลือแค่การประกาศอย่างเป็นทางการเท่านั้น การแข่งขันในฤดูกาลหน้าคงจะแปลกไปจากที่เป็นอยู่ตอนนี้เป็นอย่างมาก อ่านข่าวสาร MotoGP เพิ่มเติมได้ที่นี่
2024 Honda Africa Twin 1100 Adventure Sport รถมอเตอร์ไซค์สายลุยรุ่นใหญ่จากค่ายปีกนก Honda ที่ถือเป็นรุ่นอัพเกรดของ Africa Twin รุ่นมาตรฐาน ซึ่งในครั้งนี้การอัพเกรดดังกล่าวกลับไม่ใช่การทำให้รถลุยได้มากขึ้น แต่เป็นการทำให้เหมาะกับการเดินทางไกลแบบผสมทางดำและทางฝุ่นได้ดีกว่าเดิม โดยการลดความสูงระบบกันสะเทือนและเปลี่ยนล้อหน้าให้เป็นขนาด 19 นิ้ว แทนที่ล้อลุยเดิมที่มีขนาด 21 นิ้ว 2024 Honda Africa Twin 1100 Adventure Sport นั้นยังคงบนพื้นฐานของ Africa Twin รุ่นปกติที่มาพร้อมเครื่องยนต์แบบระบายความร้อนด้วยน้ำ 2 สูบเรียง SOHC พร้อมเพลาข้อเหวี่ยงแบบ 270 องศา ปริมาตรกระบอกสูบ 1,084 ซีซี ให้พละกำลังสูงสุดเท่าเดิมที่ 100.5 Hp ที่ 7,500 รอบ/นาที แต่แรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้นมาเป็น 112 Nm…
2024 Honda Africa Twin 1100 รถมอเตอร์ไซค์สายลุยรุ่นใหญ่จาก Honda ที่ได้รับการอัพความจุเครื่องยนต์ไปเมื่อปี 2020 ในตอนนี้ก็ถึงเวลาอันดีที่รถรุ่นดังกล่าวจะได้รับการปรับโฉมอีกครั้ง ซึ่งถึงแม้ว่าเครื่องยนต์จะยังคงเป็นลูกเดิม หน้าตาภายนอกจะเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย แต่ก็มีการอัพเกรดสเปคไส้ในหลายอย่าง และที่สำคัญคือมีการเพิ่มโช้คไฟฟ้าเป็นตัวเลือกเสริม 2024 Honda Africa Twin 1100 นั้นยังคงมาพร้อมกับเครื่องยนต์ลูกเดิมแบบระบายความร้อนด้วยน้ำ 2 สูบเรียง SOHC พร้อมเพลาข้อเหวี่ยงแบบ 270 องศา ปริมาตรกระบอกสูบ 1,084 ซีซี ให้พละกำลังสูงสุดเท่าเดิมที่ 100.5 Hp ที่ 7,500 รอบ/นาที แต่แรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้นมาเป็น 112 Nm ที่ 5,500 รอบ/นาที จับคู่กับ เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ(พร้อมตัวเลือกเสริม Quick Shifter) หรือเกียร์ DCT 6…
Ducati DesertX Rally รถมอเตอร์ไซค์แอดเวนเจอร์แรลลี่คลาสกลางร่างตีบวกจาก Ducati ที่ถึงแม้ว่ารถรุ่นมาตรฐานดั้งเดิมจะถือว่าเป็นตัวลุยที่สุดประมาณนึงอยู่แล้ว แต่ด้วยความที่ค่ายรถรายอื่นต่างเข็นรุ่นย่อยที่ได้รับการอัพเกรดเพิ่มความลุยกันไม่หยุด ทางฝั่งค่ายแดงเลยต้องเอาบ้างด้วยการเพิ่มชื่อต่อท้าย Rally ที่ทำให้รถยกสูงไฟกลมพร้อมโดนเนินลุยทรายมากกว่าเดิม Ducati DesertX Rally นั้นยังคงเป็นรถที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานเดียวกับ DesertX รุ่นมาตรฐานที่แชร์เครื่องยนต์ร่วมกับรถหลายรุ่นของค่ายอย่าง Hypermotard 950 หรือ Multistrada V2 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์แบบระบายความร้อนด้วยน้ำ 2 สูบ L-Twin ปริมาตรกระบอกสูบ 937 ซีซี ให้พละกำลังสูงสุด 110 Hp ที่ 9,250 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 92 Nm ที่ 6,500 รอบ/นาที ส่งกำลังไปยังล้อหลังด้วยโซ่ ชุดเฟรมแบบเหล็ก Trellis ท่อชุดเดิม, ถังน้ำมันขนาด 21 ลิตร พร้อมตัวเลือกถังสำรอง 8 ลิตร,…
ตั้งแต่การแข่งขัน MotoGP ในฤดูกาลที่แล้วเราได้เห็นรถแข่งจากค่าย Ducati วิ่งวนอยู่ในสนามมากถึง 8 คัน จากทีมแข่งทั้งหมด 4 ทีม ซึ่งถือว่ามากกว่าคู่แข่งแบบทิ้งไม่เห็นฝุ่นในด้านจำนวน แน่นอนว่าเรื่องนี้ทำให้ผู้ชมหลายคนต่างก็รู้สึกว่าเรื่องแบบนี้ไม่ยุติธรรมกับค่ายรถรายอื่น เนื่องจากรถแข่งในสนามที่มากขึ้นนั้นช่วยให้มีข้อมูลไปพัฒนาต่อยอดมากกว่าปกติ ถึงแม้ว่าสมาคมทีมแข่งจะยังคงมองว่าทีมอิสระที่สิทธิ์ที่จะเลือกรถแข่งของตัวเองได้เต็มที่ แต่ล่าสุดทางผู้จัดอย่าง Dorna ก็เริ่มอยากหาวิธีการจำกัดจำนวนรถแข่งของแต่ละค่ายเสียแล้ว ในการแข่งขันรายการ IndiaGP ที่สนามแข่ง Buddh International Circuit นั้นคือหนึ่งในข้อพิสูจน์ว่าการปรับสมดุลเรื่องข้อมูลเพียงอย่างเดียว ก็ช่วยให้ค่ายรถญี่ปุ่นที่ปกติจะอยู่รั้งท้าย สามารถขึ้นมาสู้ที่หัวแถวได้ดีขึ้น ดูได้จากการจบบนโพเดียมของ Marc Marquez ในวันเสาร์และการจบหัวแถวของในการแข่งขันจริง Joan Mir และ Fabio Quartararo ที่สามารถเกิดขึ้นได้หาก Ducati นั้นเสียข้อได้เปรียบด้านข้อมูลสนามจากรถทั้ง 8 คัน(เนื่องจากทุกคนไม่มีข้อมูลเหมือนกันหมด) และทุกอย่างต้องวัดกันที่ความสามารถดั้งเดิมของรถ และตัวนักแข่งแต่ละคน แน่นอนว่าทางผู้จัดอย่าง Dorna รวมถึง FIM ก็รับรู้ถึงเรื่องนี้ และกำลังพยายามทำทุกวิธีให้ค่ายรถจากญี่ปุ่นขึ้นมาสู้บนหัวแถวได้อีกครั้งนึง แต่อย่างที่เราบอกไปว่าทีมแข่งอิสระยังคงต้องการอิสระในการเลือกตัวแข่งของตัวเอง และหลายทีมก็ทำการเซ็นต์สัญญาเช่ารถแข่งต่อเนื่องไปแล้วหลายปี…
